มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


ไม่อยากใช้ยาลดความอ้วน อยากสวยด้วยธรรมะต้องปฏิบัติอย่างไร




เห็นโฆษณาขายยาลดความอ้วนเพิ่มความงาม บอกตรงๆว่ากลัวถูกหลอก อยากได้คำแนะนำจากอาจารย์ทุกท่านที่นี่ว่าจะใช้ธรรมะทำให้สวย ผอมลงได้บ้างไหม

โดย อยากทราบอีกครั้ง [4 ก.ค. 2547 , 09:30:15 น.] ( IP = 169.210.7.237 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ
[ 1 ] [ 2 ]


  สลักธรรม 1

สวัสดีค่ะ
ก็ขอนำรายละเอียดที่อาจารย์บุษกร
ได้เคยลงไว้แล้ว มาให้อ่านค่ะ



ธรรมที่ทำให้สง่าผ่าเผยและทำให้ชีวิตของเราดูดีและดูงาม มี ๒ ชนิด คือ ขันติและโสรัจจะ

ขันติ ได้แก่ ความอดทน

โสรัจจะได้แก่ ความสงบเสงี่ยม



เป็นธรรมที่ประพฤติแล้วทำให้งาม คำว่าทำให้งาม ท่านอธิบายว่า ความงามมี ๒ ประเภท คือ งามภายนอก ๑ และงามภายใน ๑

ความงามแห่งรูปร่างหน้าตาเป็นธรรมดา แต่งมาด้วยเครื่องประดับต่าง ๆ หรือนำสิ่งต่าง ๆ มาประดับเข้าตกแต่งเข้า จัดว่าเป็นความงามภายนอก

ส่วนความงามภายใน ก็คือ งามแห่งจิตใจนั่นเอง คือ ถ้าหากมีอะไรมากระทบกระทั่งก็สามารถทนได้ ไม่แสดงวิการะทางกายและวาจาให้ปรากฏ จัดว่าเป็นความงามภายใน

ในความงาม ๒ ประเภทที่กล่าวถึง ความงามภายในเป็นความงามที่นิยมชมชื่นกันอย่างยิ่ง และเป็นความงามในหลักของพระพุทธศาสนา ส่วนความงามภายนอก พระสัมมาสัมพุทธเจ้าไม่ทรงสรรเสริญ ฉะนั้น ขันติและโสรัจจะจึงเป็นธรรมะซึ่งผู้ใดมีแล้ว จัดว่าทำให้ให้เกิดความงามภายในได้

โดย เซิ่น [4 ก.ค. 2547 , 12:06:05 น.] ( IP = 169.210.39.95 : : )


  สลักธรรม 2

ขันติเป็นอย่างไร ขันติ คือ ความอดทน หรือเรียกว่า กำลังทนทานแห่งใจนั่นเอง มี ๓ ประเภท

๑. อดทนต่อความลำบาก คือ อดทนต่อความทุกขเวทนาอันเกิดขึ้นจากความเจ็บไข้ต่าง ๆ อย่างแรงกล้า ก็ไม่แสดงอาการทุรนทุราย

๒. อดทนต่อความตรากตรำ คือ อดทนต่อความร้อน แสงแดด เหลือบยุงริ้นไร และสัตว์เลื้อยคลาน มีการมุ่งประกอบการงานเป็นใหญ่ ไม่หวั่นกลัวต่อความร้อนความหนาว เป็นต้น

๓. อดทนต่อความเจ็บใจ คือ ความอดทนต่อความหมิ่นประมาทของผู้อื่น มีการกล่าวเสียดสี ก็สามารถทนได้



เราควรมาทำความรู้จักจิต และฝึกจิตด้วยขันติ คือ ควรรู้จักทำให้จิตแช่มชื่นในเมื่อต้องอดทน ต้องมีกริยาสงบเสงี่ยม ความอดทนมีอยู่แล้ว

เราต้องมีใบหน้าที่แช่มชื่นด้วย เรียกว่า มีกริยาสงบเสงี่ยม ความสงบเสงี่ยมนี้เรียกว่า โสรัจจะ

เป็นลักษณะแห่งธรรมข้อหนึ่ง คนที่ถูกหมิ่นประมาท เมื่อได้รับความเจ็บใจ ถึงจะอดทนไม่ไหวก็ไม่แสดงกริยาอาการตอบ แต่บางครั้งก็ยังแสดงอาการวิปริตต่าง ๆ เช่น ไม่เถียงเขาก็จริง ไม่ว่าเขาก็จริง แต่เลือดขึ้นหน้าแดงวูบเช่นนี้เพราะขาดธรรมะคือโสรัจจะ

คนที่ถูกหมิ่นประมาทได้รับความเจ็บใจ อดทนไว้ได้ไม่แสดงกริยาตอบและต้องทำใจให้แช่มชื่น มีหน้าชื่นมีอาการปกติ อันนี้เป็นลักษณะของโสรัจจะ เป็นธรรมที่อุดหนุนขันติให้เต็ม ขันติโสรัจจะเป็นธรรมที่เกื้อกูลกัน

โดย เซิ่น [4 ก.ค. 2547 , 12:12:07 น.] ( IP = 169.210.39.95 : : )


  สลักธรรม 3

คนจะงาม งามน้ำใจ ใช่ใบหน้า

คนจะสวย สวยจรรยา ใช่ตาหวาน

คนจะแก่ แก่ความรู้ ใช่อยู่นาน

คนจะรวย รวยศีลทาน ใช่บ้านโต


โดย เซิ่น [4 ก.ค. 2547 , 12:47:05 น.] ( IP = 169.210.39.95 : : )


  สลักธรรม 4

ขอนำเรื่องย่อๆในมหาวรรคที่ ๕ พระไตรปิฎกเล่มที่ ๒๑ สุตตันตปิฎกที่ ๑๓ อังคุตตรนิกาย จตุกกนิบาต กล่าวไว้ว่า

[๑๙๗] สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ พระวิหารเชตวันอารามของท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐี ใกล้พระนครสาวัตถี ครั้งนั้นแล พระนางมัลลิกาเทวีเสด็จเข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคถึงที่ประทับ ทรงถวายอภิวาทแล้ว ประทับนั่ง ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง ครั้นแล้วได้ทูลถามพระผู้มีพระภาคว่า

ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ อะไรหนอเป็นเหตุเป็นปัจจัยให้มาตุคามบางคนในโลกนี้ มีผิวพรรณทราม รูปชั่ว ไม่น่าดู ยากจนขัดสนทรัพย์สมบัติและต่ำศักดิ์

ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ อะไรหนอเป็นเหตุเป็นปัจจัยให้มาตุคามบางคนในโลกนี้ มีผิวพรรณทราม รูปชั่ว ไม่น่าดู แต่เป็นคนมั่งคั่ง มีทรัพย์มาก มีโภคสมบัติมาก และสูงศักดิ์

ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ อะไรหนอเป็นเหตุเป็นปัจจัยให้มาตุคามบางคนในโลกนี้ มีรูปงาม น่าดู น่าชม ประกอบด้วยความเป็นผู้มีผิวพรรณอันงามยิ่งนัก แต่เป็นคนยากจน ขัดสนทรัพย์สมบัติ และต่ำศักดิ์

ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ อะไรหนอเป็นเหตุเป็นปัจจัยให้มาตุคามบางคนในโลกนี้ มีรูปงาม น่าดู น่าเลื่อมใส ประกอบด้วยความเป็นผู้มีผิวพรรณงามยิ่งนัก ทั้งเป็นผู้มั่งคั่ง มีทรัพย์มาก มีโภคสมบัติมากและสูงศักดิ์ ฯ

โดย TaRa [4 ก.ค. 2547 , 13:15:52 น.] ( IP = 169.210.32.120 : : )


  สลักธรรม 5

พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ดูกรพระนางมัลลิกา มาตุคามบางคนในโลกนี้เป็นผู้มักโกรธ มากไปด้วยความแค้นใจ ถูกว่าแม้เล็กน้อยก็ขัดเคือง ฉุนเฉียวกระฟัดกระเฟียด กระด้างกระเดื่อง แสดงความโกรธความขัดเคืองและความไม่พอใจให้ปรากฏ เป็นผู้ไม่ให้ทาน คือ ข้าว น้ำ ยวดยาน ระเบียบ ของหอม เครื่องลูบไล้ ที่นอน ที่อยู่อาศัย และประทีปโคมไฟ แก่สมณะหรือพราหมณ์ และเป็นผู้มีใจริษยาในลาภ สักการะ ความเคารพ ความนับถือ การไหว้และการบูชาของผู้อื่น เกียดกันตัดรอน ผูกความริษยา

ถ้ามาตุคามนั้นจุติจากอัตภาพนั้นมาสู่ความเป็นอย่างนี้ กลับมาเกิดในชาติใดๆ ย่อมเป็นผู้มีผิวพรรณทรามรูปชั่ว ไม่น่าดู ทั้งเป็นคนยากจน ขัดสนทรัพย์สมบัติและต่ำศักดิ์ ฯ

โดย TaRa [4 ก.ค. 2547 , 13:19:24 น.] ( IP = 169.210.3.221 : : )


  สลักธรรม 6

ดูกรพระนางมัลลิกา มาตุคามบางคนในโลกนี้ เป็นผู้มักโกรธ มากไป
ด้วยความแค้นใจ ถูกว่าแม้เล็กน้อยก็ขัดเคือง ฉุนเฉียว กระฟัดกระเฟียด กระด้างกระเดื่อง แสดงความโกรธความขัดเคือง และความไม่พอใจให้ปรากฏ

แต่เขาเป็นผู้ให้ทาน คือ ข้าว น้ำ ผ้า ยวดยาน ระเบียบ ของหอม เครื่องลูบไล้ ที่นอน ที่อยู่อาศัย และประทีปโคมไฟ แก่สมณะหรือพราหมณ์

และไม่เป็นผู้มีใจริษยาในลาภ สักการะ ความเคารพ ความนับถือ การไหว้และบูชาของผู้อื่น ไม่เกียดกัน ไม่ตัดรอน ไม่ผูกความริษยา

ถ้ามาตุคามนั้นจุติจากอัตภาพนั้นมาสู่ความเป็นอย่างนี้ กลับมาเกิดในชาติใดๆ ย่อมเป็นผู้มีผิวพรรณทราม รูปชั่ว ไม่น่าดู แต่เป็นคนมั่งคั่ง มีทรัพย์มาก มีโภคสมบัติมาก และสูงศักดิ์ ฯ

โดย TaRa [4 ก.ค. 2547 , 13:20:58 น.] ( IP = 169.210.3.221 : : )


  สลักธรรม 7

ดูกรพระนางมัลลิกา มาตุคามบางคนในโลกนี้ ไม่เป็นผู้มักโกรธ ไม่มากไปด้วยความคับแค้นใจ ถูกว่าแม้มากก็ไม่ขัดเคือง ไม่ฉุนเฉียว ไม่กระฟัดกระเฟียด ไม่กระด้างกระเดื่อง ไม่แสดงความโกรธความขัดเคืองและความไม่พอใจให้ปรากฏ

แต่เป็นผู้ไม่ให้ทาน คือ ข้าว น้ำ ผ้า ยวดยาน ระเบียบ ของหอม เครื่องลูบไล้ ที่นอน ที่อยู่อาศัย และประทีปโคมไฟ แก่สมณะ หรือพราหมณ์

และเป็นผู้มีใจริษยาในลาภ สักการะ ความเคารพความนับถือ การไหว้และการบูชาของผู้อื่น เกียดกัน ตัดรอน ผูกความริษยา

ถ้ามาตุคามนั้นจุติจากอัตภาพนั้นแล้ว มาสู่ความเป็นอย่างนี้ กลับมาเกิดในชาติใดๆ ย่อมเป็นผู้มีรูปงาม น่าดู น่าชม ประกอบด้วยความเป็นผู้มีผิวพรรณงามยิ่งนัก แต่เป็นคนเข็ญใจ ยากจน ขัดสนและต่ำศักดิ์ ฯ

โดย TaRa [4 ก.ค. 2547 , 13:22:28 น.] ( IP = 169.210.3.221 : : )


  สลักธรรม 8

ดูกรพระนางมัลลิกา มาตุคามบางคนในโลกนี้ ไม่เป็นผู้มักโกรธ ไม่มากไปด้วยความคับแค้นใจ ถูกว่าแม้มากก็ไม่ขัดเคือง ไม่ฉุนเฉียว ไม่กระฟัดกระเฟียด ไม่กระด้างกระเดื่อง ไม่แสดงความโกรธความขัดเคืองและความไม่พอใจให้ปรากฏ

เป็นผู้ให้ทาน คือ ข้าว น้ำ ผ้า ยวดยาน ระเบียบ ของหอม เครื่องลูบไล้ ที่นอน ที่อยู่อาศัย และประทีปโคมไฟ แก่สมณะหรือพราหมณ์

และถ้ามาตุคามนั้นจุติจากอัตภาพนั้นแล้ว มาสู่ความเป็นอย่างนี้ กลับมาเกิดในชาติใดๆ ย่อมเป็นผู้มีรูปงาม น่าดู น่าชม ประกอบด้วยความเป็นผู้มีผิวพรรณงามยิ่งนัก ทั้งเป็นผู้มั่งคั่ง มีทรัพย์มาก มีโภคสมบัติมากและสูงศักดิ์ ฯ

โดย TaRa [4 ก.ค. 2547 , 13:23:46 น.] ( IP = 169.210.3.221 : : )


  สลักธรรม 9

ดูกรพระนางมัลลิกา นี้แลเป็นเหตุเป็นปัจจัยให้มาตุคามบางคนในโลกนี้ มีผิวพรรณทราม รูปชั่ว ไม่น่าดู ทั้งเป็นคนเข็ญใจ ยากจนขัดสนและต่ำศักดิ์

อนึ่ง นี้เป็นเหตุเป็นปัจจัยให้มาตุคามบางคนในโลกนี้มีผิวพรรณทราม รูปชั่วไม่น่าดู แต่เป็นผู้มั่งคั่ง มีทรัพย์มาก มีโภคสมบัติมาก และสูงศักดิ์

นี้แลเป็นเหตุเป็นปัจจัยให้มาตุคามบางคนในโลกนี้มีรูปงาม น่าดู น่าชม ประกอบด้วยความเป็นผู้มีผิวพรรณงามยิ่งนัก แต่เป็นคนเข็ญใจ ยากจน ขัดสนและต่ำศักดิ์

อนึ่ง นี้เป็นเหตุเป็นปัจจัยมาตุคามให้บางคนในโลกนี้มีรูปงาม น่าดู น่าชม ประกอบด้วยความเป็นผู้มีผิวพรรณงามยิ่งนัก ทั้งเป็นผู้มั่งคั่ง มีทรัพย์มาก มี
โภคสมบัติมากและสูงศักดิ์ ฯ

โดย TaRa [4 ก.ค. 2547 , 13:24:54 น.] ( IP = 169.210.3.221 : : )


  สลักธรรม 10

เมื่อพระผู้มีพระภาคตรัสอย่างนี้แล้ว พระนางมัลลิกาเทวีได้กราบทูลพระผู้มีพระภาคว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ในชาติอื่นชรอยหม่อมฉันจะเป็นผู้มักโกรธ มากไปด้วยความแค้นใจ ถูกว่าแม้เล็กน้อยก็ขัดเคือง ฉุนเฉียว กระฟัดกระเฟียด กระด้างกระเดื่อง แสดงความโกรธความขัดเคืองและความไม่พอใจให้ปรากฏ

ในบัดนี้ หม่อมฉันจึงมีผิวพรรณทราม รูปชั่ว ไม่น่าดูแต่ในชาติอื่น หม่อมฉันคงได้ให้ทาน คือ ข้าว น้ำ ผ้า ยวดยาน ระเบียบของหอม เครื่องลูบไล้ ที่นอน ที่อยู่อาศัย และประทีปโคมไฟ บัดนี้ หม่อมฉันจึงเป็นคนมั่งคั่ง มีทรัพย์มาก มีโภคสมบัติมาก

ในชาติอื่น หม่อมฉันคงจะไม่มีใจริษยาในลาภ สักการะ ความเคารพ ความนับถือ การไหว้และการบูชาของผู้อื่น ไม่เกียดกัน ไม่ตัดรอน ไม่ผูกความริษยา ในบัดนี้ หม่อมฉันจึงมีศักดิ์สูง

ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ก็นางกษัตริย์บ้าง นางพราหมณีบ้าง นางคฤหบดีบ้าง มีอยู่ในราชสกุลนี้ หม่อมฉันได้ดำรงความเป็นใหญ่ยิ่งกว่าหญิงเหล่านั้น

ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ตั้งแต่วันนี้ไป หม่อมฉันจักไม่โกรธ ไม่มากไปด้วยความแค้นใจ ถึงถูกว่ากล่าวมากก็จักไม่ขัดเคือง ไม่ฉุนเฉียว ไม่กระฟัดกระเฟียด ไม่กระด้างกระเดื่อง ไม่แสดงความโกรธความขัดเคืองและความไม่พอใจให้ปรากฏ จักให้ทาน คือ ข้าว น้ำ ผ้า ยวดยาน ระเบียบ ของหอม เครื่องลูบไล้ ที่นอน ที่อยู่อาศัย และประทีปโคมไฟ แก่สมณพราหมณ์ จักไม่มีใจริษยาในลาภ สักการะ ความเคารพ ความนับถือ การไหว้ และบูชาของผู้อื่น จักไม่เกียดกัน ไม่ตัดรอน ไม่ผูกความริษยา

ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญภาษิตของพระองค์แจ่มแจ้งนัก ฯลฯ ขอพระผู้มีพระภาคโปรดทรงจำหม่อมฉันว่า เป็นอุบาสิกา ผู้ถึงสรณะตลอดชีวิต ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ฯ


โดย TaRa [4 ก.ค. 2547 , 13:27:02 น.] ( IP = 169.210.3.221 : : )
[ 1 ] [ 2 ]

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org