มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


สิบนิ้วประฌม..ก้มสู่ทศบารมี






สิบนิ้วประณม...ก้มสู่ทศบารมี

แม้จะระลึกชาติไม่ได้... แต่ก็มีความรู้สึกว่า
ชาตินี้ ข้าพเจ้าโชคดีอย่างที่สุด..
โชคดีที่ได้เกิดในรัศมีพระธรรม..
ได้มีโอกาสพบกับกัลญานมิตรที่ดีในชมรมละกิเลส
ที่สำคัญได้เจอกับพระอาจารย์ที่ประเสริฐ
โดยเฉพาะ “หลวงพ่อเสือ” ผู้ที่ข้าพเจ้ารู้สึกตลอดว่า
ท่านเป็นยิ่งกว่าพระอรหันต์ที่อยู่ในใจทุกเวลา

หลวงพ่อสอนพวกเราหลาย ๆ อย่าง
ซึ่งทุกอย่างถ้าเรานำมาปฏิบัติตามที่ท่านชี้แนะ
ย่อมเกิดผลที่ตนอย่างแน่นอน หลวงพ่อเคยบอกพวกเราว่า

ธรรมะที่เรียนไปแล้วนั้น ถ้าลองนำมาวิจัย..
จะสนุกเพลิดเพลินกันทีเดียวละ.. แล้วข้าพเจ้าก็ได้
ประสบอารมณ์นั้นด้วยตนเอง

ดังเช่นเรื่องที่ข้าพเจ้าจะนำมาเล่าในวันนี้


ข้าพเจ้าได้มีโอกาสสนทนาธรรม กับ คุณอำนวย ห่วงผล
สมาชิกชมรมละกิเลส ท่านเป็นนักวิจัยธรรมะ
ที่น่าสนใจท่านหนึ่ง... ท่านวิบากดี มีเวลาพอ
ที่จะปฏิบัติ และนำธรรมะ ที่ได้เรียนกับหลวงพ่อมานั่งวิจัยในเวลาราชการ ในขณะที่พวกเราทั้งหลายกำลังวุ่นอยู่กับงานทางโลก วันนั้นเราคุยกันในเรื่อง

“ทศบารมี” ที่หลวงพ่อเพิ่งจะสอนไปหมาด ๆ
พร้อมกับให้การบ้านกับพวกเราไปลองทำกัน
(ไม่ทราบว่าท่าน ทั้งหลายกลับไปทำการบ้านกันรึเปล่า ? หรือลืมไปแล้ว เพราะหลวงพ่อท่าน ไม่ได้สั่งตรง ๆ ) .

..วันนั้นหลวงพ่อท่าน บอกพวกเราว่า มือลูกนะเป็นของสูง สามารถยกขึ้นประณมสร้างกุศลได้ นิ้วทั้งสิบ ที่ลูกนำมาจรดกัน... ลูกไล่ไปซิ บารมีทั้งสิบ
ฉะนั้นอย่าเอามือไปทำสกปรก (ทำบาป – อกุศลทั้งปวง)

ทุกวันนี้เรามาเข้าชมรม ฯ เพื่อสร้างความสันทัด
ในการฝึกสติ และพยายามสร้างสม บ่มปัญญา

เพราะเป็นเป้าหมายของพวกเราทุกคน คือ “พระนิพพาน”

ซึ่งหลวงพ่อก็บอกพวกเราว่าผู้ที่จะบรรลุเป็นพระอรหันต์ได้

จะต้องผ่านบารมีทั้ง 10 (เพียงแต่ไม่เสวยชาติเช่น พระพุทธองค์)

ฉะนั้น สิ่งนี้จะต้องเป็นข้อระลึกเตือนใจเราว่า

เราจะต้องสร้างบารมีให้เกิดขึ้นทางใจให้ได้ก่อน

เช่น เวลาที่เราจะสวดมนต์ในทุก ๆ คืน

ก่อนที่จะยกมือขึ้นประณม... ท่านลองซิ... ลองทำ

ตามดู




จังหวะที่ 1 สูดลมหายใจเข้าลึก ๆ
(นึกไปด้วยสูดออกซิเจนกุศล)
พร้อมทำความรู้สึกตัวว่า
ขณะนี้เราพร้อมแล้วที่จะทำกุศล

จังหวะที่ 2 หงายมือทั้งสองลงบนหน้าตัก..
. ตามองไล่ไปทีละนิ้ว พร้อมท่องคาถาว่า
“เต ชะ สุ เน มะ ภู จะ นา วิ เว”

จังหวะที่ 3 ย้อนกลับมาเริ่มต้นใหม่ที่มือขวา
และไล่ลำดับไปทีละนิ้ว พร้อมระลึกนึกถึงการสร้าง
บารมี ทั้ง 10 ชาติของพระพุทธองค์ คือ

นิ้วหัวแม่มือ มือซ้าย เต หมายถึง
พระเตมีย์ ที่ทรงสร้าง เนกขัมมะบารมี

นิ้วชี้ มือซ้าย ชะ หมายถึง
พระมหาชนก ที่ทรงสร้าง วิริยะบารมี

นิ้วกลาง มือซ้าย สุ หมายถึง
พระสุวรรณสาม ที่ทรงสร้าง เมตตาบารมี

นิ้วนาง มือซ้าย เน หมายถึง
พระเนมิราช ที่ทรงสร้าง อธิฐานบารมี

นิ้วก้อย มือซ้าย มะ หมายถึง
พระมโหสถ ที่ทรงสร้าง ปัญญาบารมี

นิ้วก้อย มือขวา ภู หมายถึง
พระภูมิฑัต ที่ทรงสร้าง ศีลบารมี

นิ้วนาง มือขวา จะ หมายถึง
พระจันทกุมาร ที่ทรงสร้าง ขันติบารมี

นิ้วกลาง มือขวา นา หมายถึง
พระพรหมนาถ ที่ทรงสร้าง อุเบกขาบารมี


นิ้วชี้ มือขวา วิ หมายถึง
พระวิทูรบัณฑิต ที่ทรงสร้าง สัจจะบารมี

นิ้วหัวแม่มือ มือขวา เว หมายถึง
พระเวสสันดร ที่ทรงสร้าง ทานบารมี



**ทำให้คล่องท่องให้ขึ้นใจ...แล้วพบกันใหม่ตอนหน้านะค่ะ**

บทความนี้อาจารย์วยุรีสุวรรณอินทร์เป็นผู้

เขียนไว้ค่ะ น้องแก้วนำมาปัดฝุ่น
ให้พี่ไก่ ( มัชฌิมา โคตรภูญาณสกุล)
เป็นผู้มาช่วยพิมพ์ใหม่ค่ะ

สาธุ..ขอจงเป็นพลวะปัจจัยส่งผลให้เราท่าน
ถึงที่สุดแห่งทุกข์ได้โดยไว้นะค่ะ_/¦\_**




โดย ดอกแก้ว - [2 พ.ย. 2544 , 17:01:29 น.] ( IP = 203.170.155.29 : : 203.170.155.29 ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณลบการแจ้งเมื่อมีการตอบกระทู้ไปทางE-mail


  สลักธรรม 1

_/¦\__/¦\_/¦\_สาธุทุกๆท่านค่ะมาต่อกันให้จบดีไหมค่ะ




จังหวะที่ 4 ค่อย ๆ ยกมือทั้งสอนขึ้นประณม

แล้วทำความรู้สึกว่า นิ้วแต่ละนิ้วที่มาจรดกัน

คือ บารมีอะไร.. ข้าพเจ้าเชื่อว่า เมื่อมาถึงจุดนี้..

. คงจะมีหลาย ๆ ท่าน ที่เกิดความรู้สึก

อะไรขึ้นบางอย่าง เช่น รู้สึกอยากจะร้องไห้...

รู้สึกคิดถึงหลวงพ่ออย่างจับใจ รู้สึก ปิติและซาบซึ้ง

ในคำสอนของหลวงพ่อ หรืออาจจะรู้สึกตื้นตัน

และนึกว่า หลวงพ่อของเราท่านช่างประเสริฐและ

วิเศษอย่างที่สุด...

ดั่งที่ข้าพเจ้าเคยรู้สึก จนไม่ทราบว่าจะบรรยาย

ออกมาเป็นคำพูดได้อย่างไร เพราะ




หัวแม่มือที่จรดกัน คือ เนกขัมมะบารมี – ทาน บารมี
ใช่... เนกขัมมะเกิดได้จากแรงผลักดันของทานบารมี

เมื่อเราได้ทำทานมา แน่นอนสร้างเหตุย่อมเกิดผล
ผลของทานทำให้เรามีปัจจัยพร้อม ไม่ต้องดิ้นรนเช่นทุกวันนี้
ปัจจัยที่พร้อมย่อมอุดหนุน และผลักดัน
ให้เราปลีกออกเพื่อเนกขัมมะได้...
เราจะต้องสร้างทางเพื่อเนกขัมมะให้ได้

นิ้วชี้ที่มาจรดกัน คือ วิริยะบารมี – สัจจะบารมี
ใช่... เมื่อชีวิตเรามีความเพียรชอบอันประกอบไปด้วยปัญญา
เราย่อมถึงความจริงอันสุดยอดของชีวิตได้
รู้ว่าภายใต้รูป – นาม ที่เราเพียรกำหนด และระลึกรู้สึกตัวอยู่นั้น
แท้ที่จริงล้วนเป็นอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา

นิ้วกลางที่มาจรดกัน คือ เมตตาบารมี – อุเบกขาบารมี
ใช่... เมตตาความปรารถนาดีที่หลวงพ่อท่านเพียร
พยายามปลูกฝังให้เรามี... เราต้องสร้างให้ได้
สร้างให้ได้เช่นหลวงพ่อ ที่ท่านได้แสดงออก
ไม่เลือกที่รัก มักที่ชัง จะต้อเป็นเมตตาที่มีอุเบกขาประกอบ...


นิ้วนางที่มาจรดกัน คืออธิษฐานบารมี – ขันติบารมี
ใช่...อธิษฐาน หรือการขอให้สำเร็จตามเป้าหมาย..
. การที่จะสำเร็จในกิจการงานได้ เราจะต้องอำทน
ฉะนั้นเราจะต้องสร้างขันติบารมี... อดทนต่ออุปสรรคต่าง ๆ
อันเกิดขึ้นจากวิบาก เพื่อจะบรรลุเป้าหมาย
ในเส้นทางมรรคผลนิพพานให้ได้

นิ้วก้อยที่มาจรดกัน คือ ปัญญาบารมี – ศีลบารมี
ใช่... ปัญญา คือแสงสว่าง ความสว่างที่จะมาทำลาย
ความมืดหรือโมหะที่อยู่ในใจเราได้
ทุกวันนี้เรากำลังสร้างสมปัญญา
ปัญญาจะเกิดขึ้นได้ เราจะต้องรักษาศีล
อย่างน้อยศีล 5 เพราะถ้าเราไม่รักษาศีล
ผลที่ได้รับจากการไม่รักษาศีล
ล้วนเป็นอุปสรรคต่อการแสวงหาปัญญา
ฉะนั้น เราต้องรักษาศีลเพื่อสร้าง
อานิสงค์ที่จะผลักดันให้เกิดปัญญาให้ได้


จังหวะที่ 5 เมื่อทำความรู้สึกในอารมณ์เช่นเสร็จ
... สูดลมหายใจเข้าลึก ๆ พร้อมระลึกนึกถึง
หลวงพ่อเสือ พ่อที่แสนประเสริฐ
ที่ทำให้เราเกิดความรู้สึกเช่นนั้นได้
และตั้งจิตอธิษฐานว่า
“ขอกำลังกุศลที่ลูกได้เพียรกระทำมา
ประกอบกับความเมตตาที่ลูกได้รับจากหลวงพ่อ
จงเป็นกำลังและแรงผลักดันให้ชีวิตของลูก
สามารถสร้างบารมีทั้งสิบให้เกิดขึ้นในชีวิตให้ได้”

จังหวะที่ 6 ก้มกราบ 3 ครั้ง แล้วสวดมนต์
ทำสมาธิ เจริญวิปัสสนาต่อไป ท่านผู้ใดสนใจ
และจะนำไปปฏิบัติ ก็ขออนุโทนาด้วย...
มีความรู้สึกประการใด เกิดอารมณ์ปิติใด
ก็เขียนเล่าสู่กันฟังบ้างนะค่ะ


วยุรี สุวรรณอินทร์.

น้องแก้วขออนุโมทนากับอาจารย์วยุรีอย่างยิ่งค่ะ
และ ให้พี่ไก่ ( มัชฌิมา โคตรภูญาณสกุล)ที่มาช่วยน้องแก้วพิมพ์ค่ะ

_/¦\__/¦\_/¦\_สาธุอนุโมทามิค่ะ




โดย น้องแก้วและพี่ไก่ค่ะ - [2 พ.ย. 2544 , 17:27:44 น.] ( IP = 203.170.155.29 : : 203.170.155.29 )


  สลักธรรม 2





กราบถวายเป็นพระพุทธบูชาค่ะ

โดย น้องแก้วกับพี่ไก่ค่ะ [2 พ.ย. 2544 , 17:30:49 น.] ( IP = 203.170.155.29 : : 203.170.155.29 )


  สลักธรรม 3

สาธุ ขออนุโมทนากับพี่แก้ว พี่วยุรี และพี่ไก่ค่ะ
คืนนี้จะนำไปปฏิบัติค่ะ

อ่านแล้วก็ให้ระลึกถึงหลวงพ่อเสือจริงๆค่ะ คิดถึงมากด้วย น้ำตาไหลเลย พูดไม่ออก บอกไม่ถูกค่ะ ขออนุญาตไปก่อนค่ะ
สาธุอนุโมทนามิค่ะ

ดา
ลูกศิษย์หลวงพ่อเสือค่ะ

โดย น้องดา [2 พ.ย. 2544 , 17:50:08 น.] ( IP = 158.108.12.97 : : )


  สลักธรรม 4

สาธุ ขออนุโมทนากับทุกๆท่านเป็นอย่างยิ่ง
นับเป็นสิ่งที่มีค่ายิ่งที่ได้รับในวันนี้

ขอขอบคุณทุกๆท่านอีกครั้งค่ะ

ปราณี ตีรเศรษฐ

โดย แหยค่ะ [2 พ.ย. 2544 , 18:32:09 น.] ( IP = 10.199.199.95 : : 10.199.199.95 )


  สลักธรรม 5

อนุโมทนากับน้องแก้วและพี่ไก่ค่ะ ที่นำเรื่องดีๆมาทบทวนความทรงจำให้พวกเราอีก ..พี่แป้น

โดย พี่แป้น [2 พ.ย. 2544 , 21:31:25 น.] ( IP = 202.183.157.251 : : 202.183.157.251 )


  สลักธรรม 6



ขออนุโมทนาครับ

โดย เณรชิต [2 พ.ย. 2544 , 22:05:39 น.] ( IP = 203.170.147.50 : : 203.170.147.50 )


  สลักธรรม 7



ขอขอบคุณทุกท่านครับ

โดย เณรชิต [2 พ.ย. 2544 , 22:08:00 น.] ( IP = 203.170.147.50 : : 203.170.147.50 )


  สลักธรรม 8

อ่านแล้วปีติใจมาก นึกถึงความโชคดีที่ได้พบผู้ที่เป็นทั้งครูและพ่อผู้เมตตา ให้แต่สิ่งที่เป็นสาระแก่ชีวิต ลูกจะเดินตามทางที่พ่อชี้นำตลอดไป เพราะมั่นใจในเส้นทาง
ชีวิตลูกยังต้องการมีครูอยู่เสมอค่ะ และจะตั้งใจเรียนรู้และปฏิบัติต่อไปจนกว่าจะถึงวันที่จบการเรียนแล้วโดยสิ้นเชิง

โดย วี [3 พ.ย. 2544 , 20:33:37 น.] ( IP = 203.170.147.49 : : 203.170.147.49 )


  สลักธรรม 9

ขอขอบพระคุณและอนุโมทนากับพี่แก้ว พี่วยุรี พี่ไก่ เป็นอย่างยิ่งค่ะ
ได้อ่านแล้วเกิดความปิติซาบซึ้งใจยิ่งนัก หลวงพ่อท่านช่างเป็นครูที่ประเสริฐและวิเศษที่สุด สิ่งที่ท่านให้ล้วนมีความหมาย..มีค่าควรแก่การจดจำ และนำไปปฏิบัติ
จะพยายามจำให้ขึ้นใจและนำไปปฏิบัติค่ะ

โดย ธัญธร [4 พ.ย. 2544 , 21:21:14 น.] ( IP = 203.155.149.22 : : )


  สลักธรรม 10

ตอนนี้ต้องใช้ความเพียรที่จะต้องจำมากเลยค่ะ เพราะขาดอุปกรณ์ที่จะจดไว้ให้จำ
พกมาแต่ความศรัทธา และสัญญา มาประกอบกับเจตนาที่จะตั้งใจจำ รวมทั้งความตั้งมั่นอันเป็น
เอกัคคตา มาเป็นอุปกรณ์เพื่อที่จะจำและลองไปปฏิบัติตาม ดีมากเลยนะคะ นับได้ว่าเป็นยาวิเศษอันเป็นกุศโลบายในการสร้างกุศลกรรมอันเยี่ยม
แค่คิดเมื่อสักครู่ก็ทำให้รู้สึกว่ามีปัจจัยเข้ามาประกอบจิตอย่างมากเลย อย่างน้องก็มีเหตุปัจจัยฝ่ายกุศล และมีกัมมปัจจัย อันเป็นเจตนาฝ่ายกุศลเกิดขึ้นด้วยค่ะ ขออนุโมทนาค่ะ

โดย อัญชลี ส [5 พ.ย. 2544 , 12:20:17 น.] ( IP = unknown : : unknown )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org