มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


รูป นาม เมื่อตาย




คนเราและสิ่งต่างๆ ประกอบด้วยรูปคือกาย และนามซึ่งมี วิญญาญ สังขาร เวทนา สัญญา แล้วคนที่ตายไปแล้วนี่เหลืออะไรบ้าง

ขอขอบคุณท่านที่กรุณาตอบด้วยครับ

โดย เริงธรรม [18 ส.ค. 2547 , 08:03:10 น.] ( IP = 202.133.176.191 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ
[ 1 ] [ 2 ][ 3 ]


  สลักธรรม 1

ก็ยังคงเหลือ รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ
ที่มีการสืบต่อตามเหตุปัจจัย อยู่ครบ
ตราบใดเราท่านทั้งหลายยังไม่สามารถทำลายซึ่ง
เชื้อหรือยางเหนียวที่เกาะเกี่ยวชีวิตไม่ให้หลุดไป
จากสังสารวัฎฎะคือรอบแห่งการเวียนว่ายตายเกิดได้



นี่คือสัจจะที่พระผู้มีพระภาคได้เข้าไปรู้ เข้าไปเห็น
เข้าไปประจักษ์อันธรรมชาติที่เรียกว่า
ธรรมฐิติ ธรรมนิยาม แห่งธรรมชาติทั้งหลาย
แล้วนำมาบอกมากล่าว มาแสดงให้ประจักษ์
เราชาวพุทธนับว่า เป็นผู้รับสิ่งที่ประเสริฐที่สุดนี้เอง

โดย ทรงธรรม [18 ส.ค. 2547 , 08:49:03 น.] ( IP = 203.144.228.200 : : 192.168.0.102 )


  สลักธรรม 2


การแสดงเรื่องการสืบต่อของชีวิตนั้น
ปฏิสนธิวิญญาณในพระพุทธศาสนา ต่างกับปฏิสนธิวิญญาณในศาสนาอื่นอย่างไร คือ ปฏิสนธิวิญญาณในพุทธศาสนาเรานั้นไม่ใช่เป็นนิจจัง แต่ว่าเป็น อนิจจัง เกิดดับ ทุกขณะ ส่งไปด้วยอำนาจพลังกรรม กับ
พลังตัณหา พลังอุปทาน 3 อันนี้ เพราะฉะนั้นจึงมีพุทธภาษิต ใน อังคุตรนิกายว่า



กรรมนี้เป็นเนื้อนา วิญญาณเป็นพืช ตัณหานี้เป็นยางเหนียวในพืชนั้น สิเนโหตัณหา
สิเนโห แปลว่า ยางเหนียว สิเนหะคือ เสน่หานี่แหละ แปลว่ายางเหนียว มีกรรมเป็นผืนนา มีวิญญาณเป็นพืช และก็มีตัณหาเป็นยางเหนียวในพืชนั้น เพราะฉะนั้นเมื่อรับ พืช คือวิญญาณลงไปในแปลงนาคือ กรรม เมื่อวิญญาณนั้นยังมียางเหนียวอยู่ก็มีการเจริญเติบกล้าขึ้นมา เมื่อได้รับปัจจัยเช่น แสงแดด อาหาร น้ำ อันเป็นโอชะมาบำรุง วัฏฏสงสารก็เกิด


โดย ทรงธรรม [18 ส.ค. 2547 , 09:21:56 น.] ( IP = 203.144.228.200 : : 192.168.0.102 )


  สลักธรรม 3

สวัสดีครับคุณเริงธรรม ผู้ถาม และคุณทรงธรรม ผู้ตอบ ได้เข้ามาอ่านดู ในที่สุดก็ไม่สามารถให้ผ่านไปได้จริงๆ จึงจำเป็นต้องมาชี้แจงเรื่องราวของ การเกิด การตายด้วยคนครับ

ผมเห็นว่า คำถามนี้ไม่ใช่เรื่องง่ายๆเลยนะครับที่จะตอบเพราะต้องเข้าใจเสียก่อนว่า...ที่ว่าเกิดนั้นนะ อะไรเกิดเสียก่อนนะครับ เพราะไม่เช่นนั้นก็จะไม่สามารถอธิบายเรื่องการตายได้ถูกต้องครับ.

ในปฎิสนธิขณะของมนุษย์และสัตว์ ในปัญจโวการภูมิ คือภูมิที่มีขันธ์ ๕ จิตและกัมมชรูป ( รูปที่กรรมสร้าง ) ย่อมเกิดขึ้นในขณะแรก คืออุปาทะขณะของปฎิสนธิจิต
หมายถึง จิตเกิดขึ้นครั้งแรกพร้อมกับรูปที่กรรมสร้างในขณะแรกที่มีการปฎิสนธินั้น...ไม่ใช่จิตเพียงอย่างเดียว หรือรูปเพียงอย่างเดียวนะครับ จิตกับกัมมชรูปต้องเกิดพร้อมร่วมกัน ในขณะปฏิสนธินั้น ก็เพราะจิตต้องอาศัยรูปทรงอยู่ ถ้าไม่มีรูปแล้วจิตจะทรงอยู่ไม่ได้ครับ เว้นแต่จตุโวการภูมิเท่านั้นครับ

จิตเมื่อได้ปฎิสนธิแล้วก็จะเกิดดับสืบต่อๆกันเป็นสันตติสืบต่อๆกันไปจนตลอดชีวิตจนกว่าจะถึงจุติจิต (คือตาย) นะครับ กัมมชรูปก็เช่นเดียวกันกับจิต เมื่อปฏิสนธิแล้วก็เกิดขึ้นสร้างรูปและดับสืบเนื่องกันไปจนถึงตาย และก่อนที่จะถึงมรณาสันนวิถี คือตาย ก็จะหยุดไม่เกิดการสร้างรูปอีก และเมื่อกัมมชรูปไม่เกิดเป็นปัจจัยให้ …จิตก็ต้องดับลงในท้ายของมรณาสันนวิถี

เพราะกัมมชรูปไม่สร้างรูปให้จิตก็ไม่มีที่อาศัยเพื่อทรงอยู่ เมื่อนั้นมนุษย์และสัตว์จึงชื่อว่าตายครับ

โดย วิชิต ธรรมรังษี - [18 ส.ค. 2547 , 10:04:18 น.] ( IP = 61.90.82.191 : : )


  สลักธรรม 4

เข้ามาอ่านคำตอบที่อธิบายได้ชัดเจนดีค่ะ
เพราะช่วงนี้ก็กำลังศึกษาเรื่องรูปปรมัตถ์
ทำให้ทราบว่า รูปเกิดขึ้นครั้งแรกเมื่อไร และเกิดขึ้นครั้งสุดท้ายเมื่อไร

ขอบพระคุณอาจารย์วิชิตค่ะ

โดย เซิ่น [18 ส.ค. 2547 , 10:24:33 น.] ( IP = 203.150.206.9 : : )


  สลักธรรม 5

มาทำความเข้าใจต่อตรงนี้ก่อนนะครับว่า ....

กัมมชรูปที่เกิดขึ้นในขณะแรกแห่งปฎิสนธิจิตนั้น คือ..กายทสกกลาป หมายถึงกายปสาท , ภาวทสกกลาป หมายถึงภาวเพศ , และวัตถุทสกกลาป หมายถึง หทยะ ที่อาศัยของจิต … รูปที่ผมกล่าวนี้เป็นรูปอันสุขุมละเอียดมองเห็นด้วยตาไม่ได้ครับ

กายทสกกลาปนี้ยังแยกออกไปเป็นรูปละเอียดต่อไปได้อีก ๑๐ รูปครับคือ..ปฐวี อาโป เตโช วาโย วรรณ คันธะ รส โอชะ ชีวิตรูปและกายปสาท.

ภาวทสกกลาปและวัตถุทสกกลาป ก็เช่นกันแยกออกไปได้อีกอย่างละ ๑๐ รูป มีรูปละเอียดเหมือนกันกับกายทสกกลาป… …ต่างกันที่กายทสกกลาปเปลี่ยนเป็นภาวะหรือหทยเท่านั้นเองครับ

มนุษย์และสัตว์ทั้งหลายสามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ก็โดยกัมมชรูปยังคงสร้างรูปให้จิตได้อาศัยเกิดอยู่ครับ

รูปที่กัมมชรูปสร้างนี้เกิดจากกรรม อันเราท่านนั้นเองได้กระทำไว้คือเจตนาทำขึ้นไว้นะครับ นี่แหละครับคนเราจึงแตกต่างกันไป มีผิวพรรณ รูปร่างที่แตกต่างกันไงครับ นี่ก็คือความสอดคล้องของกรรมและวิบากนั่นเองครับผม

โดย วิชิต ธรรมรังษี [18 ส.ค. 2547 , 10:27:07 น.] ( IP = 61.90.82.191 : : )


  สลักธรรม 6

ผมได้อธิบายให้ทราบถึง ความเกิดหรือการเกิด มาพอประมาณ พอที่จะทราบนะครับว่า การเกิดนี้อะไรเกิด

มาตรงที่คุณเริงธรรมถามว่า ...คนที่ตายไปแล้วนี่เหลืออะไรบ้าง ความเป็นจริงก็คือไม่เหลืออะไรเลยครับ เพราะทั้งรูปและนาม ต่างก็เกิดดับสืบต่อกันไปตลอดเวลาไงครับ.. ยังไม่ทันถึงความตายดังที่เราๆเข้าใจว่าตายคือหมดลมหายใจนะครับ ..ก็สามารถรู้ได้ครับว่าไม่เหลือได้เลยทั้งรูปและนาม เพราะสภาพความจริงนั้น ทุกอย่างไม่เที่ยง.. เป็นทุกข์... เป็นอนัตตา
( ทุกอย่างในที่นี้คือ รูปกับนามเท่านั้นนะครับ )

ส่วนคำว่าตาย สามารถอธิบายได้ถึง ๓ ตายครับคือ..

๑.ขณิกมรณะ..มุ่งถึงการเกิด-ดับ ของจิตแต่ละดวงๆ การดับของจิตดวงหนึ่งเป็นเหตุให้จิตอีกดวงเกิดขึ้น..เช่นจิตรู้เกิดขึ้น จิตรู้ดับลง และเป็นเหตุให้จิตโลภเกิดขึ้น (เพราะอาจไปรู้ไปเห็นในสิ่งที่ตนชอบเข้า) และจิตโลภนั้นก็ต้องดับลง เป็นเช่นนี้สืบต่อๆกันไปเป็นต้นครับ.

๒. สมมติมรณะ..ก็คือการตายของมนุษย์และสัตว์ในชาติหนึ่งๆนั่นเองครับ

๓. อุปเฉทมรณะ...ได้แก่การตายของพระอรหันต์ท่านครับ เป็นการสิ้นสุดการเกิดอีกต่อไป.


เท่าที่ผมพยายามถ่ายทอดความเป็นไปของคำว่า เกิด คำว่า ตาย ออกมาเป็นตัวอักษรนั้น ผมใช้เวลามากเลยครับเพราะภาษาพูดกับภาษาเขียนต่างกันมาก ผมต้องพยายามไม่ให้เนื้อความผิดไปจากความจริงสุดความสามารถเลยครับ … เพราะไม่เช่นนั้นอาจจะทำให้ผิดจากพระสัทธรรมไปได้โดยรู้เท่าไม่ถึง แต่ถึงกระนั้นก็บาปนะครับถ้าให้ความรู้ผิดๆออกไปครับ


ด้วยความปรารถนาดีครับ
วิชิต ธรรมรังษี.

โดย วิชิต ธรรมรังษี [18 ส.ค. 2547 , 11:29:02 น.] ( IP = 61.90.82.191 : : )


  สลักธรรม 7



สวัสดีค่ะ คุณเริงธรรม

ได้อ่านคำถาม พร้อมคำตอบ
โดยเฉพาะคำตอบของ อาจารย์วิชิต ธรรมรังษี
ทำให้นึกถึง หนังสือเรื่อง ใครให้คุณเกิด
ที่เขียนโดย อาจารย์บุษกร เมธางกูร ประธานมูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ



อยากแนะนำให้คุณเริงธรรม ได้อ่านหนังสือเล่มนี้

เพราะคิดว่า หากคุณอ่านจบแล้ว คงจะได้รับความเข้าใจในเรื่อง ความเกิด และความตาย ได้มากขึ้น

โดยเฉพาะ ข้อความที่ ท่านอาจารย์วิชิต ได้อธิบายว่า

จิตเมื่อได้ปฎิสนธิแล้วก็จะเกิดดับสืบต่อๆ กันเป็นสันตติสืบต่อๆ กันไปจนตลอดชีวิต จนกว่าจะถึงจุติจิต (คือตาย)
กัมมชรูปก็เช่นเดียวกันกับจิต เมื่อปฏิสนธิแล้วก็เกิดขึ้นสร้างรูปและดับสืบเนื่องกันไปจนถึงตาย และก่อนที่จะถึงมรณาสันนวิถี คือตาย ก็จะหยุดไม่เกิดการสร้างรูปอีก
และเมื่อกัมมชรูปไม่เกิดเป็นปัจจัยให้ …จิตก็ต้องดับลงในท้ายของมรณาสันนวิถี ...

แล้ว ความเข้าใจนี้เอง จะทำให้คุณได้คำตอบในคำถามที่ว่า

คนที่ตายไปแล้วนี่เหลืออะไรบ้าง

ด้วยความปรารถนาดีค่ะ


โดย วยุรี [18 ส.ค. 2547 , 11:45:30 น.] ( IP = 203.150.217.116 : : 203.113.39.7 )


  สลักธรรม 8


หนังสือเรื่อง ใครให้คุณเกิด
อาจารย์บุษกร เมธางกูร



สนใจ ติดต่อสอบถามได้ที่ มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ
ถนนพุทธมณฑลสาย 4 ต. ศาลายา อ.พุทธมณฑล จ. นครปฐม 73170
เบอร์โทร 0 2441 9958


โดย วยุรี [18 ส.ค. 2547 , 12:00:20 น.] ( IP = 203.150.217.114 : : 203.113.38.13 )


  สลักธรรม 9


คำตอบที่นำมาแสดงนี้ชัดเจนการนำมาซึ่งการตายการเกิดยิ่ง



สาธุ........สาธุ.........สาธุ


โดย ทรงธรรม [18 ส.ค. 2547 , 12:19:19 น.] ( IP = 203.144.228.200 : : 192.168.0.102 )


  สลักธรรม 10

ขอกราบขอบพระคุณท่านอาจารย์ทุกท่านมากครับ

โดย เริงธรรม [18 ส.ค. 2547 , 12:28:43 น.] ( IP = 203.144.143.250 : : 203.118.101.90 )
[ 1 ] [ 2 ][ 3 ]

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org