| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
อยากทราบว่าถ้าเราใช้หนี้ให้กับเจ้าหนี้ โดยเขาไม่รับทราบ จะเป็นอโหสิกรรมต่อกันได้หรือไม่
สลักธรรม 1
อโหสิกรรม ที่ถามตรงนี้ น่าจะไม่หมายความ
ตามความหมายของอโหสิกรรมในทางธรรม
ตรงนี้น่าจะเป็นการชดใช้หนี้เงินกัน
เมื่อพอใจทั้งสองฝ่ายก็เป็นที่พอใจกัน
ก็เป็นธรรม
ที่เรียก ยุติ+ธรรม คือยุติด้วยความเป็นธรรม
แต่ทั้งนี้ ต้องให้เขาทราบด้วยมิฉะนั้น
เขาก็ยังผูกใจว่ายังไม่ชำระ
หนี้ค้างคาใจก็เป็นกรรม มีผล
เรื่องอโหสิกรรมหมายความอย่างไร
คลิกที่นี่โดย เณรวัส [24 มิ.ย. 2547 , 13:50:48 น.] ( IP = 203.144.228.200 : : )
สลักธรรม 2มีคำถามต่อจากคุณอวิชชา ถ้านาย ก. ใช้หนี้ ให้นาย ข. หมดแล้ว โดยนาย ข.ไม่รู้ว่านาย ก. ใช้หนี้ อย่างนี้ในทางธรรมะ จะถือว่าทั้งสองคนยังมีหนี้สินติดค้างกันหรือไม่
โดย ผู้สงสัย [24 มิ.ย. 2547 , 17:33:50 น.] ( IP = 202.183.170.34 : : )
สลักธรรม 3คำถามนี้ค่อนข้างกำกวมนะคะ ...ขอแสดงเป็นความเห็นส่วนตัวก็แล้วกันค่ะว่า
ในคำถามของคุณอวิชชานั้นมีความไม่ชัดเจนอยู่ว่า...นาย ก. เป็นหนี้บุญคุณนาย ข. ที่มิใช่หนี้ที่เป็นเงินทอง หรือเป็นหนี้ที่เป็นเงินทอง
หากเป็นหนี้บุญคุณแล้วจะนำเงินทองไปชดใช้ให้ก็คงยากจะประเมินราคาค่ะ ... อย่างเช่นการทดแทนคุณบิดามารดานี้ แม้จะให้ทรัพย์เท่าใด แบกไว้บนบ่าทั้งสองข้างนับร้อยปี ..ก็ไม่อาจทดแทนคุณได้หมด .อย่างนี้เป็นต้น
มาทำความเข้าใจที่คำว่าหนี้กันนะคะ ...โดยทั่วไปน้นหมายถึงเงินทองที่ติดค้างไว้ที่ต้องชดใช้ให้ผู้อื่น
เมื่อนาย ก.มีความประสงค์จะคืนเงินที่ติดค้างไว้ให้ นาย ข. แต่นาย ข.ไม่ยอมรับด้วยมือของตน...นาย ก. ก็น่าจะมีวิธีการต่างๆส่งหนี้คืนโดยให้ นาย ข. ทราบว่าหนี้นั้นได้ถูกชำระแล้ว ..จะเป็นการฝากใครไปให้ โอนเข้าบัญชีธนาคาร .ส่งธนาณัติไปให้ หรืออะไรก็ได้..ที่เป็นหลักฐานโดยจะต้องมีบุคคลรับทราบเป็นพยานแล้วก็แจ้งให้นาย ข.ทราบว่าจำนวนเงินดังกล่าวเป็นการใช้คืนหนี้สิน ส่วน นาย ข. จะนำเงินไปใช้หรือไม่ก็เรื่องของ นาย ข.
...แต่ถ้า นาย ข. ออกปากว่ายกหนี้เงินจำนวนให้แล้วโดยไม่ต้องชดใช้ ..ก็ถือว่าเจตนาของการเป็นเจ้าหนี้ได้สิ้นสุดลงแล้ว ไม่มีความจำเป็นใดๆที่จะต้องถือเป็นภาระทางใจอีก (ยกเว้นกรณีที่มีการทำเอกสารหลักฐานการเป็นหนี้เอาไว้ ...อันนี้ต้องทำลายทิ้งด้วย)
ส่วนประเด็นที่สองคือการเป็นหนี้บุญคุณที่ นาย ข.ให้ความช่วยเหลือ นาย ก. คือมีเมตตาให้ยืมเงิน ...ตรงนี้ควรพิจารณาถึงคำว่า กตัญญูกตเวทิตาค่ะ ...หาก นาย ก. มิได้กระทำการใดๆเป็นความอกตัญญู มีโอกาสก็ตอบแทนด้วยการช่วยเหลือในกิจที่ไม่ทุจริต..ก็ไม่เห็นจะต้องหนักใจอะไร ..นาย ข.จะชอบทวงบุญคุณบ้างก็เป็นอกุศลจิตของนาย ข. ที่มีความถือตนว่าเป็นเจ้าบุญนายคุณ ...มีการกระทำเพื่อหวังผล...จะลำเลิกก็เรื่องของนาย ข. อีกเช่นกัน เพราะมิได้ทำให้ปริมาณของบุญคุณเพิ่มขึ้นหรือลดลงได้
โดย น้องกิ๊ฟ [24 มิ.ย. 2547 , 19:54:52 น.] ( IP = 202.129.44.34 : : )
สลักธรรม 4
คุณอวิชชาต้องทำความเข้าใจเรื่องของกรรมและผลของกรรมนะคะว่า ...การที่นาย ข.ช่วยเหลือนาย ก. ให้พ้นจากความเดือดร้อนนั้นเป็นกุศลกรรมคือให้การสงเคราะห์ด้วยความเมตตา ...กุศลกรรมนี้จะส่งผลให้นาย ข.ได้รับความสะดวกสบายต่อไปในอนาคต เป็นต้น..... และความที่มีจิตเมตตาของนาย ข.นั้นก็จะเป็นที่รักใคร่ชื่นชมของผู้อื่นต่อไป
ส่วน นาย ก. เมื่อได้รับความเดือดร้อนแล้วมีคนมาช่วยเหลือเกื้อกูล ก็นับว่าเป็นผลจากกุศลกรรมที่เคยทำไว้ในอดีตมาให้การอนุเคราะห์ ให้รอดพ้นจากความเดือดร้อนไปได้ในคราวหนึ่ง
จะเห็นว่า เมื่อนาย ข.กระทำกรรมที่สงเคราะห์ผู้อื่น ..กรรมดีนั้นก็รอให้ผลดีแก่นาย ข.อยู่แล้วซึ่งจะต้องเป็นไปตามกาลที่เหมาะสม ..ประเด็นของการทวงบุญคุณจึงมิใช่เรื่องเกี่ยวกับกุศลกรรมเลย แต่เป็นเรื่องของความยึดถือในความเป็นตัวตน ยึดมั่นในฐานะที่เหนือกว่า อาจมีโทสะไม่พอใจในอารมณ์ที่นาย ก. ไม่สนองเจตนารมณ์บางประการ มีความต้องการข่มผู้อื่นให้ด้อยกว่า หรือมีความต้องการอวดตนให้ผู้อื่นเห็นว่าเหนือกว่านาย ก. ...เหล่านี้เป็นเรื่องของอกุศลทั้งสิ้นโดย น้องกิ๊ฟ [24 มิ.ย. 2547 , 19:55:46 น.] ( IP = 202.129.44.34 : : )
สลักธรรม 5แต่ที่ นาย ข.จะต้องมีอยู่ประจำใจเสมอไม่ว่า นาย ก.จะประพฤติอย่างไร ก็คือ ความกตัญญูรู้คุณ เพราะความกตัญญูเป็นเครื่องหมายของคนดี ..เน้นว่าเป็นความกตัญญูนะคะ ..ไม่ใช่เป็นทาส
เพราะฉะนั้น เมื่อนาย ข. ไม่ติดใจและยกหนี้ให้แล้วก็ไม่ถือว่ามีหนี้ต่อกันอีกต่อไป ...อย่าคิดมากค่ะ ..และการที่ นาย ก. พยายามที่จะชดเชยเงินให้นาย ข.ด้วยวิธีการต่างๆ ตรงนี้เป็นการให้ที่มิใช่การชดใช้หนี้..เป็นการกระทำกรรมใหม่ที่อาจจะคืนให้ด้วยโทสะที่อยากตัดภาระก็ได้ หรือรู้คุณก็ได้ ..วินิจฉัยยาก...แต่ก็ไม่เสียหายที่จะกระทำ ...เพียงแต่เป็นการคิดไปฝ่ายเดียวของ นาย ก.ว่าฉันใช้หนี้ให้เธอแล้วนะ ...อะไรทำนองนี้ ...เมื่อไม่ได้มีจิตคิดจะโกงแล้ว และได้ชดเชยในส่วนที่ควรมอบให้แล้ว ...ก็สบายใจได้แล้วค่ะ
ยิ่งคิดมากก็ยิ่งวุ่นวายใจ ..หันมาทำใจให้อยู่ในกุศลดีกว่าค่ะโดย น้องกิ๊ฟ [24 มิ.ย. 2547 , 20:08:45 น.] ( IP = 202.129.44.34 : : )
สลักธรรม 6อนุโมทนาสาธุกับน้องกิ้ฟด้วยครับ
ที่ใช้เวลาที่เหลือจากการทำงานที่ต้องทำ
มาเจือจานผู้อื่นทั้งๆที่เวลานั้นควรพักผ่อน
พี่เณรเองมองใจตนเองแล้วใช่ครับบางครั้งท้อ
แต่ก็ต้องสู้กับใจ
เพราะถ้าไม่แล้วความหายนะนั้นๆ
ก็ตกเป็นของเราอีกตามเคยดูไปดูมา
ไม่มีใครได้รับอะไรแทนใครได้เลยจริงๆ
เรานั้นได้รับทุกอย่างที่เราเสมอนะน้องกิ้ฟ
จริงมะโดย พี่เณร [25 มิ.ย. 2547 , 07:46:18 น.] ( IP = 210.86.188.11 : : )
สลักธรรม 7
จริงค่ะพี่เณร ..และน้องกิ๊ฟก็ได้แต่รับของเก่าๆเพื่อให้มันหมดไปๆ
และทำของใหม่ที่ดีๆกว่าที่เคยทำไว้
ขอบพระคุณที่ให้กำลังใจค่ะโดย น้องกิ๊ฟ [25 มิ.ย. 2547 , 16:16:11 น.] ( IP = 203.209.96.95 : : )
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |