| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
รูป นาม เมื่อตาย
สลักธรรม 1
ก็ยังคงเหลือ รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ
ที่มีการสืบต่อตามเหตุปัจจัย อยู่ครบ
ตราบใดเราท่านทั้งหลายยังไม่สามารถทำลายซึ่ง
เชื้อหรือยางเหนียวที่เกาะเกี่ยวชีวิตไม่ให้หลุดไป
จากสังสารวัฎฎะคือรอบแห่งการเวียนว่ายตายเกิดได้
นี่คือสัจจะที่พระผู้มีพระภาคได้เข้าไปรู้ เข้าไปเห็น
เข้าไปประจักษ์อันธรรมชาติที่เรียกว่า
ธรรมฐิติ ธรรมนิยาม แห่งธรรมชาติทั้งหลาย
แล้วนำมาบอกมากล่าว มาแสดงให้ประจักษ์
เราชาวพุทธนับว่า เป็นผู้รับสิ่งที่ประเสริฐที่สุดนี้เองโดย ทรงธรรม [18 ส.ค. 2547 , 08:49:03 น.] ( IP = 203.144.228.200 : : 192.168.0.102 )
สลักธรรม 2
การแสดงเรื่องการสืบต่อของชีวิตนั้น
ปฏิสนธิวิญญาณในพระพุทธศาสนา ต่างกับปฏิสนธิวิญญาณในศาสนาอื่นอย่างไร คือ ปฏิสนธิวิญญาณในพุทธศาสนาเรานั้นไม่ใช่เป็นนิจจัง แต่ว่าเป็น อนิจจัง เกิดดับ ทุกขณะ ส่งไปด้วยอำนาจพลังกรรม กับ
พลังตัณหา พลังอุปทาน 3 อันนี้ เพราะฉะนั้นจึงมีพุทธภาษิต ใน อังคุตรนิกายว่า
กรรมนี้เป็นเนื้อนา วิญญาณเป็นพืช ตัณหานี้เป็นยางเหนียวในพืชนั้น สิเนโหตัณหา
สิเนโห แปลว่า ยางเหนียว สิเนหะคือ เสน่หานี่แหละ แปลว่ายางเหนียว มีกรรมเป็นผืนนา มีวิญญาณเป็นพืช และก็มีตัณหาเป็นยางเหนียวในพืชนั้น เพราะฉะนั้นเมื่อรับ พืช คือวิญญาณลงไปในแปลงนาคือ กรรม เมื่อวิญญาณนั้นยังมียางเหนียวอยู่ก็มีการเจริญเติบกล้าขึ้นมา เมื่อได้รับปัจจัยเช่น แสงแดด อาหาร น้ำ อันเป็นโอชะมาบำรุง วัฏฏสงสารก็เกิดโดย ทรงธรรม [18 ส.ค. 2547 , 09:21:56 น.] ( IP = 203.144.228.200 : : 192.168.0.102 )
สลักธรรม 4เข้ามาอ่านคำตอบที่อธิบายได้ชัดเจนดีค่ะ
เพราะช่วงนี้ก็กำลังศึกษาเรื่องรูปปรมัตถ์
ทำให้ทราบว่า รูปเกิดขึ้นครั้งแรกเมื่อไร และเกิดขึ้นครั้งสุดท้ายเมื่อไร
ขอบพระคุณอาจารย์วิชิตค่ะ
โดย เซิ่น [18 ส.ค. 2547 , 10:24:33 น.] ( IP = 203.150.206.9 : : )
สลักธรรม 5มาทำความเข้าใจต่อตรงนี้ก่อนนะครับว่า ....
กัมมชรูปที่เกิดขึ้นในขณะแรกแห่งปฎิสนธิจิตนั้น คือ..กายทสกกลาป หมายถึงกายปสาท , ภาวทสกกลาป หมายถึงภาวเพศ , และวัตถุทสกกลาป หมายถึง หทยะ ที่อาศัยของจิต รูปที่ผมกล่าวนี้เป็นรูปอันสุขุมละเอียดมองเห็นด้วยตาไม่ได้ครับ
กายทสกกลาปนี้ยังแยกออกไปเป็นรูปละเอียดต่อไปได้อีก ๑๐ รูปครับคือ..ปฐวี อาโป เตโช วาโย วรรณ คันธะ รส โอชะ ชีวิตรูปและกายปสาท.
ภาวทสกกลาปและวัตถุทสกกลาป ก็เช่นกันแยกออกไปได้อีกอย่างละ ๑๐ รูป มีรูปละเอียดเหมือนกันกับกายทสกกลาป ต่างกันที่กายทสกกลาปเปลี่ยนเป็นภาวะหรือหทยเท่านั้นเองครับ
มนุษย์และสัตว์ทั้งหลายสามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ก็โดยกัมมชรูปยังคงสร้างรูปให้จิตได้อาศัยเกิดอยู่ครับ
รูปที่กัมมชรูปสร้างนี้เกิดจากกรรม อันเราท่านนั้นเองได้กระทำไว้คือเจตนาทำขึ้นไว้นะครับ นี่แหละครับคนเราจึงแตกต่างกันไป มีผิวพรรณ รูปร่างที่แตกต่างกันไงครับ นี่ก็คือความสอดคล้องของกรรมและวิบากนั่นเองครับผมโดย วิชิต ธรรมรังษี [18 ส.ค. 2547 , 10:27:07 น.] ( IP = 61.90.82.191 : : )
สลักธรรม 6ผมได้อธิบายให้ทราบถึง ความเกิดหรือการเกิด มาพอประมาณ พอที่จะทราบนะครับว่า การเกิดนี้อะไรเกิด
มาตรงที่คุณเริงธรรมถามว่า ...คนที่ตายไปแล้วนี่เหลืออะไรบ้าง ความเป็นจริงก็คือไม่เหลืออะไรเลยครับ เพราะทั้งรูปและนาม ต่างก็เกิดดับสืบต่อกันไปตลอดเวลาไงครับ.. ยังไม่ทันถึงความตายดังที่เราๆเข้าใจว่าตายคือหมดลมหายใจนะครับ ..ก็สามารถรู้ได้ครับว่าไม่เหลือได้เลยทั้งรูปและนาม เพราะสภาพความจริงนั้น ทุกอย่างไม่เที่ยง.. เป็นทุกข์... เป็นอนัตตา
( ทุกอย่างในที่นี้คือ รูปกับนามเท่านั้นนะครับ )
ส่วนคำว่าตาย สามารถอธิบายได้ถึง ๓ ตายครับคือ..
๑.ขณิกมรณะ..มุ่งถึงการเกิด-ดับ ของจิตแต่ละดวงๆ การดับของจิตดวงหนึ่งเป็นเหตุให้จิตอีกดวงเกิดขึ้น..เช่นจิตรู้เกิดขึ้น จิตรู้ดับลง และเป็นเหตุให้จิตโลภเกิดขึ้น (เพราะอาจไปรู้ไปเห็นในสิ่งที่ตนชอบเข้า) และจิตโลภนั้นก็ต้องดับลง เป็นเช่นนี้สืบต่อๆกันไปเป็นต้นครับ.
๒. สมมติมรณะ..ก็คือการตายของมนุษย์และสัตว์ในชาติหนึ่งๆนั่นเองครับ
๓. อุปเฉทมรณะ...ได้แก่การตายของพระอรหันต์ท่านครับ เป็นการสิ้นสุดการเกิดอีกต่อไป.
เท่าที่ผมพยายามถ่ายทอดความเป็นไปของคำว่า เกิด คำว่า ตาย ออกมาเป็นตัวอักษรนั้น ผมใช้เวลามากเลยครับเพราะภาษาพูดกับภาษาเขียนต่างกันมาก ผมต้องพยายามไม่ให้เนื้อความผิดไปจากความจริงสุดความสามารถเลยครับ เพราะไม่เช่นนั้นอาจจะทำให้ผิดจากพระสัทธรรมไปได้โดยรู้เท่าไม่ถึง แต่ถึงกระนั้นก็บาปนะครับถ้าให้ความรู้ผิดๆออกไปครับ
ด้วยความปรารถนาดีครับ
วิชิต ธรรมรังษี.โดย วิชิต ธรรมรังษี [18 ส.ค. 2547 , 11:29:02 น.] ( IP = 61.90.82.191 : : )
สลักธรรม 7
สวัสดีค่ะ คุณเริงธรรม
ได้อ่านคำถาม พร้อมคำตอบ
โดยเฉพาะคำตอบของ อาจารย์วิชิต ธรรมรังษี
ทำให้นึกถึง หนังสือเรื่อง ใครให้คุณเกิด
ที่เขียนโดย อาจารย์บุษกร เมธางกูร ประธานมูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ
![]()
อยากแนะนำให้คุณเริงธรรม ได้อ่านหนังสือเล่มนี้
เพราะคิดว่า หากคุณอ่านจบแล้ว คงจะได้รับความเข้าใจในเรื่อง ความเกิด และความตาย ได้มากขึ้น
โดยเฉพาะ ข้อความที่ ท่านอาจารย์วิชิต ได้อธิบายว่า
จิตเมื่อได้ปฎิสนธิแล้วก็จะเกิดดับสืบต่อๆ กันเป็นสันตติสืบต่อๆ กันไปจนตลอดชีวิต จนกว่าจะถึงจุติจิต (คือตาย)
กัมมชรูปก็เช่นเดียวกันกับจิต เมื่อปฏิสนธิแล้วก็เกิดขึ้นสร้างรูปและดับสืบเนื่องกันไปจนถึงตาย และก่อนที่จะถึงมรณาสันนวิถี คือตาย ก็จะหยุดไม่เกิดการสร้างรูปอีก
และเมื่อกัมมชรูปไม่เกิดเป็นปัจจัยให้ จิตก็ต้องดับลงในท้ายของมรณาสันนวิถี ...
แล้ว ความเข้าใจนี้เอง จะทำให้คุณได้คำตอบในคำถามที่ว่า
คนที่ตายไปแล้วนี่เหลืออะไรบ้าง
ด้วยความปรารถนาดีค่ะ
![]()
โดย วยุรี [18 ส.ค. 2547 , 11:45:30 น.] ( IP = 203.150.217.116 : : 203.113.39.7 )
สลักธรรม 8
หนังสือเรื่อง ใครให้คุณเกิด
อาจารย์บุษกร เมธางกูร
![]()
สนใจ ติดต่อสอบถามได้ที่ มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ
ถนนพุทธมณฑลสาย 4 ต. ศาลายา อ.พุทธมณฑล จ. นครปฐม 73170
เบอร์โทร 0 2441 9958
โดย วยุรี [18 ส.ค. 2547 , 12:00:20 น.] ( IP = 203.150.217.114 : : 203.113.38.13 )
สลักธรรม 9
คำตอบที่นำมาแสดงนี้ชัดเจนการนำมาซึ่งการตายการเกิดยิ่ง
โดย ทรงธรรม [18 ส.ค. 2547 , 12:19:19 น.] ( IP = 203.144.228.200 : : 192.168.0.102 )
สลักธรรม 10ขอกราบขอบพระคุณท่านอาจารย์ทุกท่านมากครับ
โดย เริงธรรม [18 ส.ค. 2547 , 12:28:43 น.] ( IP = 203.144.143.250 : : 203.118.101.90 )
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |