มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


..นิยาม ๕ มีความหมายดังนี้..




คำว่า นิยาม คือการกำหนดแน่นอนนั่นเอง
มี 5 ประการ ได้แก่...

1. พืชนิยาม = การกำหนดแน่นอนแห่งพืช

2. อุตุนิยาม = การกำหนดแน่นอนแห่งฤดูกาล
3. กรรมนิยาม = การกำหนดแน่นอนแห่งกรรม
4. ธรรมนิยาม = การกำหนดแน่นอนแห่งธรรมดา
5. จิตตนิยาม = การกำหนดแน่นอนแห่งจิต


ถ้าถามว่าทำไมต้องนำมาแสดงไว้ตรงนี้ด้วย พี่ดอกแก้วก็ต้องขอบอกท่านว่า เพราะนิยามทั้ง 5 นั้น เป็นเรื่องที่ต้องรู้โดยเฉพาะผู้ที่ศึกษาพระอภิธรรมอยู่ ในเรื่องเกี่ยวกับวิถีจิตนะคะ…เพราะในบทนี้จะมีการศึกษาถึงเรื่องการเห็น การได้ยิน เป็นต้นว่า เห็นขณะไหน ? ได้ยินขณะไหน ? แม้กระทั่งจิตบาป จิตบุญนั้นเกิดตอนไหนนั่นเอง นอกจากนั้นยังมีสิ่งหนึ่งซึ่งเกินวิสัยเราท่านที่จะรู้ได้ ไม่ว่าโดยวิธีใดๆก็ตาม ดังนั้นจึงต้องเข้าใจนิยามต่างๆด้วยค่ะ

โดย พี่ดอกแก้ว [22 มิ.ย. 2547 , 12:23:08 น.] ( IP = 210.86.188.6 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ
[ 1 ] [ 2 ]


  สลักธรรม 1

ในบรรดานิยามทั้ง 5 นั้น การที่พืชนั้น ๆ ย่อมเป็นไปแน่นอนของพืชนั้น ๆ

เช่น.... กอผักกระเฉดย่อมทอดยอดไปทางซ้าย... เถาวัลย์ข้างขวาย่อมประคองลำต้นไปทางขวา ดอกทานตะวันย่อมหันหน้าไปหาพระอาทิตย์.... เถาย่างทรายย่อมมุ่งไปหาต้นไม้อย่างเดียว

ธรรมชาติเหล่านี้นี่ละค่ะ..ชื่อว่า.พืชนิยาม การกำหนดแน่นอนแห่งพืช

การที่ต้นไม้นั้น ๆ มีต้นมะม่วง ทุเรียน เป็นต้น ย่อมติดดอกออกผล และแตกใบอ่อนพร้อม ๆ กันในฤดูเดียวกัน ชื่อว่า อุตุนิยาม การกำหนดแน่นอนแห่งฤดู

การที่กรรมนั้น ๆ ย่อมให้วิบากแห่งกรรมนั้น ๆ คือ...

กรรมที่เป็นติเหตุกะ ย่อมให้วิบากเป็นติเหตุกะบ้าง ทวิเหตุกะบ้าง อเหตุกะบ้าง

กรรมที่เป็นทวิเหตุกะ ย่อมให้วิบาก เป็นทวิเหตุกะบ้าง อเหตุกะบ้าง แต่จะไม่ให้วิบากเป็นติเหตุกะ นี้ชื่อว่า กรรมนิยาม การกำหนดแน่นอนแห่งกรรม

ยังมีกรรมอีกอย่างหนึ่งได้ให้ผลเหมือนกันกับการกระทำของผู้กระทำนั้น ๆ .. มีเรื่องเล่าเป็นตัวอย่าง 3 เรื่อง ค่ะ

โดย พี่ดอกแก้ว [22 มิ.ย. 2547 , 12:33:31 น.] ( IP = 210.86.188.6 : : )


  สลักธรรม 2


เรื่องที่ 1.
ในครั้งพุทธกาล ไฟได้ไหม้บ้านเรือนที่ใกล้ประตูพระนครสาวัตถี มีกระจุกหญ้าติดไฟถูกลมพัดขึ้นไปสวมคอกา ซึ่งกำลังบินไปทางอากาศ
กานั้นร้องเสียงดังแล้วตกตายบนแผ่นดิน

เรื่องที่ 2.
เรือลำหนึ่งแล่นไปในมหาสมุทรแล้วหยุดนิ่งโดยไม่รู้สาเหตุ ทุกคนในเรือต่างก็ตกใจกลัว จึงได้เสี่ยงจับสลากเพื่อหาตัวกาลกิณี

สลากนั้นได้ตกอยู่ในมือของภรรยานายเรือถึง 3 ครั้ง ดังนั้น จึงตกลงกันว่า... อย่าให้ทุกคนในเรือต้องตายเพราะเหตุแห่งนางคนเดียวเลย ..พวกเราจะโยนนางนี้ลงไปในน้ำเถิด

นายเรือกล่าวว่า.... ข้าพเจ้าไม่อาจเห็นนางนี้ลอยอยู่ในน้ำได้ คนทั้งหลายจึงได้เอาหม้อบรรจุทรายและนำไปผูกไว้ที่คอแล้วจึงโยนนางลงไปในน้ำ ทันใดนั้น เรือก็แล่นออกไปได้เหมือนลูกศรที่ซัดไป ฉะนั้น

เรื่องที่ 3
ภิกษุรูปหนึ่งเข้าไปพักอยู่ในถ้ำ คืนนั้นเอง ยอดภูเขาใหญ่ได้ตกมาปิดปากถ้ำ พอถึงวันที่ 7 ยอดเขาที่ปิดปากถ้ำนั้นจึงออกไปเอง

ภิกษุทั้งหลายได้นำเอาเรื่องทั้ง 3 นี้ไปกราบทูลแด่พระผู้มีพระภาค

พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ข้อมี้มิใช้ผู้อื่นกระทำเลย เป็นกรรมที่เขาเหล่านั้น กระทำไว้ทั้งสิ้น ครั้นแล้วจึงนำเอาอดีตนิทานมาแสดง ดังต่อไปนี้


โดย พี่ดอกแก้ว [22 มิ.ย. 2547 , 12:38:11 น.] ( IP = 210.86.188.6 : : )


  สลักธรรม 3

เรื่องที่ 1..
กานั้นเมื่อชาติก่อนเกิดเป็นคน เขาฝึกโคโกงตัวหนึ่งไม่ได้ จึงเอาต้นข้าวมาฟั้นเป็นวงกลม นำไปสวมคอโคนั้นแล้วจุดไฟ โคตายเพราะไฟนั้น
กรรมนั้นไม่อาจจะปล่อยกานั้นรอดพ้นหนีกรรมได้ ถึงแม้นกาจะบินอยู่ในอากาศ


เรื่องที่ 2
ฝ่ายหญิงนั้น เป็นหญิงในชาติก่อนได้เลี้ยงสุนัขไว้ตัวหนึ่ง เมื่อหญิงนั้นไปป่า สุนัขก็ติดตามไปด้วย เมื่อหญิงนั้นกลับบ้านสุนัขก็ติดตามมาด้วย
พวกชาวบ้านเห็นดังนั้นแล้วพากันเยาะเย้ยว่า

"พรานสุนัขของเราออกแล้ว" ..ดังนี้เป็นต้น เธออึดอัดเพราะคำเยาะเย้ยนั้น แต่ไม่อาจห้ามสุนัขนั้นไม่ให้ติดตามนางได้ นางจึงเอาหม้อบรรจุทรายผูกคอสุนัขแแล้วโยนลงไปในน้ำ สุนัขตายเพราะการโยนนั้น กรรมนั้นไม่อาจจะปล่อยหญิงนั้นแม้จะอยู่กลางทะเล


เรื่องที่ 3
ภิกษุนั้นในชาติก่อนเป็นเด็กเลี้ยงโค เห็นตัวเหี้ยคลานเข้าไปในจอมปลวก จึงเอาหญ้าไปอุดรูจอมปลวก

ในวันที่ 7 เขาจึงมาเปิดรูให้เอง เหี้ยนั้นตัวสั่นออกมาเพราะอดอาหาร เขาไม่ได้ฆ่ามันเพราะสงสาร
กรรมนั้นไม่อาจจะปล่อยภิกษุนั้นแม้จะอยู่ในถ้ำ

เมื่อได้แสดงเรื่องทั้ง 3 แล้ว จึงได้ตรัสพระคาถานี้ว่า
ไม่ว่าจะอยู่ในอากาศ
ไม่ว่าจะอยู่กลางทะเล
ไม่ว่าจะอยู่ในถ้ำ
ที่สัตว์สถิตอยู่แล้ว.. จะพึงพ้นจากบาปกรรมหามีไม่

แม้อย่างนี้ก็ชื่อว่า.. กรรมนิยามเหมือนกัน



โดย พี่ดอกแก้ว [22 มิ.ย. 2547 , 12:44:37 น.] ( IP = 210.86.188.6 : : )


  สลักธรรม 4

ในกาลที่พระโพธิสัตว์ทั้งหลายทรงถือปฏิสนธิก็ดี

ในกาลที่ทรงออกจากพระครรภ์แห่งพระมารดาก็ดี

ในกาลที่ตรัสรู้พระอนุตรสัมมาสัมโพธิญาณก็ดี

ในกาลที่พระตถาคตทรงประกาศพระธรรมจักรก็ดี

ในกาลที่ทรงปลงพระชนมายุสังขารก็ดี

และในกาลที่เสด็จปรินิพพานก็ดี

หมื่นโลกธาตุย่อมหวั่นไหว.. นี้ชื่อว่า ธรรมนิยาม การกำหนดแน่นอนแห่งธรรมดา

และเมื่ออารมณ์กระทบประสาท ไม่มีใครทำ และไม่มีใครสั่งให้จิตทั้งหลายกระทำว่า.. จงเป็นภวังค์ , จงเป็นอาวัชชนะ ,จงเป็นทัสสนะ ,จงเป็นสัมปฏิจฉันนะ ,จงเป็นสันตีรณะ ,จงเป็นโวฏฐัพพนะ, จงเป็นชวนะ, ไม่ใครใครไปสั่งใช่ไหมคะ.... ทุกอย่างเกิดขึ้นด้วยอำนาจปัจจัย และเกิดขึ้นตามธรรมดาของตน ๆ นั่นเอง

เมื่อมีอารมณ์มากระทบประสาท กิริยามโนธาตุ ย่อมเกิดต่อจากภวังค์ ลำดับนั้น ....
จักขุวิญญาณย่อมให้สำเร็จทัสสนกิจ...
มโนธาตุอันเป็นวิบากย่อมให้สำเร็จสัมปฏิจฉันนกิจ....
มโนวิญญาณธาตุอันเป็นวิบากย่อมให้สำเร็จสันตีรณกิจ....
มโนวิญญาณธาตุอันเป็นกิริยา ย่อมให้สำเร็จโวฏฐัพพนกิจ ...
ชวนะย่อมเสพอารมณ์..

การกำหนดดังกล่าวมานี้ ชื่อว่า จิตตนิยาม

โดย พี่ดอกแก้ว [22 มิ.ย. 2547 , 12:51:10 น.] ( IP = 210.86.188.6 : : )


  สลักธรรม 5

ที่แสดงมานี้ก็จะทำให้ท่าน สามารถเข้าใจ ความเป็นไปแห่งธรรมะ ที่มีต่างๆกัน ด้วยเหตุผลที่ได้ยกมากล่าวไว้นี้ เพื่อท่านทั้งหลายจะได้เกิดประโยชน์ในการศึกษาธรรมะต่อๆไปได้อย่างสะดวกใจ ไม่สัปสนค่ะ และไม่เป็นผู้ที่รู้ๆๆตามๆกันมาแบบไม่มีเหตุผลในใจไงคะ

ด้วยความปรารถนาดีค่ะ
พี่ดอกแก้ว

โดย พี่ดอกแก้ว [22 มิ.ย. 2547 , 12:56:42 น.] ( IP = 210.86.188.6 : : )


  สลักธรรม 6

กราบขอบพระคุณพี่ดอกแก้วมากค่ะ

นิยาม ๕ ประการนี้ไม่ค่อยมีใครกล่าวถึงเลยนะคะ
ได้อ่านแล้วทำให้เข้าใจถึงความสำคัญของนิยาม ๕ ประการ ที่มีต่อการศึกษาเรื่องวิถีจิต
ขึ้นมากเลยค่ะ

โดย ดา [22 มิ.ย. 2547 , 13:07:37 น.] ( IP = 203.118.80.12 : : )


  สลักธรรม 7

นิยามทั้ง ๕ ประการ เป็นพื้นฐานความเข้าใจที่สำคัญมากในการศึกษา
และยังคลี่คลายปัญหาเบื้องต้นได้หลายประการ
ทำให้การเรียนราบรื่นไม่ติดขัดสงสัยในสิ่งที่จะทำให้เสียเวลา
เช่น เรื่องของกรรมนิยาม และจิตตนิยาม

ขอบพระคุณพี่ดอกแก้วมากค่ะ ที่นำมาให้ทบทวนทำความเข้าใจที่เป็นประโยชน์อย่างมาก

โดย น้องกิ๊ฟ [22 มิ.ย. 2547 , 18:48:14 น.] ( IP = 202.129.44.34 : : )


  สลักธรรม 8

ชอบมากได้อ่าน ได้ศึกษา ชอบจริงๆ ครับพี่ดอกแก้ว
ขอเป็นกำลังใจให้พี่ เสนอนำธรรมตลอดไปครับ

โดย น้องขอบฟ้า [22 มิ.ย. 2547 , 19:25:46 น.] ( IP = 82.36.152.106 : : )


  สลักธรรม 9

กราบขอบพระคุณพี่ดอกแก้วค่ะ
มาอ่านทำความเข้าใจเรื่องนิยาม ๕ แล้วก็พบว่ามีความสำคัญมาก และเป็นประโยชน์ต่อการศึกษาพระอภิธรรมต่อไป นับว่าได้รับเหตุผลในใจในการศึกษา จึงขอกราบขอบพระคุณพี่ดอกแก้วมา ณ ที่นี้ด้วยค่ะ

โดย น้องมด [22 มิ.ย. 2547 , 19:29:26 น.] ( IP = 202.28.169.165 : : unknown )


  สลักธรรม 10

ได้รับความรู้อีกแล้วค่ะ การแยกแยะประเภทนิยามพร้อมตัวอย่างทำให้เข้าใจแบบกระจ่างเลยละค่ะ ขอบพระคุณนะคะ

โดย น้องอุ๊ [22 มิ.ย. 2547 , 22:12:02 น.] ( IP = 203.107.209.221 : : )
[ 1 ] [ 2 ]

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org