มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


ประทีปแห่งเมตตา..๔




ดวงประทีปอันแจ่มจรัส


ครั้นเสร็จเสวยข้าวมธุปายาส อันนางสุชาดา ผู้มีใจงาม นำมาถวายแล้ว พระสิทธัตถะ ก็เสด็จ จากต้นไทร... ไป ประทับนั่ง บนบัลลังก์หญ้า ณ โคนต้นโพธิ์

พระองค์ได้ทรงอธิษฐานจิต ตั้งพระทัย แน่วแน่ว่า แม้เลือดเนื้อในกาย จะ แห้งเหือดไป ไม่มีอะไรเหลือ แม้หนังเอ็นกระดูกก็ตามที

ถ้ายังมิได้ ตรัสรู้ ในสิ่งที่ทรงประสงค์แล้ว ก็จะไม่ยอมลุกจากที่ นี้ โดยเด็ดขาด

ด้วยเดชะ พระมหาเมตตาบารมีคุณ อันพระองค์ทรงตั้งพระทัย สั่งสมไว้ให้มนุษย์ และสรรพ สัตว์ทั้งปวง ต้นมหา โพธิ์ ก็โอนอ่อนโน้มกิ่งลง บังแสงตะวัน มิให้ส่องมาต้องพระองค์ เหล่าสัตว์ร้าย ที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียง พากันสงบนิ่ง เลิกการปองร้ายซึ่งกันและกัน พญาเหยี่ยว คาบพาสัตว์ผู้ อ่อนแอบินมา

พอผ่านต้นโพธิ์ที่ประทับ ก็ปล่อยเหยื่อ หุบปีก ลง กระทำการคารวะ วิหคใหญ่น้อยทั้ง หลาย ส่งเสียงร้องเจื้อยแจ้ว ด้วยความหรรษา ต่างก็สรรเสริญในพระทัย อัน หวังประโยชน์สุขต่อ สรรพสัตว์ พากันแซ่ซ้อง

ถวายพระพร ให้ทรงประสบความสำเร็จอันยิ่งยวด ต่างส่งสำเนียงขาน บอก กันว่า "นับแต่นี้ต่อไป เราชาวโลกทั้งหลายจะได้เป็นสุขแล้ว"

โดย พี่เณร..นำมาฝาก [16 ก.ค. 2547 , 15:25:49 น.] ( IP = 210.86.188.0 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ
[ 1 ] [ 2 ]


  สลักธรรม 1

ณ ราตรีอันแจ่มจรัส ในเดือนเพ็ญ ขณะที่พระบรมโพธิสัตว์ ประทับเข้าสมาธิ หลับพระเนตร สำรวมพระอิริยาบถ นิ่ง อยู่ใต้ร่มโพธิพฤกษานั้น

บรรดาพญามาร คือ กิเลสทั้งหลายรู้ว่า พระผู้ บำเพ็ญเพียร เพื่อช่วยเวไนยสัตว์ กำลังจะ ข้ามพ้นวัฏสงสาร จะบรรลุแจ้งในสัทธรรม อันสามารถ ช่วยเวไนยสัตว์ อย่างมิอาจประมาณ ก็ให้มีจิตริษยา จึงเตรียม พหลพลมารมหาศาลมา เพื่อประจัญ กับพระปัญญา อันสว่างไสวของพระองค์

พญามารเหล่านี้มี ราคะ โทสะ โมหะ และอวิชชา อันมืด คลุ้ม ต่างก็ผาดแผลง สำแดงฤทธิ์ของตนต่างๆ กัน มุ่งจะทำลายขันติ สมาธิของพระผู้ยิ่งนักบวชทั้ง หลาย ให้สิ้นไป

บ้างกระพือพายุมาบดบังอากาศ ให้มืดครึ้มน่าสะพรึงกลัว แล้วส่งเสียงอสุนีบาต ฟาดเปรี้ยงๆ เสียง สะเทือนเลื่อนลั่น ไปทั่วทั้งสามโลก พระธรณีมีอาการประหนึ่ง จะทรุดแตกแยก ทะลายลง


เมื่อพระยังหลับเนตรมิไหวหวั่น ก็เปลี่ยนอุบาย ใช้วจีไพเราะ เป็นเครื่องโลมเล้า ให้รำลึกถึง ความรัก อันหอมหวน

นายมารก็บันดาล ให้อากาศ เสนาะไปด้วยเสียงดนตรี มีเหล่าธิดามารจำแลง ให้ผิวพักตร์ผุดผ่อง มาร่ายฟ้อน กวัก หัตถ์ยั่วเย้า แต่ก็หามีผลไม่ จึงใช้มหาสมบัติแห่งจักรพรรดิ มา เป็นเครื่องล่อ

การอันนี้ ก็ไม่ก่อให้เกิดผลอันใด มันจึง หันไปใช้อุบาย ให้พระบังเกิดความโลเลสงสัย และมืดมัวสับสน ในหนทางแห่งการบำเพ็ญเพียร แต่พระหทัยของพระองค์นั้น ได้รับการฝึกอบรม มาอย่างดีแล้ว จึงมิได้ไหวหวาด ต่อกิเลสทั้งหลายแห่งดวงจิต ไม่ว่า มันจะสำแดง แผลง ฤทธิ์เดช ประการใด พระองค์ก็คงประทับเฉย สงบพระกายนิ่งอยู่ ด้วยเดชแห่งมหาบารมี อันทรงสั่งสมมา เป็น อเนกอ นันตชาติ เหล่าอสุรมารทั้งหลาย ก็พ่ายกระจายพินาศแก่ตนเองไปสิ้น

โดย พี่เณร..นำมาฝาก [16 ก.ค. 2547 , 15:29:03 น.] ( IP = 210.86.188.0 : : )


  สลักธรรม 2

เวลาจวนรุ่งสาง แล้ว ดวงดาราคล้อยเคลื่อนต่ำลงยังขอบฟ้า ทั่ว ปริมณฑลนั้นสงบนิ่ง แม้ใบพระโพธิ์ก็มิเขยื้อน ให้ระคายโสตของพระองค์ ผู้พิชิตมาร พระพาย รำเพยพัดเย็นมาอ่อนๆ พระสมณโคดมประทับนิ่ง มิไหวองค์ หลับพระเนตรเสีย จากสิ่งภาย นอก แต่พระจักษุภายใน ทรงมองเห็นความเป็นไป ในปางหลังได้อย่างแจ่มแจ้ง ประดุจมีดวงประทีป สุก สกาว ส่อง ให้บุคคล ผู้ยืนอยู่ปลายทาง ให้หันกลับไป มองเห็นอดีตของตน ได้อย่างทะลุปลอดโปร่ง

สมเด็จพระประทีปแก้ว ทรงน้อมพระทัยระลึกย้อนสืบสาว ไปหาต้นกำเนิดแห่งชีวิต ของพระองค์ ทรงระลึกชาติ ต่างๆ ทั้งใกล้และไกลได้ด้วย พระญาณปัญญาอันรู้แจ้ง มองเห็นความเป็นมา และ เป็นไปของปวงสัตว์ ได้อย่าง กระจ่างชัด ปราศจากความขุ่นมัว

พระองค์ทรงเห็นว่า อันความดีชั่วของมนุษย์นี้ เป็นเสมือนกงเกวียน ผู้ใดสร้างสิ่งใดไว้ สิ่งนั้น ย่อมหมุนเวียนตาม สนอง ทำดีก็ได้รับความสุขเบิกบานใจ ทำชั่ว ก็ถึงแก่ความพินาศย่อยยับ จะขูด ลบโยกถอนอย่างใด ก็หาหลุดพ้นไม่ มันย่อมตามมาสนอง ผู้กระทำกรรมอันดีชั่วเสมอไป

โดย พี่เณร..นำมาฝาก [16 ก.ค. 2547 , 15:31:10 น.] ( IP = 210.86.188.0 : : )


  สลักธรรม 3

เมื่อทรงพบความจริงอันนี้แล้ว ก็ทอดพระเนตรเห็น กว้างไกลออกไป ถึงจักรวาลอื่นๆ ทั่วหมื่น โลกธาตุ

พระอาทิตย์ พระจันทร์ และดวงดาวทั้งหลาย ต่างกระจาย หมุนอยู่กลางเวหาไกลโพ้น ใน ระยะห่างอันเหมาะเจาะ และ ต่างมีความสัมพันธ์กันอยู่ อย่างไม่ตัดขาด มหาอนันตจักรวาล เกิดมา ตั้งแต่ครั้งไหน และจะดำรงอยู่นานไปอีกสักเท่า ไร ไม่มีใครหยั่งรู้ต้นกำเนิด และอวสานกาล

พระ สัพพัญญูเจ้าทรงรู้แจ้ง ถึงธรรมลักษณะ ของทุกสิ่งทุกอย่าง คือหลัก แห่งสัทธรรม อันเป็นประทีป ส่องให้เห็นความจริงแห่ง "ความเป็นอยู่เอง" เช่นนั้น

อันกฎแห่งธรรมชาติของโลกนั้น อยู่เหนืออำนาจบังคับ ของมนุษย์ และเทพยดาทั้งปวง สรรพ สิ่งเกิดขึ้น ตั้งอยู่ ที่ สุด ก็เสื่อมสลายหมดสิ้นไป

และแล้วก็เริ่มต้นใหม่ การเกิด การทำลาย เป็นไปอยู่ ทุกแห่งหน จักขัดขืนความจริงอันนี้ หาได้ไม่ เวไนยสัตว์ทั้งหลาย ล้วนเกิดมาแล้วก็ต้องตาย ตาย แล้วก็เกิดใหม่ วนเวียนรับทุกข์อยู่อย่างนี้ ไม่มีวันสิ้นสุด

ครั้นล่วงเข้าปัจจุสมัยจวนสว่าง ทรงเห็นความจริงอันหนึ่งคือ "ทุกข์" ซึ่งตรึงสัตว์ทั้งหลาย ให้ แน่นอยู่กับโลก ดุจ เงาอันตามตนอยู่ จะสลัดไป ก็เมื่อชีพสิ้นไปแล้วเท่านั้นทุกข์นั้นคืออะไร?ทุกข์นั้น คือ ความไม่เที่ยงแท้
.... ได้แก่ ชรา โรคาพยาธิทั้งหลาย คือความโกรธ เกลียด โลภ หลง ความยินดียิน ร้าย อันตนตัดไม่ขาด คือ ตัณหา ความกระหาย จะได้ซึ่งสมบัติ ลาภ ยศ และสรรเสริญ สุข รวมทั้ง สิ่งเพลิดเพลินเจริญใจอื่นๆ คือ ความข้องอยู่ในโลก ได้แก่ ความ อยากมีชีวิตไม่รู้จักดับ ความเบื่อ หน่ายแล้วซึ่งโลกนี้ อยากทำลายตนไปเสียให้พ้น อันเป็นการฝืนธรรมดาของโลก ทั้ง หลายเหล่านี้แล คือ ความทุกข์

โดย พี่เณร..นำมาฝาก [16 ก.ค. 2547 , 15:35:46 น.] ( IP = 210.86.188.0 : : )


  สลักธรรม 4

ทรงหยั่งรู้ว่า ต้นเหตุ ที่ทำให้ชีวิตของคน และสัตว์ทั้งหลาย หมุนเวียนเกิดตาย ไปตามคลื่น แห่งความเปลี่ยน แปลงของโลก

ก็เนื่องจากความรักหลง ยึดติดในความสุขอันเป็นมายา


บุคคลผู้มีปัญญา ได้พิจารณาเห็นความจริงอันนี้ และที่มาของทุกข์ทั้งหลาย จึงไม่ประสงค์ จะ ติดอยู่ในบ่วงของ การเกิดเช่นนี้

แล้วหมั่นเพียรอบรมใจ ให้ระงับตัณหา และความอยาก ที่นำมาซึ่ง ทุกข์ทั้งหลาย ให้หมดสิ้นด้วย ประการทั้งปวง ความสุขอันไม่รู้จักจบ ก็จะบังเกิดแก่เขาผู้นั้น

พระผู้มีพระภาคเจ้า ทรงเป็นผู้ปราศจาก กิเลสตัณหาทั้งปวง ได้บรรลุถึงสิ่งที่ทรงประสงค์ โดย รู้ความจริง ที่ ทำลายรากของความทุกข์ทั้งปวง ในชีวิตให้สิ้นไป

พระองค์ได้ชนะมารเด็ดขาดแล้ว ทรงพบพระธรรมอันล้ำลึก มีแสง สว่างแรงกล้า ยิ่งกว่าดวงตะวัน อันยังโลกให้สว่างอยู่ เป็นนิจนิ รันดร์

บัดนี้ พระสิทธัตถะโคตมะ แห่งศากยวงศ์ ผู้ทรงมีพระชนมายุ ๓๕ พรรษา ได้บรรลุถึง พระ อนุตตรสัมโพธิญาณ ตรัสรู้ เป็นพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าแล้ว ณ โคนต้นมหาโพธิ์ ริมฝั่งแม่น้ำเน รัญชรา ในเวลาอรุโณทัย แห่งคืนวิ สาขปุรณมี วันเพ็ญเดือนหก

ดวงประทีปอันแจ่มจรัส ได้อุบัติขึ้นแล้วในโลกนี้

โดย พี่เณร..นำมาฝาก [16 ก.ค. 2547 , 15:41:09 น.] ( IP = 210.86.188.0 : : )


  สลักธรรม 5



ขอความนอบน้อมมีแด่องค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าผู้ตรัสรู้อนุตรสัมมาสัมโพธิญาณ

โดย เณรวัส [16 ก.ค. 2547 , 17:16:23 น.] ( IP = 203.144.228.200 : : )


  สลักธรรม 6


ขอนอมน้อมถวายอภิวาท พระบรมศาสดา
ผู้ทรงตรัสรู้ อนุตตรสัมโพธิญาณ ได้ด้วยพระองค์เอง

โดย เซิ่น [16 ก.ค. 2547 , 17:50:04 น.] ( IP = 169.210.39.108 : : )


  สลักธรรม 7

........ต้นเหตุที่ทำให้ชีวิตของคน และสัตว์ทั้งหลาย หมุนเวียนเกิดตาย ไปตามคลื่นแห่งความเปลี่ยน แปลงของโลก ก็เนื่องจากความรักหลง ยึดติดในความสุขอันเป็นมายา ........

เป็นข้อความที่ควรนำมาใคร่ครวญให้ดีในการเลือกดำเนินชีวิตนะคะ...ขอบพระคุณพี่เณรค่ะ

โดย น้องกิ๊ฟ [16 ก.ค. 2547 , 18:02:23 น.] ( IP = 169.210.32.176 : : )


  สลักธรรม 8


ขอนอบน้อมถวายอภิวาท
แด่องค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า
ผู้ตรัสรู้อนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณด้วยพระองค์เอง

โดย ธนันดา [16 ก.ค. 2547 , 18:25:01 น.] ( IP = 158.108.2.2 : : 158.108.209.211 )


  สลักธรรม 9

...ขอนอบน้อมถวายอภิวาทแด่พระสัมมาสัมพุทธเจ้า
ผู้ตรัสรู้อนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณด้วยพระองค์ด้วยความเคารพเหนือเศียรเหนือเกล้า...

โดย สุธาดา [16 ก.ค. 2547 , 19:54:32 น.] ( IP = 210.86.188.10 : : )


  สลักธรรม 10

ขอบพระคุณและอนุโมทนาพี่เณรมากค่ะ

โดย ปราณี [16 ก.ค. 2547 , 19:57:00 น.] ( IP = 203.148.162.224 : : 10.199.199.95 )
[ 1 ] [ 2 ]

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org