| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
บริโภคศาสนากับศาสนาบริโภค
สลักธรรม 1ยิ่งลัทธิพิธีที่ผุดขึ้นมาระยะหลังด้วยแล้ว ยิ่งเห็นชัด บ่างลัทธิพิธีแม้จะขึ้นมาแบบวูบวาบชั่วครั้งชั่วคราว แต่ก็กลายเป็นธุรกิจใหญ่โตได้ในชั่วข้ามคืน เช่นกรณี "ไผ่สมเด็จย่า" เพียงชั่วไม่กี่วัน ผลิตภัณฑ์ที่นำมาวางขายในรูปวัตถุมงคลเฉพาะที่เกี่ยวกับไผ่ดังกล่าวอย่างเดียว ก็มีมากกว่า ๒๐ ชนิด จากหมู่บ้านที่เงียบสงบก็มีร้านค้าวัตถุมงคลและของที่ระลึกผุดขึ้นมากกว่า ๒๐๐ ร้าน แต่ละวันเงินสะพัดนับแสน ๆ บาท
ลัทธิบริโภคนิยมนั้นถือว่า ความสุขความสำเร็จนั้นได้มาด้วยการบริโภคหรือด้วยการใช้เงินซื้อ มิใช่ด้วยการลงมือกระทำ ทัศนคติเช่นนี้ได้ครองงำผู้คน จนกระทั่งศาสนาก็ถูกมองว่า เป็นเรื่องของการบริโภคมากกว่าเป็นเรื่องของประพฤติปฏิบัติ ผลก็คือ ศาสนาถูกทำให้เป็นไสยศาสตร์ชั้นต่ำ (ไสยศาสตร์ชั้นสูงนั้น แม้จะต้องพึ่งวัตถุมงคลและอาศัยการบนบานศาลกล่าว เพื่อความสุขแบบโลก ๆ แต่ก็ยังต้องรักษาศีล หรือมีข้อปฏิบัติบางประการที่จะละเลยมิได้)
มีคนจำนวนไม่น้อยที่เข้าหาศาสนาโดยรังเกียจการพึ่งพิงวัตถุมงคล แต่ก็ใช่ว่าจะหลุดพ้นจากลัทธิบริโภคนิยมไปได้ บางคนมาเข้าวัดด้วยต้องการความสงบในจิตใจ แต่ก็พกพาความคาดหวังนั้นอย่างนักท่องเที่ยวที่ไปพักรีสอร์ต คือคิดว่าถ้ามีเงินซื้อบริการแล้ว ความสงบก็มาเองโดยไม่ต้องทำอะไรเลย ครั้นพบว่าความสงบในวัดนั้นต้องลงทุนลงแรงด้วยการต้องไปพักในกุฏิซอมซ่อ ไม่มีน้ำประปา และไฟฟ้า แถมแวดล้อมด้วยป่าทึบ น่าวังเวง และยังต้องเดินไกลอีกต่างหาก ก็เลยล้มเลิกความตั้งใจ ขับรถกลับบ้านไปทันที
โดย แสงจันทร์ [26 ก.ค. 2547 , 07:44:09 น.] ( IP = 61.90.12.236 : : )
สลักธรรม 2การบริโภคศาสนาอีกรูปแบบหนึ่งก็คือ กระหายใคร่ตักตวงประสบการณ์ทางจิตวิญญาณ เช่น เห็นนิมิต ท่องนรกสวรรค์ สัมผัสฌานสมาบัติ ไม่ต่างจากนักทัศนาจรที่สนใจไปเที่ยวทุกอุทยานที่มีชื่อเสียง แต่พอใจจะนั่งรถชมทิวทัศน์ พักรีสอร์ตหรูติดแอร์ ยิ่งกว่าที่จะเดินป่ากางเต็นท์สัมผัสความสงบ คนที่บริโภคศาสนาแบบนี้ต้องการเพียงแค่ประสบการณ์แปลก ๆ ใหม่ ๆ แต่หาได้คิดถึงการขัดเกลาตนเองแต่อย่างใด ไม่คนประเภทนี้จึงสนใจศาสนาแบบกาแฟสำเร็จรูป คือให้ผลรวดเร็วทันใจ ไม่ยอมทนฝังตัวปฏิบัตินาน ๆ กับวิธีการหรือครูบาอาจารย์คนใดคนหนึ่ง แต่กลับเวียนเข้าเวียนออกตามสำนักต่าง ๆ โดยมักลงเอยด้วยการเป็นเหยื่อศาสดาปลอม ที่สัญญาว่าจะช่วยให้บรรลุคุณวิเศษทางจิตในเร็ววัน
คนประเภทข้างต้นดูจากอาการภายนอก ก็นับว่าตรงข้ามกับคน ที่วัน ๆ คิดแต่จะหากำรี้กำไร จดจ่อติดตามราคาหุ้นในวันธรรมดา และแวะเวียนท่องเที่ยวตามศูนย์การค้าในวันหยุด ฝ่ายแรกเป็นคนเคร่งศาสนา ฝ่ายหลังเป็นพวกวัตถุนิยม แต่มองลึก ๆ แล้ว ทั้งสองฝ่ายเป็นส่วนผสมของศาสนาและลัทธิบริโภคนิยม จนแยกจากกันได้ยาก ฝ่ายแรกนั้นถือศาสนาแบบบริโภคนิยม ส่วนฝ่ายหลังถือลัทธิบริโภคนิยมแบบศาสนา จนกลายเป็นศาสนาอีกประเภทหนึ่งที่เรียกว่า "ศาสนาบริโภค"
ศาสนาในความหมายที่กว้าง ก็คือระบบความคิดความเชื่อ ที่ตอบสนองความต้องการส่วนลึกของมนุษย์ โดยเฉพาะความมั่งคงในจิตใจ คนเราจะมีความมั่นคงในจิตใจได้ด้วยเหตุหลายประการ การมีทรัพย์สิน เงินทอง สุขภาพ ความสำเร็จในหน้าที่การงาน การมีเกียรติยศ เป็นปัจจัยต้น ๆ (แต่มักจะไม่ค่อยยั่งยืน) ของความมั่งคงในจิตใจ ศาสนาทุกศาสนามักทำหน้าที่นี้เป็นเบื้องแรก คือให้ความหวังหรือสัญญาว่าบุคคลจะเจริญด้วย อายุ วรรณะ สุขะ พละ และธนสารสมบัติ หากทำบุญทำทาน เชื่อฟังพระเข้า บวงสรวงอ้อนวอนหรือทำตามกฎเกณฑ์ที่วางไว้สูงขึ้นไปกว่านั้น ศาสนาช่วยให้บุคคลมีจุดมุ่งหมายในชีวิต อย่างน้อยก็รู้ว่าตนเองเป็นใคร ควรดำเนินชีวิตอย่างไร ในทิศทางใด กล่าวอีกนัยหนึ่งศาสนาช่วยให้ชีวิตหายสับสน ไม่ลังเลสงสัย คนที่มีศรัทธามั่นในศาสนาจึงมักมีพลังที่แน่วแน่เด็ดเดี่ยวโดย แสงจันทร์ [26 ก.ค. 2547 , 07:49:17 น.] ( IP = 61.90.12.236 : : )
สลักธรรม 3ถึงจุดหนึ่งลัทธิบริโภคนิยมก็มี "หน้าที่" ไม่ต่างจากที่กล่าวข้างต้น เริ่มตั้งแต่การตอบสนองความต้องการทางวัตถุ ผู้คนทุกวันนี้ต่างตั้งหน้าตั้งตาแสวงหาเงินทองและทรัพย์สมบัติกันอย่างจริงจัง เป้าหมายไม่ได้อยู่เพียงแค่ว่ามีมากเท่าไร ที่สำคัญไม่น้อยกว่ากันก็คือ มี "อะไร" ด้วย คนเป็นอันมากยอมเสียเงินแสนซื้อนาฬิกาโรเล็กซ์ และทุ่มเงินล้านซื้อรถเบนซ์ ก็เพราะต้องการความมั่นคงในจิตใจ กระเป๋าหนังจากบางลำภู ๑๐ ใบ ก็ให้ผลทางจิตใจไม่เท่ากระเป๋าหลุยส์วิตตอง (ของแท้) เพียงใบเดียว
ในทำนองเดียวกัน การใช้เงินซื้อปริญญาหรือสถานะด๊อกเตอร์ ก็ไม่ใช่เหตุอันควรให้เกิดปมด้อย เพราะความอิ่มเอิบใจจากการถูกเรียกว่าด๊อกเตอร์นั้นมีความหมายมากกว่า (แต่ถ้าถูกเปิดโปงเมื่อไร ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง)
ลัทธิบริโภคนิยมยังทำให้ชีวิตมีจุดมุ่งหมาย คนที่ถูกลัทธินี้ครอบงำเต็มตัวจะไม่มีความลังเลสงสัยในชีวิต เพราะจิตจดจ่อกับการหาสิ่งเสพเสวยเต็มที่ บัณฑิตจบใหม่เวลานี้มีเป้าหมายชัดเจนว่าจะต้องออกรถเก๋งให้ได้ภายใน ๕ ปี (หรือ ๒ ปีด้วยซ้ำ) ขณะที่นักธุรกิจเล็งบ้านราคาสิบล้านไว้แล้วชนิดตาไม่กะพริบ อะไรก็ตามที่ทำให้คนเหล่านี้ทำงานเป็นบ้าเป็นหลัง กระทั่งใช้เวลาหลับน้อยกว่าพระกรรมฐานที่เคร่งครัดเสียอีก สิ่งนั้นควรเรียกว่าศาสนา
โดย แสงจันทร์ [26 ก.ค. 2547 , 07:51:43 น.] ( IP = 61.90.12.236 : : )
สลักธรรม 4สมัยหนึ่งลัทธิคอมมิวนิสต์ก็ทำหน้าที่นี้ หลายคนในป่ามอบกายถวายชีวิตให้แก่พรรคราวพระเจ้า จึงไม่น่าแปลกใจที่เมื่ออุดมการณ์คอมมิวนิสต์พังทลาย เขาเหล่านั้นจึงรู้สึกเคว้งคว้าง ไม่รู้จะเอาอย่างไรกับชีวิต แต่ความสับสนดังกล่าวก็หมดไปเมื่อหลายคนหันไปสมาทานลัทธิบริโภคนิยม พลังที่เคยอุทิศให้พรรคถูกผันมาสู่ตลาดหุ้นและตัวเลขในบัญชีธนาคาร ชีวิตกลับมีจุดหมายขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง
ไม่ควรเข้าใจไปว่า ความโลภล้วน ๆ เท่านั้นที่เป็นตัวผลักดันพฤติกรรมบริโภคนิยม ปัจจัยเบื้องหลังอีกประการหนึ่งคือความเชื่อหรือโลกทัศน์ ลัทธิบริโภคนิยมมีพลังได้ส่วนหนึ่งก็เพราะมันมีชุดความคิดอยู่ชุดหนึ่งที่ดูมีเหตุผล นั่นก็คือความเชื่อที่ว่าความสุขนั้นเกิดจากการบริโภคยิ่งบริดภคก็ยิ่งเป็นสุข ถ้ารถติดมากนัก ก็ซื้อคอมพิวเตอร์มาจัดระเบียบจราจร น้ำหนักเพิ่มก็ซื้อยาลดความอ้วนมากิน ทรวดทรงหย่อนยานก็อย่าเสียเวลาออกกำลังกายเลย ไปให้หมอทำศัลยกรรมดีกว่า ถ้าต้องการสร้างบุคลิกให้ดูน่าเชื่อถือ ก็ไปซื้อรถเบนซ์มาขับ มนต์ขลังของเทคโนโลยีไม่เพียงแต่ทำให้ความเชื่อดังกล่าวดูสมเหตุสมผลหรือเป็น
"วิทยาศาสตร์" เท่านั้น หากยังทำให้เทคโนโลยีนั้นเอง กลายมาเป็นองค์ประกอบหนึ่งของพิธีกรรมในศาสนาบริโภค
โดย แสงจันทร์ [26 ก.ค. 2547 , 07:53:57 น.] ( IP = 61.90.12.236 : : )
สลักธรรม 5แต่นอกเหนือความมั่นคงทางจิตใจแล้ว มนุษย์ยังมีความต้องการที่ลึกลงไปกว่านั้นอีก นั่นคือการเปลี่ยนเป็น "คนใหม่" ศาสนานั้นมีทั้งพิธีกรรมและข้อปฏิบัติเพื่อการเป็นคนใหม่ หนุ่มไทยแต่ก่อนบวชพระแล้วถึงจะได้ชื่อว่า "คนสุก" บางลัทธิศาสนาสร้างอัตลักษณ์ใหม่ด้วยการเปลี่ยนชื่อเสียงเรียงนาม แต่ถ้าต้องการเปลี่ยนให้ลึกกว่านั้นก็ต้องประพฤติปฏิบัติตามหลักศาสนา เช่น บำเพ็ญสมาธิภาวนา เป็นต้น
ลัทธิบริโภคนิยมนั้นสนองความต้องการส่วนลึกนี้อยู่ไม่น้อย คนจำนวนไม่น้อยอาศัยการบริโภคเป็นหนทางสร้างอัตลักษณ์ใหม่ หรือความเป็นคนใหม่ให้แก่ตนเอง ด้วยการซื้อหาผลิตภัณฑ์ที่เสริมสร้างภาพพจน์ รสชาติมิใช่สิ่งเดียวที่ดึงดูดคนหนุ่มสาวให้ซื้อน้ำอัดลมยี่ห้อดัง หากยังเป็นเพราะลูกค้าเหล่านั้นต้องการเป็น "คนรุ่นใหม่" หรือทำให้ตนมีบุคลิกอย่างดารานักร้อง บริษัทโฆษณาทุกวันนี้แทบจะไม่ได้โฆษณาสรรพคุณของสินค้าอีกแล้ว (แม้จะเป็นสรรพคุณด้านเดียวก็ตาม) หากโฆษณาสรรพคุณของดาราหรือพรีเซนเตอร์ที่รับจ้างมาเป็นแบบ ทั้งนี้เพื่อสร้างภาพลักษณ์ ให้ลูกค้าบริโภคโดยผ่านการใช้สอยสินค้าชิ้นนั้นอีกต่อหนึ่ง
โดย แสงจันทร์ [26 ก.ค. 2547 , 07:57:19 น.] ( IP = 61.90.12.236 : : )
สลักธรรม 6ใช่แต่เท่านั้น แม้แต่ผู้ผลิตเอง เดี๋ยวนี้ก็ไม่ได้ผลิตสินค้าแล้ว หากแต่ผลิตยี่ห้อหรือแบรนด์เนมมากกว่า เพราะลูกค้าสนใจยี่ห้ออันโด่งดังมากกว่าจะคำนึงถึงคุณสมบัติของสินค้าที่ซื้อ ยี่ห้อนั้นจะไม่มีความหมายเลยหากไม่มีภาพลักษณ์อันโก้เก๋พ่วงติดมาด้วย
ด้วยเหตุนี้เองบางบริษัท ถึงกับทำกำไรอย่างเป็นล่ำเป็นสัน ในการขายใบอนุญาตยี่ห้อให้แก่สินค้าชนิดต่าง ๆ ทั้ง ๆ ที่ไม่มีอะไรเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ที่สร้างชื่อแก่บริษัทนั้นเลย เช่น บริษัทเสื้อผ้าปีแอร์การ์แดง ได้กำไรมหาศาลจากการขายใบอนุญาตแก่สินค้าถึง ๘๐๐ ชนิด ตั้งแต่น้ำหอมไปจนถึงแว่นกันแดด ส่วนบริษัทไนกี้ก็เคยประกาศไปทั่วโลกว่า "เราไม่ใช่บริษัทรองเท้า" หากแต่ "เราเป็นนักกีฬา" ทั้งนี้ก็เพราะรองเท้าไม่มีเสน่ห์ดึงดูดใจคนทั่วไปเท่ากับกีฬา ใคร ๆ ก็อยากเป็นนักกีฬาดัง อย่างไมเคิล จอร์แดน (ซึ่งเป็นพรีเซนเตอร์ของไนกี้) ยิ่งกว่าที่จะสนใจใช้รองเท้ากีฬา แม้กระนั้นผู้คนก็ซื้อรองเท้ายี่ห้อนั้น เพื่อว่าตนเองจะได้มีอัตลักษณ์เชื่อมโยงกับนักกีฬาดังผู้ที่ตนศรัทธาคนนั้น ผลทางจิตใจจากการซื้อรองเท้าด้วยความรู้สึกเช่นนี้ จะว่าไปก็ไม่ค่อยต่างจากการซื้อเหรียญหลวงพ่อคูณเท่าใดนัก
ลัทธิบริโภคนิยมจึงไม่ใช่เรื่องวัตถุล้วน ๆ ด้วยมีมิติทางจิตใจเข้ามาเกี่ยวข้องอยู่มาก โดยอาศัยศรัทธาและความเชื่อเป็นปัจจัยสำคัญเมื่อพิจารณาจาก "หน้าที่" ของลัทธิบริโภคนิยมตลอดจนท่าทีของผู้คนที่ได้รับอิทธิพลจากลัทธินี้แล้ว ก็ไม่ต่างจากศาสนาอื่น ๆ เท่าไร อย่างไรก็ตาม กล่างอย่างถึงที่สุดแล้ว ศาสนาบริโภคก็ไม่อาจตอบสนองความต้องการส่วนลึกของผู้คนได้อย่างแท้จริง เพราะเป็นศาสนาที่ไม่เคยทำให้คนเกิดความรู้สึก "พอ" เสียที ชีวิตที่ไม่รู้จักพอย่อมหยุดดิ้นรนไม่ได้ จึงไม่อาจพานพบความสุขสงบที่แท้จริงได้ ที่ร้ายกว่านั้นก็คือ ทั้ง ๆ ที่ ความสุขสงบเป็นสิ่งปรารถนาของชีวิต แต่หากใครก็ตามสมาทานศาสนาบริโภคเต็มตัวแล้ว ก็ยากที่จะตระหนักว่านั่นคือสิ่งที่ชีวิตต้องการ ทั้งนี้ เพราะความอยากได้ใคร่มีในวัตถุได้กดทับความปรารถนาอันประณีต ลึกซึ้งนั้นเสีย จนในที่สุดก็ไม่รู้ว่าอะไรคือความต้องการที่แท้จริงของชีวิต
โดย แสงจันทร์ [26 ก.ค. 2547 , 08:01:02 น.] ( IP = 61.90.12.236 : : )
สลักธรรม 7ศาสนาบริโภคสร้างความเต็มอิ่มแก่ชีวิตเพียงชั่วคราว และให้ความหมายแก่ชีวิตได้เพียงชั่วครู่ ไม่ว่าจะมีโภคทรัพย์มากมายเพียงใด ในที่สุดก็ย่อมรู้สึกว่างเปล่า เพราะความเต็มอิ่มของชีวิตนั้นไม่อาจเกิดขึ้นได้ด้วยการพันพัวและปรนเปรอวัตถุใส่ตน หากเกิดขึ้นจากอิสรภาพและการสละ อีกทั้งความหมายของชีวิต ก็ไม่ได้เกิดจากการสร้างอัตลักษณ์ใหม่อย่างฉาบฉวย หากเป็นผลจากล้วงลึกไปจนเห็นก้นบึ้งแห่งตัวตนว่าเป็นมายา
ศาสนาบริโภคไม่ใช่สรณะของชีวิต กระนั้น ใช่ว่าการบริโภคศาสนาจะเป็นคำตอบที่พึงปรารถนาก็หาไม่
..โดย..พระไพศาล วิสาโล..
โดย แสงจันทร์ [26 ก.ค. 2547 , 08:03:22 น.] ( IP = 61.90.12.236 : : )
สลักธรรม 8พุทธศาสนิกชน ควรมี พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ เป็นสรณะ
เพราะเป็นที่พึ่งอันแท้จริง ให้แก่ชีวิต
โดย เซิ่น [26 ก.ค. 2547 , 09:32:50 น.] ( IP = 202.57.180.167 : : )
สลักธรรม 9
ขอบพระคุณคุณแสงจันทร์ค่ะ
เป็นบทความที่มีสาระในหลายๆด้าน
ให้คำถามให้คำตอบที่น่าคิดพิจารณา
และเลือกการบริโภคที่เหมาะสม
อนุโมทนาในการร่วมกิจกรรมอันเป็นกุศลนะคะโดย น้องกิ๊ฟ [26 ก.ค. 2547 , 21:25:37 น.] ( IP = 202.129.44.34 : : )
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |