มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


สตรีกับสิ่งสักการะสูงสุด




วิถีบุญ-วิถีธรรม : สตรีกับสิ่งสักการะสูงสุดในพระพุทธศาสนา

ประเทศไทยมีพระเจดีย์ที่สำคัญ หลายสิบแห่ง เช่น พระมหาธาตุ จ.นครศรีธรรมราช, พระบรมธาตุไชยา จ.สุราษฎร์ธานี, พระปฐมเจดีย์ จ.นครปฐม, พระธาตุพนม จ.นครพนม, ภูเขาทอง วัดสระเกศ กรุงเทพฯ, พระมหาธาตุดอยสุเทพ จ.เชียงใหม่, พระธาตุลำปางหลวง จ.ลำปาง เป็นต้น..

พระธาตุเหล่านี้เชื่อกันว่า มีการอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุมาประดิษฐานไว้เพื่อให้พุทธศาสนิกชนได้สักการบูชา ด้วยพลังศรัทธาที่เปี่ยมล้นจึง ทำให้กลายเป็นขนบธรรมเนียม วัฒนธรรมประเพณีอันดีงามมากมาย และถือปฏิบัติมา แต่โบราณจนถึงปัจจุบัน

โดยแต่ละภาคแต่ละท้องถิ่นก็มักจะมีข้อแตกต่างกันบ้าง ตามสภาพแวดล้อมและความเชื่อถือ ทั้งนี้มีความเชื่อถือ ที่ค่อนข้างจะตรงกันอย่างหนึ่งก็คือ สิ่งสักการะสูงสุดเหล่านี้มักจะถูกนำไปประดิษฐานในสถูปหรือ พระเจดีย์ที่สร้างไว้รองรับ หรือไม่เช่นนั้นก็จะถวายความเคารพในฐานะอันสูงส่ง

โดย มหาอุต [10 ก.ค. 2547 , 07:25:32 น.] ( IP = 210.86.188.6 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

แม้ว่าจะประดิษฐานในที่ไม่สูง ซึ่งมีความเชื่อถือในบางท้องถิ่น เช่น ทางภาคเหนือนิยมเลือก หาทำเลที่เหมาะสมแล้วขุดลงไปในพื้นดิน จากนั้นก็อัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุไปบรรจุไว้ แล้วสร้างพระเจดีย์ครอบไว้อีกชั้นหนึ่ง แต่ชาวพุทธจะรู้ว่าการเข้าไป สักการะจะต้องทำอย่างไร เช่น ไม่เข้าใกล้องค์พระเจดีย์เพียงแค่เข้าไปภายในลานพระเจดีย์ ไม่สวมรองเท้า ไม่กางร่ม ไม่เข้าไปนั่ง นอน หรือทิ้งของสกปรกสิ่งปฏิกูลภายในบริเวณพระเจดีย์ รวมถึงการแสดงอาการไม่เหมาะสมอื่นๆ เป็นต้น

สถานที่บางแห่งเช่น พระอุโบสถ โบสถ์ หรือวิหารบางวัด แม้แต่อาสนสงฆ์ที่พระสงฆ์ใช้นั่งประกอบพิธีสังฆกรรม ในพระอุโบสถหรือธรรมาสน์ที่พระสงฆ์ใช้นั่งแสดงธรรม จะห้ามไม่ให้ผู้หญิงเข้าไปใกล้หรือเข้าไปนั่ง ซึ่งจะถือว่าเป็นบาป ในบางท้องถิ่นโดยเฉพาะทางภาคเหนือ แม้กุฏิพระซึ่งเป็นตึกสองชั้นก็จะห้ามไม่ให้ผู้หญิงเดินขึ้นไปชั้นบนเพราะถือว่าเป็นการไม่สมควรและเป็นบาปด้วย

โดย มหาอุต [10 ก.ค. 2547 , 07:28:06 น.] ( IP = 210.86.188.6 : : )


  สลักธรรม 2

ทั้งนี้โดยยึดถือตามพระพุทธประวัติ ที่ครั้งหนึ่งพระพุทธองค์ เสด็จเมืองกบิลพัสดุ์ประทับ อยู่ที่นิโครธาราม เพื่อโปรดพระเจ้าสุทโธทนะ พุทธบิดา และพระประยูรญาติ ต่อมาเมื่อพระเจ้าสุทโธทนะได้บรรลุพระอรหัตตผลและ นิพพานในเวลาต่อมา หลังจากการถวายพระเพลิงพระบรมศพเสร็จสิ้นแล้ว พระนางมหาปชาบดีโคตมี รู้สึกว้าเหว่พระทัยยิ่งนัก มีพระประสงค์ทรงผนวชในพระพุทธศาสนา จึงเสด็จเข้าไปเฝ้าพระบรมศาสดา กราบทูลขออุปสมบทแต่พระพุทธองค์ไม่ทรงอนุญาตให้สตรีบวชในพระพุทธศาสนา

พระนางกราบทูลอ้อนวอนถึง ๓ ครั้ง แต่ก็ไม่เป็นผลสำเร็จ รู้สึกผิดหวังเศร้าโศกโทมนัส เป็นอย่างยิ่งจึงกราบทูลลากลับพระราชวัง หลังจากนั้นไม่นานเมื่อพระพุทธองค์ทรงเห็นว่าประทับอยู่ที่ นิโครธารามนานพอสมควรแล้ว จึงพาภิกษุสงฆ์เดินทางไปที่เมืองปาวา ประทับอยู่ที่กูฏาคารศาลา ใกล้ป่ามหาวัน

ขณะเดียวกันนั้นเป็นระยะเวลาที่พระนางมหาปชาบดีโคตมี มีพระทัยเปี่ยม ด้วยศรัทธาอย่างแรงกล้าปรารถนาจะบวชใน พระพุทธศาสนาให้ได้ จึงได้รับสั่งให้ช่างกัลบกมาปลงพระเกศาแล้วนุ่งห่มผ้า กาสาวพัสตร์ พร้อมด้วยนางศากิยนารี ประมาณ ๕๐๐ นาง เดินทางเข้าไปเฝ้าพระพุทธองค์อีกครั้ง กราบทูลอ้อนวอนขออุปสมบท

โดย มหาอุต [10 ก.ค. 2547 , 07:30:02 น.] ( IP = 210.86.188.6 : : )


  สลักธรรม 3

แม้พระนางจะสละทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อ เตรียมความพร้อมถึงเพียงนี้ เพียงเพื่อให้ได้บวชในพระพุทธศาสนา แต่พระพุทธองค์ก็ยังไม่ทรงอนุญาต จึงเสด็จออกมาประทับ ยืนร้องไห้อยู่ที่ซุ้มประตู ขณะนั้นพระอานนท์ ผ่านมาพบเข้าจึงสอบถาม เมื่อพระเถระทราบความแล้วนึกสงสารจึงคิดหาทางช่วยเพื่อให้พระนางสมปรารถนา จึงเข้าเฝ้ากราบทูลถามพระพุทธองค์ว่า

ข้าแต่พระผู้มีพระภาคเจ้า ถ้าสตรีบวชในพระพุทธศาสนาแล้ว จะสามารถทำให้แจ้งโสดาปัตติผล สกทาคามิผล อนาคามิผล และอรหัตตผลได้หรือไม่ พระเจ้าข้า

ดูก่อนอานนท์ พวกเธอสามารถทำให้แจ้งได้เหมือนบุรุษเพศทุกประการ

ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ถ้าเช่นนั้นก็ควรจะอนุญาตเพื่ออนุเคราะห์แก่พระนางมหาปชาบดีโคตมี ผู้มีพระคุณเคยเลี้ยงดูพระองค์มาตั้งแต่ยังทรงพระเยาว์ ให้พระนางได้สมปรารถนาด้วยเถิด พระเจ้าข้า

โดย มหาอุต [10 ก.ค. 2547 , 07:33:26 น.] ( IP = 210.86.188.6 : : )


  สลักธรรม 4

ดูก่อนอานนท์ ถ้าปชาบดีโคตมีสามารถรับครุธรรม ๘ ประการ ไปปฏิบัติได้ ตถาคตก็อนุญาตให้เธอบวชได้

พระพุทธองค์ซึ่งเป็นผู้ที่มีพระอนาค ตังสญาณหยั่งรู้เหตุการณ์ในอนาคตได้ ทรงไม่ประสงค์ จะให้สตรีเข้ามาบวชในพระพุทธศาสนา เพราะเกรงว่าจะเป็นเหตุให้พรหมจรรย์เศร้าหมองในอนาคตได้ จึงทรงวางเงื่อนไขให้รับครุธรรม ๘ ประการ ไปปฏิบัติดูก่อน เท่ากับเป็นการวางกรอบขวางกั้นไม่ให้สตรีเข้ามาบวชในพระพุทธศาสนามากนั่นเอง

ครุธรรม ๘ ประการดังกล่าว จะเน้นหนักเกี่ยวกับหลักปฏิบัติที่เคร่งครัดเช่น

ภิกษุณี แม้บวชได้ ๑๐๐ พรรษา ก็ต้องกราบไหว้พระภิกษุที่บวชเพียงพรรษาเดียว ต้องจำพรรษาในอาวาสที่มีภิกษุ ต้องทำอุโบสถ ฟังโอวาทจากภิกษุสงฆ์ทุกกึ่งเดือน เวลาออกพรรษาต้องปวารณาทั้งกับภิกษุณีสงฆ์และภิกษุสงฆ์ ถ้าต้องอาบัติหนักให้อยู่ปริวาสและมานัตในสงฆ์สองฝ่ายต้องบวชในสำนักสงฆ์สองฝ่าย หลังจากรักษาศีล ๖ ข้ออย่างเคร่งครัดไม่ให้ขาดเป็นเวลา ๒ ปี ถ้าศีลขาดเพียงข้อใดข้อหนึ่ง ก็ให้เริ่มต้นใหม่ ภิกษุณีจะดุด่าว่ากล่าวภิกษุไม่ได้เลย และนับแต่วันที่บวชเป็นต้นไปต้องรับโอวาทจากภิกษุอย่างเดียวจะให้โอวาทภิกษุไม่ได้ ในที่สุดภิกษุณีก็สูญหายไม่มีการสืบต่อไปภายในระยะเวลาหนึ่ง


โดย มหาอุต [10 ก.ค. 2547 , 07:36:55 น.] ( IP = 210.86.188.6 : : )


  สลักธรรม 5

จากพระพุทธประสงค์ดังกล่าว ทำให้ชาวพุทธมีความเชื่อมาแต่โบราณว่า สตรีเพศเป็น มลทินแห่งพรหมจรรย์ บวชพระไม่ได้เหมือนผู้ชาย สอดคล้องกับหลักพระวินัยของพระที่ว่า ภิกษุมีความกำหนัด (มีความต้องการทางเพศ) ห้ามจับต้องกายหญิงหรือของที่เนื่องด้วยกายเช่นเสื้อผ้าที่สตรีสวมใส่อยู่เป็นต้น หรือแม้แต่นั่งในสถานที่ที่เป็นที่ลับตาผู้คนหรือ สถานที่ที่ไกลแม้ผู้คนจะสามารถมองเห็นแต่ไม่รู้ว่าพูดคุยอะไรกันก็ผิดวินัยเป็นอาบัติได้

นี่คือสิ่งสำคัญที่ชาวพุทธควรจะต้องรักษาพระวินัยธรรมเอาไว้มิให้มัวหมอง และไม่สมควรที่จะปรับปรุงเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลาด้วย เพราะไม่เช่นนั้นสิ่งดีงามที่ประเสริฐจะหมดไปจากไทยเราแน่นอนครับ

โดย มหาอุต [10 ก.ค. 2547 , 07:42:53 น.] ( IP = 210.86.188.6 : : )


  สลักธรรม 6

ขอบคุณมากค่ะ ที่นำมาให้อ่าน
จากพระพุทธประสงค์ดังกล่าว
ทำให้ผู้อ่าน คลายความสงสัยได้
ทำไมจึงมีข้อห้ามบางอย่าง สำหรับสตรี

โดย เซิ่น [10 ก.ค. 2547 , 09:21:33 น.] ( IP = 169.210.9.83 : : )


  สลักธรรม 7

เห็นด้วยค่ะคุณมหาอุต

โดย น้องกิ๊ฟ [10 ก.ค. 2547 , 10:55:53 น.] ( IP = 169.210.32.146 : : )


  สลักธรรม 8

รับทราบครับ ยิ่งสมัยนี้แทบเป็นไปไม่ได้เลยที่ผู้หญิงจะไปบวชและอยู่กับภิกษุณีด้วยกัน ขนาดภิกษุก็ยังมีภัย ถึงกับต้องย้ายจากวัด

โดย ใจเป็นธรรม [10 ก.ค. 2547 , 17:16:25 น.] ( IP = 203.145.12.220 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org