| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
ของฝากจากใจสู่ใจ...๘
สลักธรรม 1ประโยคแรกกับประโยคสุดท้ายของสมควรนั้น เป็นคนละเรื่องและให้ผลต่อผู้ฟังต่างกัน แม้ประโยคทั้งสองจะเป็นความจริงทั้งคู่ แต่ฟังประโยคแรกย่อมไม่เพียงพอจะได้ความจริงที่ครบถ้วนสมบูรณ์ ต้องฟังประโยคสุดท้ายด้วย
ความจริงนั้นถ้าพูดเพียงครึ่งเดียว ก็หาใช่ความจริงไม่ เพราะการพูดเช่นนั้นมุ่งหมายที่จะก่อให้เกิดภาพที่ตรงกันข้ามกับความจริง ใครที่ฟังประโยคแรกของสมควร ย่อมเห็นเป็นอื่นไปไม่ได้ นอกจากเห็นว่าสมควรกำลังเป็น 'ผู้ชนะ' ต่อเมื่อได้รับรู้ความจริงอีกครึ่งหนึ่ง ภาพทั้งหมดก็เปลี่ยนไป
ความจริงนั้นไม่สามารถแยกมาเป็นส่วนๆ แล้วเลือกเอาแต่ละส่วนมาใช้หรือพูดตามใจได้ ถ้าทำ เช่นนั้นก็เท่ากับว่ากำลังบิดเบือนความจริง
ในยุค 'ข้อมูลข่าวสาร' ทุกวันนี้ ข้อมูลต่าง ๆ ปลิวว่อนไปหมด สาดใส่เราทุกทิศทุกทาง โดยผ่านสื่อนานาชนิดข้อมูลเหล่านี้ต่างก็อ้างว่าเป็น 'ความจริง' แต่หากพิจารณาให้ดีจะพบว่าความจริงเหล่านั้นส่วนใหญ่เป็นความจริงเพียงครึ่งเดียว หรือหนึ่งในสี่เท่านั้น ไม่เชื่อก็ลองพิจารณาโฆษณาต่าง ๆ ตามโทรทัศน์หรือวิทยุ 'ความจริง' ที่เขาบอกเรานั้นล้วนแต่เป็นแง่ดี ให้ภาพที่สวยงามของสินค้า (ไม่ต่างจากภาพภรรยาคุกเข่าต่อหน้าสมควร) แต่โทษหรือข้อเสียของผลิตภัณฑ์เหล่านั้น กลับไม่พูดถึง (ไม่ต่างจากสมควรที่ "อุบ" เรื่องที่ตัวเองหลบเมียอยู่ใต้เตียง)
โดย ทับตะวัน [23 มิ.ย. 2547 , 20:58:27 น.] ( IP = 210.86.188.12 : : )
สลักธรรม 2ในชีวิตประจำวันก็ดูไม่ต่างจากนี้ ความจริงที่เราได้รับฟังจากคำบอกเล่าของใครต่อใครนั้น บ่อยครั้งก็ไม่ครบถ้วนถ้าเราไม่ระวัง ก็จะไปนึกว่าทั้งหมดนั้นเป็นความจริง ดังนั้นสิ่งที่พึงตระหนักก็คือสอบถามให้แน่ชัดว่า มีความจริงอีกส่วนหนึ่งที่ยังไม่ได้เล่าหรือเปล่า ก่อนที่จะเชื่ออะไร ไม่ว่าจากปากของใคร หรือสื่อชนิดใด ต้องให้แน่ใจว่าเราได้รับฟังความจริงครบถ้วนแล้ว
ขณะเดียวกันเราเองก็ต้องไม่ลืมที่จะพูดความจริงให้ครบถ้วนด้วย การ 'อุบ' บางส่วนเอาไว้ ก็คือการพูดโกหกในอีกรูปแบบหนึ่งนั่นเอง จะอ้างว่าเป็นความเข้าใจผิดของคนฟังไม่ได้เลย
ได้กล่าวแล้วว่า ความจริงนั้นเราไม่สามารถแยกเป็นส่วนเพื่อเอามาใช้ตามอำเภอใจได้ หากจะแยกเป็นส่วน ๆ ก็ต้องเอามาเชื่อมโยงเป็นหนึ่งเดียว ไม่ใช่แยกเป็นเสี้ยว ๆ ส่วน ๆ แบบไม่ปะติดปะต่อกัน อย่างเรื่องข้างล่าง
โอภาสเป็นนักมังสวิรัติ เขาพยายามชี้ชวนให้สมควรหันมากินมังสวิรัติ อย่างน้อยก็เพื่อสุขภาพของตนเอง เพราะสมควรเป็นโรคเกาต์อย่างแรง กินยากี่ขนานก็ไม่หาย เจอสมควรทีไรก็พูดถึงเรื่องนี้แต่ก็ไม่ค่อยได้ผล จนโอภาสทำท่าจะท้อ
แล้ววันหนึ่งทั้งสองก็มาพบกันอีก ไม่ทันที่โอภาสจะอ้าปาก สมควรก็บอกว่า
"ข่าวดี รู้ไหม เดี๋ยวนี้ฉันกินเจแล้วนะ"
"จริงเหรอ นึกไม่ถึงเลยแฮะ" โอภาสยิ้ม
"แต่ฉันไม่ได้กินเจ ๑๐๐% นะ แค่ ๕๐% เท่านั้น"
"ก็ยังดี แกทำยังไงถึงกินเจได้ ๕๐%"
"ก็กินเนื้อคำเว้นคำไงล่ะ" สมควรเผยทีเด็ด
โดย ทับตะวัน [23 มิ.ย. 2547 , 20:59:07 น.] ( IP = 210.86.188.12 : : )
สลักธรรม 3เรื่องการพูดนี้เป็นเรื่องสำคัญมาก
เพราะสร้างปัญหาได้เหลือคณานับ
บ่อยครั้งที่พบกับผู้ที่พูดไม่ครบความ ..การอุบไว้..การบิดเบือนข้อมูลเพื่อให้ตนดูดี
แต่ก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่ผู้อื่นมากมาย
คนเหล่านั้นบ้างก็มีความคิดว่าตนไม่ได้ทำผิด
เพราะไม่ได้โกหก..เพียงแต่พูดไม่หมดเท่านั้นเอง
และอานุภาพของคำพูดเหล่านั้น ...บางทีก็ทำให้คนผิดกลับเป็นถูกขึ้นมาได้
ซึ่งเป็นการกระทำที่มีเจตนาที่ไม่สุจริตตั้งแต่ต้น
และเมื่อความจริงปรากฏก็ยากที่จะประสานรอยร้าวฉานไว้ได้
รวมทั้งความไว้วางใจที่มีต่อกันก็เสื่อมลงไป
เมื่อทำบ่อยๆก็เลยกลายเป็นเด็กเลี้ยงแกะของผู้อื่น..น่าสมเพทยิ่งนัก
ขอบคุณคุณทับตะวันที่นำเรื่องนี้มาฝากไว้ให้อ่านกันค่ะโดย น้องกิ๊ฟ [23 มิ.ย. 2547 , 23:55:08 น.] ( IP = 202.129.44.34 : : )
สลักธรรม 4ขอบคุณทับตะวันมากค่ะ...ที่นำมาฝาก
การรับฟังสิ่งใดก็ตาม ถ้าข้อมูลไม่ครบ
อาจทำให้เข้าใจผิด ชนิดหน้ามือเป็นหลังมือ
และอาจก่อให้ความเสียหายเกิดขึ้นด้วย
โดย เซิ่น [3 ก.ค. 2547 , 20:57:24 น.] ( IP = 169.210.5.85 : : )
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |