| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
ในอนาคตกาล (๑๑)
สลักธรรม 1มนุษย์ทั้งหลายมีความสุขเป็นอันมาก
สมเด็จพระนรสีหะนั้นแม้เสด็จอยู่ในที่ใดแล้ว
เศวตฉัตรแก้วก็บังเกิดขึ้นมากางกั้นพระองค์อยู่เป็นนิจจกาล
จะได้เปล่าจากเศวตฉัตรแก้วนั้นหามิได้
ด้วยพระบารมีคุณของพระองค์ ทรงพระอุตสาหะก่อสร้างมาพร้อมทั้ง ๑๐ ประการ
แต่กองพระบารมีครั้งหนึ่งปรากฏเป็นมหัศจรรย์
ยกขึ้นเป็นยอดมิ่งมงกุฎพระบารมีเป็นปรมัตถคุณ
ควรนักปราชญ์ทั้งหลายจะกล่าวสรรเสริญ
เหตุดังนั้นพระนรสีหสัพพัญญูจึงได้พระพุทธสมบัติเห็นปานดังนี้ฯ
ดูก่อนสารีบุตรผู้เป็นพระยาธรรมของพระตถาคต
ในเมื่อว่างพระศาสนาแห่งสมเด็จพระพุทธเจ้า ๒ พระองค์
คือพระกัสสปสัพพัญญู และศาสนาพระตถาคตต่อกันนั้น
เป็นกาลควรพระพุทธเจ้าจวนจะมาตรัสอยู่แล้ว
ในท่ามกลางระหว่างศาสนานั้น
โตไทยพราหมณ์ผู้นี้เกิดเป็นวาณิชผู้หนึ่ง มีชื่อว่านันทมาณพ
ไปเที่ยวค้าขายในประเทศต่างๆ
โดย พี่เณร... [24 ส.ค. 2547 , 18:15:45 น.] ( IP = 202.129.44.34 : : )
สลักธรรม 2
ครั้งหนึ่งยังมีพระปัจเจกโพธิเจ้าองค์หนึ่ง เสด็จไปเที่ยวโคจรบิณฑบาต
นันทมาณพเห็นองค์พระปัจเจกโพธิเจ้าก็บังเกิดมีความเลื่อมใสศรัทธา
ยกเอาผ้ากำพลสีแดงผืนหนึ่งกับทองแสนตำลึงกระทำเป็นเครื่องไทยธรรม
ถวายแก่พระปัจเจกโพธิเจ้าเป็นมหาบริจาค
แล้วจึงตั้งปณิธานความปรารถนาว่า
ข้าแต่พระปัจเจกโพธิผู้ตรัสรู้ธรรมวิเศษต่างๆ
พระคุณเจริญมากหาที่สุดมิได้
ข้าพเจ้าถวายทานบัดนี้
ขอจงเป็นปัจจัยแก่พระสัพพัญญุตญาณในเบื้องหน้า ด้วยเดชะผลทานนี้
พระปัจเจกโพธิเจ้ารับเอาผ้ากำพลผืนนั้นมาคลุมพระองค์ลง
ผ้ากำพลนั้นปกปิดพระองค์โดยรอบคอบ
ยังเหลือแต่พระหัตถ์และพระบาทในเบื้องบนนั้นมีประมาณศอกหนึ่ง
นันทมาณพเห็นดังนั้นจึงตั้งความปรารถนาเป็นสองประการอีกเล่าว่า
ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ด้วยเดชะผลทานในครั้งนี้ ครั้นนันทมาณพตั้งความปรารถนาแล้ว
นานไปในอนาคตเบื้องหน้าโน้น
ขอให้ข้าพระพุทธเจ้ามีเดชานุภาพแผ่ทั่วอาณาจักร
ไปในภายใต้แผ่นพื้นปฐพีนั้นโยชน์หนึ่ง
พระปัจเจกโพธิเจ้าจึงอนุโมทนาทานของนันทมาณพแล้วคมนาการไปจากที่นั้น
โดย พี่เณร... [24 ส.ค. 2547 , 18:18:55 น.] ( IP = 202.129.44.34 : : )
สลักธรรม 3ไปถึงกลางมรรคา
ยังมีนางกุมารีสาวน้อยผู้หนึ่งเห็นพระปัจเจกโพธิเจ้าห่มผ้าแดงเดินมา
นางจึงถามว่า ข้าแต่พระผู้เป็นเจ้าผู้เจริญพระเจ้าข้า
ผ้าผืนนี้ที่พระผู้เป็นเจ้าห่มมีสีแดงงามบุคคลผู้ใดถวายแก่พระผู้เป็นเจ้า
พระปัจเจกโพธิจึงบอกว่า ดูก่อนสีกา
ผ้าแดงผืนนี้พาณิชนันทมาณพถวายแก่อาตมา
พระเจ้าข้าพระผู้เป็นเจ้าเขาถวายผ้ากัมพลแล้วเขากระทำความปรารถนาดังฤาพระปัจเจกโพธิบอกว่าดูก่อนสีกา
มาณพนั้นถวายผ้าแล้วกระทำความปรารถนาสองประการ คือ
ปรารถนาพระสัพพัญญูประการหนึ่ง
ปรารถนาศิริราชสมบัติประการหนึ่ง
นางกุมารีได้สดับดังนั้น
จึงยกเอาผ้าของอาตมาถวายแก่พระปัจเจกโพธิเจ้า
แล้วก็ตั้งความปรารถนาว่า ข้าแต่พระผู้เป็นเจ้าผู้ทรงพระคุณอันยิ่ง
ถ้าแม้ว่ามาณพพาณิชนั้นได้เสวยศิริราชสมบัติเป็นบรมกษัตริย์แล้ว
ข้าพเจ้าขอปรารถนาเป็นนางพระยาราชมเหสีแห่งพาณิชผู้นั้น
ด้วยเดชะนาง กุมารีพลอยกระทำบุญตามพาณิชนั้น
คนทั้งสองนั้นก็ได้สมัครสังวาสอยู่กินเป็นภรรยาสามีในปัจจุบันชาตินั้นมาแล้ว
ก็คิดอ่านการกุศลสร้างศาลาหลังหนึ่งไว้ในที่นั้น
ยังให้นายช่างสลักเป็นรูปพระปัจเจกโพธิเจ้า ประดิษฐานตั้งไว้ในศาลา
ฝ่ายว่านางกุมารีจึงโกนซึ่งเกศ เอาเกศามาชุบน้ำมันหอม
กระทำสักการบูชาพระปัจเจกโพธิเจ้า กระทำผมของต่างไส้ประทีปตามถวาย
โดย พี่เณร... [24 ส.ค. 2547 , 18:21:50 น.] ( IP = 202.129.44.34 : : )
สลักธรรม 4ครั้งนั้น คนทั้งสองได้กระทำกุศลด้วยประการดังนี้
ครั้นกระทำกาลกิริยาตายก็ได้ไปบังเกิดในดาวดึงสพิภพเทวโลกเสวยทิพยสมบัติอยู่ช้านาน
จนประมาณนับด้วยปีในมนุษย์นี้ได้ ๓ โกฏิ ๖๐ แสนปีเป็นกำหนด
ครั้นสิ้นอายุแล้วจุติลงมาเกิดเป็นบรมกษัตริย์ทรงทศพิธราชธรรมทั้ง ๑๐ ประการ
เสวยราชสมบัติอยู่ในกรุงทวารวดีมหานคร
ส่วนว่านางฟ้ากุมารีนั้น
ก็จุติลงมาเกิดในสกุลมหาเศรษฐี อันประกอบไปด้วยสมบัติมากในกรุงทราวดี
ครั้นนางกุมารีธิดาจำเริญชันษาได้ ๑๖ ปี
ก็ได้มาเป็นพระราชอัครมหาเศรษฐีแห่งบรมกษัตริย์นั้นทรงพระนามว่า พระมงคลราชเทวี
มีแสนสาวสุรางค์แวดล้อมเป็นยศศักดิ์บริวารประมาณ ๑๐ แสน
วันหนึ่งสมเด็จพระเจ้ากรุงทราวดีเสด็จแวดล้อมพร้อมด้วยพระสนมข้างในประมาณ ๑๖ แสน
ประสงค์พระทัยจะทดลองบุญแห่งพระมงคลราชมเหสีนั้น
ให้ปรากฏแก่หมู่สาวสนมทั้งหลาย
จึงมีพระราชโองการตรัสสั่งแก่หมู่นางทั้งหลาย
ให้จัดแจงแต่งสำรับเข้าคนละสำรับให้ถ้วนทุกตัวนาง
แล้วพระองค์ให้นั่งบริโภคอยู่ตรงหน้าพระที่นั่ง
เหล่านางทั้งหลายก็นั่งบริโภคโภชนาหารเป็นปรกติ
จะได้เห็นประหลาดสิ่งใดสิ่งหนึ่งหามิได้
แต่องค์พระมงคลราชมเหสีนั้น นางนั่งอยู่ในที่สุวรรณภาชน์
ล้างพระหัตถ์ลงในที่สุวรรณภาชน์นั้นแล้วก็รับเอาอาหารกระทำเป็นคำขึ้นเข้าไปในพระโอษฐ์โดย พี่เณร... [24 ส.ค. 2547 , 18:23:55 น.] ( IP = 202.129.44.34 : : )
สลักธรรม 5
อันว่านิ้วพระหัตถ์ของนางที่จับเอาคำข้าวไว้นั้น
ก็กลายเป็นทองทุกนิ้วพระหัตถ์
ทุกคำเสวยในที่นั้น ด้วยเดชะผลทานที่พระนางได้ตกแต่งเป็นการกุศล
อันประณีตบรรจงแต่บุพพชาติหนหลัง
เหล่านางสนมทั้งหลายได้เห็นนิ้วพระหัตถ์พระมงคลราชมเหสี
เป็นทองปรากฏแก่ตน ก็รู้แจ้งว่า
นางพระยาเจ้ามีบุญหาควรที่เราท่านทั้งหลายจะเกิดความริษยาหึงหวงไม่
ตั้งแต่วันนั้นมาก็ยำเกรงพระราชมเหสีเป็นอันมากฯ
สมเด็จพระเจ้ากรุงทราวดีนั้นก็มีความเสน่หาในพระมงคลราชมเหสี
เสด็จบรรทมเหนือแท่นอันเดียวกัน
ก็ได้ทรงตั้งพระนางนั้นไว้ในที่เป็นเอกอัครราชเทวี
ผู้มีบุญหานางจะเปรียบเสมอสองมิได้
ด้วยเดชะผลทานของพระนางและของพระองค์ได้กระทำมาเสมอกันแต่บุพพชาติ
จึงได้เสวยศิริราชสมบัติดังนั้นฯ
สมเด็จพระสัพพัญญูเจ้า
ตรัสพระสัทธรรมเทศนาแก่พระสารีบุตรว่า
โตไทยพราหมณ์ได้กระทำบุญมาแต่ก่อน
จึงได้เสวยสมบัติในสวรรค์และมนุษย์
บัดนี้จึงได้บังเกิดเป็นพราหมณ์ในศาสนาของตถาคต
นานไปเบื้องหน้าโน้น โตไทยพราหมณ์
จักได้เกิดเป็นพระสัพพัญญูสัมมาสัมพุทธเจ้า
ทรงพระนามว่านรสีหะ
ด้วยเดชะผลทานอันเป็นปรมัตถบารมีปรากฏดุจกล่าวมาฉะนี้
แสดงมาด้วยเรื่องราวโตไทยพราหมณ์ บรมโพธิสัตว์คำรบ ๘ ก็ยุติแต่เพียงนี้ฯ
![]()
โดย พี่เณร... [24 ส.ค. 2547 , 18:28:03 น.] ( IP = 202.129.44.34 : : )
สลักธรรม 6ขอบพระคุณพี่เณรค่ะ โดย เซิ่น [24 ส.ค. 2547 , 23:37:58 น.] ( IP = 61.90.103.203 : : )
สลักธรรม 7อนุโมทนาค่ะพี่เณร
โดย น้องอุ๊ [25 ส.ค. 2547 , 17:33:45 น.] ( IP = 203.150.217.116 : : 203.113.39.11 )
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |