มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


ในอนาคตกาล (๑)






ในอนาคตกาล



สมัยหนึ่ง พระบรมครูเสด็จสู่กรุงกบิลพัสดุ์เป็นวาระที่ ๒
พระนางมหาปชาบดีโคตมีพระน้านางทรงจินตนาว่า
จำเดิมแต่พระลูกเจ้ามาสู่พระนครนี้ เรามิได้ถวายสิ่งใดเลย
ฉะนั้น เราจะถวายจีวรสาฎกเถิด

แล้วจึงทรงทำผ้าสาฏก
ซึ่งพระนางได้ทรงกระทำด้วยหัตถ์ของพระนางเองทั้งหมด
โดยเริ่มจากเก็บฝ้ายนั้นด้วยพระหัตถ์ใส่ลงในผอบทอง
แล้วก็ทรงเลือก ทรงหีบ ทรงดีด ทรงปั่น ด้วยพระหัตถ์มิให้ผู้อื่นกระทำ
ปรากฏว่าเส้นด้ายนั้นละเอียดปราณีตยิ่งนัก และมีสีเหลืองอร่ามดุจสีทองคำธรรมชาติ

แล้วจึงรับสั่งให้หาช่างหูกฝีมือเอกมาให้บริโภคซึ่งปราณีตโภชนาหารอันระคนด้วยจตุมธุรส
และให้ตกแต่งกายนุ่งห่มด้วยวัตถาภรณ์เป็นอันดี
ที่โรงหูกนั้นก็ให้ดาดเพดานในเบื้องบนห้องพวงดอกไม่มีพรรณต่าง ๆ ให้น่ารื่นรมณ์แห่งใจ
แล้วเสด็จลงไปสู่โรงหูกกับนางในข้าราชบริพารทั้งหลาย ทอดพระเนตรการทอผ้าวิเศษนั้นทุกวันมิได้ขาด
จนการทอผ้าสำเร็จได้ผ้าสาฏก ๒ ผืน ยาว ๑๔ ศอก กว้าง ๗ ศอกเสมอกัน มีพรรณงามรุ่งเรืองสุกพรรณนา
เนื้อผ้าก็ละเอียดมีมุทุสัมผัสเป็นอันดี และภูษาทั้งคู่นี้เป็นพัสตราภรณ์อันหาค่ามิได้ สมควรแก่ที่สมเด็จพระจอมไตรโลกนาถจะทรง



โดย พี่เณร... [5 ส.ค. 2547 , 01:52:03 น.] ( IP = 202.129.44.34 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

พระพุทธองค์ทรงตรัสว่า
“ ดูกรพระมาตุจฉาซึ่งมีคุณแก่เราตถาคต ?
วัตถยุคคลอันประเสริฐนี้ขอให้พระมาตุจฉาจงถวายแก่สงฆ์เถิด
จะเกิดมีผลานิสงส์มากยิ่งกว่าถวายอุทิศแก่เราตถาคต
ด้วยว่าเมื่อได้ถวายภูษาทั้งคู่แก่สงฆ์แล้ว ย่อมได้ชื่อว่าเป็นการบูชาเราตถาคตและสงฆ์ทั้งปวง”

พระนางก็อ้อนวอนถึงสามครั้งสามคราพระผู้มีพระภาคเจ้าก็ทรงตรัสเช่นเดิม
พระนางจึงทรงถือเอาภูษาทั้งคู่เข้าไปสู่ที่ใกล้องค์พระสารีบุตรธรรมเสนาบดี
ซึ่งสถิตอยู่ ณ เบื้องขวาสมเด็จพระชินสีห์สัมมาสัมพุทธเจ้า ประณตน้อมเข้าถวายด้วยจิตศรัทธา

แต่แล้วก็กลับถูกองค์พระธรรมเสนาบดีซึ่งทราบถึงพระพุทโธบายปฏิเสธเสียด้วยคำว่า
“ ดูกรพระพุทธมาตุจฉามหาปชาบดี ?
การที่พระองค์จะถวายแก่อาตมาภาพนี้ อาตมารับมิได้เพราะการมิสมควร
ขอพระองค์จงทรงถวายภิกษุรูปอื่นต่อไปเถิด”




เมื่อได้รับการปฏิเสธฉะนี้
พระนางจึงทรงเลื่อนที่เข้าไปถวายแด่พระมหาโมคคัลลานเถระเจ้า
ซึ่งสถิตอยู่ ณ เบื้องซ้ายแห่งองค์สมเด็จพระจอมไตรโลกนาถ
แต่พระผู้เป็นเจ้าก็มิได้รับกลับปฏิเสธเสียด้วยถ้อยคำเหมือนองค์พระธรรมเสนาบดี

พระนางจึงเลื่อนที่ถวายพระอรหันตอสีติมหาสาวกทั้งหลายต่อ ๆ ลงไปโดยลำดับ
ก็มิได้มีพระผู้เป็นจ้ารูปใดรับแต่สักองค์หนึ่ง จนตราบเท่าถึงพระภิกษุหนุ่มนามว่า พระอชิตะ
ซึ่งเป็นพระสังฆนวกะนั่งอยู่ในที่สุดท้ายสงฆ์ทั้งปวง
เมื่อน้อมเข้าไปถวาย พระอชิตะหนุ่มก็รับภูษาวิเศษทั้งคู่นั้นทันที

พระอชิตราชกุมารผู้มีวาสนาใหญ่ก็ได้มาเฝ้าสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าด้วย
และนั่งเป็นพระสังฆนวกะอยู่ ณ ที่ประชุมนั้น
เมื่อทัศนาการเห็นพระนางมหาปชสบดียื่นภูษาเข้ามาถวายตรงหน้า
ท่านก็กรุณารับเอาโดยประสงค์ที่จะรักษาศรัทธาของพระนางไว้
จนเป็นเหตุให้พระนางเจ้าทรงเกิดความน้อยใจไปใหญ่โต

โดย พี่เณร... [5 ส.ค. 2547 , 01:54:20 น.] ( IP = 202.129.44.34 : : )


  สลักธรรม 2



สมเด็จพระบรมศาสดาผู้ทรงคุณใหญ่
เมื่อทอดพระเนตรเห็นพระมาตุจฉาเสียพระทัยทรงพระโทมนัสในการบำเพ็ญทานพิเศษครั้งนี้
จึงทรงมีพระดำริว่า ในกาลบัดนี้ สมควรที่เราตถาคตจะกระทำให้สมเด็จพระมาตุจฉาทรงคลายจากโทมนัสเสียใจ
จะให้มีแต่ความชื่นใจยินดี ในวัตถุทานพิเศษนี้โดยยิ่ง

แล้วจึงมีพระพุทธฏีกาตรัสเรียกใช้พระอานนท์ว่าเธอจงไปเอาบาตรของเราตถาคตมา
พระอานนท์ก็รีบไปนำเอาบาตรทรงนั้นมาถวายพระองค์ทรงรับเอาบาตรแล้วทรงกระทำพุทธาธิษฐานว่า

“ พระสาวกทั้งปวง แม้จะทรงฤทธิ์ปานใดจงอย่าถือเอาบาตรนี้ได้เลย
ให้พระอชิตะภิกษุหนุ่มผู้มีวาสนา จงถือเอาบาตรนี้ได้แต่เพียงผู้เดียวเท่านั้น”


ทรงกระทำพระพุทธาธิษฐานฉะนี้
ก็ทรงเหยียดยื่นพระหัตถ์ข้างที่ถือบาตร
ทันใดบาตรนั้นก็ลอยขึ้นไปในกลีบเมฆแล้วอันตรธานไปมิได้ปรากฏ
จึงทรงโปรดให้ภิกษุทั้งหลายไปนำเอาบาตรนั้นมา
จะมีภิกษุสาวกรูปใดสามารถหรือไม่


ในลำดับนั้น
พระธรรมเสนาสารีบุตรองค์อัครสาวกเบื้องขวากระทำอัญชลีแล้วกราบทูลว่า
ข้าพระองค์ของพระบรมพุทธานุญาตนำเอาบาตรทรงนั้นมาถวาย
แล้วก็เหาะขึ้นไปในอากาศเที่ยวแสวงหาซึ่งบาตรด้วยอิทธิ์ฤทธิ์ก็มิได้พบ
จึงกลับลงมากราบทูลให้ทรงทราบซึ่งอาการที่ไม่พบนั้น

บรรดาพระอสีติมหาสาวกทั้งหลายที่เหลือ มีพระมหาโมคคัลลานเถระเป็นอาทิ
ต่างองค์ก็ขอพระบรมพุทธานุญาตเพื่อรับอาสาแล้วก็เหาะขึ้นไปแสสวงหาบาตรบนอากาศ
แต่ก็ไม่มีองค์ที่สามารถนำเอาบาตรทรงมาถวายสมเด็จพระพุทธองค์ด้วยอานุภาพแห่งตนนั้น

โดย พี่เณร... [5 ส.ค. 2547 , 01:54:58 น.] ( IP = 202.129.44.34 : : )


  สลักธรรม 3

ในที่สุดสมเด็จพระจอมโลกนาถ
จึงมีพระพุทธฏีกาตรัสสั่งพระอชิตสังฆนวกภิกษุว่า
“ ดูก่อนอชิตะ ? ในกาลบัดนี้
ขอเธอจงแสดงความสามารถไปนำเอาบาตรของตถาคตมา”



อชิตะภิกษุหนุ่มราชบุตรพระเจ้าอชาตสัตตุราช
ซึ่งจะได้ตรัสเป็นสมเด็จพระศรีอาริยเมตไตรยในอนาคตภายหน้า

ได้สดับพระพุทฏีกาตรัสสั่งดังนั้นพระผู้เป็นเจ้าก็ให้เป็นสิ่งอัศจรรย์น่าแปลกใจดำริว่า
ไฉนพระอสีติมหาสาวกทั้งหลาย แต่ล้วนได้สำเร็จเป็นพระอรหันต์
ปราศจากราคาทิกิเลส มีฤทธานุภาพมาก ทั้งชำนาญยิ่งในฌานอภิญญา
จึงมิอาจแสวงหาซึ่งบาตรทรงขององค์พระสัพพัญญูเจ้าได้

ก็แลอาตมาผู้มีนามว่าอชิตะนี้ไซร้ เป็นสังฆนวกภิกษุใหม่ในสงฆ์
ยังมิได้บรรลุคุณวิเศษในพุทธศาสนาแม้แต่เพียงพระโสดาปัตติมรรคญาณขั้นต่ำ
ซ้ำปราศจากฤทธิ์อันเกิดจากอภิญญาฌานสามาบัติแล้ว
สามารถนำมาเอาบาตรทรงมาถวายสมเด็จพระพุทธองค์ได้อย่างไร

การที่สมเด็จพระจอมไตรโลกนาถ
ทรงมีพระมหากรุณาดำรัสสั่งให้อาตมาไปนำเอาบาตรมาครั้งนี้
น่าที่จะมีเหตุการณ์อันใดอันหนึ่งเป็นมั่นคง
อย่ากระนั้นเลย จำอาตมาจะกระทำตามพระพุทธดำรัสสั่งไปตามกำลังสติปัญญา


โดย พี่เณร... [5 ส.ค. 2547 , 01:56:17 น.] ( IP = 202.129.44.34 : : )


  สลักธรรม 4



จิตนาฉะนี้แล้ว
พระผู้เป็นเจ้าอชิตะจึงน้อมกายถวายนมัสการสมเด็จพระบรมครู
ซึ่งสถิตอยู่บนบวรพุทธอาสน์ แล้วค่อยดำเนินไปยืนในที่สุดบริษัท
ทัศนาซึ่งนภากาศแล้ว ตั้งจิตกระทำสัตยาธิษฐานว่า

“ อาตมาผู้มีนามว่าอชิตะนี้
จะได้เข้ามาบรรพชาในพระบวรพุทธศาสนา
ด้วยเหตุที่มีความปรารถนาในจตุปัจจัยลาภ
หรือด้วยเหตุที่มิสามารถจะเลี้ยงชีพในฆราวาสวิสัยก็หามิได้


โดยที่แท้อาตมาเข้ามาบรรพชา
ด้วยตั้งใจจะประพฤติพรหมจรรย์
หมายมั่นจะได้ตรัสรู้ซึ่งสรรพธรรมเป็นพระสัพพัญญูในอนาคตกาล
เพื่อจะรื้อสัตว์ขนสัตว์ออกไปให้พ้นจากจตุรโอฆสงสาร
เสมือนเช่นสมเด็จพระพิชิตมารเจ้าของบาตรบรมครูแห่งอาตมาขณะนี้




“ อนึ่ง ตั้งแต่กาลบรรพชามา
อาตมาก็พยายามรักษาศีลประพฤติพรหมจรรย์
มิให้ด่างพร้อยขาดทำลาย
ตั้งใจประพฤติให้บริสุทธิ์อยู่เป็นอันดี
ด้วยเดชะแห่งสัจจะความจริงนี้
ขอให้บาตรทรงแห่งองค์สมเด็จพระชินสีห์เจ้า
จงลงมาประดิษฐานอยู่ในหัตถ์ของอาตมา
ซึ่งจะเหยียดออกไปโดยพลันในกาลบัดนี้ ”

โดย พี่เณร... [5 ส.ค. 2547 , 02:00:54 น.] ( IP = 202.129.44.34 : : )


  สลักธรรม 5


เมื่อเสร็จจากการตั้งจิตเป็นสัตยาธิษฐานตามประสาปุถุชนผู้ไร้ฤทธิ์อิทธิปาฏิหาริย์
อชิตะภิกษุหนุ่มผู้ปราศจากอภิญญาฌานสมาบัติ ก็เหยียดหัตถ์ออกไปเบื้องหน้าโดยพลัน



บัดนี้ ก็ควรจะเห็นเป็นอัศจรรย์ด้วยว่า
บาตรทรงขององค์สมเด็จพระบรมศาสดาจารย์
ซึ่งเป็นสิ่งปราศจากจิตวิญญาณ ก็มีอาการดุจจะแสดงซึ่งพระสัพพัญญฌาณนิมิต
แด่พระอชิตราชบุตรสังฆนวกผู้ซึ่งจะได้ตรัสเป็นพระสัพพญญูเจ้าในอนาคตกาล
โดยบันดาลตกลงมาเองคัคนาลัย ประดิษฐานอยู่ในหัตถ์พระอชิตภิกษุเป็นที่ประจักษ์แก่นัยนา
มีอาการดุจจะออกวาจาเป็นภาษามนุษย์ให้พระสังฆนวกชินบุตรทราบว่า

“ การที่ข้านี้หลบลี้ซ่อนเร้น
ไม่ยอมเข้าไปอยู่ในอุ้งหัตถ์แห่งพระมหาสาวกทั้งหลาย
แม้จะทรงคุณยิ่งใหญ่ เช่น พระธรรมเสนาสารีบุตรเป็นต้นนั้น
ก็เพราะเหตุว่าข้านี้มิได้เป็นบริขารสาวก

ข้านี้เป็นบาตรทรงสำหรับองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
มีค่าเป็นพุทธบริขารโดยแท้ แต่พระผู้เป็นเจ้านี้สร้างพระบารมีมา
มิใช่ว่าเพื่อจะเป็นพระสาวก หรือเพื่อจะเป็นพระปัจเจกโพธิ
แท้จริงสร้างพระบารมีมาเพื่อจะได้เป็นสมเด็จพระสัญญูพุทธเจ้าในอนาคตกาล
ดังนั้น ข้านี้จึงยอมเข้ามาอยู่ในอุ้งหัตถ์ของพระผู้เป็นเจ้าได้ ”


โดย พี่เณร... [5 ส.ค. 2547 , 02:03:07 น.] ( IP = 202.129.44.34 : : )


  สลักธรรม 6

ภิกษุใหม่นามว่าอชิตราชบุตรผู้จะได้เป็นพระศรีอาริยเมตไตรย
เมื่อได้รับบาตรสมความปรารถนาแล้วก็มีจิตผ่องแผ้วปีติโสมนัส
ค่อยประคองบาตรทรงตรงเข้าไปถวายสมเด็จพระจอมไตรโลกนาถเจ้า
ยังความมหัศจรรย์ในให้เกิดแก่หมู่ชนในที่เฝ้านั้นเป็นมันมาก
ฝ่ายสมเด็จพระมหาปชาบดีได้เห็นเหตุมหัศจรรย์ดังนั้น
ก็พลันหมดสิ้นซึ่งความน้อยเนื้อต่ำใจในดวงหฤทัยมีแต่ปีติปราโมทย์

บังเกิดศรัทธาในพระพุทธศาสนา
ในองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าและภิกษุหนุ่มสังฆนวกนาวว่าอชิตะเป็นกำลัง
พลางดำริว่า “ พระสงฆ์สาวกในพระพุทธศาสนานี้
มีพระคุณยิ่งเป็นมหัตจรรย์นักดูเอาเถิด
แต่เพียงพระสังฆนวกก็ยังกอบด้วยคุณวิเศษเห็นปานดั่งนี้
ท่านเป็นพระอรหันตมหาเถระที่ทรงอภิญญาวิธีจะมีคุณานุภาพและทรงคุณวิเศษเป็นดังฤๅ”



ยิ่งทรงจิตนาไปพระนางเจ้าก็ยิ่งเกิดพลวศรัทธาอันยิ่งใหญ่
จนพระอสุชนัยน์ไหลตกจากพระเนตรอยู่พราก ๆ
เมื่อเห็นสมควรที่จะเสด็จออกไปจากที่นั้น
จึงยกขึ้นซึ่งพระหัตถ์ประณตนมัสการสมเด็จพระสัพพัญญูแลพระสงฆ์สาวกทั้งหลาย
แล้วพาบริวารเสด็จกลับคืนไปยังพระราชนิเวศน์สถาน


โดย พี่เณร... [5 ส.ค. 2547 , 02:10:02 น.] ( IP = 202.129.44.34 : : )


  สลักธรรม 7

บัดนี้จะได้วิสัชชนาในเรื่องพระอนาคตวงศ์
โดยพุทธภาษิตปริยายมีเนื้อความว่า
ครั้งหนึ่งสมเด็จพระสรรเพ็ชญ์พุทธเจ้า
เสด็จยับยั้งอาศัยใกล้กรุงสาวัตถีมหานคร

เมื่อสมเด็จพระชินวรผู้ทรงญาณสำราญพระอิริยาบท
เข้าพระพรรษาอยู่ในบุพพารามอันพระวิสาขาสร้างถวายสิ้นทรัพย์ ๒๗ โกฏิ ฯ

ครั้งนั้น พระองค์ทรงปรารถซึ่งพระอชิตเถระ
ผู้หน่อบรมพุทธธางกูรอริยเมตไตรยเจ้าให้เป็นเหตุ
พระโลกเชฏฐ์ จึงตรัสพระธรรมเทศนาสำแดงซึ่งพระโพธิสัตว์ทั้ง ๑๐ องค์ อั
นจะมาตรัสเป็นองค์สมเด็จพระพุทธเจ้าในอนาคตกาล ฯ

ครั้งนั้นพระธรรมเสนาสารีบุตรเถระเจ้า
จึงกราบทูลอาราธนา พระองค์ก็นำมาซึ่งอดีตนิทาน
แห่งสมเด็จพระพุทธเจ้าทั้ง ๑๐ พระองค์
ทั้งจะลงมาตรัสในอนาคตกาลเบื้องหน้าต่อไป เป็นใจความว่า





(ยังมีต่อครับ)

โดย พี่เณร... [5 ส.ค. 2547 , 02:17:59 น.] ( IP = 202.129.44.34 : : )


  สลักธรรม 8



สาธุค่ะ

โดย น้องกิ๊ฟ [5 ส.ค. 2547 , 14:10:59 น.] ( IP = 203.150.217.118 : : 203.113.67.38 )


  สลักธรรม 9

อนุโมทนาค่ะ และจะติดตามต่อนะค่ะ

โดย น้องอุ๊ [6 ส.ค. 2547 , 20:35:40 น.] ( IP = 203.150.217.114 : : 203.113.39.8 )


  สลักธรรม 10


...อนุโมทนาค่ะ ...

โดย น้องฟู [10 ส.ค. 2547 , 07:54:53 น.] ( IP = 202.47.247.146 : : 10.1.64.106 )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org