มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


..ความหมายของคำว่า "แม่"..





พจนานุกรมฉบับบัณฑิตยสถาน พ.ศ.๒๕๒๕ ได้ให้ความหมายของคำว่า "แม่" ไว้ดังนี้

แม่ หมายถึง หญิงในฐานะที่เป็นผู้ให้กำเนิดแก่ลูก, คำที่ลูกเรียกหญิงผู้ให้กำเนิดตน พุทธศาสนา ได้ให้ความหมายของคำว่า "แม่" ซึ่งหมายถึง หญิงที่มีครอบครัวไว้หลายนัย เช่น
๑) แม่ บางทีเรียกว่า มารดา มารดร หมายถึง เป็นใหญ่ เช่น แม่ทัพ แม่น้ำ แม่กอง เป็นต้น อันแสดงถึงความยิ่งใหญ่ภายในกิจการนั้นๆ ในที่นี้มาใช้กับผู้ให้กำเนิดแก่ลูกและหาตัวแทนไม่ได้

- หญิงในฐานะผู้ให้กำเนิดแก่ลูก และหาตัวแทนไม่ได้
- คำที่ลูกเรียกหญิงผู้ให้กำเนิดตน
- คนที่เป็นหัวหน้า หรือเป็นนาย โดยไม่จำกัดว่าเป็นชายหรือหญิง เช่น แม่ทัพ แม่กอง ฯลฯ
รวมความแล้ว "แม่" คือ ผู้รับผิดชอบต่อหน้าที่ของตน โดยการรับผิดชอบนั้นมีขอบเขตภายในบ้านเรือน

๒) ชนนี หมายถึง ผู้ให้กำเนิดลูก, เป็นที่บังเกิดเกล้าของลูก

๓) ภรรยา หรือภริยา หมายถึง
- เมีย หรือ หญิงผู้เป็นคู่ครองของชาย
- ผู้เลี้ยง หรือผู้ดูแลสมาชิกของครอบครัว

โดย น้องแก้ว [6 ส.ค. 2547 , 20:26:56 น.] ( IP = 61.90.12.95 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ
[ 1 ] [ 2 ]


  สลักธรรม 1

ความเป็นมาของวันแม่แห่งชาติ


วันแม่แห่งชาติหรือที่คนไทยทั่วไปนิยมเรียกกันสั้นๆ ว่า "วันแม่" ทุกคนรับทราบและ ซาบซึ้งกันดี เนื่องจากวันสำคัญนี้ ตรงกับวัน เฉลิมพระชนมพรรษาของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ คือวันที่ ๑๒ สิงหาคม อันเป็นวันคล้ายวันเสด็จพระราชสมภพและถือว่าเป็นวันแม่แห่งชาติด้วย
แต่เดิมนั้น วันแม่ของชาติได้กำหนดเอาวันที่ ๑๕ เมษายน ของทุกๆ ปีทั้งนี้เป็นไปตามมติของคณะรัฐมนตรี ประกาศรับรอง เมื่อวันที่ ๒๓ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๔๙๓ ซึ่งได้พิจารณาเห็นว่าการจัดงานวันแม่ของสำนักวัฒนธรรมฝ่ายหญิง สภาวัฒนธรรมแห่งชาติผู้รับมอบหมายให้จัดงานวันแม่มาตั้งแต่วันที่ ๑๕ เมษายน พ.ศ. ๒๔๙๓ เป็นครั้งแรกเป็นต้นมานั้นได้รับความสำเร็จด้วยดีด้วยประชาชนให้การสนับสนุนจนสามารถขยายขอบข่ายของงาน ให้กว้างออกไปได้




การจัดงานไม่เพียงแต่จัดพิธีกรรมทางพระพุทธศาสนาเท่านั้น แต่ยังจัดให้มีการประกวดแม่ของชาติ ประกวดคำขวัญวันแม่ ทั้งนี้ก็เพื่อให้เกียรติแก่แม่ และเพื่อเพิ่มความสำคัญของงานวันแม่ให้ยิ่ง ๆ ขึ้น ด้วยเหตุนี้งานวันแม่จึงเป็นวันแม่ประจำปีของชาติตามประกาศของรัฐบาล ฯพณฯ จอมพล ป. พิบูลสงคราม (สมัยนั้น) แต่ทั่วไปเรียกกันว่า วันแม่ของชาติ

โดย [6 ส.ค. 2547 , 20:31:01 น.] ( IP = 61.90.12.95 : : )


  สลักธรรม 2

ต่อมาถึง พ.ศ. ๒๕๑๙ ทางราชการได้เปลี่ยนใหม่ให้ถือว่าวันเสด็จพระราชสมภพของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ คือ วันที่ ๑๒ สิงหาคม เป็นวันแม่แห่งชาติ เริ่มในปี พ.ศ.๒๕๑๙ เป็นต้นมา จากหนังสือของกรมวิชาการ กระทรวงศึกษาธิการ ชื่อแม่หลวงของปวงชน พิมพ์เผยแพร่เมื่อวันที่ ๖ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๒๐ มีข้อความตอนหนึ่งเทิดพรเกียรติไว้ว่า

"แม่ที่ดีย่อมรู้จักส่งเสริมธำรงรักษาศิลปวัฒนธรรมประจำชาติ เพราะแม่ทราบดีว่าถ้าขาดสิ่งเหล่านี้แล้ว ความเป็นไทยที่แท้จริงจะมิปรากฏอยู่บนผืนแผ่นดินไทยอันเป็นที่รักยิ่งของเรา

แม่ที่ดีย่อมประพฤติปฏิบัติตนเป็นพลเมืองดีตามระบอบของการปกครองแบบประชาธิปไตย ซึ่งมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุข โดยรักเคารพและเทิดทูนสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ เหนือสิ่งอื่นใด



หญิงไทยทุกคน ย่อมจะมีคุณลักษณะต่างๆ ของแม่ที่ดีดังกล่าวข้างต้นนี้อยู่แล้วจะมากหรือน้อย ขึ้นอยู่กับการศึกษาและการฝึกหัดอบรม แต่จะหาหญิงใดที่มีคุณลักษณะครบถ้วนทุกประการเสมอเหมือน สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นั้นไม่ง่ายนัก


ด้วยเหตุนี้เราจึงขอเทิดทูนพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ ว่าทรงเป็นแม่หลวงของปวงชน ผู้ทรงเป็นศรีสง่าของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ของบ้านเมืองและของปวงชนชาวไทยทั้งมวล"ดังกล่าวนี้เป็นเรื่องของวันแม่ของชาติตามเหตุผลของทางราชการ

โดย [6 ส.ค. 2547 , 20:52:34 น.] ( IP = 61.90.12.95 : : )


  สลักธรรม 3


ส่วนที่เกี่ยวกับวันแม่ของไทยตามความรู้สึกนึกคิดทั่วไปของคนไทยผู้เป็นแม่ คำว่า แม่ นี้เป็นคำที่ซาบซึ้ง ไม่มีการกำหนด วัน เวลา แต่มีความหมายลึกซึ้งกินใจของผู้เป็นแม่และลูกมานานแล้ว ดังสำนวนไทยประโยคหนึ่งว่า "แม่ใครมาน้ำตาใครไหล" ซึ่งพระวรเวทย์พิสิฐได้อธิบายไว้ในหนังสือวรรณกรรมเรื่อง "แม่" ว่า "เด็กไทยตามหมู่บ้านในสมัยที่ข้าพเจ้าเป็นเด็กมักเล่นกันเป็นหมู่ๆ เด็กคนไหนแม่อยู่บ้าน เวลาเขาเล่นอยู่ในหมู่เพื่อนหน้าตาก็ยิ้มแย้มแจ่มใส เด็กคนไหนที่แม่ไม่อยู่บ้าน ต่างว่าไปทำมาหากินไกลๆ หรือ ไปธุระที่ไหนนานๆ ก็มีหน้าตาเหงาหงอย ถึงจะเล่นสนุกสนานไปกับเพื่อนในเวลานั้นก็พลอยสนุกไปแกนๆ จนเด็กเพื่อนๆ กันรู้กิริยาอาการ

เพราะฉะนั้น พอเด็กๆ เพื่อนๆ แลเห็นแม่เดินกลับมาแต่ไกล ก็พากันร้องขึ้นว่า แม่ใครมาน้ำตาใครไหล แล้วเด็กคนนั้นผละจากเพื่อนเล่นวิ่งไปหาแม่ กอดแม่ น้ำตาไหลพรากๆ ด้วยความปลื้มปิติ แล้วจึงหัวเราะออก ลักษณะอาการที่เด็กแสดงออกมาจากน้ำใจอันแท้จริงอย่างนี้ ย่อมเกิดจากความสนิทสนม ชิดเชื้อมีเยื่อใยต่อกัน แม่ไปไหนจากบ้านก็คิดถึงลูกและลูกก็เปล่าเปลี่ยวใจเมื่อแม่ไม่อยู่บ้าน นี่คือธรรมชาติ ไม่มีใครสร้างสรรค์บันดาล มันเกิดขึ้นเอง"

โดย [6 ส.ค. 2547 , 21:00:04 น.] ( IP = 61.90.12.95 : : )


  สลักธรรม 4

และอีกตอนหนึ่งในหนังสือเล่มเดิมที่อ้างข้างต้นให้ความหมายของคำว่า "แม่" ว่า "เสียงที่เปล่งออกมาจากปาก เป็นคำที่มีความหมายว่า แม่ เป็นเสียงและความหมายที่ลึกซึ้งใจมีรสเมตตาคุณ กรุณาคุณและความรักอยู่ในคำนี้บริบูรณ์ เด็กน้อยที่เหลียวหาแม่ไม่เห็นก็ส่งเสียงตะโกนเรียก แม่ แม่ ถ้าไม่เห็นก็ร้องไห้จ้า ถ้าเห็นแม่มาก็หัวเราะได้ทั้งน้ำตา นี่เพราะอะไร เราเดาใจเด็กว่า เมื่อไม่เห็นแม่เด็กต้องรู้สึกใจหายดูเหมือนเขาจะรู้สึกว่าขาดผู้ที่ปกปักรักษาให้ปลอดภัย แต่พอเห็นแม่เข้าเท่านั้นก็อุ่นใจ ไม่กลัวเกรงอะไรทั้งหมด



เราที่เป็นผู้ใหญ่แล้ว เมื่อเอ่ยคำว่าแม่ขึ้นทีไร ก็มักจะรู้สึกเกินออกไปจากความหมายที่เป็นชื่อเท่านั้น ย่อมนึกถึงความสัมพันธ์ที่แม่มีต่อเราเกือบทุกครั้ง แม่รักลูกถนอมลูก หวังดีต่อลูก จะไปไหนจากบ้านก็เป็นห่วงลูก ถึงกับแบ่งของรับประทานนั้นไว้ให้ลูก ลักษณะเหล่านี้ย่อมตรึงใจเรามิวาย"อย่างไรก็ตาม การที่ทางราชการประกาศกำหนดวันที่ ๑๒ สิงหาคม ของทุกปีเป็นวันแม่แห่งชาติ ย่อมก่อให้เกิดวันอันเป็นที่ระลึกที่สำคัญยิ่งของไทยเราวันหนึ่ง และกำหนดให้ถือว่า ดอกมะลิ สีขาวบริสุทธิ์ เป็นสัญลักษณ์แห่งความดีงามของแม่ผู้ให้กำเนิดแก่ตัวเรา อย่างคำประพันธ์บทดอกสร้อยชื่อ แม่จ๋า ของท่านผู้หญิงสมโรจน์ สวัสดิกุล ณ อยุธยา ที่ว่า

โดย [6 ส.ค. 2547 , 21:02:37 น.] ( IP = 61.90.12.95 : : )


  สลักธรรม 5


ดอกเอ๋ยดอกมะลิ
ถึงยามผลิกลิ่นพราวสกาวต้น
สดสะอาดปราศสีราคีระคน
เหมือนกมลใสสดหมดระคาย
กลิ่นมะลิหอมกระไรไม่รู้สร่าง
เปรียบได้อย่างรักแท้ไม่แปรหาย
อันรักแท้แลหัวใจได้บรรยาย
ขอเชิญทาย ณ ที่ไหนจากใครเอย



โดย [6 ส.ค. 2547 , 21:06:06 น.] ( IP = 61.90.12.95 : : )


  สลักธรรม 6


ร่มรักจากแม่

ร่มไทรงามยามเช้าคราวเบิกฟ้า
สร้อยระย้าม่านไทรไหวอ่อนหวาน
ให้ความรื่นชื่นเย็นและเบิกบาน
คุ้มภัยพาลจากกิ่งใบไม้ไทรบัง

ยามราตรีมีความหมายให้พิงพัก
เข้าร่มรักถักทอก่อความหวัง
เป็นเรือนนอนผ่อนใจให้พลัง
ร่มไทรยังความสดชื่นให้คืนมา

เย็นร่มไทรเพียงหนึ่งในส่วนของล้าน
ไม่เปรียบปานร่มชีวีที่แน่นหนา
คือร่มเกล้าอุ่นเกศของมารดา
แผ่ปกมาคราชนม์เริ่มบนครรภ์

สายโลหิตสนิทแนบแอบไอรัก
แม่ฟูมฟักถนอมหวังตั้งความฝัน
ป้อนอาหารผ่านสายใจไปให้กัน
รอคอยวันพบหน้ามาอิงทรวง

เห่กล่อมขวัญวันลืมตามาพบพักตร์
กระแสรักแผ่ไปอย่างใหญ่หลวง
ธารน้ำนมผสมใจแม่ทั้งดวง
บำรุงเลี้ยงให้ล่วงเจริญวัย

จวบวันนี้จะกี่ปีที่ผันผ่าน
ต้นรักยังแตกก้านกิ่งไสว
ผลิใบรักถักดอกบอกเยื่อใย
จากหัวใจของแม่แผ่คุ้มเงา

กี่ร้อนแล้งแห้งไร้น้ำไหลหลาก
ใบรักจากใจแม่ไม่เคยเฉา
ให้ความเย็นคลายร้อนผ่อนบรรเทา
อบอุ่นใจคลายเศร้าทุกคราวเอย.




โดย [6 ส.ค. 2547 , 21:49:49 น.] ( IP = 61.90.12.95 : : )


  สลักธรรม 7

ความรักแม่กว้างกว่านภากาศ
สวยสะอาดกว่าสีสำลีขาว
บริสุทธิ์ดุจน้ำค้างที่พร่างพราว
อบอุ่นราวแพรรวีที่ทอมา

รักของแม่มีแต่ให้ไม่เคยหมด
และมิลดละเลยเคยห่วงหา
ห่วงกังวลจนแม่ลับดับชีวา
ช่างมากค่ารักแม่แท้กว่าใคร

แน่นหนักเหมือนสิงขรไม่คลอนแคลน
และหวงแหนลูกตนจะคนไหน
แม่ดูแลและถนอมยอมทั้งใจ
เพื่อจะได้เห็นลูกเป็นเช่นคนดี

ไม่มากเลยที่จะกล่าวถึงความรัก
ได้ประจักษ์ทุกคราพาสุขศรี
มีแต่ให้ด้วยรักปรารถนาดี
แววปราณีอาบฉายเต็มสายตา

รักใดเล่าเท่ารักนี้ที่อยากเอ่ย
รักใดเลยจะคงมั่นให้หรรษา
เท่ารักของแม่โอบอุ้มคุ้มกายา
มิมีค่าใดเทียบเปรียบได้เลย.


โดย [6 ส.ค. 2547 , 22:20:25 น.] ( IP = 61.90.12.95 : : )


  สลักธรรม 8

ทั้งสามภพยกตั้งขึ้นชั่งเปรียบ
หนักไม่เทียบพระคุณแม่สุดแลหา
ถึงอบอุ่นสุริยันและจันทรา
อกมารดาอิงอุ่นกว่าสูรย์จันทร์

ถึงธารทิพย์หลั่งไหลมาให้ดื่ม
ไม่ปลาบปลื้มซาบซ่านเท่าธารถัน
ถึงนางฟ้ามาอุ้มช่วยคุ้มกัน
ไม่เทียมทันตาแม่ที่แลมอง

แม้สังขารลานแหลกแม่แลกได้
หวังจะให้ลูกตนพ้นภัยผอง
แม้สูญสิ้นดินฟ้าธารานอง
พระคุณของแม่ยังอยู่คู่ฟ้าดิน

โดย จปจารีภิกขุ [6 ส.ค. 2547 , 22:29:51 น.] ( IP = 61.90.12.95 : : )


  สลักธรรม 9

อันมารดาค่าน้ำนมดุจพรหมสรวง
ลูกบูชาดุจดวงใจลูกนี้
พระคุณท่านยิ่งกว่าปฐพี
ให้ชีวีลูกมาคราตั้งครรภ์

และฟูมฟักถักร้อยสร้อยถนอม
แม่เปี่ยมพร้อมรักยิ่งใหญ่ในใจนั้น
แม่มีสุขเพราะลูกสุขทุกคืนวัน
ใจแม่นั้นอยู่กับลูกผูกสายใย

ทุกวันนี้ลูกจึงมีแต่ความรัก
มาบูชาแทบตักอย่างชิดใกล้
ขอแม่เป็นโพธิ์ทองคล้องดวงใจ
ให้ลูกได้อาศัยตลอดกาล


โดย พี่เณร [7 ส.ค. 2547 , 06:26:56 น.] ( IP = 61.90.12.51 : : )


  สลักธรรม 10


สองมือ ที่โอบอ้อน เคยป้อนข้าว
ลูบไล้ ไล่ปวดร้าว คราวลูกหมอง
เติมเต็ม ให้เอมอิ่ม ยิ้มรับรอง
แววตาฟ้อง รักของแม่ แท้ผูกพัน

รักสีขาวราวผลิมะลิซ้อน
อบอุ่นอ่อน มวลสิ่งมิ่งสุขสันต์
รักอาทร โอบเอื้อ เหนือคืนวัน
รักนิรันดร์ หญิงชื่อ "แม่" มิแปรปรวน

หนึ่งเดียว ดวงใจแท้ แม่ที่รัก
เคยหนุนตัก สุขเพียงไหน ใคร่คืนหวน
ณ วันนี้ ลูกขออ้อน อวยพรครวญ
สุขเลิศล้วน ประทับไว้ ให้แม่เทอญ



โดย พี่ต้อยค่ะ [7 ส.ค. 2547 , 06:35:01 น.] ( IP = 61.90.12.51 : : )
[ 1 ] [ 2 ]

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org