มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


เล่าสู่กันฟัง





เนื่องจากอาจารย์บุษกรเป็นห่วงลูกศิษย์ เมื่อเสร็จสิ้นภาระกิจก็ได้รีบเดินทางกลับจากต่างประเทศก่อนกำหนด
และเมื่อเช้านี้ (วันอาทิตย์ที่ ๑๑ กรกฎาคม) อาจารย์ได้เป็นผู้นำสวดมนต์และปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน
ซึ่งเป็นกิจกรรมที่พวกเราชาวมูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิกระทำเป็นประจำทุกเช้าวันเสาร์ และวันอาทิตย์
ก่อนที่จะแยกย้ายไปเรียนพระอภิธรรมตามระดับชั้นของตน

อาจารย์เริ่มต้นด้วยการเอ่ยระลึกถึงว่า..น โม พุทธา ย ในภัททกัปนี้ พระพุทธเจ้าที่อุบัติขึ้นในโลก ๕ พระองค์...

พระพุทธเจ้าทุกๆพระองค์ในภัททกัปนี้ที่เป็นอดีต ปัจจุบัน และจะเป็นองค์ในอนาคต
เวลาแสดงพระธรรมโปรดพุทธมารดา พระพุทธเจ้าเหล่านั้นแสดงด้วยพระอภิธรรม ๗ คัมภีร์เสมอเหมือนกันทุกพระองค์
เพราะเป็นการแสดงความกตัญญูกตเวทีต่อพระพุทธมารดาที่เคยให้ข้าวและน้ำนม....

พระพุทธองค์ทรงแสดงพระอภิธรรมแด่พระสารีบุตรที่ป่าไม้จันทน์
พระสารีบุตรได้นำเนื้อความของพระอภิธรรมมาแสดงแก่ศิษย์ของตนจำนวน ๕๐๐ ได้สำเร็จอรหัตตผลโดยอาศัยที่ได้ฟังพระอภิธรรมนั้น ....

กาลต่อมา เมื่อพระพุทธเจ้าได้ปรินิพพานล่วงไปแล้ว ๓ เดือน
พระสาวกทั้งหลายได้ประชุมกันทำปฐมสังคยนา ซึ่งมีพระมหากัสสปเถระเจ้าเป็นประมุข และเป็นผู้ปุจฉา
พระอุบาลีเถระเป็นผู้วิสัชชนาพระวินัย
พระอานนท์เถระเป็นผู้วิสัชชาพระสุตตันตปิฎก และพระพระอภิธรรมปิฎก
เพราะฉะนั้นพระไตรปิฎกจึงมี ๓ ปิฎกด้วยกันคือ พระวินัยปิฎกมี ๒๑,๐๐๐ พระธรรมขันธ์
พระสุตตันตปิฎกมี ๒๑,๐๐๐ พระธรรมขันธ์ พระอภิธรรมมี ๔๒,๐๐๐ พระธรรมขันธ์
รวมคำสอนของพระพุทธเจ้ามี ๘๔,๐๐๐ พระธรรมขันธ์

โดยเฉพาะอย่างยิ่งพระอภิธรรมปิฎกเป็นปิฎกที่ว่าไว้ถึงเรื่องความจริงให้ศึกษาในชีวิตของตนเอง ให้เกิดความเข้าใจดี ให้มีความรู้ และสนุกเพลิดเพลินในการเรียน

โดย พี่ดา...นำมาฝาก [11 ก.ค. 2547 , 23:49:36 น.] ( IP = 203.113.33.9 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ
[ 1 ] [ 2 ][ 3 ]


  สลักธรรม 1


โดยเฉพาะอย่างยิ่งพระอภิธรรมปิฎกเป็นปิฎกที่ว่าไว้ถึงเรื่องความจริงให้ศึกษาในชีวิตของตนเอง ให้เกิดความเข้าใจดี ให้มีความรู้ และสนุกเพลิดเพลินในการเรียนการรู้ว่า ชีวิตเป็นของไม่เที่ยง ยึดถือไม่ได้ ว่าชีวิตเป็นทุกข์ยึดถือไม่ได้ ว่าชีวิตเป็นอนัตตายึดถือไม่ได้

พวกเราทั้งหลายมาวันนี้เพื่อมาประชุมกัน รับรู้และรับฟังคำสั่งสอนขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่เคยแสดงแล้ว
และมีแล้ว คือมีอรหันตสาวก มากมาย ยังเหลือแต่เพียงข้าพเจ้า ผู้ยังเข้าไม่ถึงธรรมนั้น
แต่ข้าพเจ้าทั้งหลายจะอาศัยความเพียรนับตั้งแต่ชาตินี้เป็นต้นไป
จนกระทั่งถึงชาติสุดท้ายเพื่อจะได้พ้นไปจากภัยในวัฏฏะสงสาร
ข้าพเจ้าจะอาศัยความเพียร เรียนให้รู้ ดูให้จำ ทำให้ได้ คือการทำอาสวะกิเลสให้หมดไปจากชีวิตของข้าพเจ้าให้จงได้
ไม่ว่าจะนานแค่ไหน ข้าพเจ้าจะไม่ท้อแท้ ข้าพเจ้าจะอดทนต่อการกระทำทุกอย่าง
เพื่อถากถางความรกชัฎให้หมดไปจากชีวิต
ด้วยการเรียนรู้พระปรมัตถธรรมทั้ง ๔ มี จิต คือธรรมชาติที่รู้อารมณ์ มี ๑๒๑ ดวง......(พร้อมทั้งกล่าวถึงชื่อจิตทุกกลุ่ม)
......ข้าพเจ้าจะเพียรพยายามจำแนกแจกจ่ายให้ทราบ และรู้ทั่ว และเพียรกระทำมหากุศลญาณสัมปยุตต
ซึ่งพร้อมมูลด้วยไตรเหตุ พร้อมมูลด้วยประกอบด้วยปัญญา

เจตสิกคือธรรมชาติที่อาศัยจิตเกิด จิตและเจตสิกอาศัยซึ่งกัน ........
รวมแล้วมี ๕๒ ดวง สุดยอดปรารถนาคือปัญญาเจตสิก ขอให้ข้าพเจ้าทั้งหลายเกิดปัญญาเจตสิกได้เสมอๆ

รูป มีแต่ความเสื่อมไป หาความจีรังไม่ได้ ยึดมั่นไม่ได้
เพียรอาศัยไปวันๆหนึ่ง จนหมดกรรมไป สิ้นกรรมไปแต่ละภพแต่ละชาติ
ร่างเก่าโครงเดิมไม่สามารถติดตามข้าพเจ้าไปได้ นอกจากคุณงามความดี
เรื่องของรูปเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนของผู้มีปัญญา แต่เป็นเรื่องหยาบๆ ของคนไร้ปัญญา
จึงหลงในรูป คลำอยู่ในรูปซึ่งหาสาระไม่ได้
.....รวมเป็น ๒๘ รูป ขอให้ข้าพเจ้าทั้งหลายสามารถละคลายจากอุปาทานในรูปได้โดยไว

โดย พี่ดา...นำมาฝาก [11 ก.ค. 2547 , 23:52:07 น.] ( IP = 203.113.33.9 : : )


  สลักธรรม 2


ส่วนพระนิพพาน มีลักษณะ คือสันติลักขณํ สงบจากขันธ์ สงบจากกิเลสเป็นต้น ยังให้ชีวิตผู้ถึง พ้นจากความหายนะทั้งปวง ข้าพเจ้าทั้งหลายขอมุ่งหมายเอาทางพระนิพพานนั้นเป็นสรณะในอนาคตเทอญ ด้วยการตั้งใจกระทำความดี ดำเนินชีวิตอยู่ในมรรค อันมีองค์ ๘ สุดความสามารถ

บัดนี้ข้าพเจ้าทั้งหลายขอตั้งใจสงบกาย ขอตั้งใจสงบจิต เพื่อการเจริญชีวิตเข้าข่ายแห่งการเจริญพระนิพพาน
เพราะคำว่าพระนิพพานคือธรรมชาติที่สงบจากรูปนามขันธ์ ๕ นั่นเอง
ข้าพเจ้าจึงต้องฝึก โดยเฉพาะฝึกจิตใจให้สงบจากกายึดมั่นถือมั่น
ให้สงบจากการแส่ส่ายเรียกร้องให้สงบจากความอุปาทานแม้เพียงชั่วครู่ชั่วยาม
ข้าพเจ้าก็เต็มใจที่จะทำด้วยความสัทธาอย่างแรงกล้า
จึงขออาศัยเวลานี้ตั้งใจทำสมาธิ เพื่อสงบจิตจากนิวรณ์ธรรม
เพื่อจะได้อาศัยความสงบนั้นสำรวจ ตรวจตรา กาย วาจา ใจ ที่เป็นไปในวิปัสสนาต่อไปเทอญ
.....เจริญสมาธิ และวิปัสสนา....

หลังจากนั้นอาจารย์เล่าให้ฟังว่า....
ขณะที่อยู่ที่ต่างประเทศ ก็นำสวดมนต์เช่นนี้ทุกวัน
พยายามทำหน้าที่ให้ดีที่สุด เพราะว่างานมีอยู่ ๒ ชนิด คือทำไม่ได้ กับ ไม่ทำไม่ได้
ชื่อว่ากุศล บางครั้งก็เบื่อเหมือนกัน
แต่ไม่ทำไม่ได้ มีสิทธิเบื่อ แต่ไม่มีสิทธิไม่ทำ เพราะเมื่อไม่ทำกุศล ก็ทำอกุศล
เพราะจิตเมื่อเกิดขึ้นต้องเป็นกรรม ไม่กุศลกรรม ก็อกุศลกรรมทั้งสิ้น

ขณะที่กล่าวนำอธิษฐานนั้น...รู้สึกสลดใจ มีความรู้สึกว่าไม่อยากถูกทอดทิ้งมากไปกว่านี้
พอเอ่ยชื่อพระพุทธเจ้าทุกพระองค์ แล้ว รู้สึกว่าถูกทอดทิ้งมานานแล้ว
ถูกทอดทิ้งเพราะเราดื้อเกินไป คนไม่รักดีจึงถูกทอดทิ้ง
บุพพการี พ่อแม่ของเราทุกคน สอนให้เราเป็นคนดี
พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทุกพระองค์สอนให้ทำดี ละชั่ว ทำจิตใจให้บริสุทธิ์หมดจดจากกิเลส จากเครื่องเศร้าหมอง

โดย พี่ดา...นำมาฝาก [11 ก.ค. 2547 , 23:52:45 น.] ( IP = 203.113.33.9 : : )


  สลักธรรม 3


อาจารย์บุญมีนั้นเสียสละ เป็นตัวอย่างในการทำดีและทำทุกอย่างให้คนอื่นได้ดี เพื่อความดี
พระครูศรีโชติญาณ ก็เป็นตัวอย่างของผู้เสียสละความสุขส่วนตัว เพื่อสุขผู้อื่นมาตลอด
หลวงพ่อเสือพร่ำบอก อะไรดี อะไรชั่ว อะไรควรทำ อะไรไม่ควรทำ ที่กระทบคือวิบาก
ที่กำลังกระทำคือกรรม คิดแก้ไข ใจให้มีกุศล มองตนให้มาก เรื่องยุ่งยากจะหมดไป
เดินหน้าไม่ว่าของเก่า ไม่เล่าอดีต ทุกอย่าง เรียกว่าออมชอมอะลุ่มอล่วยทุกอย่าง เพื่อให้ลูกๆ เป็นคนดี
แต่จิตใจมนุษย์สุดหยั่งถึง
บางครั้งเราก็ทำไม่ดี พอทำไม่ดี เขาก็ว่าถึงพ่อแม่ ว่าพ่อแม่ไม่สั่งสอน
แต่จริงๆแล้ว หลวงพ่อสอน แต่ลูกมันไม่ดี ก็เลยรู้สึกว่าสะเทือนใจ
และเมื่อทำไม่ดี ก็รับวิบากของตัวเอง คือเป็นลูกไม่มีพ่อ ถูกให้ทิ้งอยู่กับความดื้อด้านตามลำพัง
มีความรู้สึกว่าเป็นลูกไม่มีพ่อ ก่อเกิดมาอย่างไรกัน พ่อจ๋า พ่อของลูก พ่อสร้าง พ่อผูก ลูกมีชีวัน ด้วยพ่อสูงค่าอนันต์

แล้วบัดนี้ล่ะ …จะว่าฟุ้ง ก็ไม่ได้ฟุ้ง มันมีความคิดที่แรงมาก

แล้วก็คิดว่าตัวเองไม่อยากถูกทอดทิ้ง จึงไม่อยากทิ้งใคร
จึงเอาความรู้สึกทั้งหมดพยายามสอนออกมาหมดแล้ว สอนออกมาหมกแล้วจริงๆ
ก็คิดว่าแต่ละคนไม่รักตัวเอง ก็รักพ่อเถิด เพราะพ่อสอนให้เราเป็นคนดี

ฉะนั้น จงตั้งใจทำดีต่อไป…..ด้วยรักจึงพร้อมให้




นำมาเล่าสู่กันฟัง.... ด้วยรู้สึกถึงคุณค่าของเวลาที่พวกเราเสียกันมามากแล้ว
...รู้สึกถึงความรัก ความเมตตา ความห่วงใย ที่อาจารย์มีให้ต่อศิษย์อย่างมากมาย

ขอกราบอาจารย์บุษกร ด้วยความเคารพรักยิ่งค่ะ

โดย พี่ดา...นำมาฝาก [11 ก.ค. 2547 , 23:53:46 น.] ( IP = 203.113.33.9 : : )


  สลักธรรม 4

น้องถ้วยมาอ่านเรื่องที่เล่าให้ฟังค่ะ ขอบพระคุณในแบบอย่างการรู้จักใช้เวลาอย่างคุ้มค่า จะพยายามทำบ้างค่ะ

โดย น้องถ้วย [12 ก.ค. 2547 , 00:11:30 น.] ( IP = 203.118.70.5 : : )


  สลักธรรม 5

กราบขอบพระคุณอาจารย์ค่ะ
สำหรับคำสอน คำแนะนำ ความเมตตา
ที่จะให้แต่ละคนใช้เวลาให้มีค่ามากกว่านี้
ให้มีความเพียรต่อกุศลตั้งแต่ชาตินี้เป็นต้นไป


ขอบพระคุณพี่ดาค่ะ ที่นำมาฝาก

โดย เซิ่น [12 ก.ค. 2547 , 08:56:07 น.] ( IP = 169.210.4.48 : : )


  สลักธรรม 6

น้อมนำเป็นแบบ
เพิ่มค่าชีวิต
ใช้เดินทางไกล

โดย ทรงธรรม [12 ก.ค. 2547 , 09:09:42 น.] ( IP = 203.144.228.200 : : )


  สลักธรรม 7

ขอบพระคุณพี่ดามากค่ะ ที่นำเรื่องดีๆมาเล่าสู่กันฟังในวันนี้
เพราะเมื่อวานนี้น้องกิ๊ฟเองติดภารกิจส่วนตัว
จึงไม่ได้มาเข้าร่วมกิจกรรมของมูลนิธิ
แต่ด้วยความใจดีของพี่ดา ....
จึงทำให้ไม่พลาดความปรารถนาดีที่อาจารย์รีบกลับมาเตือนจิตใจของลูกศิษย์ให้คิดได้

นานแล้วจริงๆที่พวกเราเป็นฝ่ายรับความปรารถนาดี..และกำลังใจจากผู้ให้
อันมีพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นประธาน พระสงฆ์สาวก ครูบาอาจารย์ทุกท่าน
ตลอดจนผู้ก่อตั้งมูลนิธิและผู้สืบสานงานพระศาสนา
และเราก็ยังหวังที่จะรับอยู่ร่ำไป ..มากกว่าที่จะคิดเป็นผู้ให้
โดยเฉพาะให้โอกาสตนเองทำความดี ทำความพ้นทุกข์ให้เกิดขึ้น

คำอธิษฐานที่อาจารย์เป็นผู้นำมากล่าวในเช้าวานนี้
เป็นการกล่าวถึงความสำคัญและคุณค่าของพระอภิธรรม
รวมทั้งย้ำใจให้ผู้ศึกษาได้รู้สึกตัวในสิ่งที่ควรหรือไม่ควรทำ
ทั้งยังบ่งบอกว่า อุดมการณ์ของอาจารย์ยังคงอยู่ในฐานะของผู้ให้
ที่ไม่ต้องการจะทิ้งใครไปไหนอีก

โดย น้องกิ๊ฟ [12 ก.ค. 2547 , 14:47:26 น.] ( IP = 203.146.170.7 : : )


  สลักธรรม 8

และแม้ว่าน้องกิ๊ฟจะไม่ได้อยู่ร่วมเหตุการณ์เมื่อวานนี้
แต่ก็มีโอกาสได้ทราบว่า...
ระหว่างที่อาจารย์บุษกรเดินทางกลับมายังประเทศไทยนั้น
ขณะที่นั่งอยู่บนเครื่องบิน...อาจารย์ได้ทบทวนถึงชีวิตว่า
ชีวิตนั้นเป็นสิ่งมีค่าที่เปรอะบางและแตกสลายง่ายเหมือนทองคำเปลว

การจะดำเนินชีวิตให้งดงามก็ต้องประกอบไปด้วยความระมัดระวัง
ดุจดังเช่นการจรดแผ่นทองคำลงบนพระพุทธรูปที่ลงรักไว้
จะต้องอาศัยความประณีตของใจที่ประสานกับกายในขณะกระทำการนั้น
เพื่อให้แผ่นทองปรากฏบนพื้นผิวอย่างราบเรียบครบทั้งผืนแผ่นทอง
ทีละแผ่น...ทีละแผ่น ..ที่ถูกประทับลงไปนั้น ไม่ต่างไปจากการทำความดีในชีวิต

หากใช้ชีวิตผิดพลาด ขาดความยั้งคิดและไม่สำรวม
ความไม่สวยงามและความไม่สมประกอบก็จะเกิดขึ้นแก่ตนเอง
ทั้งยังทำให้สิ่งที่เกี่ยวข้องผู้คนที่อยู่ใกล้ชิดพลอยมัวหมองไปด้วย

โดย น้องกิ๊ฟ [12 ก.ค. 2547 , 14:49:00 น.] ( IP = 203.146.170.7 : : )


  สลักธรรม 9

ชีวิตจึงเหมือนผืนแผ่นทองสี่เหลี่ยมที่บางพลิ้ว
หากต้องการให้มีความสวยงามเกิดขึ้นก็ต้องตั้งใจทำความดีมิให้ผิดพลาด
และเมื่อเพิ่มแผ่นทองให้มีในชีวิตมากขึ้น
ก็จะยิ่งทำให้ปริมาณของความงดงามมีมากขึ้นเป็นเงาติดตามกัน
ดุงดังเช่นการประทับแผ่นทองเพื่อห่อหุ้มพระพุทธรูปที่ลงรักไว้ให้ครบเต็มองค์นั่นเอง

การใช้ชีวิตจึงต้องมีความระมัดระวังอย่างรู้ค่า
ไม่ควรปล่อยให้เวลาและโอกาสผ่านไปโดยไม่ทำความดีให้เกิดขึ้น
เพราะความดีทั้งหลายนั้นนอกจากจะเกิดประโยชน์แก่ผู้อื่นแล้ว
ยังจะนำคุณมาสู่ผู้กระทำในที่สุด
ผู้ที่รู้จักคิดจึงควรฉวยโอกาสทุกโอกาสที่มีมากระทำความดี
แม้จะเป็นโอกาสหรือการกระทำที่เล็กน้อยในสายตาผู้อื่นก็ตาม
แต่นั่นคือ ..โอกาสทอง ....ดั่งทองคำเปลวนั่นเอง

โดย น้องกิ๊ฟ [12 ก.ค. 2547 , 14:49:50 น.] ( IP = 203.146.170.7 : : )


  สลักธรรม 10

ดังนั้น เมื่อลงจากเครื่องบินมาแล้ว
ทันที่ที่ถึงบ้าน โอกาสแรกที่อาจารย์ได้กระทำก็คือ
นำของฝากออกมาแจกจ่ายอย่างถ้วนทั่วแก่ลูกศิษย์ลูกหา
รวมไปจนถึงสัตว์เลี้ยงทุกตัวที่มีอยู่

จากนั้นอาจารย์ก็ได้หยิบเงินจำนวน ๕,๐๐๐ บาท
ออกมาจากกระเป๋าเงินที่แบ่งไว้สำหรับทำทาน
แล้วมอบให้มารดาของลูกศิษย์ท่านหนึ่งที่เพิ่งได้มาพบหน้ากันในคราวนี้
เพื่อให้มารดาท่านนั้นนำไปสร้างกุศลตั้งเป็นกองทุนเพื่อการรักษาพยาบาล ณ โรงพยาบาลศิริราชส่วนหนึ่ง
อันจะเป็นประโยชน์สาธารณะในโอกาสต่อไปอย่างกว้างขวาง
และอีกส่วนหนึ่งนั้นให้นำไปใช้จ่ายในสิ่งที่ตั้งใจไว้แต่ยังไม่มีโอกาสได้กระทำ
เนื่องจากยังไม่มีเงินเพียงพอ

อาจารย์บอกว่า การที่ต้องเดินทางกลับมาเร็วก่อนกำหนด
ทำให้ไม่มีโอกาสได้ทำทานอย่างที่ตั้งใจไว้
และเพื่อมิให้เสียความตั้งใจและเสียโอกาสในการทำความดีไปจากชีวิต
จึงขอนำเงินจำนวนดังกล่าวมาให้ความอนุเคราะห์แก่บุคคลผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นมารดา
ซึ่งชีวิตของมารดาทั้งหลายนั้นย่อมต้องประกอบไปด้วยความเสียสละ
ประกอบไปด้วยความอดทนในการเลี้ยงดูบุตร
ย่อมได้รับความลำบากมากมายเทียบเท่ากับอายุของบุตรที่มี

โดย น้องกิ๊ฟ [12 ก.ค. 2547 , 14:50:54 น.] ( IP = 203.146.170.7 : : )
[ 1 ] [ 2 ][ 3 ]

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org