มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


ทิฐิที่ห้ามขึ้นสวรรค์และห้ามนิพพาน




1 อันตราพิกรรม คือการตั้งใจจะฆ่าพระพุทธเจ้า บิดามารดา ครู และผู้มีคุณ ตัวอย่างเช่นพระเจ้าเทวทัตซึ่งเป็นราชสกุลสากยะ (น้องชายต่างมารดา) เคยมีเรื่องกับพระพุธเจ้าครั้นวัยเยาว์ คือพระพุธเจ้าช่วยเหลือหงส์ ที่ถูกเจ้าชายเทวทัตยิง แล้วทรงรักษาจนหาย ต่อมาเจ้าชายเทวทัตมาอ้างสิทธิว่าตนยิงได้นกนั้นต้องเป็นของตน สุดท้ายเสนาบดีตัดสินว่าใครเป็นผู้ให้ชีวิตย่อมเป็นเจ้าของชีวิต ยังความเคืองให้เจ้าชายเทวทัตอย่างมาก ครั้นพระพุธเจ้าทรงผนวชแล้ว พระเจ้าเทวทัตพลักหินลงมาจากเขาหวังจะฆ่าพระองค์ แต่หินเพียงแค่ทับพระบาตร ทำให้เกิดเพียงแค่ห้อพระโลหิตเท่านั้น (นี่เพราะกรรมเก่า จริงๆ ถึงขั้นปรินิพานแต่ทำกรรมใหม่มากนัก เสมือนเกลืออยู่ในแก้ว เติมน้ำใหม่เข้าไปมากๆ ความเค็มมันก็เจือจาง)แต่ก็เป็นบาปหนัก อีกเรื่องคือพ่อของนางพยาบาลท่านหนึ่งเป็นมะเร็ง และพยาบาลเซ็นชื่อให้หมอฉีดยาระงับความทรมานโดยตายอย่างสงบ นี่เท่ากับการบิตุมารดาฆาตร คือเป็นบาปสูงสุด ครั้นนั้นพยาบาลไม่ทราบว่าบาป แต่พอทราบจากพระ พยาบาลเสียใจมากจะบวชชีตลอดชีวิต แต่พระท่านบอกว่าถึงบวชก็ไม่ได้ไปสวรรค์แล้วเพราะบาปหนัก โถน่าสงสารคุณพยาบาลจังเลย เขาทำไปตามหลักทางแพทย์ หวังดีไม่ให้บิดาทรมาน เพราะมะเร็งนี่ทรมานที่สุดเจ็บปวดทั้งตัว การฆ่ามนุษย์บาปมากที่สุด ยิ่งฆ่าคนมีคุณธรรมแล้วบาปสูง ฆ่าสัตว์ใหญ่บาปมากกว่าสัตว์เล็ก โดยเฉพาะสัตว์มีคุณยิ่งบาปมาก โทษของการฆ่าคือ ตายไปอบายภูมิ ถ้ามาเกิดใหม่เป็นคนจะพิการ หน้าตาไม่งาม โดดเดี่ยว ฆ่าตัวตาย หรือถูกฆ่า อายุสั้น
2 มิจฉาทิฐิ คือเห็นผิด อเหตุกะทิฐิ อ้างว่าทุกสิ่งเกิดขึ้นมาเอง ไม่มีเหตุ และอาการิยะทิฐิ คิดว่าบุญและบาปไม่มี ใครคิดดังนี้บาปหนัก

โดย เริงธรรม [12 ก.ค. 2547 , 08:15:58 น.] ( IP = 202.133.163.28 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

3 วิปากันตราย มาจากคำว่าวิบาก หมายถึงคนที่เกิดมาแล้วไม่สามารถบวชได้ เช่นคนบ้า บัณเฑาะ ซึ่งพระอุปชา และพระรูปอื่นที่ไม่คัดค้านการบวชขณะยังเป็นนาคอยู่ มีผลให้ต้องอาบัติ มีเรื่องเล่าในสมัยพระกัสปะสัมมาสัมพุทธเจ้า (พระสัมมาสัมพุทธเจ้ามีหลายยุค เช่น ปะทุมุตะระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระกัสปะสัมมาสัมพุทธเจ้า แล้วจึงเป็นยุคพระพุทธเจ้าของเรา) มีพระท่านหนึ่งชื่อว่าพระเอกระปัฐนาคราชพายเรือ แล้วน้ำเชี่ยวจนเรือคว่ำ พระท่านทรงทำตะไคร่น้ำขาด (ซึ่งการทำพืชสีเขียวขาดถือเป็นอาบัติ ที่ต้องปรงอาบัติ ท่านอาจสงสัยว่าเวลาไปวัดทำไมพระปล่อยให้ต้นไม่ หญ้าในวัดขึ้นรก จริงๆพระจะไปตัดไม่ได้ เด็ดใบไม้ 1 ใบยังไม่ได้เลย ทำให้ใบไม้ร่วงก็ไม่ได้ ต้องให้กติยาการก คือเณรทำแทน พระพุทธเจ้าตรัสว่าต้นไม้ไม่มีชีวิต พระองค์ไม่ได้ตรัสผิดแต่ประการใด ต่ทรงใช้เกณฑ์ที่ต่างกับนักวิทยาศาสตร์ที่ พระองค์พิจารณาว่าต้นไม้ไม่มีวิญญาณ (ส่วนจะมีเทวดาสถิตนั้นถือว่ามีชีวะมาอาศัย) ต้นไมยราพหุบใบเพราะอุตตุ คือเพราะธรรมชาติ เพราะปัจจัยภายนอก ซึ่งก็ตรงกับหลักวิทยาศาสตร์เลยคือแรงดันเต่ง ครั้นสมัยพุทธการมีพระรูปหนึ่งจะตัดไม้ซึ่งมีเทวดาประทับอบู่ เทวดาขอร้องว่าอย่าตัดเลย พระไม่ฟัง ตักถูกแขนของลูกเทวดาขาด แต่เทวดาจะโกรธ และฆ่าพระไม่ได้ มิเช่นนั้นจะพ้นสภาพเทวดาทันที ครั้นเทวดานำเรื่องมากราบทูลแด่พระพุทธเจ้า พระพุทธเจ้าชมเทวดาว่าดีแล้ว ถ้าท่านฆ่าพระท่านจะได้กรรมหนัก

โดย เริงธรรม [12 ก.ค. 2547 , 08:18:59 น.] ( IP = 202.133.163.28 : : )


  สลักธรรม 2

ในสมัยนั้นต้นไม้ทุกต้นมีเทวดาอาศัยหมดเพราะมีคนมาก เทวดาท่านนี้จึงไม่มีที่อยู่ พระพุทธเจ้าทรงเห็นว่าต้นไม้ที่อยู่ในบริเวณที่ประทับของพระองค์ว่างแล้ว เพราะเทวดาองค์ก่อนหมดบุญไปเกิด จึงชี้ให้เทวดาองนี้มาประทับและบัญญัติกฏต่อสงฆ์ว่าห้ามตักของเขียว แต่ถ้าไม่ตั้งใจเช่นเวลาพระคุยกันใต้ต้นไทร แล้วเผลอใช้มือไปดึงรากไทรขาด โดยขาดสติชั่วครู่ไม่บาป แต่ถ้าจงใจเป็นปาจิตตีย์ พระห้ามขุดดิน เพราะมีชีวะอาศัยในดิน การขุดอาจทำให้ชีวะนั้นตาย แต่ถ้าพระต้องการดิน พระจะบอกเณรหรือคาราวาสให้นำดินมาให้ได้ โดยไม่ผิดศีลข้อนี้) สมัยนั้นมนุษย์มีอายุยืนถึง 2 หมื่นปีเลยเชียว ครั้นพระท่านจะเสียชีวิต ท่านทรงสำรวจศีล ศีลท่านบริสุทธิ แต่พอใกล้จะนิพานเป็นพระอรหันต์ท่านระลึกได้ว่า พรรษาแรกท่านทำใบตะใคร่น้ำขาด ท่านจึงฝันก่อนจะนิพานว่าตะใคร่รัดคอ ท่านจึงต้องไปเกิดเป็นพญานาคชื่อว่าพระเอกระปัฐนาคราช ครั้นนาคนี้มีอายุข้ามพุทธันดร คือข้ามมาสมัยของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าสมนโคดม คือพระพุทธเจ้ายุคของเรา คือยุคที่ติดกันนั่นเอง นาครอคอยมานานว่าพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเท่านั้นจะตอบคำถามให้นาคได้ นาคจึงแปลงกายบุตรสาวให้เป็นมนุษย์แล้งเต้นระบำร้องเพลง และประกาศว่าใครตอบคำถามได้ นาคจะยกธิดาให้ จนกระทั่งอุตตระมานพฟังคำถามแล้วไปถามพระสัมมาสัมพุทธเจ้า แล้วนำไปตอบพระยานาคถูกหมด จึงถามอุตตระมานพว่าท่านได้คำตอบมาจากใคร ไม่มีมนุษย์ใดตอบคำถามได้ นาครู้ทันทีว่ายุคนี้มีพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเกิดขึ้นแล้ว แล้วนาคก็ไปเข้าเฝ้าพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เพราะรอมานาน เพื่อถามทางหลุดพ้นจากการเป็นนาค ซึ่งก็ได้มา 5 ข้อ แต่ข้อที่ 1 ซึ่งเป็นอยู่แล้วก็เลี่ยงไม่ได้ในชาตินี้คือเกิดมาเป็นพญานาค แต่ข้ออื่นคือ การเดินด้วยท้องก็เปลี่ยนมาเดินด้วยขา (การเดินด้วยอกเรียกว่า อุระคะ ซึ่งแปลว่างูได้ด้วย) ไม่ต้องเสพเมถุนกับนาคด้วยกัน ไม่ต้องมีบุตรเป็นนาค อีข้อไม่แน่ใจรู้สึกว่าจะไม่ต้องตายในรูปนาค

โดย เริงธรรม [12 ก.ค. 2547 , 08:19:19 น.] ( IP = 202.133.163.28 : : )


  สลักธรรม 3

4 อุปวาทะ การต่อว่าพระอรหันต์ บิดามารดา อาจารย์และ ผู้ที่มีคุณ ถ้าใครเคยทำให้รีบไปขอฆมา ถ้าท่านจากไปแล้วให้ไปขอฆมาที่อัฐิ จะเป็นอโหสิกรรม ใครที่ว่าพระว่าพระรูปนั้นรูปนี้ไม่ใช่อรหันต์ เป็นบาปหนัก เพราะมีกล่าวในคัมภีร์อาวะตาล ว่าอรหันต์เท่านั้นที่รู้ว่าใครเป็นอรหันต์ พวกขี้เหล้าจะไม่มีสิทธิมาพูดว่าพระท่านนี้ไม่อรหันต์ เหมือนคนตาบอดจะมาสอนสีแดง เขียว เหลืองให้คนตาดี ไม่ได้
5 ต้องอาบัติ 7 พระที่ต้องอาบัติ 7 แล้วไม่ปรงอาบัติจะห้ามขึ้นสวรรค์และห้ามนิพพานเลย ในสมัย พระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระองค์ทรงเทศน์ จนกระทั่งพระที่อาบัติละอายจนต้องศึก พวกที่ไม่ศึกก็ถึงกับกระอักโลหิตตายเลย อาบัติที่ร้ายแรงสุดคือปราชิก ปรงไม่ได้ต้องสึกอย่างเดียว คือถ้าพระไปเสพเมถุน หรือฆ่าคนตาย หละก็ต้องสึกห้ามบวชใหม่ ยกเว้นบวชเณรซึ่งก็สามารถจะเป็นอรหันต์ได้จากการบวชเณรเช่นกัน

โดย เริงธรรม [12 ก.ค. 2547 , 08:19:43 น.] ( IP = 202.133.163.28 : : )


  สลักธรรม 4

ขอบคุณมากค่ะคุณเริงธรรม

โดย ธนันดา [12 ก.ค. 2547 , 14:37:44 น.] ( IP = 158.108.2.2 : : 158.108.208.174 )


  สลักธรรม 5

ขออนุโมทนาค่ะ ขอกุศลเจตนาที่ข้าพเจ้าได้กระทำมาจงเป็นพลวปัจจัยให้หลุดพ้นจากการเป็นบุคคลดังกล่าวเบื้องต้นนี้ด้วยเทอญ ขอคุณสำหรับสิ่งดี ๆ ที่มีให้เจ้าค่ะ

โดย Mashima [14 ก.ค. 2547 , 16:50:15 น.] ( IP = 203.155.224.222 : : )


  สลักธรรม 6

อนันตริยกรรม 5 ประการ ที่ตัดสวรรค์ และห้ามนิพพาน นั้น
1.ฆ่ามารดา
2.ฆ่าบิดา 3. ฆ่าพระอรหันต์ 4. ทำร้ายพระพุทธเจ้าจนถึงขั้นห้อพระโลหิต 5. ทำสังฆเภท( ทำให้พระสงฆ์แตกกัน)
บาปเหล่านี้ อย่าได้( แม้แต่จะคิด)กระทำเลย วิบากมหันต์ ต้องทนทุกข์ทรมานเป็นกัปกัลล์ ตัดสวรรค์ ห้ามนิพพาน
ยกตัวอย่างเช่น พระเทวฑัต และพระเจ้าอชาติศัตรูเป็นต้น กรณีของพระเจ้าอชาติศัตรูนั้นแม้ภายหลังท่านจะกลับใจ มานับถือพระรัตนตรัย เป็นอัครศาสนูปถัมภก มีศรัทธามาก แม้ได้ฟังธรรมจากพระพุทธเจ้า ก็ยังไม่สามารถบรรลุธรรมใดๆได้ เหตุเพราะฆ่าบิดา ผลกรรมทั้งชาติปัจจุบันและอนาคต
โดยถูกพระโอรสปลงพระชนม์ และยังต้องตกนรกชั้นโลหกุมภี อีกด้วย จนกว่าท่านจะพ้นจากวิบากและบรรลุพระปัจเจกโพธิ์ในภายหลัง เห็นไหมครับน่าสะพรึงกลัวขนาดไหน อนันตริยกรรมที่กล่าวมานั้นอย่าแม้แต่จะคิดเลย

โดย อัจ [15 ก.ค. 2547 , 21:00:35 น.] ( IP = 203.156.82.86 : : )


  สลักธรรม 7

ขอแก้ กัปกัลล์=กัปกัลป์

โดย อัจ [15 ก.ค. 2547 , 21:01:47 น.] ( IP = 203.156.82.86 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org