มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


มาดูกิจกรรมในวันแม่..ที่อ้อมน้อย




ตามกำหนดนัดหมายในวันที่ ๑๒ สิงหาคม ๒๕๔๗
ซึ่งเป็นวันเฉลิมพระชนมพรรษาของสมเด็จพระบรมราชินีนาถ
ที่คนไทยทุกคนควรที่จะต้องมีกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติพระองค์ในวันดังกล่าว

และเป็นวันพฤหัสบดีที่พี่ดอกแก้วต้องไปอธิบายเรื่องวิปัสสนากรรมฐาน
ให้แก่โยคาวจรและผู้สนใจได้รับฟังและทำความเข้าใจกันที่ศาลาธรรมสภา
พี่ดอกแก้วจึงได้ประสานกิจกรรมทั้งสองประการเข้าด้วยกัน
โดยมีการจัดอบรมธรรมเป็นกรณีพิเศษเพื่อถวายกุศลเป็นราชสักการะ
และประกอบพิธีบูชาพระคุณแม่ให้สมกับกาลสมัยที่สมควร

หลายท่านคงจะเห็นว่าตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมานี้
พี่ดอกแก้วได้ดำเนินกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ
และการถวายพระพรโดยผ่านทางเวปไซด์ของมูลนิธิ
เพื่อที่จะได้น้อมนำกุศลมากราบถวายในวันสำคัญนี้

โดย น้องกิ๊ฟ [13 ส.ค. 2547 , 03:12:02 น.] ( IP = 202.183.132.211 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ
[ 1 ] [ 2 ] [ 3 ][ 4 ]


  สลักธรรม 11

เราต้องดูแลรูปนามขันธ์ห้านี้อยู่ตลอดเวลา
เพราะฉะนั้น รูปนามขันธ์ห้านี่แหละที่เป็นตัวทุกข์
แต่เรามักจะเห็นผิดด้วยความวิปลาสที่คิดว่าดีสวยงาม
เป็นสุภะวิปลาส สุขวิปลาส นิจจวิปลาส อัตตวิปลาส
วิปัสสนากรรมฐาน...จะละคลายวิปลาสเหล่านี้
ให้เห็นความจริงของชีวิตว่าเป็นอสุภะ เป็นต้น

และในการละคลายความวิปลาสเหล่านั้น
เราก็ต้องอาศัยโพธิปักขิยธรรมทั้ง ๓๗ ประการ
แต่ในที่นี้หลังจากที่พี่ดอกแก้วไล่เรียงหมวดธรรมจนครบ ๓๗ ประการ
ด้วยความรวดเร็วคล่องแคล่วแล้ว

โดย น้องกิ๊ฟ [13 ส.ค. 2547 , 03:32:52 น.] ( IP = 202.183.132.211 : : )


  สลักธรรม 12

พี่ดอกแก้วได้ยกตัวอย่างมาอธิบายเพียงหมวดหนึ่งเท่านั้น คือ สัมมัปปธาน ๔
ได้แก่ การเพียรละ เพียรระวัง เพียรสร้าง และเพียรรักษา
คือพยายามสร้างบุญใหม่ๆที่เป็นปัญญาให้เกิดขึ้นมากๆ
เพราะในขณะเดียวกันก็เท่ากับการละความเห็นผิดอันเป็นบาปเก่าๆให้หมดสิ้นไป
และก็พยายามรักษาบุญนั้นไว้อยู่เนืองๆเพื่อให้มีอำนาจสัมฤทธิ์ผล
ก็เท่ากับระมัดระวังไม่ให้บาปเกิดขึ้นในขณะนั้นเช่นกัน

สัมมัปปธาน ๔ เป็นนัยหนึ่งที่นำความรู้ทางทฤษฎีไปสู่การปฏิบัติ
เพราะในการเจริญวิปัสสนากรรมฐานนั้น
จะต้องมีความเพียรเข้ามาเป็นองค์ประกอบสำคัญ
ซึ่งก็คือสัมมัปปธานทั้งสี่นี่เอง

และก่อนที่จะไปเล่าเรื่องการถวายพระพร
ขอแถมเรื่องที่รู้สึกประทับใจมากอีกนิดนึงนะคะ
คือมีคำที่ฟังจากพี่ดอกแก้วแล้วเกิดความสว่างไสวในใจก็คือ
การค้นพบปรากฏการณ์ทางธรรมชาติของชีวิต
เพราะหลังจากที่ตั้งใจฟังและค่อยๆทำความเข้าใจตามไปนั้น
นอกจากเห็นอีกมุมหนึ่งของความแตกต่างระหว่างปริยัติกับปฏิบัติ
คือ รู้-เห็น และ เห็น-รู้ แล้ว
ก็ยังเหมือนกับได้เห็นภาพการเปิดเผยกลไกของชีวิตเลยทีเดียวค่ะ

พี่ดอกแก้วบอกว่า ..การเรียนปริยัตินั้นเป็นการเรียนเพื่อให้รู้
แล้วก็ค่อยๆมาเห็นความจริงในภายหลัง ....คือ รู้ - เห็น
ส่วนการปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานนั้น
คือลักษณะของการเห็นแล้วรู้ทันทีไม่ว่าจะเป็นทางทวารใดก็ตาม
เห็นเมื่อไหร่ก็รู้เมื่อนั้น ..เป็นอารมณ์ปัจจุบัน

โดย น้องกิ๊ฟ [13 ส.ค. 2547 , 03:34:09 น.] ( IP = 202.183.132.211 : : )


  สลักธรรม 13

ผู้ปฏิบัติไม่ต้องกังวลว่าไม่ทันปัจจุบัน
พยายามทำบ่อยๆเช่นเดียวกับการปาเป้า...ผิดถูกย่อมเกิดขึ้นเป็นธรรมดา
แต่ที่ผิดนั้นอย่าไปสนใจ ให้มีความเพียรปาลูกดอกออกไปเรื่อยๆ
สักวันก็จะเข้าเป้าอย่างแม่นยำเอง

เมื่อเกิดความแม่นยำด้วยญาณปัญญานับตั้งแต่ญาณแรกแล้ว
นั่นก็คือการเปิดเผยปรากฏการณ์ธรรมชาติออกมาเอง
คือ ความเป็นรูปนาม ..มิใช่กลุ่มก้อนหรือสภาพชีวิตที่เป็นเราเขา
นามรูปปริจเฉทญาณ คือความรู้ที่แจ่มแจ้งว่าสิ่งที่เกิดขึ้นในขณะนั้น
เป็นสภาพของรูปธรรม หรือสภาพของนามธรรมเท่านั้น
ไม่มีความเป็นตัวตนกลุ่มก้อนเข้าไปเกี่ยวข้อง
เป็นความรู้ที่แยกสภาพธรรมที่ต่างกันออกจากกันอย่างชัดเจน
ทำให้ทราบว่าไม่ใช่สิ่งที่น่าชื่นชมให้ดีใจและเสียใจ
เพราะนั่นเป็นอภิชฌาและโทมนัสที่ทำให้ชีวิตเกิดอยู่ต่อไป
ที่เป็นความน่ากลัวของสังสารวัฏ

โดย น้องกิ๊ฟ [13 ส.ค. 2547 , 03:35:40 น.] ( IP = 202.183.132.211 : : )


  สลักธรรม 14

นอกจากนี้คำว่าพระไตรลักษณ์ที่บางแห่งมักจะกล่าวอธิบายในทางปฏิบัติว่า
ยกไตรลักษณ์ขึ้นสู่อารมณ์เพื่อพิจารณา
พี่ดอกแก้วอธิบายว่า ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของนามหรือรูป
ก็ล้วนมีสภาพสามัญลักษณะประจำตัวอยู่แล้ว
ในทางนามธรรมก็คือ ...อุปาทะ ฐีติ ภังคะ
ในทางรูปธรรมก็คือ อุปัติ สันตติ ชรตา อนิจจตา
โดยสรุปแล้วก็คือ การเกิดขึ้น การตั้งอยู่ และการสิ้นไป
อันเป็นสภาพของไตรลักษณ์ที่ครอบคลุมอยู่แล้ว ซึ่งไม่จำเป็นต้องยกขึ้นสู่อารมณ์
เพราะมีอยู่ในอารมณ์แล้วนั่นเอง ..เพียงแต่ผู้ปฏิบัติยังไม่เคยพบเท่านั้น
และพี่ดอกแก้วก็อธิบายถึงเรื่องเสือกับลายเสือค่ะว่า
เมื่อพูดถึงเสือ ก็ย่อมหมายถึงตัวเสือทั้งหมดรวมทั้งลายด้วย

สำหรับโดยส่วนตัวนั้นเกิดความเข้าใจว่า
ในการพิจารณาอารมณ์ที่เกิดขึ้น ..นอกจากจะทราบว่า เป็นรูปหรือนามแล้ว
ในความรู้อีกชนิดหนึ่งที่รู้ละเอียดขึ้นไปอีกลักษณะถึงอาการของรูปหรือนามนั้นว่า
มีความเปลี่ยนแปลงไป ...ซึ่งมิใช่รู้ที่ชนิดของอารมณ์ แต่รู้ที่อาการความเป็นไปของอารมณ์นั้นๆ
คิดว่า ความเข้าใจนี้คงจะต้องได้รับการทดสอบด้วยการฝึกปฏิบัติต่อไป..อิอิ

โดย น้องกิ๊ฟ [13 ส.ค. 2547 , 03:37:32 น.] ( IP = 202.183.132.211 : : )


  สลักธรรม 15


และก่อนที่จะจบการอธิบายไป พี่ดอกแก้วได้ย้ำถึงเรื่องหนูสี่ประเภท
ดังที่พี่ดารายงานไว้ในครั้งที่ผ่านมาแล้ว
เพื่อให้ทุกคนได้ทบทวนทิศทางของตนเองว่าเป็นหนูประเภทไหนกันแน่

เพราะพี่ดอกแก้วบอกว่า..ตนเองนั้นพยายามศึกษาเล่าเรียนเพื่อกระทำคุณงามความดีต่างๆ
แต่นั่นก็เป็นเพียงการทำชีวิตให้เข้ากรอบ ....แต่ยังไม่เข้าเกณฑ์
คือ เข้ามาสู่กรอบของความดีมีการเรียนธรรมะ และการปฏิบัติ
ไม่เป็นคนที่ขาดความรู้ดังเช่นแต่ก่อน ..แต่ก็ยังไม่เข้าเกณฑ์ที่จะเรียกได้ว่า
เป็นผู้ที่มีธรรมเป็นที่พึ่งแล้ว เพราะผู้ที่มีธรรมเป็นที่พึงอย่างแน่นอนแล้วนั้น
ก็คือพระโสดาบันเป็นต้นไป ..สำหรับพวกเราที่เป็นปุถุชนนั้น
เป็นผู้ที่พยายามจะไปพึ่งธรรมกันให้ได้ ..

ฉะนั้นอย่าเพิ่งหลงดีใจจนมากเกินไป
เพราะยังยังต้องเวียนว่ายตายเกิดอย่างไม่มีกำหนด..มีสังสารวัฏเป็นที่พักพิง
ต่างกับพระโสดาบันที่เหลืออีกเพียงเจ็ดชาติเป็นอย่างมาก

โดย น้องกิ๊ฟ [13 ส.ค. 2547 , 03:40:20 น.] ( IP = 202.183.132.211 : : )


  สลักธรรม 16

หลังจากที่พี่ดอกแก้วอธิบายวิปัสสนากรรมฐานตลอดหนึ่งชั่วโมงครึ่ง
ด้วยความสนุกสนานร่าเริง ..ปนโศกเล็กน้อย
เพราะในฐานะที่ต้องเป็นผู้รับผิดชอบกิจการทั้งปวงของมูลนิธิ
ในขณะที่สุขภาพไม่แข็งแรงยิ่งขึ้นทุกวัน
แต่ด้วยกำลังใจที่ได้รับจากการมองชีวิตบุคคลที่เป็นผู้นำทั้งหลาย
ซึ่งเป็นผู้ที่รับผิดชอบมากมาย เช่น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
หัวหน้าคณะรัฐบาล หรือผู้นำต่างๆ ..ก็ทำให้มีพลังที่จะต่อสู่ต่อไป
และในฐานะที่อาศัยแผ่นดินไทยอยู่ก็ยิ่งต้องทดแทนบุญคุณด้วยการเป็นคนดี
คำนึงถึงประโยชน์สุขของผู้อื่นมากกว่าตนเอง

พี่ดอกแก้วจึงได้นำทุกคนเข้าสู่พิธีการแสดงความจงรักภักดี
แด่พระบรมราชินีนาถโดยได้ให้ทุกคนระลึกถึงแผ่นดินไทย
แผ่นดินที่ทุกคนได้อาศัย ได้มีครอบครัว หน้าที่การงาน
กิจการต่างๆ ที่ล้วนตั้งอยู่บนแผ่นดินไทย
ให้ทุกคนระลึกถึงพระคุณแห่งองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและคู่พระบารมีคือพระบรมราชินีนาถ

โดย น้องกิ๊ฟ [13 ส.ค. 2547 , 03:41:25 น.] ( IP = 202.183.132.211 : : )


  สลักธรรม 17

วันนี้เป็นวันที่ ๑๒ สิงหาคม เป็นวันเฉลิมพระชนมพรรษาของสมเด็จพระบรมราชินี
พวกเราที่เป็นผู้ปฏิบัติธรรมชาวอภิธรรมมูลนิธิ
ได้มาศึกษาและปฏิบัติธรรมอันเป็นกุศลที่ประกอบไปด้วยปัญญา
จึงขอให้ทุกคนระลึกถึงกุศลนั้น และหลับตาลงแล้วระลึกถึงพระพักตร์
หรือพระบรมฉายาลักษณ์ของสมเด็จพระบรมราชินีนาถ
นึกถึงพระราชกรณียกิจที่ทรงประกอบมาจนล่วงเข้าสู่เจ็ดสิบสองพรรษา
ความตรากตรำที่พระองค์ได้รับนั้นมีมากมาย พระพลานามัยก็เสื่อมไปตามกาลเวลา
..เราเองเสียอีกเป็นผู้ที่ได้รับความสบายเหล่านั้น

จึงให้ทุกคนน้อมนำกุศลทั้งปวงที่ได้ทำมาแล้วเอาหัวใจแปรรูปเป็นดอกบัว
ที่ค่อยๆบานออกๆ แล้วก็นำหัวใจของเราใส่ลงไปในบัวนั้นขึ้นทูลเกล้าถวายฯ
แด่พระองค์ท่านพร้อมกับตั้งจิตส่งกระแสความจงรักภักดีจากพวกเราเหล่าผู้ปฏิบัติธรรม
ไปยังพระองค์ด้วยความเคารพ ..
(หลังจากนี้พี่ดอกแก้วก็อ่านบทกวีถวายพระพรที่ประพันธ์ขึ้น.. นับเป็นอันเสร็จพิธี)

โดย น้องกิ๊ฟ [13 ส.ค. 2547 , 03:42:45 น.] ( IP = 202.183.132.211 : : )


  สลักธรรม 18

หลังจากนั้นพี่ดอกแก้วได้นำทุกคนเข้าสู่พิธีการบูชาคุณมารดาเนื่องในวันแม่
พี่ดอกแก้วกล่าวว่าทุกคนล้วนมีแม่ แม้ว่าวันนี้แม่จะยังอยู่หรือไม่อยู่กับเราแล้วก็ตาม
แต่เราทุกคนก็ได้รับพระคุณจากแม่นับตั้งแต่อยู่ในครรภ์
วันนี้เป็นวันที่ยกย่องให้เป็นวันแม่แห่งชาติ
จึงขอให้ทุกคนนำกุศลที่ได้กระทำมา คุณความดีทั้งปวงที่ได้กระทำมา
เนรมิตให้เป็นดอกมะลิและนำใส่พานมา
แล้วก็เอื้อมมือหยิบดอกมะลินั้นมาโปรยที่แทบเท้าของแม่
แล้วกราบที่เท้าทั้งสองของท่านด้วยความเคารพ

จากนั้นพี่ดอกแก้วก็จบการบรรยายในภาคเช้าลงด้วยความสุขความทรงจำที่ดี
มีหลายท่านที่เดินมาขอบคุณด้วยเสียงที่สั่นเครือด้วยความปิติใจ
และโดยที่ยังไม้สิ้นเสียงเพลงอิ่มอุ่นที่พี่ดอกแก้วร้องให้ฟัง
ลูกศิษย์หลายคนนำโดยพี่อุ๊ ...ได้เข้ามากราบพี่ดอกแก้ว
แล้วก็มอบดอกไม้วันแม่ให้แก่พี่ดอกแก้วจำนวนหนึ่งช่อ
จากนั้นก็ตามมาอีกหลายช่อจนเต็มอกเสื้อ

โดย น้องกิ๊ฟ [13 ส.ค. 2547 , 03:44:42 น.] ( IP = 202.183.132.211 : : )


  สลักธรรม 19

เมื่อติดดอกมะลิกันจนพอใจแล้ว ก็ถึงเวลารับประทานอาหารค่ะ
โดยอาหารมื้อนี้เป็นก๋วยเตี๋ยวที่พี่ดอกแก้วเป็นเจ้าภาพสั่งมาเลี้ยงในวันนี้
อิ่มอุ่นแล้วก็เลยอิ่มอร่อยกันถ้วนหน้า..อิอิ

และโดยไม่คาดฝันคุณทิกิแห่งไทยโพเอม
ได้เดินทางมาร่วมงานและมอบหนังสือผลงานกวีของตนเอง
ไว้เป็นที่ระลึกแก่มูลนิธิเนื่องในวันแม่อีก ๑๕ เล่มค่ะ
ซึ่งพี่ดอกแก้วก็ได้นำมาแจกจ่ายแก่บุคคลตามที่เห็นสมควร

โดย น้องกิ๊ฟ [13 ส.ค. 2547 , 03:45:43 น.] ( IP = 202.183.132.211 : : )


  สลักธรรม 20



หลังจากนั้นในช่วงบ่ายก็เป็นการซักถามเกี่ยวกับการปฏิบัติวิปัสสนา
ซึ่งมีหลายคำถามที่น่าสนใจมาก ..แต่ที่น่าสนใจที่สุดก็คือ
การเน้นย้ำเป้าหมายในการปฏิบัติธรรม ความมั่นคงในจุดยืนของตน
ว่าปฏิบัติธรรมเพื่ออะไร ....สิ่งใดคือสิ่งที่ควรค้นหา

เช่นในเวลาที่มีเสียงภายนอกมารบกวน ...ควรหรือไม่ที่จะไปค้นหาว่า
เสียงไหนที่เป็นอธิบดีอารมณ์?
แต่พี่ดอกแก้วเพียงแนะนำให้กำหนดรู้เพื่อป้องกันความฟุ้งซ่านไปในเรื่องราวที่ได้ยิน
แล้วกลับมาตั้งต้นกำหนดรู้ในอิริยาบถอีกครั้งมีสติปัญญาเหนี่ยวรั้งให้มาสู่เส้นทางปัญญาสายเดิม

โดย น้องกิ๊ฟ [13 ส.ค. 2547 , 03:46:42 น.] ( IP = 202.183.132.211 : : )
[ 1 ] [ 2 ] [ 3 ][ 4 ]

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org