| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
ในอนาคตกาล (๒)
สลักธรรม 1เมื่อมนุษย์ทั้งหลาย
ปลงปัญญาเห็นในกระแสพระกรรมฐานภาวนาดังเนือง ๆ
อายุของมนุษย์ทั้งหลายก็วัฒนาจำเริญขึ้นไป
ที่มีอยู่ ๑๐ ปีเป็นอายุขัยนั้นค่อยทวีขึ้นไปถึง ๒๐ ปีเป็นอายุขัย
ค่อยทวีขึ้นไปทุกชั้น จนอายุได้ ร้อย พัน หมื่น แสน โกฏิ จนถึงอสงไขยหนึ่ง
![]()
![]()
![]()
ครั้นนานไปเห็นว่า
ไม่รู้จักความตายแล้ว
ก็มีความประมาทมิได้ปลงใจ
ในกอง ทุกฺขํ อนิจฺจํ อนตฺตา
อายุก็ถอยน้อยลงมาทุกทีจนถึง ๘ หมื่นปี
ฝนตกเป็นฤดูคือ ๕ วันตก ๑๐ วันตก
ในชมพูทวีปทั้งปวงมีพื้นแผ่นดินราบคาบสม่ำเสมอเป็นอันดี ฯ
ครั้งนั้น กรุงพาราณสีเปลี่ยนนามชื่อว่าเกตุมมะดี
โดยยาวได้ ๑๖ โยชน์โดยกว้างได้โยชน์ ๑
มีไม้กัลลปพฤกษ์เกิดทั้ง ๔ ประตูเมืองแก้ว ๗ ประการ
ประกอบเปนกำแพงแก้ว ๗ ชั้นโดยรอบพระนคร
![]()
โดย [6 ส.ค. 2547 , 00:12:56 น.] ( IP = 203.172.117.116 : : )
สลักธรรม 2ครั้งนั้นมหานฬกาลเทวบุตร
ก็จุติลงมาเกิดเป็นสมเด็จบรมจักรพรรตราธิราช
ทรงพระนามว่าพระยาสังขจักร์
เสวยศิริราชสมบัติในเกตุมมะดีมหานคร
ในท่ามกลางเมืองนั้น
มีปรางค์ปราสาททองอันแล้วด้วยแก้ว ๗ ประการ
ผุดขึ้นมาแต่มหาคงคา ลอยมายังนภาดลอากาศเวหา
มาตั้งอยู่ในท่ามกลางพระนคร
ปรางค์ปราสาทนี้ แต่กาลก่อนเป็นปรางปราสาทแห่งสมเด็จพระเจ้ามหาปะนาท
ครั้นสิ้นบุญพระเจ้ามหาปะนาทแล้ว ปรางค์ปราสาทนั้นก็จมลงไปในคงคา
เมื่อสมเด็จบรมจักร์จอมทวีปผู้ทรงพระนามว่า พระยาสังขจักร์
ได้เสวยราชสมบัติในเกตุมมะดีนั้น
ปรางค์ปราสาทก็ผุดขึ้นมาแต่มหาคงคา ด้วยอานุภาพแห่งบรมจักร์
ประดับไปด้วยหมู่พระสนมแสนสาวสุรางค์ทั้งหลาย
ประมาณ ๘ หมื่น ๔ พันพระองค์ มีพระราชโอรสประมาณพันองค์
พระราชโอรสผู้ใหญ่นั้น ทรงพระนามว่าอชิตราชกุมาร
เจ้าอชิตราชกุมารนั้น เป็นปรินายกแก้ว แห่งสมเด็จพระราชบิดา
ผู้เป็นพระยาบรมสังขจักร์อันบริบูรณ์ไปด้วยแก้ว ๗ ประการ
คือจักร์แก้ว ๑ นางแก้ว ๑ แก้วมณีโชติ ๑ ช้างแก้ว ๑ ม้าแก้ว ๑ คฤหบดีแก้ว ๑ ปรินายกแก้ว ๑
อันสมบัติบรมจักร์นั้นย่อมมีทุกสิ่งทุกประการ
เป็นที่เกษมสานต์ยิ่งนักเหลือที่จะพรรณนาในกาลนั้น ฯ
โดย [6 ส.ค. 2547 , 00:13:51 น.] ( IP = 203.172.117.116 : : )
สลักธรรม 3ฝ่ายว่า มหาปุโรหิตผู้ใหญ่ของสมเด็จพระเจ้าสังขจักร์นั้น
เป็นมหาพราหมณ์ประกอบไปด้วยอิสสริยะยศเป็นอันมาก
หาผู้เปรียบเสมอมิได้ มีนามชื่อว่าสุตพราหมณ์
นางพราหมณีผู้เป็นภรรยานั้นมีนามว่า นางพราหมณีวดี ฯ
![]()
ในกาลนั้น
สมเด็จพระบรมโพธิสัตว์ พระศรีอาริยเมตไตรยเจ้า
รับอาราธนานิมนต์แห่งฝูงเทพดาทั้งหลาย
ก็จุติลงมาจากดุสิตสวรรค์เทวโลก
ลงมาถือเอาปฏิสนธิในครรภ์แห่งนางพราหมณวดี
ภรรยาแห่งมหาปุโรหิตพราหมณ์ผู้ใหญ่
ในวันบัณณสีอุโบสถ
เพ็ญเดือน ๘ ขึ้น ๑๕ ค่ำ เวลาปัจจุสสมัยใกล้รุ่ง
พร้อมด้วยอัศจรรย์ทั้งหลาย ๑๒ ประการ
เทพดาพากันกระทำสักการบูชาดังห่าฝนตกลงมาในอากาศ
แล้วมีปรางค์ปราสาททั้ง ๓ ผุดขึ้นมา
เพื่อจะให้เป็นที่สำราญ แห่งพระบรมโพธสัตว์เจ้า
ปราสาท ๑ ชื่อว่าศิริวัฒนะ
ปราสาท ๑ ชื่อว่าสิทธัตถะ
ปราสาท ๑ ชื่อว่า จันทกะปรางค์
ปราสาททั้ง ๓ นี้เป็นที่จำเริญพระศิริสวัสดิมงคล
ควรจะให้สำเริจประโยชน์ทุกประการ ปรากฏงามดังดวงจันทร์
แล้วหอมฟุ้งไปด้วยกลิ่น อันหอมมิรู้ขาดเดียระดาษไปด้วยนางนาฏพระสนมประมาณ ๗ แสน
ส่วนสมเด็จพระอัครมเหสีแห่งสมเด็จพระศรีอาริยเมตไตรย บรมโพธิสัตว์เจ้านั้น
ทรงพระนามว่า พระจันมุขีเป็นประธานแห่งนางบริวารทั้ง ๗ แสน
มีพระราชโอรสองค์ ๑ ทรงพระนามว่า พราหมณ์วัฒนกุมาร
โดย [6 ส.ค. 2547 , 00:22:26 น.] ( IP = 203.172.117.116 : : )
สลักธรรม 4เมื่อพระมหาบุรษผู้ประเสริฐ
ทรงพระสำราญแรมอยู่ในปรางค์ปราสาททั้ง ๓ ควรแก่ฤดูโดยนิยมดังนี้ ฯ
จนพระองค์มีพระชนม์ได้ ๘ หมื่นปี
แล้วจึงเสด็จขึ้นสู่รสแก้วอันเป็นทิพย์วิมานมีศิริหาเสมอมิได้
เสด็จไปประพาสอุทยานทอดพระเนตรเห็นจตุรนิมิตร์ทั้ง ๔ ประการนี้
เป็นเทวทูตยังธรรมสังเวชให้เกิดขึ้น
ก็มีพระทัยน้อมไปในบรรพชาพิจรณาเห็นเพศสมณะนั้นเป็นอารมณ์
ในขณะนั้นอันว่าปรางค์ปราสาทแก้วซึ่งทรงพระสำราญยับยั้งอยู่นั้น
ก็ลอยไปในอากาศเวหาพร้อมทั้งพระราชโอรส
และหมู่นิกรอนงนางกัลยาทั้งหลายไปกับทั้งปรางค์ปราสาท
ครั้งนั้นเปรียบประดุจดังว่า พระยาสุวรรณหงส์ทองอันบินไปในอากาศเวหา
ฝ่ายฝูงเทพดาทั้งหลายในหมื่อนจักรวาล ก็ชวนกันถือเครื่องสักการะบูชา
เหาะตามมากระทำสักการะบูชาในอากาศเวหาแน่นเนื่องกันมาเป็นอเนกอสงไขย
ทั้งท้าวพระยามหากษัตริย์ทั้งหลาย ๘ หมื่อน ๔ พันพระนครก็ดี
และชาวนิคมประจันตประเทศชนบททั้งหลายก็ดี
![]()
![]()
ได้ชวนกันมากระทำการบูชาด้วยดอกไม้
และของหอมมีประการต่าง ๆ
เต็มเดียระดาษกลาดเกลื่อนไปทั้งชมพูทวีป
เหล่าพวกอสูรทั้งหลาย ก็เข้าแวดล้อมพิทักษ์รักษาปรางค์ปราสาท ฯ
ฝ่ายพระยานาคราชนั้น กระทำการบูชาด้วยแก้วมณี
พระยาสุวรรณราชปักษี กระทำสักการบูชาด้วยแก้ว อันเป็นเครื่องประดับตน
พระยาคนธรรมทั้งหลายนั้น กระทำการบูชาด้วยเครื่องทิพย์ดุริยางค์ฟ้อนรำมีประการต่าง ๆ ฯ
โดย [6 ส.ค. 2547 , 00:22:55 น.] ( IP = 203.172.117.116 : : )
สลักธรรม 5![]()
ปางเมื่อองค์สมเด็จพระบรมโพธิสัตว์เจ้าเสด็จออกบรรพชานั้น
ฝูงเทวดา อินทร์ พรหม ยมยักษ์
และมนุษย์ นาค ครุฑ คนธรรพ ทั้งหลาย
กระทำสักการบูชาทั้งพระยาบรมจักรพรรตราธิราชเจ้าผู้ประเสริฐ
และพร้อมด้วยเหล่านางสนมนางในนับมิได้
และโยธาหาญหมู่จตุรงค์องค์ที่พยุหะเสนาอเนกนับมิได้
เสด็จไปที่ใกล้แห่งสมเด็จพระบรมโพธิสัตว์
ครั้งนั้นมหาชนทั้งหลายทั้งปวง
มีความปรารถนาจะทรงบรรพชาแล้วก็ลอยไปในอากาศ
กับด้วยพระบรมโพธิสัตว์เจ้าด้วยเดชานุภาพแห่งบรมจักร์
และอนุภาพแห่งพระศรีอาริยเมตไตรยบรมโพธิสัตว์นั้น
ครั้นเสด็จถึงควงไม้ พระศรีรัตนมหาโพธิ คือไม้กากะทิงแล้ว
ปรางค์ปราสาทแก้วก็เลื่อนลอยลงจากอากาศใกล้ในที่ปริมณฑลไม้มหาโพธินั้น
ฝ่ายเท้ามหาพราหมก็เชิญซึ่งพานผ้ากาสาวะพัตร์ กับเครื่องบริกขารทั้ง ๘
น้อมเข้าไปถวายสมเด็จพระบรมโพธิสัตว์แล้ว
พระองค์จึงชักเอาพระแสงดาบแก้วตัดพระเกศเกล้าให้ขาด แล้วโยนขึ้นไปในอากาศเวหา
ก็ถือเครื่องบริกขารทั้ง ๘ ประการ ทรงเพศบรรพชาเสร็จแล้ว
โดย [6 ส.ค. 2547 , 00:35:30 น.] ( IP = 203.172.117.116 : : )
สลักธรรม 6ส่วนว่าบริวารทั้งหลายทั้งปวงนั้น
ก็ชวนกันบรรพชาบวชตามสมเด็จพระโพธิสัตว์เจ้าเป็นอันมาก
ฝ่ายพระมหาบุรุษราช องค์พระศรีอาริยเมตไตรยเจ้านั้น
กระทำความเพียรอยู่ที่ใกล้พระมหาโพธิสิ้นประมาณเจ็ดวัน
ในเมื่อ เวลาเย็นพระองค์ก็เสด็จเข้าไปสู่ควงไม้พระมหาโพธิ
ขึ้นทรงนั่งเหนือรัตนอปราชิตบัลลังก์พระที่นั่งแก้ว
แล้วทรงพระคำนึงระลึกถึงบุพพชาติของพระองค์ด้วยปุพเพวาสญาณ
ทรงเห็นโดยลำดับกันประจักแจ้งในปฐมมยาม ฯ
ครั้นล่วงเข้ามัชฌิมยามทรงเห็นซึ่งจุติปฏิสนธิ
แห่งสัตว์ทั้งหลาย ด้วยทิพย์จักษุฌาน ฯ
ครั้นล่วงไปในปัจฉิมมยามที่สุดนั้น
พระองค์พิจารณาซึ่ง ปัจจัยการ อันประกอบไปด้วยองค์ ๒ ประการ
ตามกระแสพระปฏิจสมุปบาทธรรม ด้วยสามารถอนุโลมตรัสรู้ตลอดกัน
ในลำดับนั้นก็ได้สำเร็จแก่พระปรมาสัมโพธิญาณ
ทรงพระนามว่า อรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นอาทิ
ปรากฏเป็นพระพุทธคุณทั่วโลกธาตุ
เห็นพระนิพพานอันมิได้รู้แก่รู้ตายเป็นธรรมาภิสมัย
ให้บังเกิดแก่ฝูงเทพดาและมนุษย์ทั้งได้ตรัสรู้มรรคและผลหาประมาณมิได้ ฯ
![]()
โดย [6 ส.ค. 2547 , 00:36:03 น.] ( IP = 203.172.117.116 : : )
สลักธรรม 7![]()
และองค์พระศรีอาริยเมตไตรยเจ้าผู้ทรงพระภาคมีประเภทเป็นอันงามนั้น
พระองค์มีพระกายสูงได้ ๘๘ ศอก
พระองค์ใหญ่กว้างได้ ๒๕ ศอก
ตั้งแต่ฝ่าพระบาทถึงพระชานุมณฑลเข่ามีประมาณ ๒๒ ศอก
ตั้งแต่ฝ่าพระบาทถึงพระชามุณฑลขึ้นไปถึงพระนาภีประมาณ ๒๒ ศอก
ตั้งแต่พระนาภีขึ้นไปถึงพระรากขวัญทั้ง ๒ ประมาณ ๒๒ ศอก
ตั้งแต่พระรากขวัญขึ้นไปถึงพระเศียรเกล้าที่สุด ยอดพระอุณหิตเปลวพระพุทธรัศมีนั้น
ประมาณ ๒๒ ศอก เสมอกันทั้ง ๔ ส่วน
พระรากขวัญทั้ง ๒ แต่ละอันนั้นยาวได้ ๕ ศอก
อันว่าพระหัตถ์ทั้ง ๒ ซ้ายขวานั้น ยาวได้ ๔๐ ศอก
ในระหว่างภายในแห่งพระพาหาทั้ง ๒ ซ้ายขวานั้นมีประมาณ ๒๕ ศอก
พระอังคุลีแต่ละอันยาวได้ ๕ ศอก
ฝ่าพระหัตถ์แต่ละข้างกว้างได้ ๕ ศอก
พระศอโดยกลมรอบมีประมาณ ๕ ศอก โดยยาวก็ ๕ ศอก
พระโอษฐ์เบื้องบนเบื้องล่างกว้าง ๑๐ ศอกเสมอกันเป็นอันดี
พระชิวหาอยู่ภายในพระโอษฐ์ยาว ๑๐ ศอก
พระนาสิกสูงยาวลงมาได้ ๗ ศอก
ดวงพระเนตรทั้ง ๒ โดยกว้าง ๗ ศอก
แววพระเนตรทั้ง ๒ ที่ดำกลมเป็นปริมณฑลอยู่นั้น มีประมาณ ๕ ศอก
พระขนงแต่ละข้างยาวได้ ๕ ศอก
ในระหว่างพระขนงทั้ง ๒ กว้างได้ ๔ ศอก
พระกรรณทั้ง ๒ แต่ละข้างยาวได้ ๗ ศอก
ดวงพระพักตรนั้นเป็นปริณฑล กลมดังดวงพระจันทร์เมื่อวันเพ็ญมีประมาณกลมได้ ๒๕ ศอก
พระอุณหิตที่เวียนเป็นทักขิณาวัฏฏ์รอบพระเศียรเป็นเปลวพระพุทธรัศมีขึ้นไปนั้น โดยกลมรอบได้ ๒๕ ศอก ฯ
![]()
(ยังมีต่อครับ)
![]()
โดย พี่เณร... [6 ส.ค. 2547 , 00:36:32 น.] ( IP = 203.172.117.116 : : )
สลักธรรม 8มาชื่นชมบุญญาธิการขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าในอนาคตกาล ด้วยความปิติเจ้าค่ะ
ลำดับภาพงดงามแท้
ขอบพระคุณพี่เณรค่ะโดย น้องถ้วยค่ะ [6 ส.ค. 2547 , 01:05:27 น.] ( IP = 202.47.247.146 : : )
สลักธรรม 9มาติดตามต่อค่ะ เป็นความปิติใจอย่างยิ่งค่ะ ในพระพุทธประวัติอันงดงามของพระองค์ แม้ว่าจะยังต้องรออีกนานแสนนาน แต่ก็บังเกิดความเย็นใจไปล่วงหน้าก่อนเลยละค่ะ
แม้ว่าขณะนั้นจะไม่สามารถบอกได้ว่าเรานั้นจะเกิดเป็นบุคคลประเภทใดก็ตาม ก็หวังว่าหากมีบุญญาบารมีบ้าง ขอให้มีโอกาสเจอกับพระองค์ต่อหน้าพระพักตร์บ้างค่ะโดย น้องอุ๊ [6 ส.ค. 2547 , 20:50:09 น.] ( IP = 203.150.217.114 : : 203.113.39.8 )
สลักธรรม 10![]()
... อนุโมทนาค่ะ...
![]()
โดย น้องฟู [10 ส.ค. 2547 , 08:06:19 น.] ( IP = 202.47.247.146 : : 10.1.64.106 )
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |