| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
ศรัทธา...พาหลงไหม ?
สลักธรรม 1
สวัสดีค่ะพี่เณร น้องแก้วขอเป็นผู้ตอบก่อนเลยนะค่ะ เพราะคำถามของพี่เณรท้าทายมากๆเลยค่ะ
คำว่า..ศรัทธา..... หมายความถึง ความเชื่อที่ประกอบด้วยเหตุผล ในสิ่งที่เป็นคุณงามความดี เชื่อสิ่งที่ควรเชื่อ สิ่งที่พาเราให้ปลอดภัย
แต่ถ้าเราเชื่อตามอะไรด้วยความหลง.. เราเรียกว่า งมงาย ไม่เรียกศรัทธา และเรียกคนที่เชื่ออย่างนั้นว่าเป็นคนงมงายนะคะ
ถ้าเราเรียกใครว่าเป็นคนมีศรัทธา แปลว่า.. ผู้นั้นเชื่อกรรม เชื่อผลของกรรม เชื่อว่าทำดีได้ดี ทำชั่วไดชั่ว เชื่อปัญญาตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า..
กล่าวคือ.. เชื่อในพระรัตนตรัย ในหลักเกณฑ์ที่เป็นเหตุผล เป็นสิ่งที่จูงเราไปสู่ความมั่นคงในชีวิตที่เราจะมีตนเป็นที่พึ่งแห่งตนได้
เพราะคำว่า ศรัทธา นี้เป็นองค์ของคุณธรรม เมื่อไหร่ก็ตามที่ความเชื่อนั้นเป็นองค์ของอกุศล เราเรียกงมงาย ต่างกันนะคะพี่เณร
โดย น้องแก้ว [13 ก.ค. 2547 , 08:52:18 น.] ( IP = 210.86.188.14 : : )
สลักธรรม 2
และถ้าจะถามน้องแก้วต่อว่า.. การที่เราเชื่อพระรัตนตรัยว่าเป็นหลัก เป็นที่พึ่ง จะมีโอกาสเป็นความหลงได้หรือไม่นั้นน้องแก้วก็ขอเรียนให้ทราบเลยนะค่ะว่า
ตราบเท่าที่จิตของเราท่าน..ยังไม่ใช่จิตของพระอรหันต์ อะไร ๆ ก็มีความหลงแทรกอยู่ทั้งนั้น
สิ่งที่เราพูดกันว่า เป็นปัญญา ก็ยังไม่ใช่ปัญญาตัวแท้นะคะ ถ้าพูดกันในแง่ปรมัตถ์ จิตของปุถุชนไม่ว่าจะเป็นสัมมาทิฐิแค่ไหน ก็ยังมีอวิชชา ความหลงแฝงอยู่ แต่ในขั้นตอนของการพัฒนา ถ้าเราไม่มีจุดเริ่มต้น ไม่ลงมือทำ คล้ายกับเมื่อรู้ภาคทฤษฎีแล้ว เรารู้แต่ปริยัติ เมื่อไม่ลงมือปฏิบัติ ทุกอย่างก็ทรงตัวอยู่อย่างนั้น ดังคนที่นั่งเก้าอี้โยกเยกนั่นเองละคะ ดูเสมือนเคลื่อนไหวตลอดเวลาก็จริง แต่ความจริงก็ยังอยู่กับที่นั่นเองใช่ไหมคะพี่เณร .
โดย น้องแก้ว [13 ก.ค. 2547 , 08:58:39 น.] ( IP = 210.86.188.14 : : )
สลักธรรม 3ใจเราเป็นธรรมชาติที่ถูกอวิชชาและอุปาทานเข้าครอบงำ พาให้เราปรุงคิด เกิดสังขารจิตไปเรื่อย อย่างที่พี่เณรปรุงคิดถามข้อสงสัยต่างๆนั่นเอง
หากไม่ลงมือปฏิบัติเพื่อพิสูจน์ให้กระจ่างแก่ใจ การเชื่อในพระรัตนตรัยก็เรียกว่าเป็นความหลง เพราะเชื่อแต่ปาก ยามคับขันก็ไม่สามารถนำเอาพระธรรมคำสอนออกมาใช้เป็นที่พึ่งได้
แต่ถ้าเราเชื่อว่าพระรัตนตรัยเป็นที่พึ่ง แล้วหมั่นเอาเหตุผลมาถามตัวเองว่า พระธรรมนั่นๆอธิบายธรรมชาติไว้ว่าอย่างไร ? จะเป็นที่พึ่งของเราได้อย่างไร ? ก็นึกได้ว่าความจริงนั้นคืออะไรกันได้เหตุได้ผลมาปลุกใจตื่นจากความมืดบอด อย่างนี้ซิคะพี่เณร ถึงจะเรียกว่ามีความไม่งมงาย และเป็นศรัทธาที่แท้ค่ะ..น้องแก้วขอตอบเท่านี้นะคะพี่เณรสวัสดีนะคะ
โดย น้องแก้ว [13 ก.ค. 2547 , 09:08:50 น.] ( IP = 210.86.188.14 : : )
สลักธรรม 4ศรัทธาพาหลงได้หรือไม่ ถ้าเป็นอธิโมกข์ศรัทธาพาหลงได้อย่างแน่นอน เพราะหลับหูหลับตาเชื่อพอเชื่อแล้วก็กลายเป็นยึดมั่นถือมั่น อย่างที่ลูกศิษย์หลายสำนักศรัทธาในตัวเจ้าสำนักแล้วแต่จะสอนอะไรก็เชื่อจนกระทั่งงมงายคำสอนสำนักข้าถูกต้องสำนักอื่นผิดใครแตะต้องไม่ได้ตัวอย่างก็มีให้เห็นอยู่มากมาย
มีศรัทธาแต่ขาดปัญญาและสติควบคุมหลงแท้แน่นอนอันตรายมากด้วยโดย หนอนหนังสือ [13 ก.ค. 2547 , 09:46:13 น.] ( IP = 203.113.61.132 : : )
สลักธรรม 5เข้ามาอ่านความคิดเห็นค่ะ
แม้การเชื่อในพระรัตนตรัย ก็เรียกว่าเป็นความหลง
หากไม่ลงมือปฏิบัติเพื่อพิสูจน์ให้กระจ่างแก่ใจโดย เซิ่น [13 ก.ค. 2547 , 11:41:05 น.] ( IP = 169.210.4.97 : : )
สลักธรรม 6
![]()
![]()
![]()
มูฬโห อตถํ น ชานติ มูฬโห
ธมมํ น ปสสติ อนธตมํ ตทา
โหติ ยํ โมโห สหเต นรํ
ผู้หลงย่อมไม่รู้อรรถ
ผู้หลงย่อมไม่เห็นธรรม
ความหลง ครอบงำคนใดเมื่อใด
ความมืดมิดย่อมมีเมื่อนั้น
ขุ.อิติ ๒๕/๒๙๖ขุ.มหา ๒๙/๑๘
โดย เณรวัส [13 ก.ค. 2547 , 12:39:03 น.] ( IP = 210.86.188.8 : : )
สลักธรรม 7ที่จริงแล้วคำถามนี้น้องแก้วได้ตอบไว้อย่างชัดเจนแล้วนะคะ ว่าอะไรคือศรัทธา อะไรคือความงมงาย และแม้จะเป็นความศรัทธาแล้วแต่ตราบใดที่ยังไม่สิ้นไปจากอวิชชา ...ความศรัทธานั้นก็ยังมีความหลงตามเกาะกุมอยู่ร่ำไป
แต่เพื่อร่วมสร้างประโยชน์แก่ทุกท่านและเป็นกุศลของตนเองจึงขอร่วมแสดงความคิดเห็นว่า..
โดยทั่วไปนั้นคงต้องพูดถึงความหมายเป็นอันดับแรกน่ะค่ะว่า..ศรัทธา หมายถึงสิ่งใด มีลักษณะอาการเป็นอย่างไร
...เมื่อย้อนกลับไปคิดทบทวนถึงเจตสิกแล้ว ก็จะพบว่า ศรัทธาในภาษาไทยนั้นมีความหมายกว้างขวางกว่าสัทธาในพระอภิธรรม เพราะศรัทธาในภาษาไทยหมายถึงความเชื่อทั้งฝ่ายดีและฝ่ายไม่ดี
แต่จะเป็นความเชื่อฝ่ายไหนก็ตาม..ก็จะเป็นเหตุให้เกิดความเจริญงอกงามในความเข้าใจและความเลื่อมใสติดตามมาได้ ..ท่านจึงเปรียบไว้ว่า ศรัทธาเสมือนพืชที่จะเจริญงอกงามให้ผลในภายภาคหน้าได้
ส่วนในพระอภิธรรมนั้น ศรัทธาคือสัทธาเจตสิกนั้นหมายถึง ความเชื่อถือเหตุผลตามความเป็นจริง ความเลื่อมใสในกุสลธรรม ความเชื่อในฝ่ายดี เช่น เชื่อคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า
โดยมีลักขณาทิจตุกะ ว่ามีความเชื่อถือในอารมณ์ที่ดีเป็นลักษณะ มีการเลื่อมใสเป็นกิจ มีความไม่ขุ่นมัวเป็นผล มีปูชนียวัตถุเป็นเหตุใกล้ให้เกิด
และเหตุอันเป็นที่ตั้งแห่งความเลื่อมใสสัทธาก็คือ
๑.เลื่อมใสสัทธา เพราะเห็นรูปสมบัติสวยงาม...รูปปมาณ
๒.เลื่อมใสสัทธาเพราะเห็นความประพฤติเรียบร้อยเคร่งในธรรมวินัย...ลูขปฺปมาณ
๓.เลื่อมใสสัทธา เพราะได้ฟังชื่อเสียงลือว่าดีอย่างนั้นอย่างนี้...โฆสปฺปมาณ
๔.เลื่อมใสสัทธา เพราะได้สดับธรรมของผู้ที่ฉลาดในการแสดง...ธมฺมปฺปมาณ
โดย น้องกิ๊ฟ [13 ก.ค. 2547 , 18:12:17 น.] ( IP = 203.172.117.42 : : )
สลักธรรม 8ด้วยเหตุแห่งสัทธาดังกล่าวในลำดับที่ ๑ - ๔ แม้สัทธาเจตสิกนี้จะเป็นฝ่ายกุศลก็ตาม แต่ก็สามารถก่อให้เกิดอกุศลได้หากไม่มีปัญญาเข้าประกอบจิตใจ เช่น
บางท่านมีความเลื่อมใสในสมณรูปที่งามสงบอย่างเช่น พระวักกลิ ซึ่งเป็นผู้มีอุปนิสัยหนักไปในทางราคจริตรักสวยรักงาม พอได้เห็นพระรูปโฉมอันสง่างาม ผิวพรรณผ่องใส พระอิริยาบถก็เหมาะสมไปทุกท่วงท่า จึงเกิดศรัทธาเลื่อมใสและรักใคร่ไม่เบื่อหน่าย ในการดูพระวรกายของพระพุทธองค์
จึงพยายามวนเวียนมาเฝ้าดูอยู่เป็นนิตย์ และผลที่สุดก็เกิดความคิดว่า ถ้าเราบวชก็จะได้ตามดูพระวรกายของพระพุทธองค์ ได้อย่างใกล้ชิดและตลอดเวลา
เมื่อคิดดังนี้แล้ว จึงเข้าไปกราบทูลขอบรรพชาอุปสมบทในพระพุทธศาสนา เมื่อท่านบวชแล้วก็มิได้ใส่ใจในการที่จะศึกษาพระธรรมวินัย ไม่สาธยายท่องมนต์ ไม่บำเพ็ญเพียรพระกรรมฐาน มีแต่มัวเมาเฝ้าดูพระรูปโฉมของพระพุทธองค์มิได้ละเว้น
ครั้นกาลเวลาผ่านไปนานเข้าพระพุทธองค์ตรัสเตือนให้พระวักกลิ เลิกละการเที่ยวติดตามดูร่างกายอันจะเน่าเปื่อยนั้นเสีย และทรงชี้ทางให้ท่านกลับมาใส่ใจบำเพ็ญสมณธรรมด้วยพระดำรัสว่า
ดูก่อนพระวักกลิ ผู้ใดเห็นธรรม ผู้นั้นเชื่อว่าเห็นเรา ผู้ใดเห็นเรา ผู้นั้นชื่อว่าเห็นธรรม
และแม้ว่าพระพุทธองค์จะตรัสเตือนอย่างนั้นแล้ว ท่านก็ยังปฏิบัติเช่นเดิม พระผู้มีพระภาคจึงมีพระดำริ ภิกษุนี้ ถ้าไม่ได้รับความสลดใจเสียบ้าง ก็จะไม่ได้บรรลุมรรคผลอะไรเลย ฯ
นี่คือความศรัทธาในรูปสมบัติอันสวยงามที่พาไปสู่ความหลงได้ เพราะยังมีอวิชชานอนเนื่องอยู่นั่นเอง
เพราะฉะนั้นกุศลทำให้เกิดอกุศลได้ค่ะ ศรัทธาที่ไม่ประกอบด้วยปัญญานั้นย่อมทำให้ก้าวไปในทางมืดมนดังที่น้องแก้วกล่าวว่า เป็นจิตของปุถุชนนั่นเอง
ขอบพระคุณในคำตอบของน้องแก้วที่ให้ความกระจ่างหลายๆอย่างนะคะโดย น้องกิ๊ฟ [13 ก.ค. 2547 , 18:31:05 น.] ( IP = 203.172.117.42 : : )
สลักธรรม 9ฮิฮิ..น้องแก้ว และน้องกิ๊ฟ ก็ตอบหมดแล้วนะค่ะ
แต่พี่เณรเคยบอกว่าใครทำใครได้
ก็ขอเสนอความเห็นนิดหนึ่งว่า
ศรัทธาจะพาให้เราหลงผิดเป็นชอบได้....โดยมากจะเริ่มจากศรัทธาในตัวบุคคลก่อน เมื่อได้รับฟังคำสอนต่างๆ หากไม่คิดพิจารณาให้ดีก็จะทำให้มีความเห็นที่ผิดๆได้
อนุโมทนาค่ะโดย พี่ดา [14 ก.ค. 2547 , 11:43:57 น.] ( IP = 158.108.2.2 : : 158.108.209.242 )
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |