| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
พระประทีปแห่งเมตตา ๓.
สลักธรรม 1เป็นดังนี้นานเข้า วันหนึ่งพระองค์ ก็หมดกำลัง มิอาจทรงกายอยู่ได้ จึงเซถลา ล้มฟาดลงยังพื้น ดิน ดูประหนึ่งสิ้น ลมปราณ ด้วยพระอัสสาสะ (ลมหายใจเข้า) และพระปัสสาสะ (ลมหายใจออก) หยุดหายหามีไม่ ได้แต่บรรทมแน่นิ่ง อยู่อย่างนั้น จนกระทั่ง เด็กเลี้ยงแพะคนหนึ่ง ผ่านมาพบเข้า มี ความเวทนายิ่ง เมื่อเห็นพระกายซูบซีด น่าสงสาร มิ หนำซ้ำ ตะวันยังส่องแสงแผดกล้า มาต้ององค์ เด็กน้อยจึงไปหักกิ่งไม้มาปัก เพื่อให้ร่มเงาแก่พระพักตร์ แล้วรีบกลับ ไป รีดน้ำนมจากแม่แพะ เตรียม จะรินนมลงโอษฐ์ ที่เผยออยู่เล็กน้อย แต่กลับหยุดชะงัก ด้วยหวนคิดไปว่า ตนมีศักดิ์ ต่ำต้อย ได้ชื่อ ว่า เป็นทาสเขา จึงลังเลอยู่ เพราะการกระทำเช่นนั้น จักเป็นโทษแก่ตนเอง ขณะกำลังใคร่ครวญอยู่ ก้านชมพู่ อันตนมีใจ เก็บมาปักบังพระพักตร์นั้น ก็แตกช่อใบออกสล้าง เป็นเสมือนฉัตรแก้วอันล้ำ เลิศ ออกกั้นพระองค์ เด็กน้อยเห็นดังนั้น ก็เข้าใจว่า เป็นเทพยดา จึงยกมือขึ้นประสาน กระทำบูชา ด้วยความเคารพ
เวลานั้น พระสิทธัตถะ รู้สึกพระองค์ ลืมพระเนตรขึ้น และตรัสขอน้ำดื่ม เพื่อดับเวทนา เด็ก เลี้ยงแพะ ได้กราบทูล ว่า "ข้าน้อย มิอาจเอื้อมถวายสิ่งใด ต่อพระเป็นเจ้าได้ เพราะมือของทาส ผู้ ต้อยต่ำนั้น จะเป็นเหตุ ให้มลทินแปดเปื้อน พระองค์ พระเจ้าข้า" พระบรมครูจึงตรัสตอบว่า "เด็กเอ๋ย เราทุกคน ล้วนมีโลหิตสีแดงเหมือนกัน ไม่ว่าสูงศักดิ์หรือต่ำ ต้อย ความเมตตากรุณาเท่านั้น ทำให้คน ทั้งโลก เป็นญาติพี่น้องกันหมด ไม่ใช่ทุกคนที่เกิดมา จะมีอุณาโลม (ขนที่ขึ้น ระหว่างคิ้วทั้งสอง เป็น ขนสีขาว ลักษณะอ่อนเหมือนสำลี เวียนขวาเป็นวงกลม เหมือนก้นหอย แต่ปลายจะชี้ขึ้นไป) ปรากฏที่หน้าผากได้เหมือนกัน การกระทำความดี หรือความชั่วต่างหาก ที่จะทำให้คนเราแตกต่าง กัน"โดย พี่เณร..นำมาฝาก [13 ก.ค. 2547 , 13:16:10 น.] ( IP = 210.86.188.8 : : )
สลักธรรม 2เด็กน้อยได้ฟังเช่นนั้นแล้ว จึงน้อมถวายน้ำนมแพะ ด้วยความปราโมทย์ยิ่ง
เมื่อพระสิทธัตถะได้ ทรงเสวยแล้ว ธาตุอาหารในน้ำนมแพะ ก็ซาบซ่านเข้าบำรุงเลี้ยงร่างกาย ทำให้พระองค์ฟื้นคืนพระชนม์ สามารถพยุงกายลุกขึ้นนั่ง ได้ บัดนี้พระมหามุนี ทรงรู้สึกสบายพระองค์ขึ้นเล็กน้อย เด็กเลี้ยง แพะได้ก้มศีรษะ กราบนมัสการขอพรจากพระองค์ แล้ววิ่งกลับไปสู่ฝูงแพะของตน ด้วยความสุขใจ อย่างหาที่เปรียบมิได้โดย พี่เณร..นำมาฝาก [13 ก.ค. 2547 , 13:17:41 น.] ( IP = 210.86.188.8 : : )
สลักธรรม 3เสียงพิณนำทาง
พระสิทธัตถะ ยังคงประทับอยู่ที่โคนต้นไม้นั้น และเจริญภาวนาต่อไป จนพลบค่ำ ตะวันจวนจะ ลับขอบฟ้า ขณะ นั้น พระองค์ได้ทรงสดับเสียงเพลง ของเหล่านักร้องนางรำกลุ่มหนึ่ง ซึ่งเดินผ่าน มาตามละเมาะไม้ เพื่อเข้าไปในเมือง มีเสียงกระพรวนเงิน ของข้อเท้าดังกรุ๋งกริ๋ง รับกับเสียงกำไลกร แสนเสนาะโสต เป็นที่รื่นเริงใจ ครั้นแล้วนางผู้ถือพิณ สามสายก็ขับร้องบทเพลงขึ้นว่า"ดีดพิณจับ ระบำงาม จงทำสายให้พอดีไม่สูงต่ำพวกเรานี้ จะเต้นรำสำราญใจตึงนัก สายพิณขาด เพลงพินาศ หมดเสียงใสหย่อนนักเสียงหมดไป จงทำสายให้พอดี"
อย่างที่มิได้นึกฝันว่า เพลงที่นางขับนั้น จะไปถึงพระกรรณ พระผู้ประทับนั่ง อยู่ใต้ไม้ริมทาง บัดนั้นเอง แสงสว่าง แห่งปัญญา ก็บังเกิดขึ้นแก่พระองค์ พระจอมมุนี จึงทรงรำพึงขึ้นว่า "โอ้... แท้ จริงการเรียนรู้ ก็มีอยู่ ท่ามกลางหมู่ชน ทั้งหลายด้วย ถ้านางนี้ไม่มาขับพิณ เราก็คงจะขึงเส้นชีวิต จน ตึงเกินไปดังนี้ สักวันหนึ่ง มันคงจะขาดลงเป็นแน่ ชีวิต ของเรา ก็จักต้องสิ้นไปเสียก่อน ที่ได้บรรลุถึง เป้าหมายที่หวังไว้ เราควรหย่อนลงบ้าง เพื่อถนอมรักษาชีวิตนี้ ไว้ช่วย คน ที่ยังจมอยู่ในห้วงทุกข์ อีก มากมายนัก"
พระสิทธัตถะ ทรงพิจารณาดังนี้แล้ว จึงเลิกปฏิบัติต่อร่างกาย อย่างทารุณ โดยเด็ดขาด หลัง จากนั้น ก็ได้เสด็จ ออกภิกขาจาร ในเวลาเช้า แล้วทรงเสวยอาหาร ตามแต่จะได้มาทุกวัน
โดย พี่เณร..นำมาฝาก [13 ก.ค. 2547 , 13:19:50 น.] ( IP = 210.86.188.8 : : )
สลักธรรม 4ทรงเสวยข้าวมธุปายาส
รุ่งเช้าวันเพ็ญเดือน ๖ ปีระกา ริมธารน้ำในแคว้นคยา มีสตรีนางหนึ่ง ผู้งามพร้อม ทั้งกายและ ใจ นามว่า " สุชาดา" นางเคยบนบาน ต่อรุกขเทวดา ขอให้ได้สามี ที่มีตระกูลเสมอกัน และมีบุตรคน แรกเป็นชาย แล้วนางก็ได้สม ปรารถนา จึงปรุงข้าวมธุปายาสมา เพื่อสังเวยเทพยดา ครั้นพบพระ บรมโพธิสัตว์ ประทับนั่ง ณ โคนต้นไทร มีพระ ลักษณะ งดงามน่าพิศวง ก็เข้าใจว่า เทพยดาปรากฏ กาย มารับเครื่องสังเวยของตน นางก้มลงจุมพิตพื้นธรณี ถวาย อภิวาท แล้วทูลเชิญรับมธุปายาส นางรินน้ำเกสรกุหลาบอันหอมละมุน ลงในพระหัตถ์ ถวายโภชนาหาร อันเป็นทิพย์ สำรวมกาย แล้ว ถอยออกไป หมอบกราบสงบนิ่งอยู่ ด้วยความเคารพ
พระมหาบุรุษเสวยข้าวนั้นแล้ว ก็ตรัสบอกแก่นางว่า "เราหาใช่เทพเจ้าไม่ เป็นแต่เพียงมนุษย์ ธรรมดาคนหนึ่ง ซึ่ง เดิมเป็นราชโอรส แห่งพระเจ้ากรุงกบิลพัสดุ์ บัดนี้เราได้สละสิ่งนั้นเสียสิ้น มาเป็น นักบวชผู้พเนจร เพื่อแสวงหาดวง ประทีป อันจะส่องใจคนให้หายมืดมัว นับตั้งแต่เราสละออกจาก ราชสมบัติ จวบจนกระทั่งเวลาล่วงมาถึง ๖ ปีแล้ว เราใช้เวลาค้นหาดวงประทีปนั้น ทุกวันทุกคืน ผ่านความตรากตรำ จนร่างกายอ่อนล้าโรยแรง เมื่อรับมธุปายาสนี้แล้ว ก็บังเกิดพละกำลัง ชุ่มชื่นใจ นัก
ขอให้สุขยั่งยืน จงบังเกิดแก่นาง ผู้มีสัมมาจริยะและใจสูง ภาระทั้งหลาย อันบุตรบริวารจักนำ มา จงเบาบางลง ขอให้นางจงจำเริญไป โดยสวัสดีเถิด"
นางสุชาดา น้อมกราบสักการะ พร้อมกับทูลว่า "ความปรารถนาของข้าพระองค์ สำเร็จดุจใด สิ่งที่พระองค์ต้อง ประสงค์ ขอให้สำเร็จดุจนั้นเถิด" แล้วนางก็กราบทูลลากลับไป
พี่เณรได้มีโอกาสอ่านเรื่องนี้จากเมล์ที่เพื่อน (จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย)ส่งมาให้อ่านครับ ซึ่งบอกมาว่า เรียบเรียงโดย รัศมีธรรม ..พี่เณรอ่านแล้วก็นึกถึงทุกๆคนด้วยครับเลยนำมาลงให้อ่านกันอีก ๓ เรื่องในตอน ๓ นี้ครับผม แล้วจะมาลงให้อีกนะครับผม.
โดย พี่เณร..นำมาฝาก [13 ก.ค. 2547 , 13:23:11 น.] ( IP = 210.86.188.8 : : )
สลักธรรม 5ขอบพระคุณพี่เณรค่ะ
มาติดตามอ่านต่อค่ะโดย เซิ่น [13 ก.ค. 2547 , 17:01:05 น.] ( IP = 169.210.4.163 : : )
สลักธรรม 6ขอบพระคุณพี่เณรค่ะ
เรื่องของพระพุทธองค์..อ่านแล้วให้ทั้งกำลังใจและความคิดในการแก้ไขปัญหาด้วยวิธีต่างๆ
เป็นประโยชน์แก่ผู้อ่านมากเลยค่ะ เพราะได้ทั้งความสงบสุขและปัญญาโดย น้องกิ๊ฟ [13 ก.ค. 2547 , 17:47:30 น.] ( IP = 203.172.117.42 : : )
สลักธรรม 7
กราบขอบพระคุณและอนุโมทานาค่ะ
โดย ปราณี [13 ก.ค. 2547 , 19:02:56 น.] ( IP = 203.148.162.224 : : 10.199.199.95 )
สลักธรรม 8
กราบขอบพระคุณและอนุโมทานาค่ะ
โดย ปราณี [13 ก.ค. 2547 , 19:02:58 น.] ( IP = 203.148.162.224 : : 10.199.199.95 )
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |