มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


รำลึก..นึกถึงวันกลับจากพุทธสถาน




พุทธสถาน

ย้อนไปเมื่อพุทธกาล ในขณะที่วันประสูติ
เมื่อพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ได้หยั่งลงมาจากครรภ์
พระมารดาแล้ว..เสด็จเดินไปถึง 7 ก้าว
ซึ่งมีดอกบัวบานรองรับพระบาทนั้น
พระองค์ทรงเปล่งอุทานในขณะพระดำเนินนั้นว่า

“อัคโค อุตะมัสสิ โรกะสะ
เสฏโฐ เชฏโฐ อมะสะมิ
อยะมันติ มาชาติ
นัตถิถามิ ปุณณะภโว”


ซึ่งนับเป็นความอัศจรรย์อย่างมาก
เพราะไม่มีใครเลยสักคนในโลกนี้
จะมีความสามารถพูดเมื่อแรกคลอด
อย่างพระองค์ท่าน ที่เป็นพุทธวิสัย
พระองค์ประกาศว่า
เราเป็นเลิศที่สุด ประเสริฐที่สุด
และ เป็นยอดที่สุดในโลก
การเกิดของเรานั้นเป็นชาติสุดท้าย
และเมื่อพระองค์ได้ย่างพระบาท
พร้อมเปล่งพระวาจาไปได้เจ็ดก้าว
แล้วพระองค์ก็มิได้ทรงพูดอะไรอีกเลย
ก็ทรงเจริญเติบโตเป็นธรรมดา ซึ่งต้องหัดพูด
รับประทานอาหาร นมเนย เป็นปกติ

ที่พระองค์ทรงตรัสนั้นมีความหมาย
ซึ่งพระองค์ ก็ได้เป็นเลิศในโลกจริง
ดังที่ทรงตรัส
เมื่อพระองค์
มีพระชนมมายุได้ 35 พรรษา
พระองค์ทรงกระทำความสมบูรณ์ถึงที่สุด
ซึ่งจะขอยก โพชชงค์ทั้ง 7 ประการ
ดั่งที่พระองค์ทรงพระราชดำเนินถึง 7 ก้าว
มาเป็นหลักที่เราทุก ๆ คนควรจะต้องศึกษา
เพราะโพชชงค์ทั้ง 7 ซึ่งเป็นองค์แห่งทางตรัสรู้แล้ว
ยังเป็นธรรมะที่อัศจรรย์ เพราะยังเป็นยา
แก้เจ็บป่วยได้ ต่ออายุได้ซึ่งตามพระประวัติ
ท่านพระมหากัสสปะท่านอาพาตอย่างหนักครั้น
ได้ฟังสวดโพชชงค์ 7 แล้วก็หายจากการอาพาต

แม้แต่องค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า
ครั้งที่พระองค์ทรงอาพาตก็ทรงสั่งให้
พระมหาจุนทะ มาแสดงโพชชงค์ แล้ว
พระองค์หายจากการอาพาต ก็นับได้ว่า
พระคาถาโพชชงค์นั้นมีคุณเอนกอนัตตน์
ในบทสวดที่เรียกว่า โพชชฌังคะปะริตตัง
ที่ขึ้นว่า โพชฌังโค สะติสังขาโต
ธัมมานัง วิจะโย ตะถา
วิริยัมปิติปัสสทธิ
โพชฌังคา จะ ตะถาปะเร (เป็นต้น)

ในคนโบราณ เวลาที่มีคนป่วยเจ็บ
อาการไม่ค่อยสู้ดีมักนิยมนิมนต์พระ
มาสวด 3 พราน ๆ คืออะไร ?
1. พระมหากัสสปะ
2. พระโมคคัลลานะ ท่านทั้ง 2 สวดก็หาย
3. พระมหาจุนทะ เป็นผู้แสดงให้พระองค์หาย

ที่อินเดีย เป็นที่ทำสังเวคนั้น
มีสถานที่ทำให้นึกได้ถึง 4 ที่คือ

1.ย่อน้ำที่ไม่มีคนกิน
2.เนินดินที่ไม่มีคนข้าม
3.ไม้งามที่ไม่มีคนหัก
4.เสาหลักที่ไม่วันล้ม

1.. ก็คือบ่อที่พระเทวฑัตตกลงไป
เป็นบ่อที่เกิดจากความอิจฉาริษยา
พระพุทธเจ้าในที่สุดความอิจฉาริษยา
ก็กลายเป็นบ่อที่ไม่สามารถจะรองรับความชั่วได้
ธรณีก็แยกออก สูบพระเทวฑัตไป
เพราะความเลวที่เกิดจากความอิจฉาริษยา
แผ่นดินแยก เป็นบ่อน้ำที่ไม่มีใครกิน
ตกนรกหมกไหม้
ความอิจฉาริษยานั้นกินไม่ได้
ใครก็ใครเสพไปแล้วจะลงถึงความย่อยยับไป

2.เป็นดินที่ไม่มีคนข้าม
เป็นเนินดินที่ถวายพระเพลิง
พระพุทธเจ้า เกรงว่าคนจะไม่รู้ว่าเป็นอะไร
จึงก่อมูลดินเอา..ไว้และไม่มีคนข้าม
เป็นเนินที่เผาพระพุทธเจ้า
ใครข้ามก็จะถูกประนามแน่
“ก็คือประโยชน์นั่งเอง” เป็นเหตู


เพราะผู้ที่ได้รับประโยชน์
ย่อมกราบไหว้ผู้ให้ประโยชน์
พระองค์ให้ประโยชน์ 3 ประการ
ให้ประโยชน์แก่โลก
,ประโยชน์ญาติ ,
ประโยชน์ในฐานะเป็นพระพุทธเจ้า

คือให้ปัญญานั่นเองเมื่อเป็นเช่นนี้
ไม่ว่าจะอยู่ตรงไหนดับตรงไหน
ก็ยังไม่มีใครข้าม แม้นแต่รอยพระบาทที่มีทั่ว ๆ ไป
ที่สระบุรี คนก็แห่ร้องไปกราบไปไหว้กัน

“เกิดมาดีเพราะมีบุญ อยู่ดีอย่างมีคุณ”
คือมีคุณสมบัติ คุณประโยชน์ คุณธรรม
ถ้ามีคุณอยู่ทั้ง 3 แล้ว จะมีคนกราบไหว้ กระดูกก็เอามาบูชา

4. 4.ไม้งามที่ไม่มีคนหัก ซึ่งจริง ๆแล้วขึ้นชื่อว่าไม้งามนั้น
ใคร ๆ ก็อยากตัดอยากหักกัน แต่มีต้นไม้อยู่ต้นหนึ่ง
ซึ่งไม่มีใครอยากหักอยากราญ คือ ต้นโพธิ์
ซึ่งเป็นที่ตรัสรู้ของพระองค์ก็เลยเป็นต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์
จนทุกวันนี้
ยกตัวอย่างเช่นพวกแขกก็ขายใบโพธิ์
เปลือกโพธิ์กันจนร่ำรวยเห็นที่อาศัยเลี้ยงชีวิต
กันทำจนทุกวันนี้
ทำไมจะไม่ศักดิ์สิทธิ์
ก็ดูอย่างพระเทวฑัต เดีรถีย์นิคน
..แม้นแต่ครูทั้ง 6 ก็ยกกันมาเพื่อทลาย
หักล้างพระองค์แต่พระองค์
เอาปัญญามาสู้ ไม่มีใครหักล้างได้
ซึ่งเหมือนดั่งต้นโพธิ์
เมล็ดเมื่อร่วงก็ทำให้เกิดต้นเล็กต้นน้อยได้
ยิ่งมีคนพากันไปเขย่าต้นโพธิ์
ยิ่งเขย่าก็ยิ่งร่วงพรั่งพรู
เหมือนกับพระปัญญาของพระองค์
เมื่อร่วงแล้วงอกงาม
เช่น นกมันกินเมล็ดโพธิ์แล้วก็ถ่าย
โพธิ์ก็ไปแพร่พันธ์ต่อได้ทั่วไปทั้งโลก
ทั้งที่สูงก็มี บนหลังคา โบถส์วิหารก็ยังงอกยิ่ง
คนตัดจะโคลนจะกลืนจะกินนั้นยังกลาย
เป็นการเพาะพันธ์ – แพร่พันธ์ ของคนมีปัญญา

เพราะคนมีปัญญานั้นใครจะโคลนไม่ได้
กลืนกินไม่ได้ ยิ่งหักยิ่งโคลน – ยิ่งงอกยิ่งงาม
ยิ่งกลืนยิ่งกิน-ยิ่งแพร่กระจาย
เพราะฉะนั้นจะงอกงามแพร่กระจาย
เหมือนพระปัญญา
ในที่สุดแม้นกกาที่ถ่ายไว้
ยังต้องมาอาศัยต้นโพธิ์

ฉะนั้นเรื่องปัญญาต้องควรศึกษา
ปัญญาทำให้เจริญ
ใครก็โคนก็หักไม่ได้
ต้องกลับมาอาศัยในที่สุด

5.เสาหลักทีไม่มีวันล้ม ก็คือ
ที่ที่พระพุทธเจ้าประสูติ
เป็นเสาศิลาไว้สูง ๆ
เท่านั้น พระเจ้าอโศกท่านทำไว้
มีคนมากมายพากันไปกราบไปบูชา
เสาหลักนั้นก็คือ พระพุทธเจ้าเป็นเอก
หนึ่งเดียวเท่านั้นในโลก
ท่านมี”สัจจะ” นั่นเองพระองค์ตรัสอะไร
ก็เป็นความจริงหมด ไม่จริงไม่มี
เช่น เกิดต้องตายทุกคน
คำพูดของพระองค์มีแต่สัจจะ
คือความจริงที่มั่นคงถาวรมา 2500 กว่าปีมาแล้ว
ก็ยังคงเป็นสัจจะความจริงอยู่
แม้นในอดีตบิดาของพระเทวฑัต
พระองค์ก็ทรงเตือน
ทรงห้ามว่าให้หยุดแกล้งพระอรหันต์
มิฉะนั้นจะถูกธรณีสูบภายใน 7 วัน
พระเจ้าสุปะพุทธะก็พยายามทำลาย
พระพุทธเจ้าให้ขายหน้าทำให้คำพูดของ
พระพุทธเจ้านั้นว่า ไม่จริง
ให้ได้แล้วก็พยายามขึ้นไปอยู่ปราสาทชั้นที่ 7
ให้มีคนเฝ้าแม้เมื่อจะลงมาก็สั่งให้ว่า
ห้ามเปิดกุญแจเปิดประตู เพื่อต้องการ
ให้คำพูดพระพุทธเจ้าไม่จริง
พอถึงวันที่ 7 ก็ไม่มีอะไร เช้า – สาย- บ่าย – เย็น
ก็แล้วก็ยังไม่มีอะไรเกิดขึ้น
เหลืออีไม่กี่ชั่วโมงแล้ว ก็จะไปประจาน..ว่า
คำตรัสของพระพุทธเจ้านั้นไม่จริง
คือ ไม่เป็นสัจจะนั้นเอง
พอสักพักก็ได้ยินเสียงม้าร้อง
ม้าตัวโปรดนั่นเอง (ม้าบังคล) มันร้องไม่หยุด
ก็เลยตะโกนลงมาให้ช่วยดูม้าว่า
มันร้องทำไม ก็ไม่มีใครได้ยินเสียง
ก็เลยนึกโกรธว่าไม่มีใครเปิด
ก็โมโหก็บอกตะคอกว่าเราเป็นเจ้าขอให้เปิด
พวกทหารยามก็เปิด จนถึงประตูสุดท้าย
ยามก็ไม่เปิด ก็ถามว่าทำไมไม่เปิด
ก็ตอบว่าก็พระองค์ทรงสั่งไว้ไม่ให้เปิด
ก็โกรธจัดก็เลยตบหน้านายทหาร
นายทหารก็ลุอำนาจโกรธจัดก็จับ
พระเจ้าสุปะพุทธ กระแทก
แล้วก็จับโยนไปนอกปราสาท
พอร่างกระทบพื้นแล้วแผ่นดินก็แยกออก
ธรณีก็เลยสูบตามที่พระพุทธเจ้าตรัสไว้
ดั่งนั้นจะเห็นได้ว่า “สัจจะ”
นั้นไม่มีอะไร ๆ มาทำลายได้
พระองค์กล่าวแต่วาจาที่เป็นสัจจะทั้งสิ้น

ดั่งนั้นคำว่า สัจจะนั้นมีค่า
และจริงก็ต้องให้ได้ 3 ส่วน คือ
ทำจริง เ สัจจะกิริยา
พูดจริง เ สัจจะวาจา
ตั้งใจจริง เ สัจจะอธิฐาน

เมื่อทำได้ไม่มีลืม ดังนั้นพระพุทธพจน์
ไม่มีใครทำลายได้เพราะ เป็นสัจจะธรรม
ดังนั้น การสั่งสมปัญญาเป็นเรื่องที่ควรกระทำ
ส่วนตัว..ใครทำใครได้..
แต่การ ส่งเสริมเป็นหน้าที่
ของบัณฑิต ของพระ ของครู
เมื่อมีการสั่งสมและได้รับความส่งเสริม
มีสติปัญญาจะได้มีความเจริญ
ชีวิตจะได้ไม่หนัก
ไม่หน่วงเป็นความสบาย

1. พิจารณากิเลส ความอิจฉาริษยา
นั่นจะเป็นเหมือนบ่อน้ำที่ไม่มีใครกิน
2. ให้ตั้งใจบำเพ็ญประโยชน์
อย่าเบื่อหน่ายให้ถือว่าเรามีโอกาส
3. สั่งสมปัญญาไว้ เพราะปัญญาเป็นอาวุธ
ปัญญาสามารถแก้ไขสถานการณ์
4. เป็นคนตั้งอยู่ในสัจจะ ทำจริง – พูดจริง – ทำจริง 1. กำจัดความอิจฉาริษยา เ
เป็นบ่อน้ำที่ไม่มีคนกิน
2. บำเพ็ญประโยชน์ เ
เป็นเนินดิน ที่ไม่มีคนข้าม
3. สะสมปัญญา เ
เป็นไม้งาม ที่ไม่มีใครหัก
4. สัจจะ เ
เป็นเสาหลัก ที่ไม่มีวันล้ม


เทพธรรมนำเสนอด้วยความปรารถนาดียิ่ง

โดย เทพธรรม [4 พ.ย. 2544 , 07:22:14 น.] ( IP = 203.170.154.79 : : 203.170.154.79 ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

อ่านแล้วระลึกถึงวันนี้เมื่อปีที่แล้ว ที่พวกเราเพิ่งกลับจากดินแดนพุทธสถาน ด้วยความปีติและอิ่มเอิบใจ
สิ่งที่ได้อ่านให้ประโยชน์มากค่ะ และทำให้เกิดความมุ่งมั่นในการทำความดีให้จริงๆจังๆ
คือ พูดจริง ทำจริง และตั้งใจจริง
กราบขอบพระคุณท่านเทพธรรมค่ะ

โดย ทวีพร [4 พ.ย. 2544 , 09:24:01 น.] ( IP = 202.183.157.249 : : 202.183.157.249 )


  สลักธรรม 2

ยิ่งกว่าคำกล่าวว่าขอบพระคุณคุณครู
เพราะว่า สิ่งที่คุณครูมอบให้นั้นยิ่งกว่าฟ้า ยิ่งกว่ามหาสมุทร
แต่สิ่งที่คุณครูให้นั้นเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง และยังเปลี่ยนชีวิตของพวกเราจากก้อนดินสู่ดวงดาวจริงๆ
ขอจดจำ และไม่ลืม.....พระคุณอันยิ่งใหญ่ของคุณครูค่ะ
ขอน้อมเศียรกราบวันทาครูทุกท่านด้วยความเคารพและบูชายิ่ง

โดย อัญชลี ส [5 พ.ย. 2544 , 11:39:52 น.] ( IP = unknown : : unknown )


  สลักธรรม 3

ปัญญาดังอาวุธ
ไม่ยั้งหยุดรุดสะสม
โอกาสมาพาระดม
ดับกิเลสเหตุร้อนรน..


โดย ดอกสารภี [5 พ.ย. 2544 , 17:50:44 น.] ( IP = 202.28.25.183 : : 202.28.25.183 )


  สลักธรรม 4

ขอน้อมรับความปรารถนาดีของอาจารย์ด้วยความปีติยิ่ง
และกราบขอบพระคุณอาจารย์ด้วยความเคารพยิ่ง ที่กรุณาหาสาระความรู้มาให้ศิษย์ได้ทราบอยู่ตลอดเวลา
นอกจากได้รับความรู้แล้ว ยังได้รับประโยชน์อย่างยิ่งที่สามารถนำไปประพฤติปฏิบัติได้อีกด้วย
ยิ่งกว่านั้นเป็นการเพิ่มศรัทธาในการมุ่งมั่นทำความดีและรักษาพระพุทธศาสนาไว้

อาจารย์ค่ะรักษาสุขภาพด้วยนะค่ะ


กราบขอบพระคุณอาจารย์เทพธรรมอย่างสูงค่ะ

ดา

โดย ธัญนันทน์ [5 พ.ย. 2544 , 18:37:38 น.] ( IP = 158.108.12.120 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org