มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


ตัสโพธิ์ปักขิยธรรม 37




ผมสามเณร สงค์กรานต์ ครูให้การบ้านผมทำไม่ใด้ครับ

โดย สามเณร สงค์กรานต์ ยุทธิจักร์ [6 ก.ค. 2547 , 23:13:21 น.] ( IP = 203.155.139.199 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

โพธิปักขิยธรรม ธรรมอันเป็นฝักฝ่ายแห่งความตรัสรู้, ธรรมที่เกื้อหนุนแก่อริยมรรคมี ๓๗ ประการคือ สติปัฏฐาน ๔ สัมมัปปธาน ๔ อิทธิบาท ๔ อินทรีย์ ๕ พละ ๕ โพชฌงค์ ๗ มรรคมีองค์ ๘

ในจำนวนนี้ “โพชฌงค์ ๗” นับว่ามีความสำคัญอย่างยิ่งเพราะเป็นหัวข้อที่ได้กล่าวถึงองค์ประกอบที่จะนำไปสู่การ(ตรัส)รู้แจ้งเห็นจริงซึ่งได้แก่ สติ ธรรมวิจัย วิริยะ สมาธิ ปิติ อุเบกขา และการสงบนิ่ง (ปัสสัทธิ)

โดย มิตร [7 ก.ค. 2547 , 01:04:02 น.] ( IP = 169.210.32.64 : : )


  สลักธรรม 2

โพธิปักขิยสังคหะ

โพธิ แปลว่า รู้ มีความหมายถึง รู้การทำให้สิ้นอาสวะ คือรู้ อริยสัจจ ๔ และในโพธิปักขิยสังคหะนี้รวมหมายถึง รู้การทำจิตให้สงบ คือ ถึงฌานด้วย

ปักขิยะ แปลว่า ที่เป็นฝ่าย

โพธิปักขิยธรรม จึงมีความหมายว่า ธรรมที่เป็นฝ่ายให้รู้ถึงฌานและให้รู้ถึง มัคคผล เลยแปลกันสั้น ๆ ว่า ธรรมที่เป็นเครื่องให้ตรัสรู้

โพธิปักขิยสังคหะกองที่ ๑ สติปัฏฐาน ๔

สติ คือ ความระลึกรู้อารมณ์ที่เป็นฝ่ายดี ยับยั้งมิให้จิตตกไปในทางชั่ว หรือ ความระลึกได้ที่รู้ทันอารมณ์อันเป็นฝ่ายดี

ปัฏฐาน คือ ความตั้งมั่นอยู่ในอารมณ์

ดังนั้น สติปัฏฐาน ก็คือ ความตั้งมั่นในการระลึกรู้อารมณ์ที่เป็นฝ่ายดี มี ความหมายโดยเฉพาะถึงอารมณ์อันเป็นที่ตั้งมั่นแห่งสติ ๔ ประการคือ กาย เวทนา จิต ธรรม

โดย มิตร [7 ก.ค. 2547 , 01:14:24 น.] ( IP = 169.210.32.64 : : )


  สลักธรรม 3

สติปัฏฐาน มี ๔ ประการ คือ

๑. กายานุปัสสนาสติปัฏฐาน สติตั้งมั่นพิจารณาเนืองๆ ซึ่งกาย คือ รูปขันธ์ หรือรูปธรรม มี ๑๔ ฐาน หรือ ๑๔ บรรพ (บรรพ = ข้อ)

๒. เวทนานุปัสสนาสติปัฏฐาน สติตั้งมั่นพิจารณาเนือง ๆ ซึ่งเวทนา คือ เวทนาขันธ์ มี ๙ ฐาน หรือ ๙ บรรพ

๓. จิตตานุปัสสนาสติปัฏฐาน สติตั้งมั่นพิจารณาเนือง ๆ ซึ่งจิต คือวิญญาณ ขันธ์ มี ๑๖ ฐาน หรือ ๑๖ บรรพ

๔. ธัมมานุปัสสนาสติปัฏฐาน สติตั้งมั่นพิจารณาเนือง ๆ ซึ่งธรรม คือ รูปนามขันธ์ ๕ มี ๕ ฐาน หรือ ๕ บรรพ

รวมเป็น ๔๔ ฐาน หรือ ๔๔ บรรพ นี่เป็นการนับจำนวนโดยพิสดาร

โดย มิตร [7 ก.ค. 2547 , 01:14:58 น.] ( IP = 169.210.32.64 : : )


  สลักธรรม 4

โพธิปักขิยสังคหะกองที่ ๒ สัมมัปปธาน ๔

สมฺมา ปทหนฺติ เอเตนาติ สมฺมปฺปธานานิ ฯ ธรรมที่เป็นความเพียร พยายาม กระทำโดยชอบนั้น ชื่อว่า สัมมัปปธาน

สัมมัปปธาน กล่าวโดยความหมายที่ง่ายแก่การจำก็ว่า ตั้งหน้าทำชอบ คือ เพียรพยายามกระทำการงานที่ชอบธรรม

ความเพียรพยายามทำชอบที่จะจัดว่าถึงสัมมัปปธานนั้น ต้องประกอบด้วย

ก. ต้องเป็นความเพียรพยายามอันยิ่งยวด แม้ว่า เนื้อจะเหือดเลือดจะแห้ง ไป คงเหลือแต่ หนัง เอ็น กระดูกก็ตาม ตราบใดที่ยังไม่บรรลุถึงธรรมอันพึงถึงได้ ก็จะไม่ท้อถอยจากความเพียรนั้นเป็นอันขาด

ข. ต้องเป็นความเพียรพยายามอันยิ่งยวดในธรรม ๔ ประการ จึงจะได้ชื่อว่า ตั้งหน้าทำชอบในโพธิปักขิยธรรมนี้ ธรรม ๔ ประการที่ว่านี้ได้แก่

๑. อุปฺปนฺนานํ ปาปกานํ ปหานาย วายาโม ฯ เพียรพยายามละอกุสลที่ เกิดขึ้นแล้วให้หมดไป

๒. อนุปฺปนฺนานํ ปาปกานํ อนุปฺปาทาย วายาโม ฯ เพียรพยายามไม่ให้ อกุสลธรรมที่ยังไม่เกิด ไม่ให้เกิดขึ้น

๓. อนุปฺปนฺนานํ กุสลานํ อุปฺปาทาย วายาโม ฯ เพียรพยายามให้กุสล ธรรมที่ยังไม่เกิด ให้เกิดขึ้น

๔. อุปฺปนฺนานํ กุสลานํ ภิยฺโย ภาวาย วายาโม ฯ เพียรพยายามให้กุสล ธรรมที่เกิดขึ้นแล้ว ให้เจริญยิ่ง ๆ ขึ้นไป

ด้วยเหตุว่า ต้องเพียรพยายามอย่างยิ่งยวดในธรรม ๔ ประการ จึงได้ชื่อ ว่า สัมมัปปธาน ๔

โดย มิตร [7 ก.ค. 2547 , 01:15:40 น.] ( IP = 169.210.32.64 : : )


  สลักธรรม 5

โพธิปักขิยสังคหะกองที่ ๓ อิทธิบาท ๔

อิทฺธิยา ปาโทติ อิทฺธิปาโท ฯ ธรรมที่เป็นเหตุให้ถึงซึ่งความสัมฤทธิผลนั้น ชื่อว่า อิทธิบาท

คำว่า สัมฤทธิผล ในที่นี้หมายถึง ความสำเร็จ คือ บรรลุถึงกุสลญาณจิต และมัคคจิต

ฉนฺโท เอว อิทฺธิปาโทติ ฉนฺทิทฺธิปาโท ฯ ฉันทะเป็นเหตุให้ถึง สัมฤทธิผล ได้ชื่อว่า ฉันทิทธิบาท

วิริโย เอว อิทฺธิปาโทติ วิริยิทฺธิปาโท ฯ วิริยะเป็นเหตุให้ถึง สัมฤทธิผล ได้ชื่อว่า วิริยิทธิบาท

จิตฺตญฺเญว อิทฺธิปาโทติ จิตฺติทฺธิปาโท ฯ จิต เป็นเหตุให้ถึง สัมฤทธิผล ได้ชื่อว่า จิตติทธิบาท

วิมํสา เอว อิทฺธิปาโทติ วิมํสิทฺธิปาโท ฯ วิมังสา คือ ปัญญา เป็นเหตุให้ถึง สัมฤทธิผล ได้ชื่อว่า วิมังสิทธิบาท

โดย มิตร [7 ก.ค. 2547 , 01:16:19 น.] ( IP = 169.210.32.64 : : )


  สลักธรรม 6

โพธิปักขิยสังคหะกองที่ ๔ อินทรีย ๕
อินทรียในโพธิปักขิยสังคหะนี้ เป็นความเป็นใหญ่ หรือ ความเป็นผู้ ปกครองในสภาวธรรมที่เป็นฝ่ายดี และเฉพาะฝ่ายดีที่จะให้รู้ให้ถึงซึ่งฌานธรรมและ อริยสัจจธรรม ดังนั้น อินทรียในโพธิปักขิยสังคหะนี้จึงมีเพียง ๕ ประการ เรียกว่า อินทรีย ๕ คือ

๑. สัทธินทรีย เป็นใหญ่ในการยังความสัทธาปสาทในอารมณ์ ที่เป็นฝ่ายดี
๒. วิริยินทรีย เป็นใหญ่ในการยังความเพียรพยายามอย่างยิ่งยวด ซึ่งต้องเป็น ความเพียรที่บริบูรณ์ด้วยองค์ทั้ง ๔ แห่งสัมมัปปธาน
๓. สตินทรีย เป็นใหญ่ในการระลึกรู้อารมณ์อันเกิดมาจากสติปัฏฐาน ๔ องค์ธรรม
๔. สมาธินทรีย เป็นใหญ่ในการทำจิตให้เป็นสมาธิ ตั้งใจมั่นอยู่ในอารมณ์ กัมมัฏฐาน
๕. ปัญญินทรีย เป็นใหญ่ในการให้รู้เห็น รูป นาม ขันธ์ อายตนะ ธาตุ ว่า เต็มไปด้วยทุกข์โทษภัย เป็นวัฏฏทุกข์

โดย มิตร [7 ก.ค. 2547 , 01:18:29 น.] ( IP = 169.210.32.64 : : )


  สลักธรรม 7

โพธิปักขิยสังคหะกองที่ ๕ พละ ๕

พละในโพธิปักขิยสังคหะนี้ หมายเฉพาะกุสลพละ ซึ่งมีลักษณะ ๒ ประการ คืออดทนไม่หวั่นไหวประการหนึ่ง และย่ำยีธรรมที่เป็นข้าศึกอีกประการหนึ่ง ดังนั้น พละในโพธิปักขิยธรรม จึงมีเพียง ๕ ประการ คือ

๑. สัทธาพละ ความเชื่อถือเลื่อมใส เป็นกำลังทำให้อดทนไม่หวั่นไหว และ ย่ำยีตัณหาอันเป็นข้าศึก
๒. วิริยพละ ความเพียรพยายามอย่างยิ่งยวด เป็นกำลังทำให้อดทนไม่หวั่น ไหว และย่ำยีโกสัชชะ คือความเกียจคร้านอันเป็นข้าศึก
๓. สติพละ ความระลึกได้ในอารมณ์สติปัฏฐานเป็นกำลัง ทำให้อดทนไม่ หวั่นไหว และย่ำยี มุฏฐสติ คือ ความพลั้งเผลอหลงลืม อันเป็นข้าศึก
๔. สมาธิพละ ความตั้งใจมั่นอยู่ในอารมณ์กัมมัฏฐาน เป็นกำลังให้อดทน ไม่หวั่นไหว และย่ำยี วิกเขปะ คือ ความฟุ้งซ่าน อันเป็นข้าศึก

โดย มิตร [7 ก.ค. 2547 , 01:19:37 น.] ( IP = 169.210.32.64 : : )


  สลักธรรม 8

๕. ปัญญาพละ ความรอบรู้เหตุผลตามความเป็นจริง เป็นกำลัง ทำให้อดทน ไม่หวั่นไหว และย่ำยี สัมโมหะ คือความมืดมน หลงงมงาย อันเป็นข้าศึก

โดย มิตร [7 ก.ค. 2547 , 01:20:02 น.] ( IP = 169.210.32.64 : : )


  สลักธรรม 9

โพธิปักขิยสังคหะกองที่ ๖ โพชฌงค์

โพธิยาองฺโค โพชฺฌงฺโค ฯ องค์ที่เป็นเครื่องให้ตรัสรู้ (อริยสัจจ ๔) นั้นชื่อ ว่า โพชฌงค์

โพธิ เป็นตัวรู้ โพชฌงค์ เป็นส่วนที่ให้เกิดตัวรู้

สิ่งที่รู้อริยสัจจ ๔ นั้นคือ มัคคจิต สิ่งที่เป็นผลแห่งการรู้อริยสัจจ ๔ นั้นคือ ผลจิต

องค์ที่เป็นเครื่องให้รู้อริยสัจจ ๔ ที่มีชื่อว่า โพชฌงค์นี้มี ๗ ประการ คือ

๑. สติสัมโพชฌงค์

๒. ธัมมวิจยสัมโพชฌงค์

๓. วิริยสัมโพชฌงค์

๔. ปิติสัมโพชฌงค์

๕. ปัสสัทธิสัมโพชฌงค์

๖. สมาธิสัมโพชฌงค์

๗. อุเบกขาสัมโพชฌงค์

โดย มิตร [7 ก.ค. 2547 , 01:20:32 น.] ( IP = 169.210.32.64 : : )


  สลักธรรม 10

๑. สัมมาทิฏฐิ เห็นชอบ คือเห็นรูปนามโดยความเป็นอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา

๒. สัมมาสังกัปปะ คิดชอบ คือ คิดให้พ้นทุกข์ เพราะเห็นอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา

๓. สัมมาวาจา พูดชอบ คือ พูดโดยมีสติ ไม่เผลอพูดชั่ว เพราะการพูดชั่ว จะไม่พ้นทุกข์

๔. สัมมากัมมันตะ ทำชอบ คือ ทำด้วยความมีสติ ไม่เผลอทำชั่ว เพราะ การทำชั่วจะไม่พ้นทุกข์

๕. สัมมาอาชีวะ เลี้ยงชีพชอบ คือ มีความเป็นอยู่โดยชอบ โดยมีสติไม่เผลอ ให้ดำรงชีพอยู่โดยความชั่ว เพราะมีความเป็นอยู่ชั่ว จะไม่พ้นทุกข์

๖. สัมมาวายามะ เพียรชอบ คือ พยายามไม่นึกถึงความชั่ว พยายามไม่ทำ ความชั่ว พยายามทำชอบ พยายามทำให้เจริญยิ่ง ๆ ขึ้นไป เพราะพยายามเช่นนี้ จึงจะพ้นทุกข์

๗. สัมมาสติ ระลึกชอบ คือ ระลึกถึงเฉพาะรูปนามที่มีความเป็น อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา ระลึกเช่นนี้ โลภ โกรธ หลง จึงจะไม่เกิดขึ้นได้ เพราะถ้าโลภ โกรธ หลง ยังเกิดมีอยู่ ก็จะไม่พ้นทุกข์

๘. สัมมาสมาธิ ตั้งใจมั่นโดยชอบ คือ ให้แน่วแน่ในสติปัฏฐาน ในอันที่จะ พ้นทุกข์

ดังนี้จะเห็นได้ว่า มัคคมีองค์ ๘ นี้ย่อมเกี่ยวเนื่องกัน ต้องอาศัยซึ่งกันและกัน อย่างพรักพร้อม จึงจะสำเร็จกิจให้พ้นทุกข์ได้

โดย มิตร [7 ก.ค. 2547 , 01:25:06 น.] ( IP = 169.210.32.64 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org