| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
มาแล้วๆโปร์แกรมฝึกสมองลองวิทยายุทธ
[ 1 ] [ 2 ]
สลักธรรม 1สังโยชนเป็นอกุศลสังคหะกองที่ ๘ ซึ่งมีอยู่สองนัย คือนัยพระสูตร กับนัยพระอภิธรรม
สังโยชนตามนัยแห่งพระสูตร คือ ๑.กามราคสังโยชน ๒.รูปราคสังโยชน ๓.อรูปราคสังโยชน ๔.ปฏิฆสังโยชน ๕.มานสังโยชน ๖.ทิฏฐิสังโยชน ๗.สีลัพพตปรามาสสังโยชน ๘.วิจิกิจฉาสังโยชน ๙.อุทธัจจสังโยชน ๑๐.อวิชชาสังโยชน
สังโยชนตามนัยแห่งพระอภิธรรม คือ ๑. กามราคสังโยชน ๒. ภวราคสังโยชน ๓. ปฏิฆสังโยชน ๔. มานสังโยชน ๕. ทิฏฐิสังโยชน ๖. สีลัพพตปรามาสสังโยชน ๗. วิจิกิจฉาสังโยชน ๘. อิสสาสังโยชน ๙. มัจฉริยสังโยชน ๑๐. อวิชชาสังโยชน
และทั้งสองนัยดังกล่าวนั้น ยังมีการแบ่งเป็นอีกสองจำพวกคือ โอรัมภาคียสังโยชน์ กับ อุทธัมภาคียสังโยชน์
โอรัมภาคิยสังโยชน หมายความว่า สังโยชนอันเป็นกิเลสธรรมมีส่วนในเบื้องต่ำ
อุทธังภาคิยสังโยชน หมายความว่า สังโยชนอันเป็นกิเลสธรรมมีส่วนในเบื้องสูง
โดย น้องกิ๊ฟ [9 ก.ค. 2547 , 20:29:11 น.] ( IP = 169.210.1.235 : : )
สลักธรรม 2ตามนัยแห่งพระอภิธรรม
โอรัมภาคิยสังโยชน ๗ คือ กามราคสังโยชน ปฏิฆสังโยชน ทิฏฐิสังโยชน สีลัพพตปรามาสสังโยชน วิจิกิจฉาสังโยชน อิสสาสังโยชน มัจฉริยสังโยชน
อุทธังภาคิยสังโยชน ๓ คือ ภวราคสังโยชน มานสังโยชน อวิชชาสังโยชน
ตามนัยแห่งพระสูตร
โอรัมภาคิยสังโยชน ๕ คือ กามราคสังโยชนรูปราคสังโยชนปฏิฆสังโยชน ทิฏฐิสังโยชน สีลัพพตปรามาสสังโยชน วิจิกิจฉาสังโยชน
อุทธังภาคิยสังโยชน ๕ คือ รูปราคสังโยชน อรูปราคสังโยชน มานสังโยชน อุทธัจจสังโยชน อวิชชาสังโยชนโดย น้องกิ๊ฟ [9 ก.ค. 2547 , 20:54:56 น.] ( IP = 169.210.1.235 : : )
สลักธรรม 3ฌานอันเป็นโลกุตตรนั้น มีอรรถว่าอย่างไร?
ภาษาบาลีไม่ทราบค่ะ ทราบแต่ภาษาไทยว่า ฌานที่มีวิปัสสนาปัญญาเป็นเครื่องคุ้มครอง เรียกว่าโลกุตตรฌาน
และก็พบแต่คำว่า ปทกชฺฌานนฺติ มคฺคสฺส อาสนฺนวุฏฐานคามินียา วิปสฺสนายปทฏฺ ฐานภูตํญาณํฯ
ขอข้ามไปตอบข้อสามเลยนะคะว่า
ปฏิปทา คือการปฏิบัติ การปฏิบัตินั้นทรงแสดงไว้ ๔ อย่าง คือ
ทุกฺขาปฏิปทา ทนฺธาภิญญา คือ ปฏิบัติลำบากได้ผลช้า
ทุกฺขาปฏิปทา ขิปฺปาภิญญา คือ ปฏิบัติลำบากได้ผลเร็ว
สุขาปฏิปทา ทนฺธาภิญญา คือ ปฏิบัติสะดวกได้ผลช้า
สุขาปฏิปทา ขิปฺปาภิญญา คือ ปฏิบัติสะดวกได้ผลเร็วโดย น้องกิ๊ฟ [9 ก.ค. 2547 , 21:52:05 น.] ( IP = 169.210.1.235 : : )
สลักธรรม 4ปฏิบัติลำบากได้ผลช้า เพราะกิเลส ๑๐ รบกวนมากในเวลาปฏิบัติและเวลาจะถึงมรรค สังขารุเปกขาญาณก็ทำความปรากฏแห่งมรรคให้เกิดช้าๆ
ปฏิบัติลำบากได้ผลเร็ว เพราะเพราะกิเลส ๑๐ รบกวนมากในเวลาปฏิบัติ แต่เวลาจะถึงมรรคสังขารุเปกขาญาณก็ทำความปรากฏแห่งมรรคให้เกิดได้เร็ว
ปฏิบัติสะดวกได้ผลช้า เพราะเพราะกิเลส ๑๐ ไม่รบกวนในเวลาปฏิบัติ แต่เวลาจะถึงมรรค สังขารุเปกขาญาณทำความปรากฏแห่งมรรคให้เกิดได้ช้า
ปฏิบัติสะดวกได้ผลเร็ว เพราะผู้ปฏิบัติข่มกิเลส ๑๐ ได้ง่าย ไม่รบกวนในเวลาปฏิบัติ และเวลาจะถึงมรรค สังขารุเปกขาญาณทำความปรากฏแห่งมรรคให้เกิดได้เร็ว
ละเอียดได้เท่านี้เองค่ะพี่เณร ...ขอส่งการบ้านแล้วนะคะ ..อิอิ ....ฮาหลิวโดย น้องกิ๊ฟ [9 ก.ค. 2547 , 22:04:14 น.] ( IP = 169.210.1.235 : : )
สลักธรรม 5โอรัมภาคิยสังโยชน สังโยชนอันเป็นกิเลสธรรมมีส่วนในเบื้องต่ำ คือ กิเลสผูกใจสัตว์อย่างหยาบ
อุทธังภาคิยสังโยชน สังโยชนอันเป็นกิเลสธรรมมีส่วนในเบื้องสูง คือ กิเลสผู้ใจสัตว์อย่างละเอียด
ตามนัยแห่งพระอภิธรรม
โอรัมภาคิยสังโยชน ๗ ได้แก่ กามราคะ ปฏิฆะ ทิฏฐิ สีลัพพตปรามาส วิจิกิจฉา อิสสา มัจฉริยะ
อุทธังภาคิยสังโยชน ๓ได้แก่ ภวราคะ มานะ อวิชชา
ตามนัยแห่งพระสูตร
โอรัมภาคิยสังโยชน ๕ ได้แก่ กามราคะ ปฏิฆะ ทิฏฐิ สีลัพพตปรามาส วิจิกิจฉา
อุทธังภาคิยสังโยชน ๕ได้แก่ รูปราคะ อรูปราคะ มานะ อุทธัจจะ อวิชชา
โดย เซิ่น [9 ก.ค. 2547 , 22:33:58 น.] ( IP = 169.210.4.166 : : )
สลักธรรม 6ปฏิปทา ๔ คือ การปฏิบัติแบบที่เป็นทางดำเนินให้ถึงจุดหมาย คือความหลุดพ้นหรือความสิ้นอาสวะ
๑. ทุกขา ปฏิปทา ทันธาภิญญา คือ ปฏิบัติลำบาก ทั้งรู้ได้ช้า
เช่น ผู้ปฏิบัติที่มีราคะ โทสะ โมหะ แรงกล้า หรือเจริญกรรมฐานที่มีอารมณ์ที่มีอารมณ์ไม่น่าชื่นใจ เช่น อสุภะ เป็นต้น อีกทั้งอินทรีย์ก็อ่อนจึงบรรลุโลกุตตรมรรคล่าช้า
๒. ทุกขา ปฏิปทา ขิปปาภิญญา คือ ปฏิบัติลำบาก แต่รู้ได้เร็ว
เช่น ผู้ปฏิบัติที่มีราคะ โทสะ โมหะแรงกล้า หรือเจริญกรรมฐานที่มีอารมณ์ไม่น่าชื่นใจ เช่น อสุภะ เป็นต้น แต่มีอินทรีย์แก่กล้า จึงบรรลุโลกุตตรมรรคเร็วไว
๓. สุขา ปฏิปทา ทันธาภิญญา คือ ปฏิบัติสบาย แต่รู้ได้ช้า
เช่น ผู้ปฏิบัติที่มีราคะ โทสะ โมหะไม่แรงกล้า หรือเจริญสมาธิได้ฌาน ๔ อันเป็นสุขประณีต แต่มีอินทรีย์อ่อน จึงบรรลุโลกุตตรมรรคล่าช้า
๔. สุขา ปฏิปทา ขิปปาภิญญา คือ ปฏิบัติสบาย ทั้งรู้ได้ไว
เช่น ผู้ปฏิบัติที่มีราคะ โทสะ โมหะไม่แรงกล้า หรือเจริญสมาธิได้ฌาน ๔ อันเป็นสุขประณีต อีกทั้งมีอินทรีย์แก่กล้า จึงบรรลุโลกุตตรมรรคเร็วไว
สวัสดีค่ะ...พี่เณร
ขอตอบข้อ 1, 3 ส่วนที่ข้อ 2 ไม่ทราบค่ะโดย เซิ่น [9 ก.ค. 2547 , 22:54:06 น.] ( IP = 169.210.4.166 : : )
สลักธรรม 7มาตอบแบบละเอียดๆตามปฏิปทาวรรคที่ ๒ ค่ะ
๑. บุคคลบางคนในโลกนี้ โดยปรกติเป็นคนมี ราคะกล้า ย่อมได้เสวยทุกข์โทมนัสอันเกิดแต่ราคะเนืองๆ บ้าง โดยปรกติเป็นคนมีโทสะกล้า ย่อมได้เสวยทุกข์โทมนัสอันเกิดแต่โทสะเนืองๆ บ้าง โดยปรกติเป็นคนมีโมหะกล้า ย่อมได้เสวยทุกข์โทมนัสอันเกิดแต่โมหะเนืองๆ บ้าง อินทรีย์ ๕ ประการนี้ คือ สัทธินทรีย์ วิริยินทรีย์ สตินทรีย์ สมาธินทรีย์ ปัญญินทรีย์ ของเขาปรากฏว่าอ่อน เขาย่อมบรรลุคุณวิเศษเพื่อความสิ้นอาสวะได้ช้า เพราะ อินทรีย์ ๕ เหล่านี้อ่อน เรียกว่าทุกขาปฏิปทาทันธาภิญญา
๒.บุคคลบางคลในโลกนี้ โดยปรกติเป็นผู้มีราคะกล้า ย่อมได้เสวยทุกข์โทมนัสอันเกิดแต่ราคะเนืองๆ บ้าง โดยปรกติเป็นผู้มีโทสะกล้า ย่อมได้เสวยทุกข์โทมนัสอันเกิดแต่โทสะเนืองๆ บ้าง โดยปรกติเป็นผู้มีโมหะกล้า ย่อมได้เสวยทุกข์โทมนัสอันเกิดแต่โมหะเนืองๆ บ้าง อินทรีย์ ๕ ประการนี้ คือ สัทธินทรีย์ ฯลฯ ปัญญินทรีย์ของเขาปรากฏว่าแก่กล้า เขาย่อมบรรลุคุณวิเศษเพื่อความสิ้นอาสวะเร็วพลันเพราะอินทรีย์ ๕ ประการนี้แก่กล้า เรียกว่า ทุกขาปฏิปทาขิปปาภิญญา
๓. บุคคลบางคนในโลกนี้ โดยปรกติไม่เป็นคนมีราคะกล้า ย่อมไม่ได้เสวยทุกข์โทมนัสอันเกิดแต่ราคะเนืองๆ บ้าง โดยปรกติไม่เป็นผู้มีโทสะกล้า ย่อมไม่ได้เสวยทุกข์โทมนัส อันเกิดแต่โทสะเนืองๆ บ้าง โดยปรกติไม่เป็นผู้มีโมหะกล้า ย่อมไม่ได้เสวยทุกข์ โทมนัสอันเกิดแต่โมหะเนืองๆ บ้าง อินทรีย์ ๕ ประการนี้ คือ สัทธินทรีย์ ฯลฯ ปัญญินทรีย์ ของเขาปรากฏว่าอ่อน เขาย่อมได้บรรลุคุณวิเศษเพื่อความสิ้นอาสวะช้า เพราะอินทรีย์ ๕ ประการนี้อ่อน เรียกว่า สุขาปฏิปทาทันธาภิญญา
๔.บุคคลบางคนในโลกนี้ โดยปรกติไม่เป็นผู้มีราคะกล้า ไม่ได้เสวยทุกข์โทมนัสอันเกิดแต่ราคะ เนืองๆ บ้าง โดยปรกติเป็นผู้ไม่มีโทสะกล้า ไม่ได้เสวยทุกข์โทมนัสอันเกิดแต่โทสะเนืองๆ บ้าง โดยปรกติเป็นผู้ไม่มีโมหะกล้า ไม่ได้เสวยทุกข์โทมนัสอันเกิดแต่โมหะเนืองๆ บ้าง อินทรีย์ ๕ ประการนี้ คือ สัทธินทรีย์ ฯลฯ ปัญญินทรีย์ ของเขาปรากฏว่าแก่กล้า เขาย่อมบรรลุคุณวิเศษเพื่อความสิ้นอาสวะได้ฉับพลัน เพราะอินทรีย์ ๕ ประการนี้แก่กล้า เรียกว่า สุขาปฏิปทาขิปปาภิญญา
โดย น้องกิ๊ฟ [10 ก.ค. 2547 , 00:40:04 น.] ( IP = 169.210.32.11 : : )
สลักธรรม 8อรุณสวัสดิ์ขอรับน้องกิ้ฟและคุณเซิ่น ที่แสนดีจริงๆ
เก่งกันจังเลยตอบได้ดีจริงๆนะเนี้ยขอปรบมือให้เลย ดังๆด้วยคร๊าบ....
นั้นพี่เณรตอบมั่งนะครับ เอิ๊ก เอิ๊กโดย พี่เณรคร๊าบ [10 ก.ค. 2547 , 05:29:10 น.] ( IP = 210.86.188.6 : : )
สลักธรรม 91. โอรัมภาคียสังโยชน์ กับ อุทธัมภาคียสังโยชน์ นั้นต่างกันอย่างไร ก็ต้องเข้าใจดีนะครับเรื่องสังโยชน์ 10
สังโยชน์ คือ ธรรมเป็นเครื่องผูกสัตว์ทั้งหลายไม่ให้พ้นไปจากวัฏฏะทุกข์
สังโยชน์ธรรมมี 10 ประการ แบ่งเป็น 2 จำพวกคือ
1. โอรัมภาคียสังโยชน์ 5
2. อุทธัมภาคียสังโยชน์ 5
โอรัมภาคียสังโยชน์ 5 ได้แก่
1. สักกายทิฏฐิ
2. วิจิกิจฉา
3. สีลัพพตปรามาสะ
4. กามราคะ
5. ปฏิฆะ
ในสังโยชน์ 5 ประการนี้ จะผูกสัตว์ไว้ในภพเบื้องต่ำ
โดย พี่เณรคร๊าบ [10 ก.ค. 2547 , 05:35:25 น.] ( IP = 210.86.188.6 : : )
สลักธรรม 102. อุธัมภาคียสังโยชน์ 5 ได้แก่
1. รูปราคะ
2. อรูปราคะ
3. มานะ
4. อุทธัจจะ
5. อวิชชา
ในสังโยชน์ 5 ประการนี้ จะผูกสัตว์ทั้งหลายไว้ในรูปภพเบื้องสูง คือรูปภพและอรูปภพ
ในสังโยชน์ 10 ประการนั้นพึงละได้ดังนี้ครับ
โอรัมภาคียสังโยชน์ 5 ละสักกายทิฏฐิ..วิจิกิจฉา..สีสัพพตปรามสะ
...เป็นธรรมอันโสดาปัตติมรรคพึงละได้...
กามราคะและปฏิฆะอย่างหยาบ เป็นธรรมอันสกทาคามีมรรคพึงละได้
กามราคะและปฏิฆะอย่างละเอียด เป็นธรรมอันอนาคามิมรรคพึงละได้
โดย พี่เณรคร๊าบ [10 ก.ค. 2547 , 05:42:56 น.] ( IP = 210.86.188.6 : : ) [ 1 ] [ 2 ]
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |