มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


พี่ดอกแก้ว...บรรยายที่อ้อมน้อย





วันเวลาช่างรวดเร็วจริงๆนะครับ พี่เณรได้พาท่านเกาะติดชิดใกล้ในครั้งที่แล้ว ที่พี่ดอกแก้วได้ปฐมฤกษ์ ไปอบรม พร้อมตรวจงาน ที่สำนักปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน ที่อ้อมน้อยมายกๆ



เส้นทางแห่งชีวิตที่เตรียมพร้อม เพื่อสร้างประโยชน์อย่างแท้จริงแก่ชีวิตในสำนักแห่งนี้ ต่างก็ได้มีโอกาสเข้ารับฟังการอธิบายชี้แจงเรื่องวิปัสสนากรรมฐาน จากพี่ดอกแก้วกันอย่างพร้อมเพียงและมากขึ้นจากครั้งก่อนมากเลยนะครับ…


ภาพนี้ในอดีตที่ท่านอาจารย์แนบ มหานีรานนท์ และท่านอาจารย์บุญมี เมธางกูร…ได้ใช้อาคารหลังนี้แหละครับเป็นที่อบรมวิปัสสนา แนะนำความรู้ให้แก่ผู้มาเข้าปฎิบัติธรรมเสมอมา

โดย พี่เณร [5 ส.ค. 2547 , 20:05:30 น.] ( IP = 61.90.82.15 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ
[ 1 ] [ 2 ][ 3 ]


  สลักธรรม 1

และในวันนี้ ที่ ๕ สิงหาคม ๒๕๔๗ อาคารหลังเดิมหลังนี้และครับ ก็ยังได้อาศัยใช้อบรม ปลูกฝังความรู้หนทางอันจะนำไปสู่ความพ้นทุกข์ ตามหลักมหาสติปัฎฐาน ๔

แต่ผู้ที่มานั่งบรรยายธรรมนั้นคือ พี่ดอกแก้ว หรืออาจารย์บุษกร เมธางกูร…บุตรสาวผู้รับมรดกธรรมของท่านอาจารย์บุญมี เมธางกูรนั่นเอง.

โดย [5 ส.ค. 2547 , 20:22:45 น.] ( IP = 61.90.82.15 : : )


  สลักธรรม 2

นับเป็นครั้งที่สองแล้วนะครับ ที่พี่ดอกแก้วมาสู่สถานปฎิบัติธรรมที่อ้อมน้องแห่งนี้ หลังจากที่พักรักษาตัวหลังผ่าตัดใหญ่มา

วันนี้ท่านสาธุชนมากจริงๆครับ พระภิกษุที่มาจำพรรษาที่นี้ก็หลายรูปทีเดียว รวมถึงท่านพระมหาบุญช่วย ซึ่งท่านก็เป็นอาจารย์สอนวิปัสสนา แห่งวัดบางยี่ขันท่านก็มาร่วมนั่งรับฟังพี่ดอกแก้วด้วยครับ



เรียกว่าบรรยากาศในวันนี้ดูอบอุ่นมากครับ แม่ชีก็มาก อุบาสก อุบาสิกา ก็ตามมากันหลายท่านเพราะทราบมาว่าพี่ดอกแก้วจะมาทุกวันพฤหัส ต่างก็มากันเพียบเลยครับผม..น่าชื่นใจจังเลย

โดย [5 ส.ค. 2547 , 20:33:56 น.] ( IP = 61.90.82.15 : : )


  สลักธรรม 3

เรื่องที่พี่ดอกแก้วเน้นในวันนี้นั้นก็คือ เรื่องปัจจุบัน และเรื่องโยนิโสมนสิการครับ

พี่ดอกแก้วกล่าวว่า...ความสำคัญอีกอย่างนั้นนอกจากจะรู้ว่าอะไรคือรู้ อะไรคือนาม และเกิดขึ้นตามทวารไหนแล้ว อารมณ์ปัจจุบัน ท่านผู้ปฎิบัติ
ต้องให้ได้อารมณ์ปัจจุบัน คือ ต้องจับอารมณ์.... "รูปนั่ง" .....ที่กำลังปรากฏเฉพาะหน้า โดยที่อารมณ์นั้นเกิดขึ้นเอง ไม่ได้เกิดขึ้นด้วยความปรารถนาของผู้ปฏิบัติ อย่าบังคับจิต ให้ติดอยู่ในอารมณ์ ด้วยความปรารถนาเพราะจะเป็นไปตามอำนาจของตัณหา ซึ่งเป็นตัวกิเลส ผู้ปฏิบัติมีหน้าที่เพียงแต่สำรวมไว้เท่านั้น อย่างให้จิตนี้ออกไปจากอารมณ์ ... คือ... ท่าที่นั่ง

โดย [5 ส.ค. 2547 , 20:45:03 น.] ( IP = 61.90.82.15 : : )


  สลักธรรม 4

ถ้าจิตออกไปแล้ว ดูไปมันก็ไม่เห็น เหมือนกับเราอ่านหนังสือก็จะมีความฟุ้งซ่านเกิดขึ้น บางทีจิตก็ส่ายไปทางโน้น วิ่งไปทางนี้ เรียนหนังสือไม่รู้เรื่อง ความรู้สึกรำคาญก็ตามมา ต้องที่เงียบสงัดฉันใด... เราก็จะต้องสำรวมในร่างกายของเรา ในจิตของเรา ด้วยว่า ..สิ่งใดที่ไม่จำเป็นแล้ว..อย่าปล่อยให้จิตของเราตกไป เราต้องคอยคุมไม่ให้มันไถลไป

ถ้ามันไปมันก็เที่ยวได้เพลิน จะดูมันก็ไม่เห็น และปัญญาก็เกิดไม่ได้ ต้องจำกัดอารมณ์คือ.. ต้องมีปัจจุบันดูรูปนั่ง และเวลาที่จิตอยู่ในสมาธิ ....อยู่ในอารมณ์เดียว ..เกิดดับเร็วที่สุดอยู่ในอารมณ์นั้นเช่นกันเพราะธรรมชาติของจิตเกิดดับเร็วมาก..เร็วจนไม่สามารถจะเห็นว่าอารมณ์นั้นมันไม่เที่ยงไงครับ นี่คือคำกล่าวที่พี่ดอกแก้วบอกให้ท่านผู้มาปฎิบัติธรรมนั้นได้ตระหนัก

โดย [5 ส.ค. 2547 , 20:51:09 น.] ( IP = 61.90.82.15 : : )


  สลักธรรม 5

อุปมาได้เหมือนพัดลมที่เปิดอยู่ ถ้าหมุนเร็วๆก็จะไม่เห็น ไม่รู้ว่าใบพัดลมมีกี่อัน และรูปร่างเป็นอย่างไรก็ไม่เห็นเลย
แต่ถ้าหมุนช้า ก็เห็นได้ว่า มี ๓ อันหรือ ๔ อัน เพราะว่าจังหวะที่ขาดว่างของมัน จะมาตัดให้เห็นได้ว่า เป็นคนละอัน แต่เพราะความที่มันหมุนเร็วเหลือเกิน เราก็ไม่เห็นมันได้

เพราะมันนิ่งอยู่อย่างนั้น เพราะฉะนั้นจิตที่เป็นสมาธิจึงรู้ยากมาก คือ จะไปเห็นจิตที่เป็นสมาธิว่ามันเกิดแล้วมันดับ ไปนี่ ไม่มีหวังเลยนี่คือคำบอกเจาะจงลงไปอย่างเด่นชัดที่พี่ดอกแก้วพยายามให้ทุกๆเข้าใจ และแยกแยะได้ออกระหว่างคำว่าสมาธิ กับคำว่าวิปัสสนานั่นเอง

ช่วงนี้พี่เณรขอยุติก่อนนะครับ ไปต่อไม่ไหวแล้วครับ เดียวคุณเซิ่น พี่ดา คงเข้ามาช่วยๆกันถ่ายทอดนะครับผม
…

โดย [5 ส.ค. 2547 , 20:58:50 น.] ( IP = 61.90.82.15 : : )


  สลักธรรม 6





โดย [6 ส.ค. 2547 , 01:00:17 น.] ( IP = 203.172.117.116 : : )


  สลักธรรม 7

หลังจากพี่ดอกแก้วได้บรรยายแล้ว ก็ให้ผู้ฟังถามคำถาม ก็มีคำถามจากพระภิกษุรูปหนึ่งถามว่า..

ขณะกำลังกำหนดรูปนอน รู้สึกสดชื่นในรูปนอน แม้กระทั้งพลิกตัว ก่อนหน้านี้ก็เคยปฏิบัติมาแล้วหลายครั้ง... แต่ก็ไม่เคยรู้สึกแบบนี้มาก่อน หลังจากสดชื่นแล้ว ก็รู้สึกยินดีและต้องการให้ความรู้สึกสดชื่นแบบนี้เกิดขึ้นอีก แต่อารมณ์เช่นนั้นก็ไม่ปรากฎขึ้นอีก พระท่านจึงถามพี่ดอกแก้วว่าเป็นเพราะเหตุใด.

คำถามเช่นนี้ ผู้ที่เข้าฟังส่วนมาก รวมทั้งพวกเราต่างก็คิดว่า พระท่านมีแต่กิเลสเกิดร่วมตลอดแน่นอนเพราะใช้คำว่าสดชื่นบ้าง ยินดีบ้าง ต่างคาดเดากันไปตามประสาผู้ที่ไม่เข้าใจในการสอบอารมณ์นั่นเอง.

โดย [6 ส.ค. 2547 , 08:23:22 น.] ( IP = 61.90.12.207 : : )


  สลักธรรม 8


แต่พี่ดอกแก้วได้เคยติดตามพระอาจารย์บุญมี ไปสอบอารมณ์ผู้ที่ปฏิบัติตั้งแต่เด็กๆ
ทำให้มีประสบการณ์และเข้าใจเรื่องนี้จากที่ได้รับฟังการซักถามอารมณ์ของผู้ปฎิบัติในสมัยนั้นเป็นอย่างดี จึงเข้าใจวิธีการถามตอบในการสอบอารมณ์กรรมฐานเป็นอย่างดี รู้ว่าคำตอบแบบใดเป็นตอบแบบบอกเล่าโดยเอาปริยัติมาตอบ และแบบใดเป็นการตอบที่เกิดจากความรู้สึกในอารมณ์ที่ตนได้

พี่ดอกแก้วจึงได้อนุโมทนากับพระภิกษุรูปนี้เพราะท่านได้ปัจจุบันอารมณ์นั่นเอง และอีกทั้งยังสามารถจับอยู่กับปัจจุบันขณะได้เป็นอย่างดี ทำให้จิตที่รู้นั้นไม่มีกิเลสเครื่องเศร้าหมองมาเกิดขึ้นได้ในขณะนั้นจึงรู้สึกเสมือนสดชื่น (นั่นก็คือความไม่มีกิเลสแต่กลับมีอำนาจของสติปัญญา) มาคุ้มครองมิให้เครื่องเศร้าหมองใดๆเกิดได้นั่นเอง

พร้อมทั้งแนะนำให้กระทำโยนิโสมนสิการต่ออย่างไรเพื่อจะได้ไม่ชะงักในการปฎิบัติต่อ..และบอกถึงเหตุที่ทำให้ปัจจุบันที่กำลังดำเนินอยู่ต้องหลุดไป.... เพราะถ้าได้ อารมณ์ชัด ในการปฏิบัติ (หมายถึงจิตที่ตามรู้ปัจจุบันของนามรูป) พระท่านรู้สึกดีใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น พี่ดอกแก้วตอบท่านว่าขณะนั้นโลภะจิตได้เกิดขึ้นมา ทำให้จิตตกไปจากอารมณ์ปัจจุบันที่มีสติสัมปชัญญะเข้าร่วมไปแล้ว ความสดชื่น ( สติที่ตื่นอยู่ในอาการ) ที่เกิดก่อนหน้านั้นก็หายไป เมื่อความต้องการให้เกิดขึ้นอีก ก็ไม่เกิดแล้ว ตรงนี้พี่ดอกแก้วบอกว่าตัณหาได้เข้ามาหนุนหลังให้มีความต้องการดูให้ได้เช่นที่ผ่านมา ... และได้เปรียบเทียบอารมณ์ที่คนเรานั้นมีอาสวะกิเลสกันทุกคนแต่ตรงที่ตนกำลังกำหนดอยู่นั้นก็ไม่ต่างไปจากน้ำนิ่งๆอยู่ แล้วมีอะไรไปกวนน้ำ จนตะกอนที่นอนก้นอยู่ถูกกวนขึ้นมา ทำให้น้ำขุ่นไป ต้องอาศัยระยะเวลา กว่าน้ำจะใสขึ้นอีกครั้ง หลังจากนั้นก็ได้อธิบายถึงเรื่องมีสัปปายะทั้ง 7 ที่สถานที่แห่งนี้ คืออ้อมนั้นมีพร้อมแล้ว คือ..

โดย [6 ส.ค. 2547 , 08:31:06 น.] ( IP = 61.90.12.207 : : )


  สลักธรรม 9

1.สถานที่สัปปายะ
2. บุคคลสัปปายะ
3.อาหารสัปปายะ
4. ธรรมสัปปายะ
5. อิริยาบถสัปปายะ
6. อุตุสัปปายะ
7. โคจรสัปปายะ




ผู้ที่เข้าปฏิบัติจึงต้องใช้โอกาสนี้ให้เกิดประโยชน์มากสุด ดังเจตนาที่แต่ละท่านมุ่งหมายไว้และเพื่อให้มีการงานอันดำเนินไปเพื่อถึงซึ่ง พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ พี่ดอกแก้วได้อธิบายให้เข้าใจว่าเราจะถึงพระรัตนตรัยนั้นได้อย่างไร ?

คำว่าพุทธังสรณังคัจฉามินั้น แปลว่าขอถึงซึ่งพระพุทธเจ้า

..พี่ดอกแก้วได้ให้ข้อสังเกตุไว้ว่า.. <พระพุทธเจ้าพระองค์ท่านก็ได้ดับขันธ์ปรินิพพานไปแล้ว เรากล่าวขอถึงท่านมิได้หมายความว่าต้องไปพบกับท่านได้ดังที่ๆอื่นๆเข้าใจและบอกกันต่อๆมา นั่นเป็นความเห็นผิดแน่นอน แต่เราสามารถถึงซึ่งพระพุทธเจ้าได้… ด้วยการมีปัญญา รู้แจ้งในอริยสัจจ์ 4 เพราะพระองค์ตรัสรู้ธรรมอันได้แก่ อริยสัจจ์นั่นเอง เราท่านจึงต้องทำความเพียรให้มีปัญญารู้ดังพระองค์ท่านรู้ นี่จึงจะได้ชื่อว่าถึงซึ่งพระพุทธเจ้า.

โดย [6 ส.ค. 2547 , 08:36:27 น.] ( IP = 61.90.12.207 : : )


  สลักธรรม 10

ต่อมาคำว่าธัมมัง สรณังคัจฉามิ ก็คือการขอถึงซึ่งพระธรรมได้นั้นต้องเข้าใจว่าพระธรรมที่จะถึงนั้นได้แก่ มรรค 4 ผล 4 นิพพาน 1 นั่นเองไม่ใช่ไปถึงอย่างอื่นหรือเพียงรู้แค่การศึกษาปริยัติศาสนา โดยนัยแห่งพระธรรมนี้พี่ดอกแก้วยังแจกแจงออกไปต่อว่า..การศึกษานั้นก็ถึงได้เช่นกัน หมายความว่าต้องศึกษาให้รู้ว่าพระธรรมที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านทรงเทศนาสั่งสอนนั้นในโลกนี้ก็มีเพียง จิต 89/121 เจตสิก 52 รูป 28 นิพพานและบัญญัติธรรม เมื่อผู้ใดสามารถเจ้าเรื่องเหล่านี้ได้อย่างถูกต้องก็อนุโลมว่าเป็นผู้ถึงซึ่งพระธรรมได้เช่นกันแต่ถึงด้วยปริยัติ



แต่ถ้าจะให้ถึงแท้ๆและได้รับประโยชน์ต้องถึงโดยการเจริญปัญญาเท่านั้น..แหละสุดท้ายการจะถึงซึ่งพระสงฆ์ได้นั้นผู้ปฎิบัติจะต้องปฎิบัติจนหมดไปจากกิเลสอาสวะและบรรลุความเป็นพระอริยเจ้านั่นเองจึงเรียกว่าเป็นผู้ถึงซึ่งพระรัตนตรัยโดยแท้จริง.






โดย [6 ส.ค. 2547 , 08:44:01 น.] ( IP = 61.90.12.207 : : )
[ 1 ] [ 2 ][ 3 ]

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org