| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
การจะบรรลุถึงพระธรรมต้องไม่มีความรักหรือ
มีผู้ชายคนหนึ่งต้องการจะบรรลุพระธรรม จึงไม่สามารถให้ความรักกับผู้หญิงที่รักเค้ามาก ทำไมการปฏิบัตธรรมจึงมีแฟนไม่ได้หรือ
โดย mayuree suk- anan [4 ก.ค. 2547 , 20:24:02 น.] ( IP = 203.146.161.133 : : )
สลักธรรม 1ใครบอกท่านว่ามีความรักมิได้
มีได้..แม้กระทั่งครอบครัวก็มีได้
แต่ความรักนั้นต้องไม่ทุจริต
แม้ความรักจะเป็นส่วนหนึ่งของตัณหา
แต่ก็เป็นตัณหาที่ไม่มีส่วนของความเป็นมิจฉาทิฏฐิ
แต่มีอยู่ช่วงเวลาหนึ่งที่มีไม่ได้
ก็คือในขณะที่ปฏิบัติธรรม
เวลาที่กำลังเจริญภาวนาจะต้องมีความสามัคคีของศีล สมาธิ และปัญญาอยู่พร้อมเพรียง
อารมณ์ของกิเลสกามไม่อาจปรากฏขึ้นได้
โดยทั่วไปแล้วปุถุชนคนธรรมดา
จะเสียเวลาและวุ่นวายพ่ายแพ้แก่อารมณ์แห่งตัณหาเหล่านี้
แล้วก็หมุนไปมาอยู่ในความโกรธเมื่อไม่พอใจ
และความหลงที่ไม่รู้ว่าควรทำอะไรที่ดีกว่า
ดังที่มีปรากฏในพระพุทธภาษิตว่า
ปิยานํ อทสฺสนํ ทุกฺขํ
การพลัดพรากจากสิ่งที่รัก เป็นทุกข์
อปฺปิยานญฺจ ทสฺสนํ ทุกฺขํ
การพบเห็นสิ่งที่ไม่เป็นที่รัก เป็นทุกข์โดย มิตร [4 ก.ค. 2547 , 21:19:26 น.] ( IP = 169.210.32.64 : : )
สลักธรรม 2แต่หากต้องการบรรลุธรรมโดยเร็วแล้ว
ควรที่จะดำเนินชีวิตเยี่ยงภิกษุเพื่อถือธรรมวินัยที่เคร่งครัด
ดังที่มีปรากฏในพระสูตรเรื่องคุหัฏฐกสุตตนิทเทสที่ ๒ ว่าด้วยนรชนเป็นผู้ข้องอยู่ในถ้ำคือกาย
[๓๐] พระผู้มีพระภาคตรัสว่า
นรชนเป็นผู้ข้องอยู่ในถ้ำ เป็นผู้อันกิเลสมากปิดบังไว้แล้ว นรชนเมื่อตั้งอยู่ ก็หยั่งลงในที่หลง นรชนเช่นนั้น ย่อมอยู่ไกลจากวิเวก ก็เพราะกามทั้งหลายในโลก ไม่เป็นของอันนรชนละได้โดยง่าย.
[๓๑] คำว่า นรชนเป็นผู้ข้องอยู่ในถ้ำ เป็นผู้อันกิเลสมากปิดบังไว้แล้วมีความว่า ทรงตรัสคำว่า เป็นผู้ข้องไว้ก่อน. ก็แต่ว่าถ้ำควรกล่าวก่อน กายเรียกว่า ถ้ำ. คำว่า กายก็ดี ถ้ำก็ดี ร่างกายก็ดี ร่างกายของตนก็ดี เรือก็ดี รถก็ดี ธงก็ดี จอมปลวกก็ดี รังก็ดี เมืองก็ดี กระท่อมก็ดี ฝีก็ดี หม้อก็ดี เหล่านี้เป็นชื่อของกาย.
คำว่า เป็นผู้ข้องอยู่ในถ้ำ คือ ข้อง เกี่ยวข้อง ข้องทั่วไป ติดอยู่ พันอยู่ เกี่ยวพันอยู่ในถ้ำ เหมือนสิ่งของที่ข้อง เกี่ยวข้อง ข้องทั่วไป ติดอยู่ พันอยู่ เกี่ยวพันอยู่ที่ตะปู ซึ่งตอกติดไว้ที่ฝา หรือที่ไม้ข้อ ฉะนั้น.
โดย มิตร [4 ก.ค. 2547 , 21:23:08 น.] ( IP = 169.210.32.64 : : )
สลักธรรม 3[๓๒] คำว่า นรชนเมื่อตั้งอยู่ ก็หยั่งลงในที่หลง มีความว่า คำว่า นรชน เมื่อตั้งอยู่ก็เป็นผู้กำหนัด ย่อมตั้งอยู่ด้วยสามารถความกำหนัด เป็นผู้ขัดเคือง ย่อมตั้งอยู่ด้วยความสามารถความขัดเคือง เป็นผู้หลง ย่อมตั้งอยู่ด้วยความสามารถความหลง เป็นผู้ผูกพัน ย่อมตั้งอยู่ด้วยสามารถความถือตัว เป็นผู้ยึดถือ ย่อมตั้งอยู่ด้วยความสามารถความเห็น เป็นผู้ฟุ้งซ่าน ย่อมตั้งอยู่ด้วยสามารถความฟุ้งซ่าน เป็นผู้ไม่แน่นอน ย่อมตั้งอยู่ด้วยสามารถความสงสัย เป็นถึงความมั่นคง ย่อมตั้งอยู่ด้วยสามารถกิเลสที่นอนเนื่อง เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า นรชนเมื่อตั้งอยู่แม้ด้วยประการอย่างนี้
ว่าด้วยวิเวก ๓ อย่าง
นรชนเช่นนั้น ย่อมอยู่ไกลจากวิเวก มีความว่า วิเวก ได้แก่ วิเวก ๓ อย่าง คือ กายวิเวก จิตตวิเวก อุปธิวิเวก.
กายวิเวกเป็นไฉน? ภิกษุในพระธรรมวินัยนี้ ย่อมซ่องเสพเสนาสนะอันสงัด คือป่า โคนต้นไม้ ภูเขา ซอกเขา ถ้ำ ป่าช้า ป่าชัฏ ที่แจ้ง ลอมฟาง และเป็นผู้สงัดด้วยกายอยู่ คือ เดินผู้เดียว ยืนผู้เดียว นั่งผู้เดียว นอนผู้เดียว เข้าบ้านเพื่อบิณฑบาตผู้เดียว กลับผู้เดียว นั่ง
อยู่ในที่เร้นลับผู้เดียว อธิษฐานจงกรมผู้เดียว เป็นผู้เดียว เที่ยว อยู่ เปลี่ยนอริยาบถ ประพฤติรักษาเป็นไป ให้เป็นไป นี้ชื่อว่า กายวิเวก.โดย มิตร [4 ก.ค. 2547 , 21:25:47 น.] ( IP = 169.210.32.64 : : )
สลักธรรม 4จิตตวิเวกเป็นไฉน? ภิกษุผู้บรรลุปฐมฌาน มีจิตสงัดจากนิวรณ์ บรรลุทุติยฌาน มีจิตสงัดจากวิตกและวิจาร บรรลุตติยฌาน มีจิตสงัดจากปีติ บรรลุจตุตตถฌาน มีจิตสงัดจากสุขและทุกข์ บรรลุอากาสานัญจายตนฌาน มีจิตสงัดจากรูปสัญญา ปฏิฆสัญญา นานัตตสัญญา บรรลุวิญญาณัญจายตนฌาน มีจิตสงัดจากอากาสานัญจายตนสัญญา บรรลุอากิญจัญญายตนฌาน มีจิตสงัดจากวิญญาณัญจายตนสัญญา บรรลุเนวสัญญานาสัญญายตนฌาน มีจิตสงัดจากอากิญจัญญายตนสัญญา
(เมื่อภิกษุนั้น) เป็นโสดาบันบุคคล มีจิตสงัดจากสักกายทิฏฐิ วิจิกิจฉา สีลัพพัตตปรามาส ทิฏฐานุสัย วิจิกิจฉานุสัย และจากกิเลสที่ตั้งอยู่ในเหล่าเดียวกันกับสักกายทิฏฐิเป็นต้น
เป็นสกทาคามีบุคคล มีจิตสงัดจากกามราคสังโยชน์ ปฏิฆสังโยชน์ อย่างหยาบ กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย อย่างหยาบ และจากกิเลสที่ตั้งอยู่ในเหล่าเดียวกันกันกามราคสังโยชน์อย่างหยาบเป็นต้นนั้น
เป็นอนาคามีบุคคล มีจิตสงัดจากกามราคสังโยชน์ ปฏิฆสังโยชน์อย่างละเอียด กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย อย่างละเอียด และจากกิเลสที่ตั้งอยู่ในเหล่าเดียวกันกับกามราคสังโยชน์อย่างละเอียดเป็นต้นนั้น
เป็นอรหันตบุคคลมีจิตสงัดจากรูปราคะ อรูปราคะ มานะอุทธัจจะ อวิชชา มานานุสัย ภวราคานุสัย อวิชชานุสัย กิเลสที่ตั้งอยู่ในเหล่าเดียวกันกับรูปราคะเป็นต้นนั้น และจากสังขารนิมิตทั้งปวงในภายนอก นี้ชื่อว่าจิตตวิเวก.โดย มิตร [4 ก.ค. 2547 , 21:27:25 น.] ( IP = 169.210.32.64 : : )
สลักธรรม 5อุปธิวิเวกเป็นไฉน? กิเลสก็ดี ขันธ์ก็ดี อภิสังขารก็ดี เรียกว่าอุปธิ. อมตะ นิพพาน เรียกว่าอุปธิวิเวก ได้แก่ธรรมเป็นที่ระงับสังขารทั้งปวง เป็นที่สละคืนอุปธิทั้งปวง เป็นที่สิ้นตัณหา เป็นที่สำรอก เป็นที่ดับ เป็นที่ออกไปจากตัณหาเป็นเครื่องร้อยรัด นี้ชื่อว่าอุปธิวิเวก.
โดย มิตร [4 ก.ค. 2547 , 21:27:56 น.] ( IP = 169.210.32.64 : : )
สลักธรรม 6ว่าด้วยกาม ๒ อย่าง
คำว่า กามทั้งหลายในโลกไม่เป็นของอันนรชนละได้โดยง่ายมีความว่า (๑) กามได้แก่ วัตถุกาม ๑ กิเลสกาม ๑
วัตถุกามเป็นไฉน? รูป เสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะ อันเป็นที่ชอบใจ วัตถุเป็นที่ตั้งแห่งความกำหนัดอย่างใดอย่างหนึ่ง
กิเลสกามเป็นไฉน? คือ ความพอใจ ความกำหนัด ความพอใจและความกำหนัดความดำริ ความกำหนัดมาก ความดำริและความกำหนัด ความพอใจคือความใคร่ ความกำหนัด คือความใคร่ ความเพลิดเพลินคือความใคร่ ในกามทั้งหลาย ความปรารถนาในกาม ความเสนหาในกาม ความเร่าร้อนในกาม ความหลงในกาม ความติดใจในกาม ห้วงคือกาม ความประกอบในกาม ความยึดถือในกาม เครื่องกั้นกางคือกามฉันทะ ชื่อว่ากาม กามเหล่านี้ เรียกว่า กิเลสกาม.โดย มิตร [4 ก.ค. 2547 , 21:31:19 น.] ( IP = 169.210.32.64 : : )
สลักธรรม 7เพราะเหตุนั้น พระผู้มีพระภาคจึงตรัสว่า นรชนเป็นผู้ข้องอยู่ในถ้ำ เป็นผู้อันกิเลสมากปิดบังไว้แล้ว นรชนเมื่อตั้งอยู่ ก็หยั่งลงในที่หลง นรชนเช่นนั้นย่อมอยู่ไกลจากวิเวก ก็เพราะกามทั้งหลายในโลกไม่เป็นของอันนรชนละได้โดยง่าย
โดย มิตร [4 ก.ค. 2547 , 21:32:54 น.] ( IP = 169.210.32.64 : : )
สลักธรรม 8คนที่เรารักนั่นแหละจะทำให้เราทุกข์ คนที่เรารัก แค่คำนี้ก็หมายถึงการยึดถือ เข้าไปใน 2 สิ่ง คือ เราและคนของเรา ความรู้สึกที่เกิดขึ้นถ้าพูดให้ไพเราะคือความรัก แต่ท่านจะแน่ใจหรือว่าคือรักที่แท้จริง บริสุทธิ์ ใจ ซื่อสัตย์ จริงใจต่อกัน การทรยศต่อคนรัก ทำให้ฝ่ายถูกทอดทิ้งเจ็บปวดเป็นทุกข์ใช่ไหม ถ้าความเปลี่ยนแปลงของสังขาร อันไม่เที่ยงยังทำให้ท่านไม่รู้สึก ถึงความหวั่นไหวที่เกิดขึ้นแน่หรือ หรือว่าแค่ชั่วความรู้สึกที่เข้มข้นในความรักนั้นจะเกิดขึ้นเพียงช่วงเวลาแห่งความน่ารักสวยงามของสังขารยังคงอยู่ แต่เมื่อเวลาเพียงไม่นานผ่านไป การร่วงโรยย่อมทำให้ความรักที่ท่านเข้าใจอ่อนกำลังลง นั่นคือแท้จริงความเข้าใจในตอนแรกเป็นเพียงเพราะกำลังของกิเลสพาไปหรือไม่
ถ้ายังละไม่ได้ก็ยังต้องวนเวียนอยู่อย่างนี้ไปเช่นนั้นเอง
โดย ยามา [5 ก.ค. 2547 , 16:00:17 น.] ( IP = 203.150.210.110 : : )
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |