| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
สงสัย...ภวังคจิต + วิบาก??
[ 1 ] [ 2 ]
สลักธรรม 1โห... น้องถ้วยขอเวลาไปหาข้อมูลซัก 2 วันก่อนนะคะ
โดย น้องถ้วย [19 ส.ค. 2547 , 11:53:49 น.] ( IP = 61.90.82.197 : : )
สลักธรรม 2สวัสดีค่ะทุกๆท่าน น้องแก้วก็มองคำตอบไว้ของน้องถ้วย ทำให้รู้สึกว่า จะตอบอย่างใดดี น้องถ้วยยังขอเวลาไปหาข้อมูลก่อนเลย และที่เด่นชัดอีกอย่างก็คือ กระทู้นี้ไม่มีใครมาตอบเลยทั้งๆที่กระทู้อื่นๆมาตอบกันหลายคนเลยนะค่ะ เป็นเพราะคำถามเช่นนี้ไม่สามารถไปป้ายข้อมูลจากที่ไหนๆมาตอบได้นั่นเอง เพราะคำตอบต้องเป็นเชิงการอธิบายเท่านั้น จึงหมดสิทธิ์ปาดมาเป็นคำตอบได้นั่นเองค่ะ น้องแก้วขอตอบเพียงข้อเดียวก่อนนะค่ะ เพราะต้องใช่เวลาพอสมควรค่ะ ข้ออื่นๆต้องไว้ก่อนเผื่อมีท่านผู้อื่นมาช่วยตอบด้วยค่ะ
โดย น้องแก้ว [20 ส.ค. 2547 , 08:10:48 น.] ( IP = 61.90.12.177 : : )
สลักธรรม 3คำว่าภวังคจิต จิตดวงนี้ ยังมีคนเข้าใจผิดๆมากทีเดียวนะค่ะ เช่นเข้าใจว่าเป็นจิตเคลิ้มๆครึ่งหลับครึ่งตื่น
บางคนก็เข้าใจว่าเป็นจิตขณะทำสมาธิและพากันเรียกว่าเข้าภวังค์.คำว่า ภวังคจิต นี้ตามศัพท์หมายถึง.. เป็นจิตที่รักษาองค์แห่งภพ จะกล่าวอีกอย่างหนึ่งก็คือ จิต ( วิปากจิต ) ที่รักษาปัจจุบันขันธ์ให้ดงอยู่ เช่น ขณะที่นอนหลับ จิตไม่ได้เกิดขึ้นรับอารมณ์อย่างใด (ในปัจจุบัน) คงสงบอยู่รักษารูปนามไว้ไม่ให้แตกทำลายไป เมื่อปฎิสนธิเกิดขึ้นครั้งแรกตั้งต้นชีวิตของสัตว์ใดๆแล้ว ปฏิสนธิก็ดับลงตามสภาวะ ภวังคจิตก็เกิดขึ้นในทันทีเพื่อรับช่วงจากปฏิสนธิจิต รักษาภพชาติไปตลอดชาติหนึ่ง จนกว่าสัตว์นั้นจะตายลงไปคือถึงจุติ. จึงเรียกว่า ภวังคจิตรักษาไว้ซึ่งองค์แห่งภพค่ะ.
เมื่อมีคำถามว่าภวังคจิตก็คือวิปากจิตใช่ไหม น้องแก้วคิดว่าเรา
ก็ไม่ควรเน้นตรงนี้นะค่ะ เพราะวิปากจิตไม่ใช่มีแต่ภังคจิตดวงเดียวที่ไหน ยังมีวิปากจิตอื่นๆอีก ซึ่งจะสามารถใช้คำนี้ได้อย่างเด่นชัด
ส่วนจิตที่ทำหน้าที่ภวังคนั้น ก็ควรคงชื่อนั้นไว้ดีที่สุดค่ะ เรามีหน้าที่ศึกษาให้เข้าใจถูกในเรื่องของจิต หน้าที่ของจิต การทำงานของจิตเท่านั้น เพื่อให้รู้ถึงความจริงว่าจิตก็คือจิตไม่ใช่คน สัตว์เราเขา ปรับทิฎฐิให้ตรงพอแล้วนะค่ะ.
โดย น้องแก้ว [20 ส.ค. 2547 , 08:19:30 น.] ( IP = 61.90.12.177 : : )
สลักธรรม 4น้องแก้วพูดอย่างนี้หรือจะหมายความว่าที่นี่ไม่มีใครเข้าใจจริง
โดย มาอ่าน [20 ส.ค. 2547 , 17:33:47 น.] ( IP = 202.183.130.14 : : )
สลักธรรม 5อ้าว..ทำไมมาสรุปแบบนี้ละค่ะ แทนที่จะมาอ่านเพื่อจะได้นำไปคิด พิจรณา และสามารถมาช่วยน้องแก้วอธิบาย เพื่อสร้างกุศล และช่วยแก้ไขความสงสัยของผู้ที่ถามละค่ะ
แหละน้องแก้วเองก็ไม่ได้กล่าวแบบที่คุณเข้าใจเลยนะค่ะ เพียงแต่ให้เหตุผลว่า คำถามนี้ยาก ที่ว่ายากนั้นก็คือยากเกินที่จะลอกมาตอบได้ จะต้องอธิบายเท่านั้น แต่การถามบางอย่างไม่จำเป็นต้องอธิบายเลย สามารถลอกมาตอบได้นะค่ะ ไม่เสียเวลาด้วย
เช่น ถามว่า....กพฬีการาหาร คืออะไร ? นะค่ะ คำตอบลองดูนะค่ะ
ตอบ ... กพฬีการาหาร ได้แก่ อาหารที่เรากินเข้าไปเป็นคำ ๆ แล้วย่อยเป็นโอชา นำไปเลี้ยงส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย เรียกว่า รูปอาหาร อาหาร มื้อหนึ่งๆ จะช่วยหล่อเลี้ยงร่างกายได้ถึง ๗ วัน เช่นผู้ที่เข้านิโรธสมาบัติในมนุษยภูมิ จะอยู่ได้โดยไม่ต้องรับประทานอาหารเลย
ส่วน นามอาหาร มี ๓ อย่าง ผัสสาหาร มโนสัญเจตนาหาร และวิญญาณาหาร ซึ่งทำให้เกิดผลธรรมของตน ๆ ตามมา เช่น ผัสสะเจตสิก นำมา ซึ่งเวทนาเจตสิก วิญญาณ นำมา ซึ่ง รูป - นาม เป็นต้น...
น้องแก้วนำมาจากตรงนี้นะค่ะ ไม่ได้พิมพ์เองปาดมาค่ะ มีตัวอย่าง 2 ที่นะค่ะ ปาดมาได้เพราะคำตอบต้องตอบแบบนี้แน่นอนจึงไม่จำเป็นต้องเสียเวลาไงค่ะ
http://www.tourtham.com/sanchai/
ตรงนี้จากมูลนิธิของอาจารย์สัญชัยค่ะ
แต่ข้างล่างนี้ของอภิธรรมโชติกะค่ะ
http://www.buddhism-online.org/Section05A_08.htm
โดย น้องแก้วค่ะ [20 ส.ค. 2547 , 18:34:13 น.] ( IP = 61.90.82.252 : : )
สลักธรรม 6นี้คือข้อสังเกตุที่น้องแก้วได้กล่าวไว้นะค่ะ แต่ถ้าถามว่า อาหารชรูปเกิดตอนไหน และก่อนเป็นอาหารชรูปนั้นเกิดขึ้นจากกระกระบวนการอะไร ?.
คำถามนี้นะค่ะ ไม่มีโอกาศที่น้องแก้วจะไปหาตัวช่วยได้เลย เพราะเป็นเรื่องที่ต้องเรียนให้เข้าใจ และนำความเข้าใจมาอธิบายเท่านั้นค่ะ
จึงเรียนมาให้ทราบค่ะ...น้องแก้ว.โดย น้องแก้วค่ะ [20 ส.ค. 2547 , 19:37:24 น.] ( IP = 61.90.23.116 : : )
สลักธรรม 7เห็นด้วยกับน้องแก้วค่ะ
เพราะบางคำถามแค่ป้ายข้อความจากที่อื่นมาตอบ ก็เสร็จแล้ว
เมื่อพบคำตอบ...ก็รีบตอบไปทันที
โดยที่ตัวเองก็อาจจะไม่รู้ว่าเรื่องนั้นถูกจริงหรือไม่
แต่บางคำถามต้องไปค้นคว้าหาคำตอบ เปิดตำรา ค้นจากพระไตรปิฎก
และผู้ตอบก็ต้องมีความรู้มากพอสมควร และมั่นใจว่าสิ่งที่ตอบไปนั้นมีความถูกต้อง ไม่ผิดเพี้ยนไปจากพระพุทธพจน์ คำสั่งสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
เพราะการตอบคำถามทางธรรมะนั้น
ถ้าให้ความรู้ที่ถูกต้องนั้น ก็จะเกิดกุศลมาก
ถ้าให้ความรู้ที่ผิดออกไป ก็จะเกิดบาปมาก
โดย เซิ่น [20 ส.ค. 2547 , 20:11:46 น.] ( IP = 61.90.23.116 : : )
สลักธรรม 8แหม กำลังหาข้อมูลได้แค่วันเดียว มาเปิดกระทู้กะว่าจะต่อเวลาออกไปอีก
จ๊ะเอ๋...พอดีเจอน้องแก้วเขียนอะไรโดนใจขนาดนั้นอ่ะคะ อ่านหลาย ๆ คำตอบก็ดูดี เหมือนกับว่าเป็นความคิดเห็น ความเข้าใจของเขาเอง แต่บางทีก็ใช้คำยาก ก็พอจะรู้ว่าคัดลอกมาจากพระไตรปิฎก พยายามอ่านเหมือนกันนะคะ แต่ไม่เข้าใจเท่าไรนัก
น้องถ้วยว่านะ ควรจะอธิบายตามความเข้าใจของเราประกอบก่อน จะได้รู้ว่าเข้าใจถูกผิดอย่างไร ใช้คำง่าย ๆ หน่อยก็ดีนะคะ สงสารคนอ่านบ้างนิ คำง่าย ๆ ในที่นี้ไม่ได้หมายความว่า ทำง่าย ๆ แบบป้ายเหวี่ยงแหมาให้อ่านด้วยนะคะ มีประโยชน์เหมือนกันก็จริง แต่รู้สึกหงุดหงิดเล็ก ๆ เวลาอ่านอ่ะค่ะ (หงุดหงิดไม่มากหรอก) เพราะผู้ที่จะทำให้ง่ายแต่คงสภาวธรรมไว้ได้ด้วย ไม่ผิดเพี้ยนไปนั้น หายากนะคะ ขอบอก อิ อิ
ว่าแล้วก็ขอต่อเวลาไปหาข้อมูลใหม่นะคะโดย น้องถ้วย [20 ส.ค. 2547 , 20:21:29 น.] ( IP = 61.90.82.252 : : )
สลักธรรม 9อิอิ..จะบอกว่า มาอ่าน ...ก็ไม่กล้าใช้คำนี้..เกรงใจ๋เกรงใจ
หลังจากที่อ่านแล้วก็พบว่า คำถามนี้ต้องอธิบายจากความเข้าใจ และก็เป็นคำถามที่กระจัดกระจายไม่เป็นกลุ่มพวก ...สำแดงถึงผู้ถามว่า มิได้มาถามเพื่อต้องการคำตอบไปทำรายงานส่งครู ....แต่คาดว่าคงต้องการความเข้าใจในการศึกษาเป็นแม่นมั่น...อิอิ
อ่านคำตอบของน้องแก้วแล้ว ...แหะ..แหะ... รู้สึกคันๆดี ...เพราะน้องกิ๊ฟจัดอยู่ในประเภทชอบใช้เครื่องทุ่นแรง ....ฮี่ฮี่ ...คำถามไหนที่พอจะจำได้ว่ามีการถามแล้ว ...ก็จะอำนวยความสะดวกให้โดยไปลิงค์คำตอบเก่ามาให้ เนื่องจากปรมาจารย์ท่านตอบไว้งามแล้วนั่นเอง...อาศัยสติปัญญาอันน้อยนิดของตนเองนั้นก็เกรงว่าจะพาท่านผู้ถามเข้ารกเข้าพงไปอีก...อิอิ ..อย่างไรก็ตาม ..งวดนี้จะขอลองตอบสักหน่อยนะคะ เพื่อฟื้นฟูความความเข้าใจ...โดย น้องกิ๊ฟ [20 ส.ค. 2547 , 20:45:09 น.] ( IP = 202.183.135.160 : : )
สลักธรรม 10๑. ภวังคจิตก็คือวิปากจิตใช่ไหม?
น้องแก้วก็ตอบแล้วว่า ใช่แต่ไม่ทั้งหมด (..ภวังจิตทั้งหมดเป็นส่วนหนึ่งของวิปากจิต..ไม่ใช่ทุกส่วนของวิปากจิต) เพราะมีวิปากจิตอื่นๆอีกที่มิได้เป็นภวังคจิตหรือทำหน้าที่ภวังจิต ...เช่น ทำหน้าที่เห็น ได้ยิน เป็นต้น
๒. ผู้ปรารถนาพระนิพพาน นอกจากจะต้องปฏิบัติตามแนวสติปัฏฐาน๔ แล้ว
อยากทราบว่าจำเป็นต้องเรียนรู้เรื่องวิถีจิตไหม
ตอบว่า จำเป็นค่ะ
ประการแรกตอบแบบทูเรนิทานนะคะ ..คือที่มีกล่าวไว้พระสูตรมากมายว่ามาพบพระพุทธองค์ปุ๊บได้ฟังธรรมปั๊บแล้วสามารถบรรลุมรรคผลเกิดดวงตาเห็นธรรมทันทีในระยะเวลาเพียงไม่กี่นาที ..และไม่มีการพูดถึงเรื่องราวในพระอภิธรรมมัตถสังคหะทั้ง ๙ ปริจเฉทอีกด้วย ...นั่นก็อาจทำให้หลายคนเข้าใจว่าไม่จำเป็นต้องเรียนปริยัติเป็นพื้นฐาน
แต่เมื่อพิจารณาถึงการสั่งสมความเชี่ยวชาญชำนาญ และการสั่งสมปัญญาบารมีแล้วแต่ละท่านต้องกระทำมาอย่างช้านาน ...ดูอย่างการบำเพ็ญบารมีของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าสิคะ ..ตั้งหลายอสงไขย...ต้องศึกษาอยู่ในสำนักนั้นสำนักนี้ ..เกิดในสมัยพระพุทธเจ้าพระองค์นั้นพระองค์นี้....กว่าจะมาตรัสรู้ธรรมนั้นมิใช่ไม่เคยศึกษามาก่อน ...แม้พระอริยสาวกต่างก็ต้องเคยศึกษามาในแต่ละพุทธสมัย แต่ด้วยปัญญาบารมียังไม่แก่กล้า จึงไม่สามารถพ้นทุกข์ไปได้นั่นเอง
เทียบง่ายๆก็อย่างเช่น เราเรียนอักษรไทยเมื่ออยู่ชั้นอนุบาล..พอมาเรียนระดับมหาวิทยาลัยแล้วเราก็อ่านเขียนได้คล่องแคล่ว เห็นอะไรก็อ่านออกหมด..อย่างนี้เมื่อได้รับคำชมว่าเป็นผู้แตกฉานในภาษา ..ต้องสงสัยไหมคะว่า ต้องเรียนพยัญชนะไทยมาก่อนหรือเปล่า ..อย่างนี้เป็นต้นโดย น้องกิ๊ฟ [20 ส.ค. 2547 , 21:14:48 น.] ( IP = 202.183.135.160 : : ) [ 1 ] [ 2 ]
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |