| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
ในอนาคตกาล (๔)
สลักธรรม 1ครั้นกระทำการราชาภิเษกสามเณรแล้ว เพียงลำพังแต่พระองค์เดียว
เสด็จโดยอุตตราภิมุขมีพระทัยเฉพาะต่ออุตตรทิศ ตั้งพระทัยไปสู่บุพพารามวิหาร
อันเป็นที่ประทับแห่งองค์สมเด็จพระสิริมิตรสัพพัญญูสัมมาสัมพุทธเจ้า
สมเด็จบรมสังขจักร์จอมทวีปเป็นสุขมาลชาติ
พระสรีรกายนั้นระเอียดอ่อนเป็นอันดี
เมื่อเสด็จพระราชดำเนินไปตามมรรหนทางแต่พระบาทเปล่า
เวลาวันเดียวพระบาททั้ง ๒ ข้างก็ภินทนาการแตกออก
จนพระโลหิตไหลตามฝ่าพระบาททั้ง ๒
เมื่อพระบาททั้ง ๒ ทำลายจะดำเนินไปมิได้แล้ว
![]()
ในกาลนั้น พระองค์ก็ลุกนั่งคุกเข่าคลานไปทีล่ะน้อย
ค่อยคมนาการไปตามหนทางที่สามเณรชี้บอกมานั้น
จะได้ละความเพียรเสียก็หามิได้
ครั้นล่วงไปถึง ๔ วันพระหัตถ์ซ้ายขวา
และพระชงฆ์ ทั้ง ๒ ข้างนั้นก็แตกช้ำโลหิตไหลออกมา
จะคุกคลานต่อไปก็มิได้ให้เจ็บปวดแสนสาหัส เห็นเป็นขัดสนพระทัยนักแล้ว
ถึงกระนั้นพระองค์ก็มิได้คิดท้อถอยย้อนรอยกลับคืนพระนครก็หาไม่
อาตมาต้องไปให้ถึงสำนักองค์สมเด็จพระผู้ทรงพระภาคเจ้าให้จงได้
โดย พี่เณร... [9 ส.ค. 2547 , 23:17:39 น.] ( IP = 203.172.117.41 : : )
สลักธรรม 2
ครั้นพระองค์คุกคลานไปมิไดแล้ว
ก็ลงพังพาบไถลไปแต่ทีละน้อยด้วยพระอุระของอาตมา
ได้รับทุกขเวทนา เหลือที่จะอดกลั้น
แต่พระองค์ทรงยึดเหนี่ยวเอาพระพุทธคุณของสมเด็จพระพุทธเจ้าเป็นอารมณ์
ด้วยพระเจตนาจะใคร่พบเห็นพระผู้เป็นอธิบดีอันใหญ่ยิ่ง
แล้วพระองค์ก็ทรงอดกลั้นซึ่งทุกขเวทนานั้นเสีย
หาเอื้อเฟื้ออาลัยในร่างกายของพระองค์ไม่ ฯ
ครั้งนั้นสมเด็จพระสิริมิตรสัพพัญญูผู้ประเสริฐพระองค์ทรงพระมหากรุณา
เล็งแลดูสัตว์โลกทั้งหลายดัวยสัพพญญุญาณ
ก็รู้แจ้งเห็นด้วยกำลังความเพียรแห่งบรมสังขจักร์นั้น
เป็นอุกฤษฏ์ยิ่งโดยวิเศษแล้วก็มิใช่อื่นมิใช่ไกล
เป็นหน่อพระพุทธธางกูรพุทธพงศ์อันเดียวกันกับพระตถาคต
สมควรที่พระตถาคตจักเสด็จไปสู่ที่ใกล้แห่งบรมสังขจักร์
เมื่อพระองค์ทรงพระดำริแล้ว
ก็เสด็จพระพุทธดำเนินมาด้วยพระศิริลาสเป็นอันงาม
แล้วพระองค์กระทำ อิทธิฤทธิ์นิรมิต พระบวรกายของพระองค์
ให้อันตรธานสูญหายกลับกลายเป็นมาณพหนุ่มน้อย
ขึ้นขับรถทวนมรรคามาฉะเพาะหน้าแห่งสมเด็จบรมสังขจักร์นั้น
แล้วพระพุทธสัพพัญญูเจ้าจึงร้องถามไปว่า
ผู้ใดมานอนอยู่กลางทางขวางหน้ารถเราจงหลีกไปเสียเราจะขับรถไป ฯ
โดย พี่เณร... [9 ส.ค. 2547 , 23:18:05 น.] ( IP = 203.172.117.41 : : )
สลักธรรม 3
ฝ่ายพระบรมโพธิสัตว์ จึงตรัสตอบมีพระพุทธฏีกาว่า
" ดูก่อนนายสารถีผู้ขับรถ
ท่านจะมาขับเราไปให้พ้นจากหนทางนั้น ด้วยเหตุใดหรือ
ตัวเราผู้รู้จักคุณสมเด็จพระพุทธเจ้าเป็นอารมณ์ยิ่งนัก
ชอบแต่นายสารถีจะยั้งรถของท่านให้หลีกเราเสียจึงจะสมควร
ถ้าท่านไม่หลีกก็ให้ท่านขับรถไปเหนือหลังเราเถิด
ซึ่งจะให้เราหลีกนั้นเราหาหลีกไม่ "
องค์สมเด็จพระสัมพัญญูจึงมีพระพุทธฏีกาว่า
" ถ้าท่านจะไปยังสำนักพระพุทธเจ้าแล้ว
จงขึ้นรถไปกับเราเถิดเราจะพาท่าน
ไปให้ถึงสำนักสมเด็จพระพุทธเจ้าให้สมดังความปราถนา "
พระขัติยาจึงตรัสตอบว่า
" ถ้าท่านเอ็นดูกรุณาเรา ๆ ก็มีความยินดีสาธุอนุโมทนาด้วยท่าน "
ว่าแล้วหน่อพระพิชิตมารก็อุตสาหะดำรงทรงพระกายขึ้นสู่รถแห่งสมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้า
สมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้า ก็หันหน้ารถไปตามมรรค พาพระยาสังขจักร์ไป
ครั้นถึงกึ่งกลางมรรคหนทาง
สมเด็จอมรินทราธิราชกับองค์ดวงสุชาดาผู้เป็นอัครมเหสีนั้น
ได้นำเอาโภชนาอาหารอันเป็นทิพย์กับน้ำทิพย์ลงมาถวาย
และจำแปลงเพศเป็นบุรุษยืนอยู่ตรงหน้ารถแล้วร้องว่า
" ดูก่อนนายสารถีผู้เจริญเอ๋ย ท่านอยากข้าวน้ำโภชนาอาหารหรือ เราจะให้ "
โดย พี่เณร... [9 ส.ค. 2547 , 23:18:36 น.] ( IP = 203.172.117.41 : : )
สลักธรรม 4![]()
เมื่อโกสีย์อมรินทราธิราชกับนางสุชาดากล่าวดังนั้น
สมเด็จพระพสัพพัญญูเจ้า ซึ่งแปลงเพศเป็นนายสารถีขับรถจึงตรัสตอบว่า
" มานพผู้เจริญบุรุษผู้ทุพลภาพผู้หนึ่งมาในรถเราด้วย
มีความลำบากเวทนานัก ท่านจะให้ข้าวน้ำแก่เราท่านก็ให้เถิด
เราจะให้ เราจะได้ให้แก่บุรุษทุพลภาพนั้นบริโภค "
ท้าวโกสีย์อมรินทร์กับนางสุชาดาก็ถวายข้าวน้ำโภชนาหารอันเป็นทิพย์
แก่องค์สมเด็จพระมหาบุรุษสัทธรรมสารถีผู้ประเสริฐ
พระองค์ก็ประทานให้แก่พระบรมโพธิสัตว์บรมสังขจักร์
ได้เสวยข้าวน้ำโภชนาอาหารอันเป็นทิพย์
ครั้นพระองค์เสวยอิ่มหน่ำสำเร็จแล้ว
ด้วยเดชะข้าวน้ำอาหารอันเป็นทิพย์อุปัทวโทมนัสทุกขเวทนาในสรีรกาย
ก็อันตรธานหายไปสิ้น พระองค์ก็มีสรีรกายอันเป็นสุขเสมอเหมือนแต่กาลก่อน
องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าก็พาพระยาสังขจักร์ไปใกล้บุพพารามวิหารแล้ว
พระองค์ก็นิสีทนาการนั่งบนพระบวรพุทธอาสน์ในพระวิหาร
ส่วนสมเด็จพระบรมโพธสัตว์ก็เสด็จลงจากรถ เข้าไปสู่บุพพารามวิหาร
ทอดพระเนตรแลไปได้ทัศนาการเห็นองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
ผู้ประกอบไปด้วยทวัตติงสมหาบุรุษลักษณะอสีตนุพยัญชนะ
ประดับทั้งพระพุทธรัศมีอันโอภาสสว่างรุ่งเรืองออกจากพระบวรกายอันเสด็จนั่งอยู่ในที่นั้น
พระองค์ก็ทรงวิสัญญีภาพสลบลงตรงพระพักตรแห่งสมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้า
ด้วยความโสมนัสสาการ เกิดความปิติยินดีหาที่สุดมิได้
โดย พี่เณร... [9 ส.ค. 2547 , 23:18:58 น.] ( IP = 203.172.117.41 : : )
สลักธรรม 5ส่วนสมเด็จพระสัพัญญูเจ้าจึงมีพระพุทธฏีกาตรัสว่า
" ดูก่อนมหาบุรุษราชผู้เป็นอภิชาติชายอันประเสริฐพระตถาคตเสด็จอยู่ที่นี้แล้ว "
ครั้งนั้นสมเด็จพระบรมสังขจักร์ก็ได้ซึ่งอัสสาสประสาท
เกิดความยินดีชื่นชมก้มเศียรเกล้า คลานเข้าไปในสำนักสมเด็จพระพุทธองค์เจ้า
เสด็จนั่งยังอันที่สมควรแล้วยกพระกรขึ้น
ประนมบังคมเหนือศิโรตม์กระทำอภิวาทนมัสการกราบทูลว่า
" ภนฺเต ภควา ข้าแต่สมเด็จพระพุทธองค์เจ้า
บัดนี้ข้าพระบาทถึงสำนักพระองค์เจ้าแล้ว
ขอจงทรงพระกรุณาเป็นที่พึ่งแก่ข้าพระพุทธเจ้า
โปรดตรัสแสดงพระสัทธรรมเทศนา อันอุดมให้ ข้าพระบาทฟังในกาลบัดนี้ ฯ "
สมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้า จึงตรัสว่าดูก่อนบพิตรผู้ประเสริฐ
จงตั้งโสตประสาทสดับรสพระสัทธรรมเทศนาของพระตถาคต
แล้วพิจารณาธรรมกถา อันกล่าวในคุณพระนิพพานบัดนี้ ฯ
ปางนั้นสมเด็จพระชินศรีจึงตรัสพระสัทธรรมเทศนาโปรดแก่พระยาสังขจักร์
เมื่อพระองค์ได้ทรงสดับพระสัทธรรมเทศนา บทหนึ่งสิ้นเนื้อความลงแล้ว
ก็ทูลห้ามสมเด็จพระพุทธเจ้าว่า
ขอพระองค์จงหยุดพระสัทธรรมเทศนาเสียเถิด อย่าทรงสำแดงต่อไปเลย ฯ
![]()
มีปุจฉาว่า
เหตุไฉนพระเจ้าสังขจักร์จึงทูลห้ามสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเสียดังนี้
เดิมทีสิมีพระทัยผูกพันธ์ในพระพุทธศาสนา
ระลึกถึงซึ่งคุณพระพุทธเจ้า พระธรรมเจ้า พระสงฆ์เจ้าเป็นอันมาก
สู้ทรงสละศิริราชสมบัติบรมจักร์เสด็จมาด้วยความลำบากแทบถึงชีวิต
ครั้นมาประสพพบพระภควันตบพิตร
พระองค์ประทานธรรมเทศนาแล้วห้ามเสียด้วยเหตุประการใด ฯ
โดย พี่เณร... [9 ส.ค. 2547 , 23:19:22 น.] ( IP = 203.172.117.41 : : )
สลักธรรม 6วิสัชชนาว่า
สมเด็จบรมสังขจักร์ทรงคิดเห็นว่า
ถ้าสมเด็จพระพุทธเจ้าโปรดประทานพระสัทธรรมเทศนาเป็นอันมาก
แล้วพระองค์ก็เสด็จมาแต่พระองค์เดียวเปลี่ยวพระทัยนัก
จะหาเครื่องไทยธรรม อันสมควรที่สักการบูชาให้สมควรแก่รสพระสัทธรรมนั้นหามีไม่
บัดนี้เราได้สดับรับรสพระสัทธรรมเทศนาแต่บทเดียว
เครื่องสักการบูชาของอาตมานี้ มิพอสมควรกันกับพระสัทธรรม
พระองค์ทรงคิดดังนี้จึงทูลห้ามสมเด็จพระพุทธเจ้าเสีย
พระองค์จึงกราบทูลว่า ข้าพระพุทธเจ้าเกล้ากระหม่อมฉัน
ได้สดับฟังพระสัทธรรมของพระองค์ในกาลบัดนี้
พระองค์ทรงพระมหากรุณาตรัสพระสัทธรรมเทศนา
สำแดงพระนิพพานอันเป็นที่สุดพระสัทธรรมอยู่แล้ว
ข้าพระพุทธเจ้าจะตัดเศียรเกล้า อันเป็นที่สุดสรีระกายแห่งข้าพเจ้า
ออกกระทำการสักการบูชาพระสัทธรรมเทศนา ของสมเด็จพระพุทธองค์ก่อน
ตรัสดังนั้นแล้ว พระเจ้าสังขจักร์ผู้มีอัธยาศัยอันยิ่ง
จึงทรงอธิษฐานขอให้เล็บของพระองค์คมดังพระแสงดาบ
เด็ดซึ่งพระศอให้ขาด แล้ววางไว้บนฝ่าพระหัตถ์
ตั้งปณิธานความปรารถนา ออกพระโอษฐ์ตรัสด้วยวาจาว่า
ภนฺเต ภควา ข้าแต่พระองค์ผู้ทรงศิริเป็นที่เฉลิมโลก
เชิญพระองค์เสด็จเข้าสู่เมืองแก้วอันเกษมสานต์
คือพระอมตมหานิพพาน อันสำราญก่อนข้าพระบาทเถิด
ข้าพระบาทจะขอตามเสด็จไปสู่พระนิพพาน อันสำราญต่อภายหลัง
ด้วยข้าพระพุทธเจ้าได้ถวายเศียรเกล้าบูชาพระสัทธรรมเทศนาของพระองค์ ในกาลบัดนี้ ฯ
ในที่สุดขาดพระวาจาปณิธานปรารถนาลง
พระบรมโพธิสัตว์ก็จุติจิตต์สิ้นชีวิตไปบังเกิดในดุสิตาสวรรค์เทวโลก ฯ
โดย พี่เณร... [9 ส.ค. 2547 , 23:19:54 น.] ( IP = 203.172.117.41 : : )
สลักธรรม 7
ดูก่อนสำแดงสารีบุตร
ครั้นเมื่อพระบรมโพธิสัตว์ศรีอริยเมตไตรเจ้าได้ตรัสเป็นพระสัพพัญญูสัมมาสัมพุทธเจ้าแล้ว
จึงมีพระองค์ สูงได้ ๘๘ ศอก ด้วยผลทานที่เด็ดพระเศียรกระทำการบูชาพระสัทธรรม
พระองค์ทรงพระรัศมีสิ้นทั้งกลางวันกลางคืนมิได้ขาดนั้น
ด้วยผลอนิสงส์ที่พระองค์ทรงอุตสาหะไปในมรรคหนทาง
ปรารถนาจะพบเห็นสมเด็จพระพุทธเจ้าจนพระโลหิตไหลออกจากพระบาท
และพระชงฆ์ พระหัตถ์ พระอุระของพระองค์ เมื่อเป็นบรมสังขจักร์นั้น ฯ
อนึ่งพระพุทธรัศมีของพระองค์แผ่ซ่านตลอดไปเบื้องบนจนถึงพรหมโลก
เบื้องต่ำตลอดลงไปจนถึงมหาอเวจีนรก ด้วยผลอนิสงส์ที่
พระองค์เด็ดพระเศียรออกกระทำสักการบูชาพระสัทธรรม โลหิตไหลออกจากพระเศียร
อนึ่งในพระศาสนาพระศรีอาริยเมตไตรยเจ้าบังเกิดมีไม้กัลปพฤกษ์
นึกได้สำเร็จความปรารถนานั้นด้วยผลอานิสงส์ที่พระองค์เสด็จไปตามมรรคหนทาง
จะใคร่พบองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ถ้วนถึง ๗ วันเป็นกำหนด จึงได้ประสพพบปะ ฯ
ดูก่อนสำแดงสารีบุตรผู้เป็นพระยาธรรมของตถคต
ฝูงคนทั้งหลายที่มิได้เห็นรูปกายของพระตถาคตแล้ว
ได้กระทำทานรักษาศีลจำเริญเมตตาถาวนาด้วยเดชะผลานิสงส์
ฝูงคนทั้งหลายเหล่านั้นจักได้บังเกิดทันพระพุทธศาสนาองค์สมเด็จพระศรีอาริยเมตไตร
อันจะมาบังเกิดเป็นพระสัมพัญญูสัมมาสัมพุทธเจ้าในอนาคต ฯ
สำแดงมาด้วยเรื่องพระศรีอริยเมตไตรยบรมโพธิสัตว์ ก็ยุติแต่เท่านี้ ฯ
![]()
![]()
โดย พี่เณร... [9 ส.ค. 2547 , 23:20:17 น.] ( IP = 203.172.117.41 : : )
สลักธรรม 8ขอกราบบูชาพระบรมโพธิสัตว์ศรีอริยเมตไตรเจ้า
ทรงบำเพ็ญพระบารมี ด้วยการถวายเศียรเกล้าบูชาพระสัทธรรมโดย เซิ่น [10 ส.ค. 2547 , 11:04:47 น.] ( IP = 61.90.23.210 : : )
สลักธรรม 9โดย เณรวัส [10 ส.ค. 2547 , 11:51:39 น.] ( IP = 203.144.228.200 : : )
สลักธรรม 10![]()
พระศรีอริยเมตไตรยบรมโพธิสัตว์
ขอนอบน้อมกราบบูชาพระศรีอริยเมตไตรยบรมโพธิสัตว์เจ้า
...ด้วยความเคารพด้วยเศียรด้วยเกล้าเจ้าค่ะ...
โดย น้องฟู [11 ส.ค. 2547 , 12:32:40 น.] ( IP = 202.47.247.146 : : 10.1.64.106 )
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |