มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


ธรรมะติดปีก




เมื่อมีโอกาสนำเสนอเรื่องดีงามที่น่ามุทิตาจิต พี่เณรจึงคิดว่า เราควรจะให้ความสำคัญและสนใจในเรื่องดีๆกันมากๆนะครับ เพราะเมื่อพบเห็น และได้อ่านแล้ว จิตเป็นกุศลครับผม

พี่เณรจึงขอนำเสนอมาให้ท่านได้ปิติใจในพระภิกษุของไทยเราบ้างครับผม ..ขอเชิญอ่านได้แล้วครับผม

โดย พี่เณร..นำมาฝาก [13 ก.ค. 2547 , 21:08:50 น.] ( IP = 210.86.188.3 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ
[ 1 ] [ 2 ] [ 3 ]


  สลักธรรม 11

งานเทศน์ งานเขียนเหมือนเป็นการสื่อสารทางเดียวนะคะ ?

ไม่ทางเดียวเลย อาตมาทำงานออกไปมีเสียงตอบรับจากแฟนหนังสือ พระก็มีแฟนหนังสือนะ หนังสือของอาตมาโดยมากรวมเล่ม ก็มีจดหมายมาถึงกองบรรณาธิการเป็นประจำ นานๆ เขาก็หอบมาให้ทีละเป็นร้อยฉบับ ส่วนมากก็พูดถึงในแง่ดี อาจจะไม่อยากตำหนิพระ เพราะกลัวบาปก็ได้นะ (หัวเราะ) แต่อาตมาก็ภูมิใจ ไปเทศน์ อย่างน้อยก็มีคนฟัง เขาอัดเทปกันไว้ก็พอมีคนมาขอไปฟัง หนังสือพอออกไปปุ๊บ ก็พิมพ์ 2 ครั้ง 3 ครั้ง ก็หวังว่าสิ่งที่เราทำออกไปคงไม่ไร้ผลนะ พอจะวัดได้ระดับหนึ่ง แต่ทั้งหมดก็คงแล้วแต่ญาติโยม


บวชเรียนมาตั้งแต่เด็ก จะเข้าใจทุกข์ของชาวบ้านหรือคะ

อาตมาว่าเข้าใจได้ทางอ้อม ไม่ได้หมายความว่า เราจะต้องไปเผชิญเสียทุกอย่างถึงจะเข้าใจ พระพุทธเจ้าไม่ได้เผชิญทุกอย่าง แต่ท่านเข้าใจโลกปรุโปร่ง เพราะท่านเข้าถึงปัญญา ปัญญามีความเป็นสากล ถ้าเราเข้าถึงปัญญาที่แท้ เราก็เข้าใจโลก รู้จักชีวิตโดยทะลุปรุโปร่ง โดยเราไม่ต้องไปใช้ชีวิตเองก็ได้ หลวงพ่อชาไม่เคยมีครอบครัว ท่านออกจากป่ามาเทศน์ มีใครบอกมั้ยว่าคำสอนของท่านเชย ไม่มี เพราะท่านเข้าถึงตาน้ำแห่งปัญญาไง เข้าใจโลก โดยไม่ต้องไปใช้ชีวิตแบบโลกๆ เสมอไป ปัญญามันบอกเองว่าอย่างนี้ดี อย่างนี้ไม่ดี มันบอกชัดเจน

โยมรู้ใช่มั้ยว่าคนถูกรถชนมันเจ็บ แต่เราอยากรู้ว่าเจ็บเป็นอย่างไร เราต้องไปวิ่งให้รถชนมั้ย ก็คงไม่ ใช่มั้ยละ เพราะฉะนั้น พระเข้าใจโยมโดยเรียนรู้ธรรมซึ่งเป็นสิ่งสากล ชีวิตของโยมเป็นธรรมะซึ่งเป็นสิ่งสากลนะ การรู้จักคนๆ เดียวอย่างถ่องแท้ ก็เท่ากับรู้จักคนทั้งโลก ธรรมะจะเป็นอย่างนั้น รู้จักใบไม้กำมือเดียวก็รู้จักใบไม้ทั้งโลก

โดย พี่เณร [13 ก.ค. 2547 , 21:24:48 น.] ( IP = 210.86.188.3 : : )


  สลักธรรม 12

พระสอนให้คนอื่นพ้นทุกข์ แล้วพระเองเป็นทุกข์มั้ยคะ

พระก็ทุกข์ พระทุกข์สองอย่าง หนึ่ง ทุกข์อย่างโยม ก็คือ บวชเข้ามาแล้ว แต่ใจยังไม่บวชก็จะทุกข์เช่นเดียวกับโยม เช่น ยังอยากมียศ มีลาภ มีชื่อ มีเสียง ยังอยากเป็นขุนนางพระ ก็เหมือนกับโยมใช่มั้ย ถ้าท่านตัดไม่ได้ โยมทุกข์อย่างไรท่านก็ทุกข์อย่างนั้น สอง บวชเข้ามาแล้ว ตั้งใจจะเป็นพระก็ทุกข์อย่างพระ เช่น ตั้งใจจะปฏิบัติธรรม มันไม่ก้าวหน้า ไม่ได้อย่างใจ นั่งสมาธิมันก็ไม่นิ่ง เรียนหนังสือ ปัญญาก็ไม่ดี ก็ทุกข์ นี่ทุกข์อย่างพระ แต่มีพระอีกประเภทที่ไม่ทุกข์อย่างพระ และไม่ทุกข์อย่างโยม คือ มาแล้วตั้งใจจะเป็นพระ ไม่เจอทุกข์อย่างโยมแล้ว สอง บวชเข้ามาแล้วตั้งใจปฏิบัติ สติปัญญาดี สภาพร่างกายดี เจอครูอาจารย์ดี ปฏิบัติก็ลุล่วง หลุดพ้นขึ้นไปเป็นพระอริยบุคคลอยู่เหนือทุกข์เหนือสุข อันนี้ไม่ทุกข์แล้ว ก็มี มีแต่สุขล้วนๆ แล้วก็เอาสุขตรงนี้แหล่ะไปให้ญาติโยม ถ้าถามอาตมาภาพก็ต้องบอกว่า on the way นะ ยังหาอะไรฟันธงลงไปไม่ได้


มีพระที่ประพฤติไม่เหมาะสมตกเป็นข่าวเพิ่มขึ้น เราควรมองเรื่องนี้อย่างไรคะ

แสดงว่า ชาวบ้านใช้ปัญญาในการนับถือศาสนามากขึ้น สมัยก่อนพระพูดอะไรก็แล้วแต่พระ สมัยนี้ ถ้าไม่ถูกต้องชาวบ้านประท้วง ประท้วงไม่พอ ขับออกจากวัด ทุกวันนี้ มีคนไทยที่บอกว่า ฉันไหว้พระพุทธ พระธรรม แต่ไม่ไหว้พระสงฆ์ ก็ไม่ผิดที่ชาวบ้านจะรู้สึกอย่างนั้น เพราะเราจะกราบใครสักคนอย่างสนิทใจ คนๆ นั้นจะต้องมีอะไรเหนือกว่าเรา อย่างน้อยในทางพุทธิปัญญาและในทางศีลาจารวัตร นี่เป็นธรรมชาติ แทนที่พระจะไปว่าชาวบ้าน ว่าทำไมไม่เข้าวัด พระคงต้องถามตัวเองว่า เรามีส่วนหรือเปล่าที่ทำให้เขาไม่อยากเข้าวัด

โดย พี่เณร [13 ก.ค. 2547 , 21:25:49 น.] ( IP = 210.86.188.3 : : )


  สลักธรรม 13

อาตมา ถึงเห็นว่า พระสงฆ์ไทยในทศวรรษหน้า อย่างน้อยๆ ต้องมีความรู้ด้านพระธรรมวินัยกว้างขวาง และต้องมีความประพฤติดีงาม ชนิดที่กราบตัวเองได้ และให้คนอื่นมากราบโดยตัวเองไม่ละอายแก่ใจ รวมทั้งต้องมีความรู้ทางโลกในระดับที่เท่าทันโลก ถ้าพระไม่มีคุณธรรมเหล่านี้ พระสงฆ์ไทยจะเหมือนหลักเหลี่ยมในรูกลม จะกลายเป็นส่วนเกินทางประวัติศาสตร์ของยุคสมัย คือ จะอยู่แบบเดิมๆ สังคมก็ก้าวไปข้างหน้า ทีนี้ พอท่านจะก้าวร่วมไปกับสังคม คุณสมบัติท่านก็ไม่ถึง ความรู้สติปัญญาไม่มากพอจะอยู่ในโลกสมัยใหม่ได้ จะอยู่เหมือนเดิมโลกก็ไม่อนุญาต จะก้าวไปข้างหน้า เครื่องไม้เครื่องมือที่จะก้าวไปพร้อมกับโลกก็ไม่มี พระก็จะตกอยู่ในสภาพอิหลักอิเหลื่อ อยู่อย่างไรก็ไม่ดี ถ้าไม่ปรับตัวนะ

พระจำนวนไม่น้อยให้ความสำคัญกับยศชั้น ทั้งที่คนทั่วไปไม่ค่อยรับรู้เรื่องนี้สักเท่าไร ?

ชาวบ้านแทบไม่รู้ว่าพระองค์นี้เป็นเจ้าคุณ องค์นี้เป็นมหาเปรียญ เป็นสมเด็จ มองพระก็มองทั่วๆ ไป ชาวบ้านเรารู้เรื่องพระน้อย พอรู้เรื่องพระศาสนาน้อย เราเลยปล่อยให้มีพระสุกๆ ดิบๆ เยอะนะ มีพระดีบ้างไม่ดีบ้าง ทั้งๆ ที่ว่า ถ้าเป็นพระมันต้องดีใช่มั้ย เพราะพระแปลว่าผู้ประเสริฐ แต่เรามีพระน้ำดีก็มี พระน้ำเสียก็มี ก็เพราะองค์กรของเราไม่มีกระบวนการสร้างพระดีอย่างเป็นระบบ คนที่เข้ามาบวชก็ไม่ได้มีความตั้งใจจริง แล้วสังคมไทยมีความรู้เรื่องพระน้อยมาก ก็ไม่สามารถเป็นกัลยาณมิตรให้พระได้ อยู่ในลักษณะเตี้ยอุ้มค่อม ไม่มีใครสามารถเป็นพี่เลี้ยงให้ใคร บางทีถูกพระหลอกก็ยังไม่รู้อีก นึกว่าท่านเป็นพระก็ต้องดี เห็นเหลืองๆ ก็นึกว่าพระ บางทีก็ไม่ใช่นะ วันดีคืนดี เราก็เห็น เอ้า! พระไปหาเสียงให้นักการเมือง วันดีคืนดีเราเห็นพระไปช่วยรัฐมนตรีคลังหาเงิน เอ๊ะ! ทำไมพระของเราหลากหลายไปหมด งงไปหมด

โดย พี่เณร [13 ก.ค. 2547 , 21:27:03 น.] ( IP = 210.86.188.3 : : )


  สลักธรรม 14

ถ้าคนของเรามีความรู้เสียหน่อย เห็นอะไรไม่เหมาะไม่ควร เราก็ต้องเตือนพระได้นะ แต่พอไม่รู้ พระพาไปไหนก็ไป พระพาไปปลุกเสกอะไรที่ไหนก็ไป แต่ทุกวันนี้ พระก็ไม่มีความรู้ โยมก็ไม่มีความรู้ เหมือนคนตาบอดจูงกันไป จะพากันลงหน้าผาก็ไม่มีใครเตือนใคร นี่เป็นภาวะพระสงฆ์ไทยกับชาวบ้านนะ มันก็เป็นอย่างนี้อยู่

แล้วก็ดูเหมือนจะเป็นอย่างนี้ต่อไป ?

อาจจะหนักขึ้นด้วยซ้ำนะ เพราะกระบวนการต่างๆ ที่จะแปลงศรัทธาเป็นทุนมันพิสดารมากขึ้น สมมติสมัยก่อนครูบาอาจารย์สร้างพระขึ้นมาองค์หนึ่งนะ ท่านทำด้วยจิตที่บริสุทธิ์จริง คือ ให้ลูกศิษย์ลูกหาไว้เป็นสิริมงคล เดี๋ยวนี้ไม่ใช่ พระหนึ่งเหรียญต้นทุน 1 บาท ทำ packaging สวยๆ ใส่กรอบเลี่ยมทองอย่างดี อวดอ้างสรรคุณมารองรับ ให้เซียนพระปั่นให้ เดี๋ยวนี้พระองค์หนึ่ง 12 ล้านก็มี 60 ล้านก็มี คิดดูสิ ต้นทุนไม่ถึงบาท เพราะเอาก้อนอิฐก้อนหินก้อนดินตามธรรมชาติมาทำ แล้วใส่กระบวนการแบบบริษัทร่วมทุนพาณิชย์ ทำกันเอิกเกริกมาก รับกันรุ่นละเป็นพันล้าน เงินที่มาจากความโง่ของญาติโยม แล้วก็หากินกันบนความโง่ของชาวบ้าน แล้วคิดว่านี่คือพระพุทธศาสนา กระบวนการปั๊มพระนี่ทันสมัยนะ หนึ่ง ไปหาเกจิดีๆ มา สอง ไปหานักสร้างพระดีๆ สาม ไปหาหนังสือพระเครื่องดังๆ มา สี่ ไปสร้างคอนเนคชันกับหนังสือพิมพ์ใหญ่ๆ สื่อมวลชนใหญ่ๆ ห้า ไปหาพรีเซ็นเตอร์ เป็นนักการเมืองใหญ่ๆ สี่ห้าองค์ประกอบนี่รวมกัน เราได้พระเครื่องชั้นยอดมารุ่นหนึ่ง ปล่อยออกสู่ตลาด คนก็แห่แหนไปบูชาจะเหยียบกันตาย คนทำก็รวยไป คนบูชาก็โง่ พระพุทธศาสนาบอบช้ำ เรากำลังหากินบนความโง่ความหลงของญาติโยม


โดย พี่เณร [13 ก.ค. 2547 , 21:28:41 น.] ( IP = 210.86.188.3 : : )


  สลักธรรม 15

แต่ระยะหลัง ดูเหมือนมีคนหันมาสนใจเรื่องพุทธศาสนาและการปฏิบัติธรรมกันมากขึ้นด้วยเหมือนกัน ?

น่ายินดีมากเลย เริ่มมีกระแสที่คนหันมาสนใจพุทธศาสนา ถึงขนาดกล่าวได้ว่าเป็นปรากฏการณ์ แล้วเป็นพระพุทธศาสนาเชิงลึกด้วยนะ สังเกตมั้ยว่า คนหันกลับมาสนใจสมาธิวิปัสสนา และชาวบ้านเริ่มรวมกลุ่มกันสอนสมาธิที่บ้าน นี่คือ นิมิตดีว่าสังคมไทยเริ่มหันมาสนใจพระพุทธศาสนาที่ตัวเนื้อหาสาระอีกครั้งหนึ่ง น่าสังเกตว่าคนที่สนใจแบบนี้เป็นระดับปัญญาชนนะ อย่างคนที่อ่านหนังสือของอาตมา หลายคนเราก็นึกไม่ถึงว่า เอ้อ เขาก็มีเวลาอ่านนะ อ่านแล้วก็มาพบมาคุย เป็นอาจารย์ เป็นนักศึกษา ผู้หลักผู้ใหญ่ในวงการต่างๆ อ่านแล้วก็มาคุยกัน เราก็เริ่มเห็นพลังเงียบทางธรรมะ


โดย พี่เณร [13 ก.ค. 2547 , 21:29:03 น.] ( IP = 210.86.188.3 : : )


  สลักธรรม 16

ในแง่การตอบสนองจากฝ่ายสงฆ์เป็นอย่างไรคะ

สังคมหันมาสนใจเนื้อหาสาระ ขณะที่พระกลับไปสนที่เปลือก คือ เรามีพระที่เป็นครูวิปัสสนากรรมฐานก็เยอะ แล้วญาติโยมที่สนใจแนวนี้ก็มีเยอะ แต่ก็มีพระส่วนที่เดินสวนทางกับชาวบ้านน่ะนะ ขณะที่ชาวบ้านเดินเข้าวัด พระก็เดินสวนออกไปหาลาภยศสรรเสริญก็มี หรือท่านที่รู้ตัว รับรู้กระแสของสังคมก็เป็นเรื่องของปัจเจกบุคคลมากกว่า โดยพระสงฆ์กระแสหลักรู้สึกจะยังเหมือนเดิม ไม่ได้หันมาสนใจอะไรนัก ยังยุ่งอยู่กับเรื่องเดิมๆ ปัญหาเดิมๆ เราคงต้องฝากอนาคตไว้กับพระทางเลือก ที่ไม่สนใจลาภสักการะ แต่สนใจธรรมะจริงๆ


ต้องเลือกพระหรือคะ

เมื่อคนสนใจธรรมะที่แก่น ก็เท่ากับว่า สังคมกำลังเรียกร้องพระที่เป็นพระจริงๆ คือ เมื่อสนใจธรรมะที่แก่น พระก็ต้องมีแก่นไปให้เขา ใช่มั้ย ฉะนั้น เราน่าจะได้พระจริงขึ้นมาอีกเยอะนะ น่าจะเป็นแนวโน้มที่ดี ที่จริงอาตมาไม่ได้ห่วงเท่าไหร่นะ สังคมไทยในแง่ที่เขาจะสนใจศาสนาหรือไม่สนนะ อาตมาห่วงแต่สังคมสงฆ์นี่แหล่ะ ที่ไม่ตื่นตัวซะที เวลาเรานึกถึงพระ เรารู้สึกว่าท่านให้เราพึ่งได้ไม่เท่าไหร่ใช่มั้ย บางปัญหาสังคมเห็นว่าไฟมันลามทุ่งแล้วนะ ท่านน่าจะดับ แต่ท่านก็ไม่ดับใช่มั้ยล่ะ อย่างภาคใต้นี่ วัดโดนถล่มไป 3 แห่ง ท่านก็เงียบ


โดย พี่เณร [13 ก.ค. 2547 , 21:30:14 น.] ( IP = 210.86.188.3 : : )


  สลักธรรม 17

ในหมู่สงฆ์มีการคุยถึงปัญหาร้อนๆ เหล่านี้บ้างมั้ยคะ

คุยกัน แต่มันไม่มีพลวัตจนถึงขั้นจะสร้างความมั่นใจให้ญาติโยมได้ เป็นเสียงสะท้อนที่เงียบ อาตมามองอย่างนี้นะ ถามว่าทำไมเป็นแบบนี้ อาตมาก็ว่าเราต้องมองเชิงโครงสร้างด้วย อย่าไปโทษพระทีละรูป แล้วว่าท่านแย่อย่างนั้นอย่างนี้คงไม่ได้ ที่ท่านแย่เพราะอะไร ก็องค์โน้นแย่ก่อน ท่านก็แย่ตาม แล้วที่องค์โน้นแย่ ก็เพราะโครงสร้างมันเป็นอย่างนั้น โครงสร้างมันเอื้อให้อืด มันก็ต้องอืดใช่มั้ย

อย่างโยมปลูกต้นไม้ แล้วรอบๆ ต้นไม้มันมีกรง จะให้มันบานสะพรั่งออกไปนอกกรงได้ยังไงล่ะ ฉะนั้น ถ้าจะแก้ปัญหาตรงนี้ ต้องรื้อโครงสร้างแล้วทำใหม่ ซึ่งที่ผ่านมาก็รื้อๆ ปรับๆ กันนะ แต่ไม่ได้ปรับเปลี่ยนภารกิจขององค์กร จะแก้ปัญหามันต้องมีวิสัยทัศน์ พันธกิจต้องชัดเจน แล้วถึงไปเอาคนเอาโครงสร้างมาใส่ แต่ของเรา หนึ่ง วิสัยทัศน์ไม่ชัดเจน สอง พันธกิจพร่ามัวมาก แล้วก็รื้อโครงสร้าง พอรื้อเสร็จ ปรากฏว่า เหมือนเดิม ไม่รู้จะรื้อไปทำไม อาตมาก็มองว่ามันเป็นเหล้าเก่าในขวดใหม่นะ ทำไปก็ไม่ได้อะไร ญาติโยมก็อ่อนใจอยู่ตามเดิม


ฟังแล้วสิ้นหวังมากนะคะ

โยมก็อย่าเพิ่งหมดกำลังใจกัน พระดีๆ มีเยอะ แต่เราไม่ค่อยรู้จัก เหมือนคนดีที่มีเยอะในทางโลกใช่มั้ย แต่พอโครงสร้างมันไม่เอื้อ ก็ทำให้ท่านไม่สามารถโดดเด่นออกมาทำงาน แล้วคนดีก็ไม่ได้มารวมกันใช่มั้ย กระจัดกระจายกันอยู่น่ะ อย่ามองอะไรเป็นสีดำไปหมด โอ๊ย ไม่ไหว้แล้วพระ ไหว้ไม่ไหว ที่จริง สีดำสีขาวมันก็อยู่ด้วยกัน อยู่ที่ว่าด้านไหนมันจะหันมาให้เราเห็นก่อน มันอยู่ติดกันนั่นแหละ มองอีกด้านหนึ่ง แล้วจะเห็นว่าเรายังมีหวังอยู่ คิดอย่างนี้จะดีนะ

....ที่มา : นสพ.กรุงเทพธุรกิจ 29 พ.ค.47....



โดย พี่เณร [13 ก.ค. 2547 , 21:31:57 น.] ( IP = 210.86.188.3 : : )


  สลักธรรม 18

ขอบคุณพี่เณรค่ะ
ที่นำเรื่องราวดีๆของพระภิกษุไทย มาฝากค่ะ

โดย เซิ่น [13 ก.ค. 2547 , 21:46:21 น.] ( IP = 169.210.5.201 : : )


  สลักธรรม 19

มาอ่านรอบดึกค่ะพี่เณร
หูตาสว่างไสวขึ้นเยอะกับพระดีที่ยังมีอยู่ในบ้านเมือง
กราบอนุโมทนากับคุณงามความดีและอุดมการณ์ของพระท่านที่มีน้ำใจ และใฝ่ในการให้ธรรมทานค่ะ
และขอบพระคุณพี่เณรที่นำกุศลมาฝากในยามราตรี

โดย น้องกิ๊ฟ [13 ก.ค. 2547 , 23:37:13 น.] ( IP = 203.172.117.3 : : )


  สลักธรรม 20

โห!!! พระคุณเจ้าเป็นพระร่วมสมัย ที่เข้าใจบริบทสังคมไทยได้ชัดเจน แถมถ่ายทอดภาพพจน์ออกมาแจ่มมาก หนักไปในทางปัญหาสังคมที่ต้องติดตามตอนต่อไปแล้วจิ

ขอบพระคุณพี่เณรเจ้าค่ะ

โดย น้องถ้วย [13 ก.ค. 2547 , 23:48:54 น.] ( IP = 210.86.144.13 : : )
[ 1 ] [ 2 ] [ 3 ]

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org