มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


ช่วยตัดสินใจหน่อยครับ




ผมกำลังช่วยชี้แนะเด็กคนหนึ่งที่หลงในทางที่ผิด
ตอนแรกก็ฟังเราดีแต่ผ่านไปได้ไม่เท่าไรก็ไปคบเพื่อนไม่ดีอีก จนผมไม่รู้จะสอนอย่างไรแล้ว แต่เขาอ้างว่าเครียด ผมคิดว่าผมคงต้องวางมือได้แล้วให้พ่อแม่เขาจัดการกันเอง(ซึ่งที่ผ่านมากก็จัดการอะไรไม่ได้เพราะมัวแต่ทำงานหาเงิน) ถ้าผมปล่อยมือ เด็กคนนี้คงลงเหวไปอีก ผมควรจะทำอย่างไร แต่คำตอบในใจผมตอนคิดว่ากรรมใครกรรมมัน คงต้องปล่อยวางได้แล้ว * ไม่รู้ว่า Post ถูกที่หรือเปล่าถ้าไม่ ก็ขอโทษด้วยละกัน* ขอบคุณครับสำหรับทุกคำตอบ

โดย คิด [26 ก.ค. 2547 , 23:14:19 น.] ( IP = 221.128.107.85 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

เมตตา ใน อุเบกขา จบ

โดย รอยยิ้ม [27 ก.ค. 2547 , 09:01:28 น.] ( IP = 202.28.27.4 : : 10.3.1.73 )


  สลักธรรม 2

สวัสดีค่ะ คุณคิด

ก็ขออนุโมทนากุศลกับคุณคิดด้วยค่ะ
ที่มีความปรารถนาดี ต้องการให้เด็กคนหนึ่ง
ซึ่งกำลังเดินทางที่ผิด ให้กลับมาเดินทางที่ถูก

จากที่เขียนมา แสดงว่าคุณก็พยายามหลายครั้งแล้ว แต่ก็กลับเป็นเช่นเดิมอีก ก็อาจจะมีหลายสาเหตุ
เช่น เพื่อน สิ่งแวดล้อม หรืออาจจะเป็นที่ตัวของเด็กเองก็ได้
ที่เคยมีความสัดทันในทางนั้นมาก่อน
จึงสอนเท่าไร ๆ ก็กลับเดินทางผิดอีก เช่นเคย


ก็ถือว่า คุณตั้งใจช่วยเหลืออย่างเต็มที่แล้ว
ถ้าหวังมาก แล้วไม่สมปรารถนา เราก็ทุกข์ใจไปเปล่าๆ
คงต้องถือว่า กรรมเขากรรมเรา

ก็ขอให้คุณอย่าไปวิตกกังวลมากค่ะ
เพราะเด็กอาจจะไม่แย่อย่างที่คุณคิดไปก็ได้

อนาคตเป็นสิ่งไม่แน่นอน
เด็กอาจจะกลับตัวกลับใจเป็นเด็กดีก็ได้


โดย เซิ่น [27 ก.ค. 2547 , 09:19:17 น.] ( IP = 202.57.182.192 : : )


  สลักธรรม 3

มาเล่าเรื่องบางเรื่องเกี่ยวกับพระพุทธประวัติให้ฟังว่า..
แม้พระเทวทัดเองที่เป็นพระญาติวงศ์ พระพุทธองค์ผู้ยิ่งด้วยพระมหากรุณา ... ก็ทรงสอนและทรงห้ามแต่เพียงในสิ่งที่ห้ามได้...
แม้พระเจ้าวิฑูฑภะผู้เป็นพระญาติวงศ์ ก็เป็นเช่นเดียวกัน คือ ทรงสอนเท่าที่ทรงสามารถ ....

มีเรื่องของพระเจ้าวิฑูฑภะมาให้อ่านประกอบสักเล็กน้อยค่ะ...

พระศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้า ทรงตรวจดูสัตวโลกเวลาใกล้รุ่ง ทรงเห็นความพินาศ จะมาถึงหมู่พระญาติ มีพระพุทธประสงค์จะทรงบำเพ็ญญาตัตถจริยา คือการบำเพ็ญประโยชน์เพื่อพระญาติ จึงเสด็จไปประทับ ณ พรมแดนระหว่างโกศลกับศากยะ ประทับ ณ ใต้ต้นไม้มีใบ้น้อยต้นหนึ่งทางแดนศากยะ ถัดมาอีกเล็กน้อยเป็นเขตแดนแคว้นโกศลมีต้นไทรใหญ่ใบหนาร่มครึ้มขึ้นอยู่

พระเจ้าวิฑูฑภะยกกองทัพผ่านมาทางนั้น ทอดพระเนตรเห็นพระศาสดาจึงเสด็จเข้าไปเฝ้า ถวายบังคมแล้วทูลว่า

"พระองค์ผู้เจริญ! เพราะเหตุไร จึงประทับใต้ต้นไม้อันมีใบน้อยในเวลาร้อนถึงปานนี้ ขอพระองค์โปรดประทับนั่ง ณ โคนต้นไทรอันมีร่มครึ้ม มีเงาเย็นสนิทดีทางแดนโกศลเถิด"

"ขอถวายพระพร มหาบพิตร! ร่มเงาของพระญาติเย็นดี"

โดย น้องกิ๊ฟ [27 ก.ค. 2547 , 22:47:30 น.] ( IP = 202.129.44.34 : : )


  สลักธรรม 4

พระเจ้าวิฑูฑภะ ทรงทราบทันทีว่า พระศาสดาเสด็จมาป้องกันพระญาติ อนึ่งพระเจ้าวิฑูฑภะทรงระลึกได้อยู่ว่า การได้รับตำแหน่งมเหสีของพระมารดา และตำแหน่งราชโอรสของพระองค์เองคืนมานั้น เพราะการช่วยเหลือของพระบรมศาสดา พระคุณนั้นยังฝังอยู่ในพระทัย คนที่มีความพยาบาทมาก มักเป็นคนมีความกตัญญูด้วยเหมือนกัน คือจำได้ทั้งความร้ายและความดีที่ผู้อื่นกระทำแก่ตน

ด้วยประการฉะนี้ พระเจ้าวิฑูฑภะจึงยกทัพกลับเมืองสาวัตถี

แต่ความแค้นในพระทัยยังคงคุกรุ่นอยู่ พระองค์จึงทรงกรีธาทัพไปอีก 2 ครั้ง ได้พบพระศาสดาในที่เดียวกัน และเสด็จกลับเหมือนครั้งก่อน

พอถึงครั้งที่ 4 พระศาสดาทรงพิจารณาเห็นบุพกรรมของพวกศากยะที่เคยเอายาพิษโปรยลงในแม่น้ำ ทำให้สัตว์น้ำตายหมู่เป็นอันมาก กรรมนั้นกำลังจะมาให้ผล พระองค์ไม่สามารถต้านทานขัดขวางได้ จึงมิได้เสด็จไปในครั้งที่ 4

พระเจ้าวิฑูฑภะเสด็จมาถึงพรมแดนนั้น ไม่ทอดพระเนตรเห็นพระศาสดาจึงเสด็จเข้ากบิลพัสดุ์ จับพวกศากยะฆ่าเสียมากมายไม่เว้นแม้แต่เด็กที่กำลังดื่มนม ยังธารโลหิตให้หลั่งไหลแล้ว รับสั่งให้เอาโลหิตในลำคอของพวกศากยะล้างแผ่นกระดานที่เคยประทับนั่ง แล้วเสด็จกลับสาวัตถี เสด็จมาถึงฝั่งแม่น้ำอจิรวดีในเวลาค่ำ จึงให้ตั้งค่ายพัก ณ ที่นั้น

โดย น้องกิ๊ฟ [27 ก.ค. 2547 , 22:49:37 น.] ( IP = 202.129.44.34 : : )


  สลักธรรม 5

ไพร่พลของพระองค์เลือกนอนได้ตามใจชอบ บางพวกนอนที่หาดทรายในแม่น้ำ (น้ำลง หาดทรายในแม่น้ำนอนได้สบาย แม่น้ำคงคาก็เหมือนกัน) บางพวกก็นอนบนบกเหนือริมฝั่งขึ้นไป

พอตกดึก น้ำจะท่วมหลาก พวกที่นอนบนบกแต่ได้ทำกรรมไว้ร่วมกันมาก็ถูกมดแดงกัดลงไปนอนที่ชายหาด ส่วนพวกนอนที่ชายหาด ก็ถูกมดแดงกัด จึงเปลี่ยนที่นอนขึ้นไปนอนข้างบน

มหาเมฆตั้งเค้าทางเหนือน้ำ ฝนตกใหญ่ น้ำหลากอย่างรวดเร็วพัดพาเอาพระเจ้าวิฑูฑภะและบริวารบางพวก ลงสู่มหาสมุทรตายกันหมด

ในวันรุ่งขึ้น ภิกษุทั้งหลายสนทนากันในธรรมสภาเรื่องพระเจ้าวิฑูฑภะว่า เมื่อความปรารถนาของพระองค์ไม่ถึงที่สุด ก็สิ้นพระชนม์พร้อมด้วยบริวารเป็นอันมาก คือสิ้นพระชนม์ในขณะที่ยังมีความปรารถนาอื่นๆ อยู่อีกมาก

พระศาสดาเสด็จมาสู่ธรรมสภา ตรัสว่า

"ภิกษุทั้งหลาย เมื่อมโนรถของสัตว์ทั้งหลาย ยังไม่ถึงที่สุดนั่นเอง มัจจุราชก็เข้ามาตัดชีวิตอินทรีย์แล้วให้จมลงในสมุทรคืออบาย 4 ดุจหวังน้ำใหญ่หลากมาท่วมชาวบ้านผู้หลับอยู่ฉะนั้น"

โดย น้องกิ๊ฟ [27 ก.ค. 2547 , 22:50:07 น.] ( IP = 202.129.44.34 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org