| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
การให้ทานที่เลื่อนชั้นทางจิต
สลักธรรม 1๔. คนบางคนในโลกนี้ ไม่ได้ให้ทานด้วยคิดว่า บิดามารดา ปู่ย่า ตายาย เคยให้เคยทำมา แต่ให้ทานด้วยคิดว่าเราหุงหากิน พวกนักบวชเหล่านี้ไม่ได้หุงหากิน เราหุงหากินได้ จะไม่ให้ทานแก่ท่านผู้ไม่หุงหา ดูเป็นการไม่สมควร แล้วจึงให้ทาน เมื่อตายไปย่อมเกิดเป็นเทวดาชั้นดุสิต เมื่อสิ้นกรรมก็มาเกิดอย่างนี้อีก
๕. คนบางคนในโลกนี้ ไม่ได้ให้ทานด้วยคิดว่า เราหุงหากินได้ แต่นักบวชเหล่านี้หุงหากินไม่ได้ จึงให้ทาน แต่ให้ทานด้วยคิดว่า เราจะเป็นผู้บริจาคทาน เหมือนฤาษีต่าง ๆ ในอดีต แล้วจึงให้ทาน เมื่อตายไปย่อม เกิดเป็นเทวดาชั้นนิมมานรดี เมื่อสิ้นกรรมก็มาเกิดอย่างนี้อีก
๖. คนบางคนในโลกนี้ ไม่ได้ให้ทานด้วยคิดว่า เราจะเป็นผู้บริจาคทาน เหมือนฤาษีต่าง ๆ ในอดีต แต่ให้ทานด้วยคิดว่า เมื่อเราให้ทานอย่างนี้ จิตจะเลื่อมใส เกิดความปลื้มใจและโสมนัส แล้วจึงให้ทาน เมื่อตายไปย่อมเกิดเป็นเทวดาชั้นปรนิมตวสวัสดี เมื่อสิ้นกรรมก็มากเกิดอย่างนี้อีก
๗. คนบางคนในโลกนี้ ไม่ได้ให้ทานด้วยคิดว่า เมื่อเราให้ทานอย่างนี้ จิตจะเลื่อมใส แต่ให้ทานเพื่อเป็นเครื่องปรุงแต่งจิต คือเพื่อเลื่อนชั้นทางจิต แล้วจึงให้ทาน เมื่อตายไปย่อมเกิดเป็นเทวดาชั้นพรหม เมื่อสิ้นกรรมแล้ว ก็ไม่ต้องกลับมา คือไม่ต้องกลับมาสู่โลกนี้อีกแล้ว
นี้แลเป็นเหตุและปัจจัย ที่คนบางคนในโลกนี้ ให้ทานแล้ว จึงมีผลมาก มีอานิสงส์มาก.
ทานสูตร ๒๓/๕๙โดย เซิ่น...นำมาฝาก [21 ก.ค. 2547 , 07:49:15 น.] ( IP = 202.57.185.137 : : )
สลักธรรม 2ท่านผู้อ่านโปรดพิจารณาดูว่า การให้ทานของท่านที่แล้วมาอยู่ใน ๗ ข้อนี้หรือไม่? และข้อไหนที่ท่านปฏิบัติเป็นประจำ? ท่านเคยสังเกตบ้างหรือไม่ว่า การให้ทานแต่ละครั้ง มีการเปลี่ยนแปลงทางจิต เกิดขึ้นบ้างหรือไม่?
ตามปกติคนเราทำสิ่งใด ก็ย่อมจะมีความหวังในสิ่งนั้น แต่การให้ทานทางพุทธศาสนานี่ค่อนข้างประหลาด คือยิ่งหวังยิ่งได้น้อย
ถ้าทำทานด้วยไม่มีความหวังเลย
คือ หมดตัวตนที่จะหวัง ยิ่งจะได้ผลทานหมดเลย
คือ นับประมาณไม่ได้
![]()
โดย เซิ่น...นำมาฝาก [21 ก.ค. 2547 , 07:51:07 น.] ( IP = 202.57.185.137 : : )
สลักธรรม 3ขอขอบพระคุณในความรู้และขออนุโมทนาคะ
โดย นภาภรณ์ [21 ก.ค. 2547 , 09:10:10 น.] ( IP = 203.148.208.151 : : unknown )
สลักธรรม 4ตามปกติคนเราทำสิ่งใด ก็ย่อมจะมีความหวังในสิ่งนั้น แต่การให้ทานทางพุทธศาสนานี่ค่อนข้างประหลาด คือยิ่งหวังยิ่งได้น้อย
ถ้าทำทานด้วยไม่มีความหวังเลย
คือ หมดตัวตนที่จะหวัง ยิ่งจะได้ผลทานหมดเลย
คือ นับประมาณไม่ได้
_/¦\_ _/¦\_ _/¦\_โดย เพชร [21 ก.ค. 2547 , 10:51:24 น.] ( IP = 202.47.247.146 : : 61.19.208.218 )
สลักธรรม 5ครับผมเพราะหวังมากผิดหวังมาก.....
ไม่หวังเลยไม่ผิดหวังเลย...
คุณเพชรครับที่ว่า ..การให้ทานทางพุทธศาสนานี่ค่อนข้างประหลาด คือยิ่งหวังยิ่งได้น้อย...ที่คุณกล่าวนั้นไม่ประหลาดหลอกครับเพราะทานแปลว่าการให้ เมื่อมือยื่นออกไปกำแล้วแบมือออก (เช่นการให้เงินขอทาน ) ลองคิดดูซิครับว่าเราจะเอามือที่ไหนไปรับละครับ นอกเสียจากใช้อีกมือหนึ่งใช่ไหมครับ ถ้าเปรียบมือซ้ายเป็นกุศลและมือขวาเป็นอกุศล คุณลองคิดซิครับว่ามือขวาที่ให้ทานเป็นกุศล ส่วนมือซ้ายที่เอื้อมไปไขว่คว้านั้นเป็นอกุศล คิดแล้วน่ากลัวนะครับนี่ไงครับหลักพระพุทธศาสนาจึงเป็นหลักของผู้มีปัญญา.... เพื่อจะป้องกันบาปธรรมต่างๆไม่ให้เกิดขึ้นได้ดีทีเดียวครับผมโดย วิชิต [21 ก.ค. 2547 , 12:55:50 น.] ( IP = 210.86.188.15 : : )
สลักธรรม 6
ขอบคุณมากค่ะคุณเซิ่น
โดย น้องกิ๊ฟ [22 ก.ค. 2547 , 10:23:43 น.] ( IP = 203.155.227.136 : : )
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |