| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
รูป นาม เมื่อตาย
สลักธรรม 21สวัสดีครับคุณพี่ดา .
ก่อนอื่นผมขอเรียนก่อนนะครับว่า ผมรู้สึกว่าธรรมเป็นเรื่องยากมาก โอกาสที่แสดงแล้วผิดพลาดมีสูงมาก เพราะธรรมคือคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ซึ่ง ลึกซึ้ง เห็นได้ยาก รู้ตามได้ยาก สงบ ประณีต จะคาดคะเนเอาไม่ได้ ละเอียด รู้ได้เฉพาะบัณฑิต .
ด้วยเหตุนี้เมื่อเจอคำถามแล้ว ผมจะถามตัวเองก่อนเพื่อนเลยว่า ในเรื่องนี้พระพุทธองค์ท่านตรัสไว้ว่าอย่างไร อันหมายถึงว่าจะค้นหาคำตอบในคัมภีร์หลักของเถรวาทได้ไหม ( คงจะไม่เถรตรงถึงขนาดว่าต้องเอาเฉพาะพุทธพจน์ที่ตรัสโดยตรง ) .
ดังนั้น ต่อคำถามที่ถามว่า คนที่ตายไปแล้วนี่เหลืออะไรบ้าง ก็เป็นอันละในฐานะที่เข้าใจกันว่า คำถามเต็มคือ พระพุทธองค์ตรัสว่า คนที่ตายไปแล้วนี่เหลืออะไรบ้าง .
คำถามของพี่ดานั้นผมขอเรียนตอบดังนี้ครับ
.
๑. คำถามที่ตั้งมานั้นเป็นอย่างไร .
เป็น ๒ อย่างครับคือ .
๑.๑ หาคำตอบยาก .
คือไม่รู้จะหาคำตอบได้ในคัมภีร์ไหน ไม่รู้ว่ามีคำตอบนี้ในคัมภีร์หรือเปล่า .โดย แววตะวัน [26 ส.ค. 2547 , 19:34:22 น.] ( IP = 203.150.217.117 : : 203.113.37.6 )
สลักธรรม 22๑.๒ เมื่อตอบแล้วก็ยังรู้สึกขัดๆอยู่ .
คือถ้าตอบว่า คนที่ตายไปแล้วเหลือ X อยู่ ก็ไม่รู้ว่าจะขัดกันหรือเปล่ากับคัมภีร์อรรถกถาที่เขียนไว้ว่า .
เพราะนามรูปในภพก่อนดับไม่เหลือ (อเสสํ นิรุทฺธํ ). ในภพนี้นามรูปอื่นเกิด. ( อรรถกถา เล่ม ๖๘ หน้า ๑๐๐๒ ) .
และถ้าตอบว่า คนที่ตายไปแล้วไม่เหลืออะไรเลย ก็จะเกิดข้อสงสัยตามมาว่าจะขัดกันหรือเปล่ากับพระไตรปิฎกที่เขียนไว้ว่า .
ดูกรภิกษุทั้งหลาย เมื่ออัฏฐิกสัญญา อันบุคคลเจริญแล้ว กระทำให้มากแล้ว พึงหวังผลได้ ๒ อย่าง อย่างใดอย่างหนึ่ง คือ อรหัตผลในปัจจุบัน หรือเมื่อยังมีความยึดถือเหลืออยู่ เป็นพระอนาคามี ( พระไตรปิฎกเล่ม ๑๙ ข้อ ๖๔๒ ) .
ด้วยบาปกรรมนั้นนั่นแหละดิฉันต้องหมกไหม้อยู่ในนรก ด้วยกรรมที่ยังเหลืออยู่นั้น ดิฉันเกิดในสกุลหญิงแพศยา ( พระไตรปิฎก เล่ม ๓๓ ข้อ ๑๗๗ ) .
อีกอย่างหนึ่งครับ คำว่า ตายไปแล้วไม่เหลืออะไรเลย มีความหมายเดียวกันกับ ดับไม่เหลือ หรือเปล่า .
ถ้ามีความหมายเดียวกัน ก็จะเกิดข้อสงสัยตามมาอีกว่า .
คำว่า ดับไม่เหลือ ใช้เฉพาะพระอรหันต์ที่นิพพานแล้วไม่ใช่หรือ? .
คือคำถามนี้ชวนให้เวียนหัวครับ ผมจึงเกิดข้อสงสัยว่า หรือจะตั้งคำถามไม่ถูก จึงชวนให้เวียนหัว .โดย แววตะวัน [26 ส.ค. 2547 , 19:36:09 น.] ( IP = 203.150.217.117 : : 203.113.37.6 )
สลักธรรม 23เท่าที่ผมค้นดูมีคำถามหนึ่งที่ใกล้เคียงกับคำถามนี้คือ.
"นามและรูปดับไปไม่มีส่วนเหลือ ณ ที่ใด" ( พระไตรปิฎกเล่ม ๓๐ ข้อ ๘๕ ) .
ซี่งพระพุทธองค์ตรัสตอบว่า .
นามรูปนั้นก็ดับ ณ ที่นั้น เพราะความดับแห่งวิญญาณ.( พระไตรปิฎก เล่ม ๓๐ ข้อ ๘๕ ) .
อธิบายว่า .
ธรรมเหล่าใด คือ นามและรูป พึงเกิดขึ้นในสงสารมีส่วนเบื้องต้น และที่สุดอันรู้ไม่ได้ เว้นภพ ๗ .
ธรรมเหล่านั้นย่อมดับ คือ ย่อมสงบ ถึงความตั้งอยู่ไม่ได้ ระงับไป ณ ที่นั้น เพราะความดับแห่งวิญญาณอันสัมปยุตด้วยอภิสังขารธรรม ด้วยโสดาปัตติมรรคญาณ. .
ธรรมเหล่าใด คือ นามและรูป พึงเกิดขึ้นในภพ ๕ เว้นภพ ๒ .
ธรรมเหล่านั้น ย่อมดับ คือ ย่อมสงบ ถึงความตั้งอยู่ไม่ได้ ระงับไป ณ ที่นั้น เพราะความดับแห่งวิญญาณอันสัมปยุตด้วยอภิสังขารธรรม ด้วยสกทาคามิมรรคญาณ. .
ธรรมเหล่าใด คือ นามและรูป พึงเกิดขึ้นในกามธาตุ รูปธาตุ หรืออรูปธาตุ เว้นภพ .
ธรรมเหล่านั้นย่อมดับ คือ ย่อมสงบ ถึงความตั้งอยู่ไม่ได้ ระงับไป ณ ที่นั้น เพราะความดับแห่งวิญญาณอันสัมปยุตด้วยอภิสังขารธรรม ด้วยอนาคามิมรรคญาณ. .โดย แววตะวัน [26 ส.ค. 2547 , 19:37:45 น.] ( IP = 203.150.217.117 : : 203.113.37.6 )
สลักธรรม 24ธรรมเหล่าใด คือนามและรูป พึงเกิดขึ้น .
ธรรมเหล่านั้นย่อมดับ คือ ย่อมสงบ ถึงความตั้งอยู่ไม่ได้ ระงับไป ณ ที่นั้น เพราะความดับแห่งวิญญาณอันสัมปยุตด้วยอภิสังขารธรรม ด้วยอรหัตมรรคญาณ.
.
เมื่อพระอรหันต์ปรินิพานด้วยปรินิพพานธาตุอันเป็นอนุปาทิเสส ธรรมเหล่านี้ คือ ปัญญา สติ และ นามรูป ย่อมดับ คือ ย่อมสงบ ย่อมถึงความตั้งอยู่ไม่ได้ ย่อมระงับไป ณ ที่นั้น เพราะความดับแห่งวิญญาณดวงก่อน .
เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า นามรูปนั้นย่อมดับ ณ ที่นั้น เพราะความดับแห่งวิญญาณ. ( พระไตรปิฎก เล่ม ๓๐ ข้อ ๘๙ ) .
๒. นอกวงของปัจจัยเป็นอย่างไร .
คำถามที่อยู่ในวงของปัจจัย คือคำถามที่ลากเข้ามาในคำถามหลักได้ คำถามหลักคือ เหตุปัจจัยอะไรหนอ ที่เป็นเครื่องให้ธรรมนี้ .
ทีนี้คำถามว่า คนที่ตายไปแล้วนี่เหลืออะไรบ้าง ดูแล้วลากเข้าหาคำถามหลักนี้ได้ยากมาก .
ผมจึงคิดว่าคำถามนี้น่าจะอยู่นอกวงของปัจจัย .โดย แววตะวัน [26 ส.ค. 2547 , 19:39:52 น.] ( IP = 203.150.217.117 : : 203.113.37.6 )
สลักธรรม 25อีกอย่างหนึ่งครับ นอกวงปัจจัยยังหมายถึงว่าติดในสมมุติบัญญัติ .
คือมองว่ามีตัวเราที่อยู่ต่างหากจากสิ่งอื่น และมองว่าสิ่งทั้งปวงคือสิ่งต่างๆยกเว้นตัวเรา อันนี้เป็นการมองที่อยู่นอกวงปัจจัย การมองที่อยู่ในวงของปัจจัยคือมองว่า "สิ่งทั้งปวง .คือ จักษุ รูป จักษุวิญญาณ และธรรมที่จะพึงรู้แจ้งด้วยจักษุวิญญาณ ฯลฯ ใจ ธรรมารมณ์ มโนวิญญาณ และธรรมที่จะพึงรู้แจ้งด้วยมโนวิญญาณ" .
ดังนั้นคำถามที่ขึ้นต้นว่า "คนเราและสิ่งต่างๆ" จึงน่าจะอยู่นอกวงของปัจจัยครับ .
การมองในวงของปัจจัยคือการมองว่าธรรมทั้งปวงเป็นสังขาร ( ยกเว้นนิพพาน ) คือสภาพที่ปรุงแต่ง เมื่อมีเหตุปัจจัยประชุมพร้อมธรรมนั้นก็ปรากฏขึ้น ( สมมุติเรียกกันว่าเกิด ) ทั้งนี้มิได้หมายความว่ามีธรรมนั้นจริงๆที่เกิดขึ้น เมื่อขาดเหตุปัจจัยธรรมก็ไม่ปรากฏ ( สมมุติเรียกกันว่าตาย ) ทั้งนี้มิได้หมายความว่ามีธรรมนั้นจริงๆที่ตายไป .
ทีนี้คำว่า "คนที่ตายไปแล้ว" ที่มีอยู่ในคำถามนั้น ดูแล้วเหมือนกับว่าเดิมมีสิ่งใดอยู่แล้วสิ่งนั้นหายไป มากกว่าจะมองถึงการขาดเหตุปัจจัยที่ประชุมกันอยู่ .
และคำว่า " เหลืออะไรบ้าง " ดูแล้วเหมือนกับว่ามีสิ่งใดที่เป็นตัวของมันเองที่คงอยู่ มากกว่าที่จะมองว่ามีการประชุมกันของเหตุปัจจัย .
โดยลักษณะนี้ผมจึงมองว่าคำถามนี้น่าจะอยู่นอกวงของปัจจัยครับ .โดย แววตะวัน [26 ส.ค. 2547 , 19:41:47 น.] ( IP = 203.150.217.117 : : 203.113.37.6 )
สลักธรรม 26เพื่อความชัดเจนผมขอยกคำพูดของพระสารีบุตรดังนี้ครับว่า .
"สิ่งใดเป็นทุกข์ สิ่งนั้นแลดับไปแล้ว ไม่มีสัตว์ที่จะชื่อว่าดับต่างหาก" ( อรรถกถา เล่ม ๒๗ หน้า ๒๖๔ ) .
ไม่ทราบว่าทีผมเขียนมานี้มีตอนไหนที่เป็นการกล่าวตู่พุทธพจน์หรือเปล่านะครับ
.
ถ้าพี่ดาหรือท่านใดเห็นข้อผิดพลาด ช่วยชี้ให้ด้วยครับ .
ยินดีที่ได้สนทนากับคุณพี่ดาครับ .
โดย แววตะวัน [26 ส.ค. 2547 , 19:43:18 น.] ( IP = 203.150.217.117 : : 203.113.37.6 )
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |