
บุคคลผู้มีสุตะ (การสดับ)
พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย บุคคล ๔ จำพวกมีปรากฏอยู่ในโลก คือใครบ้าง ? คือ
๑. บุคคลผู้สดับน้อย (เรียนน้อย) ทั้งไม่ได้ประโยชน์จากการสดับ
๒. บุคคลผู้สดับน้อย แต่ได้ประโยชน์จาก
การสดับ
๓. บุคคลผู้สดับมาก (เรียนมาก) แต่ไม่ได้ประโยชน์จากการสดับ
๔. บุคคลผู้สดับมาก ทั้งได้ประโยชน์
จากการสดับ
อัง.๒๑/อัปปสุตสูตร/๖/๖-๗
ขอขยายพุทธาธิบาย
๑. บุคคลผู้สดับน้อยทั้งไม่ได้ประโยชน์จากการสดับเป็นอย่างไร ? บุคคลบางคนในโลกนี้ได้สดับ
นวังคสัตถุศาสน์ (คำสอนของพระศาสดามีองค์ ๙ มีสุตตะเป็นต้น ) น้อย ไม่ตั้งมั่นอยู่ในศีล ทั้งไม่รู้อรรถ (เนื้อความ) ไม่รู้ธรรม (บาลี) แห่งนวังคสัตถุศาสน์อันน้อยที่ได้สดับนั้น แล้วยังไม่ปฏิบัติธรรมสมควรแก่ธรรมอีก บัณฑิตทั้งหลายย่อมติเตียนเขา ๒ ทาง คือ ทางศีลและทางสดับ
๒. บุคคลผู้สดับน้อย แต่ได้ประโยชน์จากการสดับเป็นอย่างไร ? บุคคลบางคนในโลกนี้ได้สดับ
นวังคสัตถุศาสน์น้อย ตั้งมั่นอยู่ในศีล แต่รู้อรรถรู้ธรรมแห่งคำสอนอันน้อยที่ได้สดับนั้น แล้วปฏิบัติธรรมสมควรแก่ธรรม บัณฑิตทั้งหลายย่อมสรรเสริญเขาทางศีล แต่การสดับของเขาบกพร่อง
๓. บุคคลผู้สดับมาก แต่ไม่ได้ประโยชน์จากการสดับเป็นอย่างไร ? บุคคลบางคนในโลกนี้ได้สดับนวังคสัตถุศาสน์มาก ไม่ตั้งมั่นอยู่ในศีล ไม่รู้อรรถไม่รู้ธรรมแห่งคำสอนเป็นอันมากที่ได้สดับนั้น แล้วไม่ปฏิบัติธรรมสมควรแก่ธรรม บัณฑิตทั้งหลายย่อมติเตียนเขาทางศีล แต่การสดับของเขาพอการ
๔. บุคคลผู้สดับมาก ทั้งได้ประโยชน์จากการสดับเป็นอย่างไร ? บุคคลบางคนในโลกนี้ได้สดับ
นวังคสัตถุศาสน์มาก ตั้งมั่นอยู่ในศีล ทั้งรู้อรรถรู้ธรรมแห่งคำสอนเป็นอันมากที่ได้สดับนั้น แล้วปฏิบัติธรรมสมควรแก่ธรรม บัณฑิตทั้งหลายย่อมสรรเสริญเขาทั้ง ๒ ทาง คือ ทางศีลและทางการสดับ ใครจะควรติบุคคลผู้ได้สดับมากทั้งเป็นผู้ทรงธรรม กอบด้วยปัญญา เป็นพุทธสาวก ราวกะแท่งทองชมพูนุท
(ทองธรรมชาติ) นั้นเล่า เหล่าเทวดายังพากันชม ถึงเหล่าพรหมก็ยังพากันสรรเสริญ