มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


ถูก ถูก ถูก




จีนสมัยโบราณ ยังมีวัดพุทธศาสนาใหญ่อยู่วัดหนึ่ง มีระเบียบให้คนในวัดมาทำวัตรสวดมนต์กันทุกเช้า ตอนตีสี่ ครั้งนั้น มีภิกษุรูปหนึ่ง ทุกๆ วัน ท่านจะขมีขมันตื่นก่อนเวลาจุดไฟเดินส่องไปตามทางปูหินก่อนใครๆ เพื่อจับหอยทากที่คลานอยู่ตามทางเท้า ไปปล่อยไกลๆ จะได้ไม่ถูกเหยียบตาย ท่านทำอย่างนี้ทุกวันจนภิกษุรูปอื่นสังเกตเห็น ก็เลยเกิดการสอบถามขึ้น ภิกษุรูปนั้นก็ตอบว่า

“ผมมีชีวิตอยู่ทุกวันนี้ ก็เพื่อประกอบความดี สร้างบารมีเรื่อยไป “

ภิกษุอีกรูปหนึ่งก็ค้านขึ้นว่า “ท่านทราบไหม ที่ทำอย่างนี้เหมือนกับก่อกรรมทำเข็ญ ทำให้ชาวสวนต้องเดือดร้อนจากหอยทากข้างนอกเขากำจัดสัตว์ชนิดนี้กันหมดแล้ว เหลือแต่ในวัดนี่แหละ ที่ยังแพร่พันธุ์อยู่”

ภิกษุอีกรูปก็พูดว่า “ไม่ใช่อย่างนั้น ท่านมิได้มีเจตนาให้เป็นภัยแก่คนทั้งหลาย ตรงกันข้ามท่านกำลังบำเพ็ญหน้าที่ของโพธิสัตว์ ทำการปลดปล่อยสัตว์แปดหมื่นสี่พันจากภัยพิบัติ และยังช่วยปลดปล่อยทำความปลอดภัยให้พวกเราในวัดนี้ ได้บำเพ็ญความบริสุทธิ์ ไม่ต้องทำชีวิตให้ตกล่วงไปอีกด้วย”

เมื่อไม่สามารถตกลงกันได้ ทั้งหมดก็พากันไปหาหลวงพ่อโตกุซัน เจ้าอาวาส ท่านอาจารย์ผู้เฒ่านิ่งฟังการชี้แจงของแต่ละราย ด้วยความกรุณาและเห็นใจเป็นที่สุด ท่านได้แต่จ้องหน้าตั้งใจฟังคนนั้นที คนนี้ที

โดย ทับตะวัน [2 ส.ค. 2547 , 09:25:00 น.] ( IP = 61.90.12.186 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

ภิกษุรูปแรกชี้แจงว่า “ผมก็มีอายุมากแล้ว มาบวชเรียนในพุทธศาสนานี้ก็เพื่อทำความดี แม้แต่ความดีน้อยหนึ่งก็หมั่นประกอบกระทำทั้งกลางวันกลางคืน ย่อมจะเต็มได้เหมือนหยาดน้ำทีละหยด ก็อาจเต็มตุ่มได้ อย่างนี้จะว่าเป็นโทษบาปได้อย่างไรครับ หลวงพ่อ”

ท่านอาจารย์พอฟังจบแล้วก็ตอบแสดงความชอบใจว่า

“ถูก ถูก ถูกแล้ว”

ภิกษุรูปที่สอง ชี้แจงว่า “ถ้าว่าโดยเจตนากันแล้ว หากมีคนใดไปเหยียบหอยทาก เวลาเดินไปสวดมนต์ตอนมืดๆ นั่นก็มิใช่เจตนาฆ่า เมื่อไม่มีเจตนา ก็มิใช่เป็นกรรมอันใด ผลยังทำให้ชาวบ้านไม่ต้องเดือดร้อนกับหอยทากอันเป็นสัตว์ทำลายพืชผล ทั้งคนในวัดยังปลอดภัยจากโรคที่มันเป็นพาหะอีกด้วย เป็นผลดีทั้งตัวเองและผู้อื่น มิใช่หรือครับหลวงพ่อ”

ท่านอาจารย์พอฟังจบแล้วก็ตอบแสดงความชอบใจว่า

“ถูก ถูก ถูกแล้ว”

ภิกษุรูปที่สาม ชี้แจงว่า “การบำเพ็ญธรรมให้ความปลอดภัยแก่คนส่วนใหญ่ โดยมีใครคนใดคนหนึ่งเสียสละ รับเป็นภาระไปเสีย เป็นการเปิดโอกาสให้ทุกๆ คนเขาได้ประกอบกระทำความหลุดรอดไปตามทางของเขา ตลอดถึงสัตว์ใดๆ แม้จะอยู่ในร่างที่ต่ำต้อย ธรรมชาติแห่งความตรัสรู้ก็มิได้น้อยไปหรือมากขึ้น เพียงปัญญาญาณโพลงวาบเดียว ผลกรรมใดๆ แม้มากน้อยเท่าใด ย่อมถูกลกเลิกเสียหมดสิ้น ดูแต่มหาโจรใจร้าย บาปกรรมเกรอะกรังก็ยังเปลื้องกรรมอันอนันต์นั้นได้เพียงชั่วอึดใจเดียว อย่างนี้จะมิเป็นการถูกต้องหรือครับหลวงพ่อ”

ท่านอาจารย์พอฟังจบแล้วก็ตอบแสดงความชอบใจว่า

“ถูก ถูก ถูกแล้ว”

โดย ทับตะวัน [2 ส.ค. 2547 , 09:27:38 น.] ( IP = 61.90.12.186 : : )


  สลักธรรม 2

ขณะนั้น สามเณรอุปัฏฐาก กำลังนั่งพัดอยู่ข้างหลังอาจารย์ผู้เฒ่า ได้ฟังเขาชี้แจงทีละคนๆ และหลวงพ่อก็ยอมรับว่าแต่ละรายล้วนถูก ถูก ถูก เณรอดทนฟังต่อไปไม่ได้ ก็เอ่ยขัดขึ้น เพื่อขอโอกาสแสดงความคิดเห็น หลวงพ่อโตกุซัน ทราบดังนั้นก็เหลียวหมุนตัวมาฟังอย่างตั้งใจสามเณรอีกรายหนึ่ง….

สามเณรน้อยติงว่า “หลวงพ่อได้แต่ร้องว่า ถูก ถูก ถูก มันจะมีถูกกันไปหมดทุกฝ่ายได้อย่างไร ถ้ามีอันใดถูก อันอื่นก็ต้องผิดซิหลวงพ่อ”

ท่านอาจารย์พอฟังจบแล้วก็ตอบแสดงความชอบใจอีกว่า

“อ๊ะ ! เธอนี่ก็ ถูก ถูก ถูกแล้ว”


โดย ทับตะวัน [2 ส.ค. 2547 , 09:29:11 น.] ( IP = 61.90.12.186 : : )


  สลักธรรม 3


ข้อคิดที่ได้รับ :

1.บางครั้งควรทำบางอย่างเพื่อผู้อื่นบ้าง แล้วผลดีจะย้อนกลับมาที่ตนเอง อย่าเพียงแต่ประโยชน์เบื้องต้นเท่านั้น

2.การที่ได้ทำเพื่อผู้อื่นก็อย่าหลงด่วนสรุปหรือเชื่อมั่นว่าได้ทำประโยชน์ให้เขาแล้ว โดยเฉพาะหากยังไม่รู้จริง

สรุปว่าเป็นนิทานที่ซ่อนแง่คิดไว้ดีมากครับ รวมทั้งเห็นด้วยกับมุมมองของความคิดเห็นที่1ด้วยครับ

โดย จิตดี [2 ส.ค. 2547 , 09:32:33 น.] ( IP = 61.90.12.186 : : )


  สลักธรรม 4

นานาจิตตัง... เป็นเรื่องที่ให้ข้อคิดหลายมุมมอง
จึงขึ้นอยู่ที่ว่า...เราจะมองมุมไหน

ขอบคุณคุณทับตะวันมากค่ะ

โดย เซิ่น [2 ส.ค. 2547 , 10:44:02 น.] ( IP = 61.90.23.56 : : )


  สลักธรรม 5

ในเรื่องเดียวกัน แต่หากนำเกณฑ์การตัดสินที่ต่างแง่มุมกันมาใช้
ก็จะปรากฏความถูก-ผิดที่ต่างกัน
และก็สามารถทำให้แต่ละฝ่ายเป็นผู้ชนะได้เสมอ
เพียงแต่คิดถึงเกณฑ์การตัดสินในพระพุทธศาสนาว่า
ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่วนั้น
เป็นหลักเกณฑ์ที่บิดพลิ้วแปรผันไม่ได้เลย ..ไม่ว่าจะมองมุมไหน เพียงแต่ต่างระดับกันเท่านั้นเอง

ขอบคุณคุณทับตะวันมากค่ะที่นำเรื่องให้แง่คิดมาฝากในวันนี้

โดย น้องกิ๊ฟ [2 ส.ค. 2547 , 11:19:29 น.] ( IP = 202.183.131.185 : : )


  สลักธรรม 6


เรื่องเดียวกันสามารถมองได้หลายมุม
อยู่ที่ว่าจะมองมุมไหน
ภาพที่เห็นเป็นเช่นไร
และ
ผู้ที่มองมีสติปัญญาความรู้ความสามารถแค่ไหน

ขอบพระคุณมากค่ะ

โดย ธัญนันทน์ [3 ส.ค. 2547 , 12:43:34 น.] ( IP = 203.113.32.12 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org