| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
ในอนาคตกาล (๗)
[ 1 ] [ 2 ]
สลักธรรม 1ในสารกัปแผ่นดินนานได้ ๖๔ อันตรากัปนั้น
บังเกิดมีพระพุทธเจ้าองค์หนึ่งมาตรัสในสารกัปนั้นคือ พระยามาราธิราช
จักได้ตรัสเป็นองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์หนึ่ง
ทรงพระนามว่าพระธรรมสามีสัพพัญญูผู้ประเสริฐ
พระองค์มีพระชนมายุได้ ๑๐ หมื่นปีเป็นกำหนด
พระวรกายสูงได้ประมาณ ๘๐ ศอก
มีไม้รังเป็นพระมหาโพธิ
ประกอบไปด้วยพระพุทธรัศมีรุ่งเรืองสว่างประดุจดวงพระจันทร์
พระอาทิตย์ และสายฟ้าแลบ
ในเมื่อพระองค์ทรงพระดำเนินก็ดี ทรงนั่งก็ดี ไสยาสน์ก็ดี
อยู่ในที่ใดๆ บังเกิดมีพระบวรเศวตฉัตร
สูงและกว้างใหญ่ได้ประมาณ ๓๐ โยชน์ ผุดขึ้นมาในประเทศกลางเวหา
ด้วยเดชานุภาพพระสัพพัญญูเจ้า บังเกิดมีขุมทองอันหนึ่งใหญ่สำเร็จในโลก
มนุษย์ทั้งหลายในพระพุทธศาสนาพระยามาราธิราชนั้น ได้อาศัยขุมทองประพฤติเลี้ยงชีวิตเป็นสุข
โดย พี่เณร... [18 ส.ค. 2547 , 19:47:05 น.] ( IP = 203.172.117.105 : : )
สลักธรรม 2ดูก่อนสารีบุตร
พระยามาราธิราชบรมโพธิสัตว์ ได้ก่อสร้างบารมี ๑๐ ประการ
มีทานและศีลเป็นอาทิมามากแล้ว
แต่กองบารมีอันหนึ่ง ปรากฏเป็นยอดยิ่งมิ่งมงกุฎบารมี
เป็นปรมัตถคุณควรจะได้สำเร็จซึ่งพระพุทธสมบัติทั้งปวง
พระองค์ตรัสดังนี้แล้ว
จึงนำมาซึ่งอดีตนิทานแห่งพระยามาราธิราชบรมโพธิสัตว์ เป็นใจความว่า
เมื่อครั้งพระพุทธศาสนาพระพุทธกัสสปทศพลญาณเจ้านั้น
พระยามาราธิราชองค์นี้ได้บังเกิดเป็นมหาเสนาบดีใหญ่
แห่งสมเด็จพระเจ้ากิงกิสสมหาราชา มีนามว่า โพธิอำมาตย์
![]()
![]()
โดย พี่เณร... [18 ส.ค. 2547 , 19:50:44 น.] ( IP = 203.172.117.105 : : )
สลักธรรม 3อยู่มาวันหนึ่งองค์สมเด็จพระพุทธกัสสปสัพพัญญูเจ้า
เข้าสู่ผลสมาบัติเชยชมพระนิพพานเป็นบรมสุขถ้วนกำหนดกาลแล้ว
ออกจากผลสมาบัติในที่ภายใต้ต้นไทรใหญ่
ส่วนสมเด็จบรมกษัตริย์พระเจ้ากิงกิสสราชทรงพระจินตนาในพระหฤทัยว่า
แท้จริงอันว่า พระมหากรุณาธิคุณเจ้าเสด็จออกจากผลสมาบัติใหม่ๆนี้
ถ้าแม้นบุคคลผู้ใดได้ถวายทานแก่พระพุทธองค์เจ้าแล้ว
จะบังเกิดผลอานิสงส์หาที่สุดมิได้
บัดนี้ควรเราจะทำทานรักษาศีล
สดับตรับฟังพระสัทธรรมเทศนาขององค์สมเด็จพระพุทธเจ้า
ทรงพระจินตนาดังนี้แล้วจึงมีพระราชโองการดำรัสสั่งราชบุรุษทั้งหลาย
ให้ตีกลองร้องป่าวชาวเมือง ให้ทั่วกันว่า
ถ้าบุคคลผู้ใดไปถวายทานแก่สมเด็จพระพุทธเจ้าก่อนเรา
จะให้ลงพระราชอาญาผู้นั้น
แล้วตรัสสั่งสหชาติโยธาทั้งหลาย
ไปแวดล้อมพิทักษ์รักษาพระเชตุพนมมหาวิหารไว้โดยรอบ
ในกาลครั้งนั้น โพธิอำมาตย์ ได้ทราบเหตุดังนั้นแล้ว
ก็มีความปรารถนาจะถวายทานแก่องค์สมเด็จพระพุทธเจ้าบ้าง
ถึงว่าราชบุรุษทั้งหลายจะจับตัวอาตมาไปถวายพระมหากษัตริย์
พระมหากษัตริย์จะประหารชีวิตเราเสียด้วยความเพียรในการกุศลครั้งนี้
เสยฺโย ...ประเสริฐโดยวิเศษอันยิ่งแล้ว
เราจะคิดเกรงกลัวพระราชอาญานั้นด้วยเหตุใด
โดย พี่เณร... [18 ส.ค. 2547 , 19:51:14 น.] ( IP = 203.172.117.105 : : )
สลักธรรม 4โพธิอำมาตย์คิดดังนี้แล้ว
ก็ไปบอกกับบุตร ภรรยา ให้แจ้งดังพรรณนามานี้ว่า
เจ้าจงจัดแจงแต่งอาหารเครื่องไทยทาน
กระทำเป็นห่อใหญ่ให้แก่เราสักห่อหนึ่ง กับผ้าสักผืนหนึ่ง
ฝ่ายภรรยาได้ฟังสามีบอกดังนั้น ก็เกิดมีศรัทธารับวาจาว่าสาธุแล้ว
ครั้นเวลารุ่งเช้า นางก็ไปจัดแจงแต่งเครื่องไทยทานทั้ง ๒ สิ่งนั้น
เสร็จแล้วนำมาให้แก่สามี แล้วกระทำเครื่องไทยทานอีกส่วนหนึ่ง
ให้เป็นของแห่งตน ฝากสามีให้ไปถวายทานด้วย
ครั้นโพธิอำมาตย์ได้เครื่องไทยทานดังปรารถนาแล้ว
ก็ตรงไปยังพระวิหารโดยเร็ว
ครั้งนั้นพวกเสนาทั้งหลายที่แวดล้อมอยู่นั้น
เห็นโพธิอำมาตย์เดินตรงมา จึงถามว่า
โภเสนาบดี ...ดูก่อนท่านเสนาบดี
เหตุดังฤาท่านจึงองอาจมายังสำนักสมเด็จพระพุทธเจ้า
โดย พี่เณร... [18 ส.ค. 2547 , 19:52:00 น.] ( IP = 203.172.117.105 : : )
สลักธรรม 5โพธิอำมาตย์ได้ฟังก็คิดว่า ถ้าเราจะบอกแก่คนทั้งหลาย
ด้วยถ้อยคำมุสาวาทว่า พระมหากษัตริย์ใช้ให้เรามาอาราธนา
องค์สมเด็จพระพุทธเจ้าเข้าไปยังพระราชนิเวศน์ก็จะได้
แต่ทว่าหาควรที่เราจะกล่าวมุสาไม่
เราก็ตั้งใจว่าจะถวายทานแก่สมเด็จพระพุทธเจ้า
เมื่อเรากล่าวมุสาวาทแล้ว ทานของเราจะมีผลานิสงส์หามิได้
ควรแก่เราจะบอกแก่คนทั้งหลายโดยความจริงเถิด
เสนาบดีคิดแล้วก็บอกแก่ราชบุรุษทั้งหลายว่า
เราจะไปถวายทานแก่องค์สมเด็จพระพุทธเจ้า
ราชบุรุษได้ฟังถ้อยคำแห่งโพธิอำมาตย์ ก็มีความขึ้งโกรธ
กรูกันเข้าจับเอาตัวโพธิอำมาตย์ มัดมือไพล่หลัง
ไปถวายแก่พระมหากษัตริย์ กราบทูลเหตุนั้นให้ทรงทราบ
พระเจ้ากิงกิสสราชก็ทรงพระพิโรธ
สั่งให้นายเพชฌฆาตเอาตัวไปตัดศีรษะเสียให้สิ้นชีวิต
ฝ่ายเพชฌฆาตและนักการทั้งหลายก็พาเอาตัวโพธิอำมาตย์ไปตามรับสั่ง
ถึงที่ป่าช้าเข้าเพื่อว่าจะฆ่าเสียฯโดย พี่เณร... [18 ส.ค. 2547 , 19:52:25 น.] ( IP = 203.172.117.105 : : )
สลักธรรม 6ขณะนั้นองค์สมเด็จพระกัสสปทศพลญาณเจ้า
ทรงทราบประพฤติเหตุดังนั้นแล้ว ทรงคิดว่า
โพธิอำมาตย์นี้ เป็นหน่อบรมโพธิสัตว์ เสมอวงศ์แห่งพระตถาคต
มีอภินิหารเหตุได้กระทำมาแต่ก่อน จะกระทำกาลกิริยาตายเสียในเวลาวันนี้
สมเด็จพระกัสสปสัพพัญญูเจ้า
ทรงพระมหากรุณาแก่โพธิอำมาตย์
จึงนิรมิตเป็นองค์สมเด็จพระพุทธเจ้า ให้สถิตอยู่ในพระเชตวันวิหาร
ส่วนพระองค์ยังพระพุทธรูปขององค์ให้อันตรธานหาย
เสด็จไปประดิษฐานอยู่ในที่สุสานประเทศ
ครั้งนั้นบังจักษุแห่งนายเพชฌฆาตไว้ให้เป็นมหาละลวยละลายไป
นายเพชฌฆาตเห็นรูปสมเด็จพระพุทธเจ้า
เปรียบเหมือนกับเหล่าราชบุรุษทั้งหลายที่มานั่งอยู่นั้น
กระทำแต่จักษุโพธิอำมาตย์ผู้เดียวให้เห็นเป็นรูปพระพุทธองค์
![]()
โดย พี่เณร... [18 ส.ค. 2547 , 19:52:55 น.] ( IP = 203.172.117.105 : : )
สลักธรรม 7จึงมีพุทธฎีกาตรัสว่า ดูก่อนโพธิอำมาตย์ผู้เจริญ
ท่านจงละชีวิตของท่านเสียเถิด อย่ากระทำอาลัยในชีวิตอยู่เลย
อันว่าปัจจัยทานของท่านมีประการใด ท่านจงให้ทานยังน้ำจิตให้เลื่อมใสในพระตถาคตเถิด
อันว่าเครื่องปัจจัยทานของโพธิอำมาตย์นั้น
ราชบุรุษทั้งหลายเอามาวางไว้ตรงหน้าแห่งโพธิอำมาตย์ด้วยเดชะพุทธานุภาพ
โพธิอำมาตย์ได้สดับฟังพระพุทธฎีกาดังนั้น
ก็บังเกิดมีจิตโสมนัสหาที่จะอุปมามิได้
ก็ถือเอาเครื่องปัจจัยทานของอาตมาส่วนหนึ่ง ของภรรยาส่วนหนึ่ง
ถวายแก่สมเด็จพระพุทธกัสสปสัมมาสัมพุทธเจ้าโดยเบญจางคประดิษฐ์
แล้วกราบทูลว่า
ข้าแต่พระองค์เป็นที่พึ่งแก่สรรพสัตวโลกทั้งหลาย
อันว่าชีวิตข้าพระบาทเสียสละแล้ว
ด้วยเดชะผลทานของข้าพระพุทธเจ้าในกาลบัดนี้
ขอให้ได้บังเกิดเป็นองค์สมเด็จพระพุทธเจ้าเห็นปานดังพระองค์ ในอนาคตกาลโน้นเถิดโดย พี่เณร... [18 ส.ค. 2547 , 19:53:42 น.] ( IP = 203.172.117.105 : : )
สลักธรรม 8โพธิอำมาตย์กระทำปณิธานความปรารถนาดังนั้น
สมเด็จพระภควันตบพิตรผู้ประเสริฐ
ทรงพระอนุเคราะห์ยื่นพระหัตถ์ไปปรามาสเหนือศีรษะแห่งโพธิอำมาตย์
แล้วมีพระพุทธฎีกาว่า ตัวท่านยังความสุขเป็นอันมากให้บังเกิดแก่ตน
จะได้พ้นจากวัฏฏทุกข์ในสงสาร ท่านปรารถนาประการใด
ความปรารถนานั้นจงพลันสำเร็จแก่ท่านเถิด
ดูก่อนโพธิอำมาตย์ผู้เจริญเอ๋ย
ในอนาคตเบื้องหน้าโน้น
ท่านจะได้บังเกิดเป็นองค์สมเด็จพระพุทธเจ้าพระองค์หนึ่ง
สมดังความปรารถนาของท่าน
ทรงพยากรณ์ทำนายโพธิอำมาตย์แล้วก็เสด็จกลับยังเชตวันมหาวิหาร
กระทำภัตตกิจซึ่งปัจจัยทานบิณฑบาต ที่โพธิอำมาตย์ถวายสำเร็จแล้ว
ขณะนั้นนายเพชฌฆาตก็ตัดศีรษะโพธิอำมาตย์ผู้เป็นเจ้าของทาน
ขาดตกลงกระเด็นไปจากกาย โพธิอำมาตย์กระทำกาลกิริยาตาย
มหาปฐพีอันใหญ่ก็ไหวหวาดเป็นมหัศจรรย์โกลาหล
โดย พี่เณร... [18 ส.ค. 2547 , 19:54:09 น.] ( IP = 203.172.117.105 : : )
สลักธรรม 9ครั้งนั้นเศวตฉัตรแห่งสมเด็จพระเจ้ากิงกิสสราชก็หักทบลง
พระองค์เห็นเศวตฉัตรหักก็ประหลาดพระทัยนักให้สะดุ้งพระทัยไหวหวั่น
สั่งให้ปิดประตูพระทวารให้มั่นฯ
![]()
ลำดับนั้น อันว่าทิพย์วิมานทอง
อันประกอบไปด้วยนางเทพอัปสรสาวสวรรค์ประมาณพันนาง
ก็บังเกิดผุดขึ้นมาในสุสานประเทศที่กระทำกาลกิริยาตายแห่งโพธิอำมาตย์นั้น
กับขุมทองทั้งหลาย ๑๖ ขุม และไม้กัลปพฤกษ์ด้วยต้นหนึ่ง
ประกอบไปด้วยสรรพสิ่งสาระพันต่างๆ บังเกิดขึ้นในที่นั้น
อันว่าบุตร ภรรยา โพธิอำมาตย์นั้น ก็ได้อาศัยอยู่ในวิมานทอง
ได้บริโภคซึ่งขุมทอง และไม้กัลปพฤกษ์
ประพฤติเลี้ยงชีวิตสืบมา ถ้วนถึง ๕๐๐ ปีเป็นกำหนด
ฝ่ายโพธิอำมาตย์ก็ได้ขึ้นไปบังเกิดในดุสิตาสวรรค์
เสวยทิพยสมบัติด้วยเดชะผลทานนั้นฯ
โดย พี่เณร... [18 ส.ค. 2547 , 19:55:32 น.] ( IP = 203.172.117.105 : : )
สลักธรรม 10![]()
ดูก่อนสารีบุตร เมื่อครั้งศาสนาของพระยามาราธิราชนี้
มหาชนทั้งหลายได้บริโภคซึ่งข้าวสาลีเป็นนิจจกาล
ด้วยเดชะผลทานข้าวสุกห่อหนึ่งถวายแก่พระพุทธกัสสปในกาลเมื่อเป็นโพธิอำมาตย์
เมื่อพระยามาราธิราชได้ตรัสแล้ว
บังเกิดมีเศวตฉัตรแก้วสูงได้ ๓ โยชน์ ด้วยเดชะผลทานถวายผ้าผืนหนึ่ง
และพระองค์มีพระชนมายุประมาณถึงแสนปีนั้น ด้วยเดชะผลทานที่สละซึ่งชีวิตฯ
ดูก่อนสารีบุตร พระยามาราธิราชองค์นี้
ต่อไปในอนาคตกาลจักได้ตรัสรู้เป็นองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
ทรงพระนามว่า พระธรรมสามี
แสดงมาด้วยเรื่องราวพระยามาราธิราชบรมโพธิสัตว์คำรบ ๔ ก็ยุติแต่เพียงนี้ฯ
![]()
ยังมีต่อครับ
โดย พี่เณร... [18 ส.ค. 2547 , 19:56:59 น.] ( IP = 203.172.117.105 : : ) [ 1 ] [ 2 ]
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |