มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


ในอนาคตกาล (๙)






ลำดับนั้น โสณพราหมณ์
จะได้บังเกิดเป็นพระพุทธเจ้าสืบต่อไปในอนาคตกาล
ทรงพระนามว่าพระรังสีมุนีนาถศาสดาจารย์เจ้านั้น

พระองค์มีพระวรกายสูงได้ ๖๐ ศอก
มีพระชนมายุยืนได้ ๕ พันปีเป็นกำหนด
คัมภีร์หนึ่งว่าไม้เลียบ คัมภีร์หนึ่งว่าไม้ดีปลี เป็นพระมหาโพธิ
ประกอบไปด้วยพระพุทธรัศมีดุจสีทองรุ่งเรืองสว่างทั้งกลางวันและกลางคืนเป็นอันงาม

ในศาสนาพระพุทธรังสีมุนีนั้น
มนุษย์ทั้งปวงกระทำการงานเลี้ยงชีวิตของตนเหมือนมนุษย์ทุกวันนี้

พระพุทธเจ้าผู้ทรงพระนามว่า รังสีมุนี นั้น
ได้สร้างพระบารมีทั้ง ๑๐ ประการมาเป็นอาทิ คือทานและศีล
แต่กองพระบารมีครั้งหนึ่งเป็นปรมัตถบารมีปรากฏอัศจรรย์หวั่นไหวจึงได้พระพุทธสมบัติทั้งปวง
พระองค์ตรัสดังนั้นแล้วจึงนำมาซึ่งอดีตนิทาน ของพระรังสีมุนีนาถว่า

อตีเต กาเล
ในอดีตกาลล่วงลับไปแล้วช้านาน
ในเมื่อพระศาสนาพระกุกกุสันธสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ตรัสในโลก


ครั้งนั้นโสณพราหมณ์บรมโพธิสัตว์
บังเกิดเป็นมาณพผู้หนึ่งมีนามว่า มาฆมานพ
เป็นมหาวาณิชพ่อค้าสำเภา
มีความปรารถนามักมาก ไปค้าสำเภาเป็นปฐมนั้น
ราคาสินค้าอันหนึ่งขายได้กำไร ๑๐ เท่า
แล้วประมวญทรัพย์กลับสำเภาแล่นมา
นาวาก็จมลงในน้ำแต่ตัวนั้นรอดมาได้

โดย พี่เณร... [21 ส.ค. 2547 , 22:49:30 น.] ( IP = 202.183.162.200 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1



มาฆมานพก็จัดแจงสำเภาไปใหม่เป็นคำรบ ๒
สินค้าอันเดียวขายได้กำไร ๑๐ เท่า
ได้ทรัพย์แล้วกลับมาสู่บ้านเรือนได้ ๗ วัน
ก็เกิดเพลิงไหม้เรือนสิ้นข้าวของทั้งหลายเป็นอันมาก

จึงจัดแจงสำเภาไปค้าขายอีกเป็นคำรบ ๓
ก็ขายของสิ่งเดียวได้กำไรอีก ๑๐ เท่า
ได้ทรัพย์แล้วกลับมายังบ้านเรือน
ก็มีโจรทั้งหลายเข้าสะกดหลับเก็บเอาทรัพย์สิ่งของทองเงินทั้งปวงไปสิ้น

ในขณะนั้นมฆมานพจัดแจงแต่งสินค้าไปขายเป็นคำรบ ๔
ก็ได้ราคาขายของสิ่งเดียวบังเกิดผลถึง ๑๐ เท่า
ได้ทรัพย์แล้วกลับถึงบ้านเรือน
ในวันนั้นพระมหากษัตริย์ให้ราชบุรุษทั้งหลาย
ไปเก็บเอาทรัพย์สิ่งของแห่งมาฆมาณพนั้น
มาเข้าท้องพระคลังจนหมดจนสิ้น

ตกลงว่ามาฆมาณพผู้เป็นมหาวาณิชนั้น
ได้ซึ่งความพินาศฉิบหายถึง ๔ ครั้ง


มาฆมาณพกับภรรยาสองคนผัวเมีย
ก็เกิดความทุกข์ยากวิวาทกับภรรยา
เมื่อคราวจนแล้ว ส่วนตัวได้ผ้าแดงผืนหนึ่งกับทองแสนหนึ่ง
หย่ากันกับภรรยาเสียแล้วก็ลงจากเรือนไปเที่ยวค้าขาย
คิดว่าครั้งนี้เราจะไปกระทำวาณิชกรรมในที่ดังฤา
ก็เที่ยวไปในประเทศจนถึงเมืองโกสัมพี

ในกาลนั้นเป็นวันปัณณรสีอุโบสถ
มาณพนั้นก็รักษาศีลสำรวมจิตปรกติ
ฝ่ายว่าชาวเมืองโกสัมพีและชาวนิคมชนบททั้งหลาย
ก็ชวนกันเดินไปมาในท่ามกลางพระนครตามความปรารถนา

โดย พี่เณร... [21 ส.ค. 2547 , 23:00:15 น.] ( IP = 202.183.162.200 : : )


  สลักธรรม 2

ในกาลนั้น
พระสาวกองค์หนึ่งแห่งพระกุกกุสันธสัพพัญญูพระผู้เป็นเจ้าพระองค์นั้น
เข้าสู่ผลสมาบัติ ครั้นว่าออกจากสมาบัติแล้ว
พระผู้เป็นเจ้าจินตนาว่า
ใครหนอมีความทุกข์เบียดเบียนเป็นอันมาก
เล็งแลดูด้วยทิพยจักษุญาณก็เห็นแจ้งว่า
มาฆมาณพผู้เป็นบรมโพธิสัตว์นั้นประกอบด้วยมหันตทุกข์มากนัก
ควรอาตมาจะยังมาณพผู้นี้ให้บังเกิดผลเห็นเป็นทิฏฐธรรมเวทนีย์
ให้ได้เสวยผลในอัตภาพชาตินี้

พระผู้เป็นเจ้าคิดแล้วก็จับบาตรและจีวรประดับกาย
พร้อมแล้วเหาะมาโดยอากาศ
ลงในท่ามกลางเมืองโกสัมพี
ยืนอยู่ในที่ใกล้มรรคาหนทาง

พอมาฆมาณพเดินมาตามมรรคาเห็นพระสาวกแล้ว
ก็เข้าไปกราบไหว้ถามว่า
ข้าแต่พระผู้เป็นเจ้าจะปรารถนาสิ่งดังฤา

ดูก่อนมาณพ อาตมาภาพมายืนอยู่เพื่อจะรับทานของท่าน

มาณพได้ฟังดังนั้นก็มีจิตเลื่อมใสศรัทธา
ประกอบไปด้วยความโสมนัส
เปรียบเหมือนบุรุษยากไร้เข็ญใจ ได้ซึ่งถุงทรัพย์พันตำลึงอันท่านมาวางลงในมือแห่งตน

จึงกล่าวว่าข้าแต่พระผู้เจริญศีลาธิคุณ
ตัวของข้าพเจ้าเป็นปุถุชนวาณิช เที่ยวค้าขายได้กำไรถึง ๔ หน
ก็บังเกิดมหันตทุกข์เป็นอันมาก

บัดนี้ข้าพเจ้าขอกระทำพระนิพพานเป็นวาณิชกรรมแห่งข้าพเจ้าแล้ว
จะยังจิตให้เที่ยวไปค้าขายในเมืองแก้ว
ให้ได้สมบัติโลกุตระในเบื้องหน้า

โดย พี่เณร... [21 ส.ค. 2547 , 23:07:24 น.] ( IP = 202.183.162.200 : : )


  สลักธรรม 3



ครั้นว่าแล้วก็เอาทองแสนหนึ่ง
กับผ้าแดงผืนหนึ่งถวายแก่พระสาวก
ด้วยจิตโสมนัสศรัทธาเลื่อมใสเป็นอันดี
แล้วก็กระทำความปรารถนาว่า
เดชะผลทานในกาลบัดนี้จงเป็นปัจจัยให้สำเร็จแก่พระสัพพัญญุตญาณเถิด

พระสาวกเจ้าก็รับเอาไทยทานแล้ว
ก็อนุโมทนาว่า ดูก่อนอุบาสกผู้รู้พระไตรสรณาคุณแก้วสามประการ
อันว่าความปรารถนาของท่านมีประการใด
ขิปฺปํ สมิจฺฉตุ จงสำเร็จเป็นอันเร็วแก่ท่านดังความปรารถนานั้นเถิด

พระผู้เป็นเจ้ากล่าวอนุโมทนาแล้ว ก็เหาะไปในอากาศเวหา
ในเมื่อพระสาวกนั้นหายไปลับจักษุมาณพแล้ว
ในที่ถวายทานแห่งมาณพนั้นก็บังเกิดมีไม้กัลปพฤกษ์ขึ้นมาต้นหนึ่ง

ฝ่ายมาณพก็ขึ้นอาศัยไม้กัลปพฤกษ์นั้น
เปรียบเหมือนเทพบุตรผู้มีฤทธิ์ไปนั่งอยู่บนยอดเขายุคนธรบรรพต

ครั้งนั้นพระเจ้าโกสัมพี
เสด็จแวดล้อมมาด้วยมหาชนเป็นบริวาร ออกมาถึงสถานที่นั้น
ทอดพระเนตรเห็นมาณพนั่งอยู่ใต้ต้นกัลปพฤกษ์นั้น ประดุจดังทิพยพิมาน
จึงเสด็จเข้าไปใกล้ต้นกัลปพฤกษ์

ฝ่ายว่าเทพารักษ์ที่รักษาต้นกัลปพฤกษ์นั้น
ก็จับเอาพระศอพระยาโกสัมพีเสือกไสออกมา
จึงทรงพิโรธ สั่งให้ราชบุรุษทั้งหลายเอาไฟมาเผาทิพยพิมานนั้นเสีย



ในที่นั้นก็บังเกิดเป็นดอกประทุมชาติผุดขึ้นมา
รองรับเอามาณพนั้นไว้ให้นั่งอยู่บนดอกบัวเป็นอันงาม

ฝ่ายพระยาโกสัมพีทรงเห็นเป็นอัศจรรย์
จึงสั่งให้จับตัวมาณพบรมโพธิสัตว์ให้เอาไปถ่วงน้ำเสีย
เมื่อมหาชนเอามาณพไปถ่วงน้ำ
ครั้งนั้นดอกบัวใหญ่ก็ผุดขึ้นมารับเอามาณพไว้มิได้เป็นอันตราย

โดย พี่เณร... [21 ส.ค. 2547 , 23:15:24 น.] ( IP = 202.183.162.200 : : )


  สลักธรรม 4

ครั้นพระยาโกสัมพีเห็นอัศจรรย์ดังนั้น
จึงถามมาณพว่า ไม้กัลปพฤกษ์ต้นนี้บุคคลดังฤาให้แก่ท่าน

มาณพจึงทูลว่า ข้าแต่พระองค์ผู้ประเสริฐ
ไม้วิมานทิพย์นี้พระสาวกให้แก่ข้าพระบาท

จึงตรัสว่าท่านจงไปหาพระสาวกให้มายังสำนักแห่งเรา
เราจึงจะเชื่อถ้อยฟังคำของท่าน

ครั้งนั้นมาฆมาณพจึงตั้งจิตอธิษฐาน
เพื่อจะให้พระผู้เป็นเจ้ามา ด้วยวาจาว่า
ข้าแต่พระผู้เจริญคุณเป็นอันมาก
บัดนี้จงอนุเคราะห์แก่ข้าพเจ้ากลับมายังสำนักข้าพเจ้าก่อนเถิด

พอขาดคำอธิษฐานลง
องค์พระสาวกผู้ประเสริฐก็เล็งแลด้วยทิพยจักษุญาณ
รู้แจ้งแล้วก็เหาะลอยลงมายืนประดิษฐานอยู่ณที่ใกล้แห่งมาณพนั้น

พระผู้เป็นเจ้าจึงบอกแก่กษัตริย์กรุงโกสัมพีว่า
ดูก่อนพระองค์ผู้ทรงเป็นสมมติเทวราช
ถ้าแลพระองค์ขืนกระทำประทุษร้ายแก่มาณพหน่อพุทธางกูรผู้นี้
ในพระนครของพระองค์ก็จะทรุดจมลงไปในแผ่นปฐพีหมดสิ้น

พระผู้เป็นเจ้ากล่าวดังนั้นแล้ว
ก็กลับเหาะไปในอากาศเวหา ลงยังสำนักของพระผู้เป็นเจ้า

พระยาโกสัมพีได้ฟังพระมหาเถระกล่าวดังนั้น
ก็ตกใจสะดุ้งกลัวแต่ภัยยิ่งนัก
จึงตรัสว่า ดูก่อนมาณพผู้เจริญ
เราขออภัยโทษแก่ท่านเสียเถิด
ตั้งแต่วันนี้ไปท่านจงเป็นที่อนุชาธิราชของเรา

พระยาโกสัมพีกตั้งมาฆมาณพบรมโพธิสัตว์ไว้ในที่เป็นอนุชาธิราชของพระองค์ฯ



ดูก่อนธรรมเสนาบดีสารีบุตร
อันว่ามาณพนั้นได้ซึ่งมหาสมบัติทั้งปวงเป็นอันมาก
เมื่อได้ตรัสเป็นพระสัพพัญญูเจ้า ทรงพระนามว่าพระรังสีมุนี

จึงมีพระพุทธรัศมี และได้ซึ่งสมบัติบริบูรณ์อันประเสริฐยิ่งนัก

แสดงมาด้วยเรื่องราวโสณพราหมณ์บรมโพธิสัตว์ ก็ยุติแต่เพียงนี้



ยังมีต่อครับ

โดย พี่เณร... [21 ส.ค. 2547 , 23:24:52 น.] ( IP = 202.183.162.200 : : )


  สลักธรรม 5

ขอบพระคุณพี่เณรค่ะ
ติดตามอ่านต่อค่ะ...
การบำเพ็ญพระบารมีของพระบรมโพธิสัตว์

โดย เซิ่น [22 ส.ค. 2547 , 23:57:00 น.] ( IP = 61.90.23.209 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org