| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
พระอรหันต์มีทุกขเวทนาหรือเปล่า?
อยากรู้ว่าพระอรหันต์ที่ยังไม่ดับขันธ์ปรินิพพาน มีทุกขเวทนาหรือเปล่า?
โดย นพพร - [28 มิ.ย. 2547 , 21:16:32 น.] ( IP = 202.176.91.138 : : )
สลักธรรม 1มีทุกข์กาย คือมีทุกขเวทนาทางกาย เช่น พระบาทห้อพระโลหิต แต่ไม่ทุกข์ใจ เพราะไม่มีโทสจิตแล้ว
โดย มิตร [28 มิ.ย. 2547 , 21:38:10 น.] ( IP = 202.129.44.34 : : )
สลักธรรม 2
ที่คุณนพพร ถามมาว่า...พระอรหันต์ที่ยังไม่ดับขันธ์ปรินิพพาน มีทุกขเวทนาหรือเปล่า? นั้นนะคะ ต้องเรียนให้ทราบว่ามีค่ะ.. ทุกขเวทนาก็มี อุเบกขาเวทนาก็มี มีทั้ง ๓ เวทนาเลย เพราะว่าเวทนานี้ เป็นขันธ์นะคะ
ถ้าพระอรหันต์ไม่มีเวทนาก็เป็นอันว่าขันธ์ ขาดไปขันธ์หนึ่ง จะเหลือแค่เหลือ ๔ ใช่ไหมค่ะถ้าไม่นับเวทนานะคะ
แต่ความเป็นจริงมิใช่เช่นนั้นนะคะ ต้องมีครบทั้ง ๕ ขันธ์ ทุกขเวทนาเป็นวิบาก ทางกายก็ยังรับทุกขเวทนาอยู่ได้ใช่ไหมคะ ทุกขเวทนาประกอบด้วยจิตกี่ดวง ถ้าศึกษามาก็ทราบนะคะว่า.. ประกอบกับ กายวิญญานจิต.. นี่เป็นอกุศลวิบากดวงเดียวเท่านั้นค่ะ
โดย พี่ดอกแก้ว [28 มิ.ย. 2547 , 22:08:41 น.] ( IP = 210.86.188.1 : : )
สลักธรรม 3
ขอบคุณครับที่ตอบให้ผมเข้าใจได้แล้วครับ และอยากถามต่ออีกนะครับว่า..การที่มีจิตที่เป็น อสังขาริกจิตและสสังขาริกจิตนั้นมีความสำคัญมากต่อชีวิตหรือครับจึงต้องรู้นะครับ
โดย นพพร [29 มิ.ย. 2547 , 11:03:06 น.] ( IP = 210.86.188.14 : : )
สลักธรรม 4สวัสดีค่ะคุณนพพร เรื่องของอสังขาริกจิตและสสังขาริกจิตนั้นจะมีความสำคัญมาน้อยขนาดไหน พี่ดอกแก้วไม่กล้าตอบคุณหรอกนะคะเพราะ..การที่พระผู้มีพระภาคทรงแสดงอสังขาริกจิตและสสังขาริกจิต เพื่อให้เห็นความละเอียดของจิตว่า.. แม้เป็นจิตที่มีจำนวนเจตสิกเกิดร่วมด้วย เท่ากัน ไม่ต่างกันเลย แต่สภาพของจิตก็ต่างกันเป็น อสังขาริก ตามกำลังของเจตสิกที่เกิดร่วมด้วย ทั้งนี้ก็เพื่อที่จะให้สาธูชนทั้งหลายได้เห็นพระมหากรุณาคุณของพระผู้มีพระภาค ที่ทรงพระมหากรุณาชี้แจงแสดงพระธรรมโดยละเอียดก็เพื่อมุ่งหมายให้เกิดความเข้าใจในชีวิตของตัวเราเองเพื่อยังปัญญาบารมีให้เกิดขึ้นนะคะ นอกจากนั้นยังมี ข้อความในอัฏฐสาลินี อรรถกถา ธัมมสังคีปกรณ์ จิตตุปปทากัณฑ์แสดง "อนันตะ" ความกว้างใหญ่ที่สุด ๔ อย่างว่า...
ในที่นี้ท่านถือเอา "อนันตะ" ๔ อย่าง ก็อนันตะ ๔ อย่างคือ อากาศเป็นอนันตะไม่มีที่สุด ๑ จักรวาลเป็นอนันตะไม่มีที่สุด ๑ สัตตนิกาย คือ หมู่สัตว์เป็นอนันตะไม่มีที่สุด ๑ พุทธญาณ เป็นอนันตะไม่มีที่สุด ๑
โดย พี่ดอกแก้ว [29 มิ.ย. 2547 , 11:53:54 น.] ( IP = 210.86.188.14 : : )
สลักธรรม 5การกำหนดอากาศ ว่าในทิศบูรพาหรือในทิศปัจฉิมทิศอุดร ทิศทักษิณ มีเท่านั้นร้อยโยชน์หรือมีเท่านั้นพันโยชน์ย่อมไม่ได้ (ลองกำหนดอากาศทางทิศตะวันออกว่า มีเท่าไร กี่โยชน์ กี่ร้อยโยชน์ กี่พันโยชน์ ก็ไม่มีใครกำหนดได้ แม้ทิศอื่นๆ ก็โดยนัยเดียวกัน) แม้จะพึงเอาฆ้อนเหล็กไปโยนลงก็พึงตกลงไปข้างล่างโดยแท้ แต่หามีที่รองรับไว้ได้ไม่.. ชื่อว่าอากาศเป็นอนันตะ คือ ไม่มีที่สิ้นสุดเลยอย่างนี้นะคะดังนั้น การกำหนด จักรวาลทั้งหลายว่ากี่ร้อย กี่พัน หรือกี่แสนจักรวาลย่อมไม่ได้ แม้แต่วท้าวมหาพรหมทั้ง ๔ ผู้เกิดในอกนิฎฐภพ (รูปพรหมภูมิชั้นสุทธาวาส ชั้นที่ ๕ ซึ่งเป็นรูปพรหมภูมิชั้นสูงที่สุด) ผู้มีความเร็ว ขนาดที่สามารถผ่านแสนจักรวาล ไปได้ชั่วเวลาเพียงเท่าที่ลูกศรที่เร็วมาก ของนายขมังธนู ผู้มีกำลังแข็งแรง ผ่านเงาต้นตาลด้านขวาง จะพึงวิ่งมาด้วยความเร็วขนาดนั้น ...ด้วยคิดว่า เราจักดูขอบแห่งจักรวาล ท้าวมหาพรหมเหล่านั้นไม่ทันได้เห็นขอบแห่งจักรวาล ก็จะถึงปรินิพพานก่อนโดยแท้.....จักรวาลทั้งหลายจึงชื่อว่าเป็นอนันตะ ไม่มีที่สิ้นสุดอย่างนี้ค่ะ
โดย พี่ดอกแก้ว [29 มิ.ย. 2547 , 11:55:56 น.] ( IP = 210.86.188.14 : : )
สลักธรรม 6แหละถ้าประมาณแห่งสัตว์ที่อยู่ในน้ำและที่อยู่บนบก ในจักรวาลทั้งหลายว่ามีประมาณเท่านี้ ย่อมไม่มี สัตว์นิกายจึงชื่อว่า อนันตะ (ไม่มีสิ้นสุด) อย่างนี้
พุทธญาณ ชื่อว่า อนันตะแท้แม้กว่าอนันตะทั้ง ๓ นั้น
อากาศก็เห็นอยู่แล้วว่าไม่มีที่สิ้นสุด ไม่มีใครสามารถจะวัดว่ากี่ร้อย กี่พัน กี่แสนโยชน์ หรือแม้จักรวาลก็ไม่มีใครสามารถจะนับได้ว่า ทั้งหมดมีเท่าไร
ใครอยากจะนับดาว นับจักรวาล ก็ไม่มีวันสำเร็จ.. เพราะว่าจักรวาลเป็นอนันตะ ไม่มีที่สิ้นสุด
หรือแม้สัตว์นิกาย คือ หมู่สัตว์ทั้งหลายที่อยู่ในจักรวาลก็ไม่มีใครสามารถทำสถิติว่า มีจำนวนเท่าไร ทั้งมนุษย์ ทั้งเทพ ทั้งพรหม ทั้งสัตว์บก สัตว์น้ำ ทั้งสัตว์ในอบาย...... แต่พุทธญาณชื่อว่าเป็นอนันตะ คือ ไม่มีที่สิ้นสุดแม้กว่าอนันตะทั้ง ๓ นั้น คือ บรรดาสัตว์ที่หาประมาณมิได้ ในจักรวาลอันหาประมาณมิได้ ในอากาศอันหาประมาณมิได้ อย่างนี้
โดย พี่ดอกแก้ว [29 มิ.ย. 2547 , 11:58:05 น.] ( IP = 210.86.188.14 : : )
สลักธรรม 7(เมื่อคิดถึงสัตว์ทั้งหลายที่มีอยู่ในจักรวาลมากมายนับไม่ถ้วนแล้ว จิตของสัตว์ทั้งหลายเหล่านั้นและวิจิตรต่างๆ กันมากสักเพียงไหน)
จึงอยากให้คุณนพพรใคร่ควรคำถามที่อาจจะเป็นความสงสัยที่ไม่เกิดประโยชน์ต่อชีวิตของคุณนะคะ และจะเสียเวลาแห่งการศึกษาที่จะมีบทบาทสำคัญอีกมากมายที่ยังไม่รู้ได้เลยถ้าไม่มีการตรัสรู้ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ดังนั้นพี่ดอกแก้วจึงขอตอบเพียงแค่นี้นะคะ เพราะเท่าที่กล่าวไว้ทั้งหมดนั้นเป็นคำตอบที่ยืนยันในพระพุทธประสงค์ที่ทรงพระมหากรุณาต่อสัตวโลกโดยแท้แล้วค่ะ
โดย พี่ดอกแก้ว [29 มิ.ย. 2547 , 12:00:04 น.] ( IP = 210.86.188.14 : : )
สลักธรรม 8เข้ามาอ่านคำถามและคำตอบค่ะ
เห็นคำถามแล้วก็นึกคำตอบไว้ในใจ
แต่ไม่ละเอียดกว้างขวางและแจกแจงได้เท่าพี่ดอกแก้ว
พอมาอ่านถึงคำถามที่สอง..ไม่มีคำตอบในใจ
และก็ตั้งใจอ่านคำตอบของพี่ดอกแก้ว
พบกับความกล้าหาญ ไม่เบี่ยงประเด็น และไม่กระบิดกระบวนว่า ..ไม่กล้าตอบ
และก็ยังได้อ่านเรื่องของอนันตะเพิ่มเติมอีกด้วย
นับว่าเป็นประโยชน์มากทีเดียวค่ะ ..ขอบพระคุณค่ะพี่ดอกแก้ว
สำหรับการศึกษาพระอภิธรรมนั้น
ผู้เริ่มศึกษาใหม่ๆก็คงมีความสงสัยมาก
แต่ถ้าหากศึกษามากขึ้นแล้วจะรู้สึกมหัศจรรย์ในพระปัญญาธิคุณ
ไม่สงสัยออกนอกทางเพื่อคัดค้านว่าจริงหรือเปล่าๆๆๆ
เพราะสามารถพิสูจน์บทธรรมนั้นได้จริงๆค่ะคุณนพพรโดย น้องกิ๊ฟ [29 มิ.ย. 2547 , 16:25:58 น.] ( IP = 203.209.106.159 : : )
สลักธรรม 9ตอบคุณ นพพรเพิ่มเติม
พระอรหันต์ท่านยังเสวยเวทนา 3 เมื่อมีผัสสะอยู่ เพราะเวทนาเป็นอาหารของผัสสะ ที่กล่าวว่าท่านไม่มีทุกข์ เพราะท่านเสวยเวทนาโดยไม่มีอุปาทาน ดังนั้นเวทนาชนิดไหนท่านก็ไม่ยึดมั่นถือมั่นว่าชอบหรือไม่ชอบ แต่ปุถุชนจนถึงพระเสขบุคคลท่านเสวยเวทนาด้วยอุปาทานจึงมีทุกข์โดย พัชรา กอปรทศธรรม [29 มิ.ย. 2547 , 16:54:47 น.] ( IP = 61.19.187.202 : : 192.168.1.76 )
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |