| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
สรุปคำสอนของครูทั้ง๖ในครั้งพุทธกาล
สลักธรรม 1
![]()
ปกุธกัจจายนะ
เป็นพวกนัตถิกวาที สอนว่า สิ่งที่เป็นจริงแท้ในโลกนี้มีเพียง ๗ อย่างเท่านั้น คือ ดิน น้ำ ลม ไฟ สุข ทุกข์ และ ชีวะ กรรมดี กรรมชั่ว บุญ บาป นรก สวรรค์ เป็นสิ่งที่ตั้งกันขึ้นเอง ทั้งสิ้น แท้จริง ไม่มี ลัทธินี้ถือว่า การฆ่า ผู้ถูกฆ่า ไม่เป็นบาปกรรมใด ๆ ทั้งสิ้น เช่น เมื่อเราใช้ดาบ ฟันลงไปบนร่างกาย คมดาบจะผ่านแทรกลงไปในระหว่างอนุภาคของสิ่งที่เป็นนิรันดร (ใน ๗ สิ่ง) ซึ่งไม่มีสิ่งใดสามารถทำลายหรือแบ่งแยกได้เท่านั้น จึงเท่ากับไม่มีผลดีผลร้ายอย่างไรเกิดขึ้น
อชิตเกสกัมพล
ถือว่า ธาตุ ๔ คือ ดิน น้ำ ลม ไฟ เท่านั้นที่เป็นของจริง สิ่งอื่นนอกนั้นล้วน เป็นมายา
เกิดจากการรวมตัวของธาตุ ๔ เมื่อธาตุ ๔ สลายตัวแล้ว สิ่งนั้นก็เป็นอันสูญ อชิตเกสกัมพล ปฏิเสธเรื่องความดี ความชั่ว บุญ บาป โดยสิ้นเชิง การให้ทานก็ดี การเซ่นสรวงหรือการบูชายัญก็ดี จะไม่ก่อให้เกิดผลแก่ผู้กระทำในทุกกรณี การให้ทานเป็นการบัญญัติของคนโง่เขลา การสอนว่าการให้ทานจะก่อให้เกิดผลดีแก่ผู้กระทำ การสอนแบบนี้เป็นการสอนที่เหลวไหลไร้สาระ เป็นการหลอกลวงให้ผู้อื่นหลงผิด เป็นการสอนเพื่อประโยชน์ในการเลี้ยงชีพของคนสอนเอง เป็นเรื่อง ของคนฉลาดสอนให้คนโง่ให้ทาน แต่คนฉลาดรับทาน การกระทำใด ๆ ก็ตามไม่มีผล ไม่ว่าจะทำดีหรือทำชั่ว การคาดหวังว่า การกระทำความดี ย่อมจะได้รับผลดี และการคาดหวังว่า การกระทำชั่ว ย่อมจะได้รับผลชั่ว เป็นความคาดหวังที่ว่างเปล่า เป็นการตั้งความหวังอย่าง ลม ๆ แล้ง ๆ ซึ่งไม่มีทางจะสมหวังได้เลย บิดามารดา ไม่มี ผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบไม่มี วิบากกรรม จึงไม่ก่อให้เกิดประโยชน์อันใดทั้งสิ้น ลัทธินี้ถือว่า สุข ทุกข์ เป็นเรื่องของความบังเอิญ ไม่เกี่ยวกับกรรมดี กรรมชั่ว ไม่มีนรก สวรรค์ ไม่มีการหลุดพ้น และไม่มีการเกิดใหม่ ตายแล้วสูญโดย ทรงธรรม [30 มิ.ย. 2547 , 09:26:27 น.] ( IP = 203.144.228.200 : : )
สลักธรรม 2
![]()
นิครนถนาฏบุตร
ในส่วนครูทั้ง ๖นั้นถือได้ว่าคำสอนของนิครณ์ราชบุตรนั้นดีกว่าคนอื่นมีคำสอนหลายอย่างคล้ายคือ
สอนให้แสวงหาความหลุดพ้น จากสภาวะการเวียนว่ายตายเกิด ด้วยการเว้นจากการประพฤติเบียดเบียนชีวิตทุกชนิด ไม่พูดเท็จ ไม่ถือครองทรัพย์สินทั้งหลายทั้งปวง แม้แต่เสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่ม การลักทรัพย์ ให้ประพฤติพรหมจรรย์อย่างเคร่งครัด นิยมการทรมานตนเองให้ ได้รับความลำบากที่เรียกกันว่าอัตตกิลมถานุโยค
ในขั้นสูงสุดก็ยังถือว่ามีอัตตาอยู่ เรียกว่า ชีวาตมัน แต่ที่เหมือนกับพระพุทธศาสนาก็คือ ปฏิเสธการสร้างโลกโดยพระเจ้า และถือหลักอหิงสา คือความไม่เบียดเบียนซึ่งกันและกันอย่างเข้มงวดอุกฤษฏ์มากที่สุด
สัญชัยเวลัฏฐบุตร
เป็นพวกอมราวิกเขปิกวาที (มีวาทะกล่าวถึงสิ่งต่าง ๆ ซัดส่ายไม่ตายตัวลื่นแบบปลาไหล) มีลัทธิคัดค้าน ปฏิเสธทุกทฤษฎี บางครั้งสอนจนฟังไม่รู้เรื่อง คือสอนว่า โลกนี้ก็ไม่ใช่ อย่างนั้นก็ไม่ใช่ อย่างอื่นก็ไม่ใช่ มิใช่มิใช่ก็มิใช่
มีความเห็นว่าไม่ควรเชื่อความคิดเห็นของบุคคลใด ๆ ทั้งสิ้น เพราะความคิดเห็นเป็นสิ่งที่อาจผิดพลาดได้ ผู้อยู่ในลัทธินี้มักจะใช้คำปฏิเสธเหตุผลของผู้อื่นว่า อย่างนั้นก็ไม่ใช่ อย่างโน้นก็ไม่ใช่ จะว่าไม่ใช่อย่างนั้นก็ไม่ใช่ จะว่าไม่ใช่อย่างโน้นก็ไม่ใช่ สรุปความว่าสอนลื่นเหมือนปลาไหลไม่ให้ยอมรับทรรศนะของผู้ใดว่าผิดหรือถูก
โดย ทรงธรรม [30 มิ.ย. 2547 , 10:23:07 น.] ( IP = 203.144.228.200 : : )
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |