มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


พุทธวิธีนำพาสาวกเข้าถึงแก่นแห่งชีวิต




จากเอนกวิธีจึงขอหยิบยกมาแสดงให้เกิดทัสนียปัญญา
ดังที่เห็นจากพระพุทธวจนะโดยตรงว่าการได้แก่นของงานปฏิบัติธรรมนั้น พุ่งเป้าไปที่จิตอันหลุดพ้นจากการครอบงำของกิเลส
พ้นจากการเห็นกายใจและสภาวธรรมใดๆเป็นตัวเป็นตน กับ
ทั้งเป็นการพ้นในระดับเกิดปรากฏการณ์ธรรมชาติของจิต
ชนิดที่ล้างผลาญเชื้อกิเลสจนสิ้นซาก อย่างที่เรียกว่า มรรคผล
เพราะฉะนั้นถ้ามีอะไรก็ตาม จะเป็นคำพูดหรือผัสสะกระทบ จะง่ายหรือยาก จะหยาบหรือประณีต จะสูงส่งหรือต่ำต้อย จะเป็นปาฏิหาริย์หรือเรื่องสามัญ ขอเพียงสามารถกระทบกระแทกจิตให้หลุดพ้น ก็เป็นอันว่าใช้ได้ ดังจะเห็นว่าพระพุทธองค์ทรงยอมใช้อุบายทุกชนิดเพื่อสะกิดคนประเภทต่างๆให้เข้าถึงมรรคผล
อย่างเช่นในการแสดงธรรมครั้งแรกสุด ก็ทรงแจกแจงมรรค 8 อย่างยืดยาวละเอียดลออกระทั่งท่านโกณฑัญญะบรรลุโสดาปัตติผล เป็นพยานรายแรกให้กับพระศาสดา ว่าสังขารทั้งปวงเป็นอนัตตา รวมทั้งประจักษ์ว่านิพพานมีจริง คนธรรมดาเข้าถึงมรรคผลได้จริง
แต่กับบางบุคคลที่ควรแก่ธรรมพระพุทธองค์ท่านก็เทศน์เพียงสั้น เช่นทำให้ท่านพาหิยทารุจีริยะบรรลุอรหัตตผลด้วยการแนะให้เห็นสักแต่เห็น ได้ยินสักแต่ได้ยิน ทราบสักแต่ทราบ รู้แจ้งสักแต่รู้แจ้ง กระทำจิตไม่ให้เหลือที่ยืนของตัวตน ไม่ว่าในโลกนี้หรือโลกอื่นไหน


โดย ทรงธรรม [5 ส.ค. 2547 , 15:20:29 น.] ( IP = 203.144.228.200 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

และกับบุคคลบางประเภท พระพุทธองค์ก็ทรงใช้ฤทธิ์เป็นเครื่องทุ่นแรงให้เกิดปัญญาเห็นธรรม อย่างเช่นพระนางเขมาผู้ติดใจยินดีในรูปลักษณ์อันงดงามแห่งตน พระพุทธเจ้าก็นิรมิตสาวน้อยที่แลดูในคราวแรกเลอโฉม พิศแล้วสะคราญตากว่าพระนางเขมาอันร่ำลือกันว่าเลิศหล้าเองเสียอีก แต่ต่อมาร่างเนรมิตนั้นค่อยๆสูงวัยขึ้นจนล่วงเข้ากลางคน ล่วงเข้าสู่ความแก่หง่อม กระทั่งที่สุดกลายเป็นซากอสุภะน่าสะอิดสะเอียนชวนคลื่นเหียนไป พอพระนางเขมาย้อนมารู้สึกตัว รู้สึกในสังขารอันหลงนึกว่างามของตนอีกครั้ง ก็บังเกิดความสลดอย่างแรง ละพยศอันเกิดแต่ความหลงรูป หลงศักดิ์เสียได้ จึงพร้อมฟังเทศนาธรรม และเกิดความเห็นแจ้งบรรลุมรรคผลและได้บวชเป็นภิกษุณีในเวลาต่อมา
ส่วนบุคคลบางประเภท พระพุทธองค์ก็ทรงใช้อุบายเพื่อให้เห็นไตรลักษณ์ง่ายๆ เช่นพระจูฬปันถกะผู้มีวาสนาบารมีแก่กล้า ใกล้จะได้เป็นพระอรหันต์อยู่แล้ว แถมไม่ใช่อรหันต์ธรรมดา ยังจัดเป็นอสีติมหาสาวกองค์หนึ่งอีกด้วย ทว่าอกุศลกรรมเก่ามาขวางปัญญา พูดง่ายๆคือท่านหัวทึบเป็นอย่างยิ่ง ใช้เวลา 4 เดือนท่องคาถาเดียวยังไม่สำเร็จ กระทั่งพระพี่ชายไล่ให้สึกไปเสีย แต่ด้วยพุทธญาณเล็งเห็นนิสัยอรหัตต์ในท่าน พระพุทธองค์จึงมาห้ามปรามไว้ ปลอบประโลมจนคลายโศก และอนุเคราะห์ธรรมด้วยการประทานผ้าเช็ดพระบาท กับทั้งตรัสสั่งให้ลูบไปโดยทำไว้ในใจเรื่อยๆว่าผ้าสำหรับเช็ดสิ่งสกปรก พระจูฬปันถกะท่านเล่าเองว่าเมื่อฟังพระดำรัสแล้วก็เกิดความยินดีในศาสนา พอปฏิบัติตามก็เกิดสมาธิ จิตตั้งมั่นอยู่กับความเห็นผ้าขาวหมองไปเพราะสิ่งสกปรกคือกายของท่านนั้นเอง กระทั่งเกิดความปล่อยวางถึงระดับอรหัตตภูมิในเวลาไม่เนิ่นช้า กลายสภาพจากพระผู้มีปัญญาทึบเป็นพระอรหันต์ผู้ทรงอภิญญายิ่งใหญ่ กลับจากหลังมือเป็นหน้ามือไปจนได้เป็นอาทิ

โดย ทรงธรรม [5 ส.ค. 2547 , 15:23:31 น.] ( IP = 203.144.228.200 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org