มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


เล่าสู่กันฟัง..ก่อนกลับบ้าน




ทำงานติดต่อกันหลายๆวันนั้นเหนื่อยนะคะ
ดังนั้น เพื่อถนอมสุขภาพของคนทำงานและเพื่อรักษาประสิทธิภาพในการปฏิบัติงาน
หน่วยงานต่างๆ จึงอนุญาตให้มีวันหยุดของพนักงาน
เพื่อประโยชน์ของทั้งส่วนตัวและส่วนรวม

สำหรับพี่ดอกแก้วนั้นก็มีวันหยุดงานเหมือนกันค่ะ
วันหยุดงานก็คือวันที่เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล
นอกจากนั้นแม้ระหว่างพักฟื้นก็ยังคงทำงานตลอดมา
โดยเลือกทำในสิ่งที่ไม่กระทบกระเทือนร่างกายมากนัก
เช่น การนอนสอนธรรมะบนเตียงคนไข้
เพื่อให้ลูกศิษย์ที่มาเยี่ยมได้รับฟังและทำความเข้าใจกับเรื่องของกรรมและวิบากกรรม
ที่เกิดขึ้นกับแต่ละคน ..เนื้อหาโดยสรุปก็มีอยู่ว่า

โดย น้องกิ๊ฟ [23 ส.ค. 2547 , 17:03:01 น.] ( IP = 203.150.217.117 : : 203.113.67.38 ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

สิ่งที่ผลนั้นเราหลีกเลี่ยงที่จะไม่รับไม่ได้
แต่เราเลือกได้ว่าเมื่อรับผลนั้นแล้วจะจัดการอย่างไรต่อไป
จะสร้างเหตุเพาะพันธุ์พืชชนิดเดิม
หรือเปลี่ยนแปลงสายพันธุ์ใหม่ให้ดีขึ้น

เช่นความจ็บป่วย หรือความตกทุกข์ได้ยากที่แต่ละคนได้รับ
เกิดขึ้นเพราะแต่ละคนเคยทำอกุศลกรรมไว้
ซึ่งเป็นส่วนของเหตุให้มีการเวียนว่ายตายเกิดต่อมาจนต้องมารับผลนั้น
เมื่อต้องรับผลอันเป็นสมบัติส่วนตนแล้ว

สำหรับผู้ที่พอจะมีปัญญาทางธรรม
ความเจ็บร้อน ความทุกข์ทรมานที่เกิดขึ้นจะผลักดันให้มีการกระทำกุศลแทนที่
เพื่อสร้างเหตุใหม่ที่ดี แต่ก็ยังไม่สิ้นไปจากการเวียนว่ายตายเกิด
และผู้ที่มีปัญญายิ่งขึ้นไปกว่าก็จะคิดหาวิธีที่ไม่สร้างเหตุแห่งการเกิดขึ้น
เพราะทราบว่า การมีชีวิตนี่แหละเป็นความทุกข์อย่างยิ่ง

โดย น้องกิ๊ฟ [23 ส.ค. 2547 , 17:05:18 น.] ( IP = 203.150.217.117 : : 203.113.67.38 )


  สลักธรรม 2

บ่อยครั้งที่พี่ดอกแก้วอธิบายให้ผู้คนรอบข้างได้เกิดความเข้าใจ
เพื่อทราบถึงความไม่น่าอยู่ของ"ชีวิต" เห็นซึ้งถึงคุณค่าของความสุขอันเป็นสันติ
และเปลี่ยนทิศทางไปสู่การหัดขัดเกลาตนเองให้ปราศจากอกุศล
ด้วยวิปัสสนากรรมฐาน ...เพราะเป็นต้นทางแห่งการสิ้นไปจากสังสารวัฏ

ซึ่งในระยะหลังๆนี้ด้วยสุขภาพที่ทรุดโทรมมากขึ้นเพราะโรคภัย
ที่ไม่อาจห้ามปรามได้ ..พี่ดอกแก้วจึงเร่งที่จะให้ความรู้และความเข้าใจ
ในหลักธรรมและเรื่องวิปัสสนากรรมฐานมากยิ่งขึ้น
เพื่อส่งเสริมผู้ที่ตั้งใจปฏิบัติ และถ่ายทอดไว้เป็นมรดกทางความรู้ต่อไป

เมื่อวานนี้ก็เป็นอีกหนึ่งวันทำงานที่ค่อนข้างหนักของพี่ดอกแก้ว
จากเดิมที่ตั้งใจว่าจะมามูลนิธิเพื่อทำกิจธุระบางประการ
แต่เมื่อเดินเข้าไปเยี่ยมยังห้องเรียนต่างๆแล้ว
ก็อดที่จะปลาบปลื้มใจในความตั้งใจศึกษาของลูกศิษย์มิได้
อีกทั้งยังรู้สึกกังวลห่วงใยในการทำความเข้าใจสภาวธรรมที่ลึกซึ้งนั้น

พี่ดอกแก้วจึงอยู่ร่วมชั้นเรียนเพื่อเป็นกำลังใจ
และเสริมการอธิบายขยายความในบางเรื่องให้เข้าใจง่ายขึ้น
เช่นเรื่องของอาหารชรูปเป็นต้น ...จวบจนกระทั่งเลิกชั้นเรียนในเวลาเย็น
ก็ยังไม่ได้กลับบ้าน..ยังคงอยู่ตอบคำถามเรื่องจิตตัชรูปอีกหนึ่งคำถาม
ซึ่งเป็นการตอบที่ยาวมากและชัดเจนมาก

โดย น้องกิ๊ฟ [23 ส.ค. 2547 , 17:06:14 น.] ( IP = 203.150.217.117 : : 203.113.67.38 )


  สลักธรรม 3

คำถามนั้นมีอยู่ว่า เพราะเหตุใดจิตตัชรูปจึงเกิดขึ้นที่อุปาทะขณะของจิต?
ขณะที่อยู่ร่วมรับฟังคำถามนั้นและคิดหาคำตอบไปด้วย
ก็ได้คำตอบจากทฤษฎีที่เรียนมาว่า ...ที่เป็นเช่นนั้นก็เพราะเป็นนิยามที่กำหนดไว้
เป็นการกำหนดช่วงเวลาการเกิดของรูปชนิดนี้ว่าจะต้องเกิดขึ้นครั้งแรก
ที่อุปาทะขณะของปฐมภวังค์เป็นต้นไป จะเกิดก่อนหน้านี้ไม่ได้
เพราะต้องอาศัยกรรมชรูปเกิด ...ซึ่งกรรมชรูปต้องเกิดขึ้นก่อนพร้อมอุปาทะขณะของปฏิสนธิจิต
เมื่อกิจแห่งปฏิสนธิเสร็จสิ้นลงแล้ว จิตตัชรูปจึงจะเกิดขึ้นได้ด้วยความพร้อมของทั้งรูปธรรมและนามธรรม
ที่ต้องอาศัยกันและกัน

แต่พี่ดอกแก้วกล่าวว่า นั่นเป็นการตอบด้วยทฤษฎีซึ่งยังไม่แน่ว่าจะถูกต้องหรือไม่
และคนส่วนใหญ่ก็มักจะเสียเวลามากในการโต้เถียงกันในเรื่องของทฤษฎีนี้
ที่ไม่ทราบเลยว่าแต่ละคนเข้าใจถูกหรือไม่

แต่ถ้าหากผ่านการเจริญวิปัสสนากรรมฐานแล้ว
ญาณปัญญาที่เกิดขึ้นก็จะทำให้สามารถอธิบายสิ่งเหล่านี้ได้อย่างชัดเจน
เพราะได้ทราบหรือได้รู้ในอาการต่างๆเหล่านั้นอย่างชัดเจนที่

โดย น้องกิ๊ฟ [23 ส.ค. 2547 , 17:07:58 น.] ( IP = 203.150.217.117 : : 203.113.67.38 )


  สลักธรรม 4

การเรียนภาคปริยัติไม่สามารถทำให้ทิฏฐิวิสุทธิได้
แต่การเจริญสติปัฏฐานสี่ กำหนดรูปนามตามความเป็นจริง
จนกระทั่งได้ทราบว่าสิ่งที่รู้นั้นคือรูป สิ่งที่รู้นั้นคือนาม
และทั้งรูปและนามนั้นมีความแตกต่างกัน
ได้เห็นรอยแยกของจุดเชื่อมต่อของสันตติที่มีความเป็นกลุ่มก้อน
ได้รู้ว่า ภายใต้การทำงานของรูปนั้นมีนามมาเกี่ยวข้องด้วยแต่มิใช่สิ่งเดียวกัน
ทั้งสองสิ่งคือรูปและนามนี้ต่างมีวิเสสลักษณะของตน

ในรูปก็มีสี่ประการคือ อุปจย สันตติ ชราตา และอนิจตา
ในนามก็มีสามประการคือ อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา
ซึ่งล้วนก็มีความเปลี่ยนแปลงไปทั้งสิ้น
แต่มีเฉพาะโยคาวจรผู้ที่มีความเพียร พร้อมไปด้วยสติและปัญญา
ในการกำหนดรูปนามเท่านั้นที่จะมีโอกาสพบสิ่งเหล่านี้
ซึ่งก็คือได้พบว่า ความเป็นจริงของชีวิตคือการทำงานของรูปธรรมและนามธรรมที่อาศัยกันด้วยปัจจัย
มิใช่ความเป็นกลุ่มก้อนและตัวตน เป็นเพียงรูปและนามจริงๆเท่านั้น
และมีการดับไปๆ ไม่ใช่รูปเดิมหรือนามเดิม
เมื่อความเข้าใจอย่างนี้เกิดขึ้นเพราะได้ประสบด้วยตนเองแล้ว
ความเห็นที่เรียกว่าทิฏฐิวิสุทธิจึงเกิดขึ้น

โดย น้องกิ๊ฟ [23 ส.ค. 2547 , 17:09:22 น.] ( IP = 203.150.217.117 : : 203.113.67.38 )


  สลักธรรม 5

ด้วยความเข้าใจเช่นนี้เมื่อมีความเพียร สติ และสัมปชัญญะมากขึ้น
ก็จะเห็นการดับไปของรูปหรือนามชัดเจนขึ้น ในระยะต่างๆ
เช่นเห็นรูปดับไป และก็รู้ว่ามีนามเข้าไปรู้การดับของรูปนั้น
และนามที่รู้การดับนั้นก็ดับไปแล้วเช่นนั้น
การรู้เช่นนี้จะเกิดขึ้นแก่โยคาวจรที่ได้ญาณปัญญาขั้นอุทยัพพยญาณ
ซึ่งเป็นวิปัสสนาปัญญาขั้นแรกในวิปัสสนาญาณเก้าซึ่งเป็นวิปัสสนาแท้

และเพราะความรู้ดังกล่าวเช่นนี้ที่ทำให้เห็นชัดเจนว่า
ในการทำงานของรูปและนามนั้นต่างเป็นปัจจัยแก่กัน
เมื่อจิตเกิดขึ้นรูปที่เกิดจากจิตก็จะเกิดขึ้นพร้อมในอุปาทะขณะ
เพราะรูปที่เกิดก่อนหน้านั้นได้ดับลงๆตามวิเสสลักษณะของตนแล้วนั่นเอง
ญาณปัญญาเท่านั้นที่จะตอบได้ถึงการทำงานของธรรมชาติเหล่านี้

โดย น้องกิ๊ฟ [23 ส.ค. 2547 , 17:12:46 น.] ( IP = 203.150.217.117 : : 203.113.67.38 )


  สลักธรรม 6

บางครั้งที่โยคาวจรรู้สึกตกใจมากที่เห็นแขนหรือขาของตน
เหมือนสิ่งแปลกปลอมใหม่..ที่ไม่เคยเห็นมาก่อน
เหล่านี้ก็เพราะอำนาจของปัญญาที่เข้าไปทราบถึงการดับของรูป
เห็นถึงความไม่ต่อเนื่องระหว่างกัน และการเกิดขึ้นของรูปใหม่นั่นเอง
ซึ่งจนเกือบหกโมงเย็นพี่ดอกแก้วจึงได้เดินทางกลับบ้าน

คงต้องขออภัยทุกท่านที่จดจำคำตอบมาได้เพียงเท่านี้
ซึ่งอาจไม่ครอบคลุมสาระสำคัญ
แต่สิ่งหนึ่งที่เป็นประโยชน์อย่างยิ่งก็คือการชี้ชัดว่า
การศึกษาเพียงปริยัตินั้นจะทำให้เกิดการโต้เถียงไม่สิ้นสุด
ด้วยอำนาจทิฏฐิและมานะของแต่ละคนที่มี
ที่สำคัญผิดในความรู้ของตน ที่ยึดตัวหนังสือเป็นบรรทัดฐาน
นับเป็นการกระทำที่ไร้ประโยชน์มาก

และสำหรับผู้ที่ต้องการคำตอบจริงแล้วไซร้
ก็ควรลงมือปฏิบัติธรรมเพื่อให้ได้พบคำตอบด้วยตนเองมากกว่า
การติดตามถามไถ่หาความรู้จากผู้อื่นแต่มิเคยลงมือกระทำ

โดย น้องกิ๊ฟ [23 ส.ค. 2547 , 17:14:31 น.] ( IP = 203.150.217.117 : : 203.113.67.38 )


  สลักธรรม 7

แม้พี่ดอกแก้วยังไม่หายป่วย แต่ความเมตตาที่มีต่อลูกศิษย์ จึงอยู่ที่มูลนิธิถึงเย็น และยังได้อธิบายเรื่องญาณปัญญาด้วย

โดย เซิ่น [23 ส.ค. 2547 , 20:45:30 น.] ( IP = 61.90.103.127 : : )


  สลักธรรม 8

ขอบคุณมากค่ะน้องกิ๊ฟ

และน้องกิ๊ฟก็สรุปได้สวยงามมาก
และเห็นด้วยว่าแต่ละคนชอบถกเถียงกันในเรื่องปริยัติด้วยอำนาจมานะและทิฏฐิในแต่ละคน

ทั้งๆที่ต่างฝ่ายต่างก็เป็นผู้ที่ฟังตามๆกันมา
ศึกษาเล่าเรียนเอาบัญญัติเป็นบรรทัดฐาน

การปฏิบัติเท่านั้นที่เป็นหนทางที่เข้าไปพิสูจน์ความจริง พิสูจน์ความถูกต้องด้วยตนเองดีที่สุด

โดย พี่ดา [23 ส.ค. 2547 , 21:57:56 น.] ( IP = 203.150.217.116 : : 203.113.33.6 )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org