| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
รูป นาม เมื่อตาย
สลักธรรม 11
ตามลายแทงของน้องถ้วยมาค่ะ...
เป็นอีกหนึ่งคำถามที่น่าสนใจนะคะ ..เพราะคนมากมายมีความเข้าใจผิดว่า การเวียนว่ายตายเกิดนั้นเป็นคนเดิมๆ จิตดวงเดิมๆ อะไรอย่างนี้
ซึ่งก็คือความเข้าใจว่าเป็นอัตตาตัวตนที่เที่ยงอันเป็นมิจฉาทิฏฐิชนิดหนึ่งนั่นเอง
อ่านคำตอบของท่านอาจารย์วิชิตแล้วก็ชัดเจนในความสิ้นสุดของแต่ละชาติในเรื่องของการสืบต่อขันธ์ตั้งแต่ตรงที่ว่า
"....จิตเกิดขึ้นครั้งแรกพร้อมกับรูปที่กรรมสร้างในขณะแรกที่มีการปฎิสนธิ...." ....ซึ่งนี่ก็หมายถึงความไม่มีขันธ์เดิมขันธ์ใดมามีส่วนเกี่ยวข้องระหว่างภพชาตินั่นเอง แต่ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกันก็คือความเป็นไปในลักษณะกรรมและวิบาก
นับเป็นการตอบคำถามที่เข้าใจง่ายดีค่ะ และคลี่คลายความเห็นผิดเกี่ยวกับความเที่ยงได้อย่างฉมังทีเดียว ...
โดย น้องกิ๊ฟ [18 ส.ค. 2547 , 13:46:44 น.] ( IP = 203.150.217.116 : : 203.113.67.40 )
สลักธรรม 12เรื่องการเวียนว่ายตายเกิดนั้น เป็นเรื่องที่หลายต่อหลายท่านไม่มีความเชื่อ เนื่องจากขาดการเรียนรู้
และเนื่องจากเป็นสิ่งที่มองไม่เห็น บ้างก็เชื่อว่าตายแล้วก็ตายเลย บ้างก็ว่ามีวิญญาณล่องลองคอยหาที่สิงใหม่ เป็นต้น
ต้องขอขอบพระคุณอาจารย์วิชิตมากค่ะที่ช่วยกรุณาอธิบายเกี่ยวกับการเกิดและการตายได้อย่างชัดเจนโดย พี่ดา [18 ส.ค. 2547 , 16:12:37 น.] ( IP = 203.118.83.37 : : )
สลักธรรม 13ตามฝีมือลายแทงมาเช่นเดียวกันค่ะ เป็นลายแทง high tech มากเลยนะคะ
คงต้องขอบคุณท่านผู้ถามและท่านอาจารย์วิชิตที่ได้นำความถูกต้องมาบอกกล่าวให้ทราบ เพราะเรื่องเช่นนี้ละเอียดลึกซึ้งอย่างยิ่ง ยิ่งศึกษายิ่งรู้ว่าเรายังต้องทำความรู้ให้รู้ยิ่ง สภาพการเกิด ดับของรูปนามขันธ์ 5 นั้น เป็น ความรู้ที่ยิ่งใหญ่ จริงๆ
ในทัศนะตนนั้น
การศึกษาพระอภิธรรมจึงเป็นธรรมอันประเสริฐยิ่งนัก
การอธิบายการเกิด แม้จิตขณะที่นำเกิด รูปที่จะเกิดพร้อมกันนั้นยังต้องเป็นในอุปปาทะขณะของปฏิสนธิจิต
และขณะที่ตายยังต้องเป็นภังคักขณะของจุติจิตอีกด้วย
พระอภิธรรมจึงน่าศึกษาอย่างยิ่งค่ะและบอกความจริงแก่ชีวิตได้เป็นอย่างดีโดย น้องอุ๊ [18 ส.ค. 2547 , 18:05:46 น.] ( IP = 203.150.217.116 : : 203.113.39.7 )
สลักธรรม 14...ประโยชน์สูงสุดของการศึกษาธรรมคืออะไรครับ.
โดย อยากรู้ [18 ส.ค. 2547 , 21:24:35 น.] ( IP = 61.90.12.236 : : )
สลักธรรม 15ครับผมคุณอยากรู้ ก็ขอให้พยายามตั้งใจอ่านนะครับเพื่อได้รู้ไงครับ
พระพุทธเจ้าพระองค์ท่าน ทรงสอนประโยชน์ไว้ด้วยกัน ๓ อย่างครับ
คือ ๑. ประโยชน์ในโลกนี้ เพราะการที่ชีวิตของเราจะอยู่อย่างเป็นสุขนั้น จะต้องขยันหมั่นเพียร อดออม รักษา คบเพื่อนที่ดี และรู้จักจับจ่ายให้เหมาะสมก็สามารถที่จะมีชีวิตอยู่อย่างเป็นสุขได้และต้องกระทำด้วยสุจริตกรรมนะครับ
๒. ประโยชน์ในโลกหน้า ก็คือมีศรัทธา มีศีล มีจาคะ มีปัญญา เป็นสมบัติที่จะทำให้ ติดตัวไปในภพหน้า ทำให้มีความผาสุกในภพหน้า
๓. ประโยชน์สูงสุด คือการออกจากภพ พ้นจากวัฏฏะซึ่งเป็นประโยชน์สูงที่สุดเลยครับ....เพราะเราจะไม่เป็นเพียงที่จะรับประโยชน์จากความสุขในโลกนี้เท่านั้น จึงต้องพยายามเรียนพระธรรม หรือศึกษาธรรม เพื่อเกิดปัญญาบารมีครับ
เพราะว่ากุศลจิตที่เกิดขึ้นขณะนั้นเวทนาก็เป็นสุข มีความสงบของจิต แล้วก็เป็นการสะสมอุปนิสัยที่จะทำให้มีความสุขในอนาคตด้วย เพราะว่าเป็นกุศลกรรม
แต่ถ้าไม่ใช่เป็นกุศลที่ประกอบด้วยปัญญาที่จะเข้าใจในสภาพธรรม ก็ไม่สามารถที่จะถึงประโยชน์สูงสุดได้ เพราะว่าประโยชน์สูงสุดก็คือการสิ้นสุดการเกิด ด้วยการที่สามารถออกจากภพโดยการละความยึดถือโดยประการทั้งปวง เพราะฉะนั้นประโยชน์สูงสุดก็คือถึงพระนิพพานครับผม
โดย พี่เณร [18 ส.ค. 2547 , 21:41:49 น.] ( IP = 61.90.12.236 : : )
สลักธรรม 16ผมไม่แน่ใจว่าคำถามนี้เป็นการตั้งคำถามที่ถูกต้องหรือไม่นะครับ
เพราะดูคำถามแล้วยังอยู่นอกวงของปัจจัยอยู่
การจะรู้เรื่องตายเกิดนี้ต้องเรียนรู้เรื่องปัจจัยด้วยครับ
คือการตายไม่ได้หมายถึงว่าเดิมมี ๑ แล้วเหลือ ๐ นะครับ
และการเกิดก็ไม่ได้หมายความว่าเดิมเป็น ๐ แล้วเกิด ๑ ขึ้นมา
คุณเริงธรรมลองอ่านคัมภีร์มหาปัฏฐาน รจนาโดยพระสัทธัมมโชติก ธัมมาจริยะ หน่อยครับ
เป็นคัมภีร์ที่น่าอ่านมากครับ
คิดว่าจะได้ความรู้เรื่องการตายเกิดได้ดีทีเดียวครับ
.โดย แววตะวัน [18 ส.ค. 2547 , 22:53:30 น.] ( IP = 203.150.217.116 : : 203.113.36.10 )
สลักธรรม 17
สัวสดีค่ะคุณแววตะวัน
พี่ตามอ่านมาตลอด มาสดุดลงตรงคุณแววตะวันนี่ละคะ
อ่านแล้วก็ไม่เข้าใจจุดประสงค์ของคุณแววตะวันนะคะ
เพราะอ่านคำตอบของแต่ละท่านที่เข้ามาตอบ
โดยเฉพาะท่านอาจารย์วิชิต ก็คิดตามมันสมองน้อยๆของพี่เท่าที่มีว่า ...ก็เข้าใจนะคะ
อาจารย์อธิบายให้ทราบถึงการเกิดขึ้นของกัมมชรูปว่าเป็นอย่างไร
และอะไรที่เรียกว่าการตาย
และก็เห็นด้วยที่ว่า มหาปัฏฐาน เป็นคัมภีร์ที่น่าอ่านมาก
พี่ว่าคุณแววตะวันคงจะตีความหมายคำตอบผิดในประโยคที่ว่า
...คนที่ตายไปแล้วนี่เหลืออะไรบ้าง
ความเป็นจริงก็คือไม่เหลืออะไรเลยครับ
เพราะทั้งรูปและนาม ต่างก็เกิดดับสืบต่อกันไปตลอดเวลาไงครับ..
ถึงได้เขียนว่า..การตายไม่ได้หมายถึงว่าเดิมมี ๑ แล้วเหลือ ๐ นะครับ
และการเกิดก็ไม่ได้หมายความว่าเดิมเป็น ๐ แล้วเกิด ๑ ขึ้นมา
พี่คิดว่าคุณแววตะวันน่าจะลองอ่านใหม่นะคะแล้วจะเข้าใจ
...คนที่ตายไปแล้วนี่เหลืออะไรบ้าง
ความเป็นจริงก็คือไม่เหลืออะไรเลยครับ
เพราะทั้งรูปและนาม ต่างก็เกิดดับสืบต่อกันไปตลอดเวลาไงครับ..
ความหมายเขาหมายถึงอะไรกันแน่
ขอบคุณมากค่ะ
ด้วยความปรารถนาดี![]()
พี่ดาโดย พี่ดา [19 ส.ค. 2547 , 09:31:58 น.] ( IP = 203.118.80.132 : : )
สลักธรรม 18สวัสดีครับคุณพี่ดา .
ที่คุณพี่ดาอ่านแล้วไม่เข้าใจว่าผมมีจุดประสงค์อะไรนั้น .
ผมขอตอบดังนี้ครับ .
๑..ต้องการที่จะรู้ว่า คำถามที่ตั้งมาว่า .
"คนที่ตายไปแล้วนี่เหลืออะไรบ้าง" .
นั้นเป็นการตั้งคำถามที่ถูกต้องหรือไม่ครับ .
ถ้าถูกเพราะอะไร .
ถ้าผิดเพราะอะไร .
ถ้าลงไปในรายละเอียดยิ่งดีครับ .
ว่ามีหลักเกณฑ์อะไรบ้างที่จะใช้ตรวจสอบว่าคำถามนี้ถูกต้องหรือไม่ .
๒. ต้องการเสนอว่าคำถามนี้น่าจะไม่ถูกในแง่ที่ว่าเป็นการตั้งคำถามที่อยู่นอกวงของปัจจัย
โดยยกเรื่องเลข ๐ และ ๑ มาประกอบ คือผมตั้งข้อสงสัยนะครับว่า "คนที่ตายไปแล้ว" นี้
มีความหมายเดียวกับเลข ๐ ( คือไม่มี ) หรือเปล่า และ "เหลืออะไรบ้าง"นี้มีความหมายเดียวกับเลขหนึ่ง ( คือมี ) หรือเปล่า คือตามความคิดเห็นส่วนตัวของผม ผมเห็นว่าถ้าความคิดยังวนเวียนอยู่ใน "มี" หรือ "ไม่มี" แล้ว จะเข้าใจเรื่องตายเกิดไม่ได้เลยครับ แต่ทั้งนี้ก็ยังเป็นข้อเสนออยู่ครับ ยังไม่ได้ตัดสินว่าคำถามนี้ไม่ถูก ยังต้องการข้อเสนออื่นๆ อีกเพื่อการตัดสินครับ ( เลข ๐ และ ๑ หนึ่งนี้ไม่เกี่ยวกับคำตอบที่ว่า "คนที่ตายไปแล้วนี่เหลืออะไรบ้าง ความเป็นจริงก็คือไม่เหลืออะไรเลยครับ เพราะทั้งรูปและนาม ต่างก็เกิดดับสืบต่อกันไปตลอดเวลาไงครับ" เพราะผมยังมุ่งที่คำถามครับ ) .โดย แววตะวัน [22 ส.ค. 2547 , 22:54:23 น.] ( IP = 203.150.217.117 : : 203.113.37.11 )
สลักธรรม 19๓. ต้องการให้คุณเริงธรรมได้อ่านคัมภีร์มหาปัฏฐานครับ เพราะเป็นคัมภีร์ที่ผมเห็นว่าตรงที่สุดในการทำความเข้าใจในเรื่องการตายเกิดครับ ( แต่ไม่ใช่เป็นการตอบคำถามนี้นะครับ ) .
คือตอนนี้ผมพิจารณาเรื่องคำถามก่อนครับ เรื่องคำตอบนั้นค่อยตามมาทีหลัง .
ดีใจที่ได้สนทนากับคุณพี่ดาอีกครับ .โดย แววตะวัน [22 ส.ค. 2547 , 23:00:07 น.] ( IP = 203.150.217.117 : : 203.113.37.11 )
สลักธรรม 20
สวัสดีค่ะคุณแววตะวัน
พี่ก็ดีใจนะคะที่ได้คุณกับคุณแววตะวันอีก
คุณแววตะวันเป็นคนละเอียดอ่อนมากเลยนะคะ
พี่ความรู้ยังน้อยนัก พิจารณาคำถามไม่ออกหรอกค่ะ
รบกวนคุณแววตะวันใหความรู้พี่หน่อยนะคะว่าคำถามที่ตั้งมานั้เป็นอย่างไร
และที่เสนอว่าคำถามนี้น่าจะไม่ถูกในแง่ที่ว่าเป็นการตั้งคำถามที่อยู่นอกวงของปัจจัย
คำว่า..นอกวงของปัจจัย.. เป็นอย่างไรค่ะ
ที่ถามนี่พี่ไม่เข้าใจจริงๆนะคะ![]()
ขอบคุณมากค่ะโดย พี่ดา [23 ส.ค. 2547 , 10:53:46 น.] ( IP = 203.150.217.117 : : 203.113.32.9 )
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |