มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


ในอนาคตกาล (ตอนจบ)






เมื่อองค์สมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้าผู้ทรงพระนามว่า
พระติสสะสัพพัญญูพุทธเจ้า
เสด็จล่วงลับดับขันธ์เข้าสู่พระปรินิพพานสิ้นกาลช้านานแล้วฯ

ในลำดับนั้น อันว่าช้างปาลิไลยหัตถีตัวนี้
ก็เป็นพระบรมโพธิสัตว์สร้างพระบารมีมาเป็นอันมาก
จักได้ตรัสเป็นสมเด็จพระพุทธเจ้าทรงพระนามว่า
พระสุมงคลในอนาคตกาล

พระสุมงคลทศพลญาณเจ้านั้น
มีพระองค์สูงได้ ๖๐ ศอก
พระชนมายุมีประมาณแสนปีเป็นกำหนด
ไม้กากะทิงเป็นพระศรีมหาโพธิ
ประดับด้วยพระพุทธรัศมีรุ่งเรืองสว่าง
ดังสีทองเป็นอันงามประดุจกลางวัน

โดย พี่เณร... [26 ส.ค. 2547 , 18:16:04 น.] ( IP = 202.129.44.34 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ
[ 1 ] [ 2 ]


  สลักธรรม 1



แล้วจะบังเกิดมีไม้กัลปพฤกษ์ต้นหนึ่ง
ห้อยย้อยไปด้วยสิ่งของเครื่องประดับ
มีประการต่างๆด้วยพระพุทธานุภาพ


ฝูงมนุษย์ทั้งหลายในพระศาสนาของพระสุมงคล
มิได้กระทำซึ่งกสิกรรม วาณิชกรรม
ได้อาศัยซึ่งต้นกัลปพฤกษ์นั้น ประพฤติเลี้ยงชีวิตแห่งตน

มนุษย์ทั้งหลายมีความผาสุกสบาย
ขวนขวายแต่การเล่นเต้นรำแต่งตัวอยู่เป็นนิจ
เสมอเหมือนเทพบุตร เทพธิดา ซึ่งได้ทิพยสมบัติในสวรรค์เทวโลกฯ

สมเด็จพระสุมงคลทศพลญาณเจ้า
ก่อสร้างพระบารมีมาทั้ง ๑๐ ประการ
จึงสำเร็จแก่พระพุทธสมบัติเห็นปานดังนี้ฯ
อันว่ากองพระบารมีครั้งหนึ่ง
พระองค์กระทำมาแต่ยังเป็นพระบรมโพธิสัตว์อยู่นั้น
ปรากฏเป็นปรมัตถบารมีอันยิ่งยอดอย่างเอกอุดมทานฯ

โดย พี่เณร... [26 ส.ค. 2547 , 18:17:52 น.] ( IP = 202.129.44.34 : : )


  สลักธรรม 2



ดูก่อนสารีบุตร แต่กาลก่อนล่วงลับไปแล้วช้านาน
ช้างปาลิไลยตัวนี้เป็นพระบรมโพธิสัตว์
ทรงพระนามว่าพระเจ้ามหาปนาทบรมจักร ในภัทรกัปป์อันนี้
และมีแก้ว ๗ ประการคือ
จักรแก้ว ๑
นางแก้ว ๑
แก้วมณีโชติ ๑
ช้างแก้ว ๑
ม้าแก้ว ๑
ปรินายกแก้ว ๑
คฤหบดีแก้ว ๑

สมเด็จพระเจ้ามหาปนาทบรมจักร
ได้เสวยศิริราชสมบัติอยู่ในทวีปทั้ง ๔ มีทวีปน้อย ๒ พันเป็นบริวาร
พระองค์ทรงพระสำราญอยู่เป็นปรกติ
มาจนถึงกาลสมเด็จพระกุกกุสันธสัมมาสัมพุทธเจ้าบังเกิดในโลก

กาลครั้งนั้นสมเด็จพระเจ้ามหาปนาทบรมจักรได้ทรงทราบว่า
สมเด็จพระพุทธเจ้าได้ตรัสในโลกแล้ว
จึงตรัสประกาศสั่งจักรแก้วว่า
ดูก่อนจักรแก้วผู้เจริญ
ท่านจงไปยังท้องพระมหาสมุทรถือเอาซึ่งดวงแก้วมณีมาให้แก่เรา
จักรแก้วนั้นก็ไปยังท้องพระมหาสมุทร
ดุจดังว่ามีจิตวิญญาณ นำเอาแก้วมณีมาถวายฯ

แล้วอยู่มาภายหลังพระองค์จึงตรัสสั่งช้างแก้วว่า
ดูก่อนช้างแก้วผู้เจริญ
ท่านจงไปที่ฉัตรทันต์สระ แล้วพาช้างแก้วมาให้แก่เราฯ
ครั้งนั้นช้างแก้วก็เหาะไปยังฉัตรทันต์สระ
พาเอาช้างชาติฉัตรทันต์ทั้งหลายประมาณ ๘ หมื่นมาถวายฯ

โดย พี่เณร... [26 ส.ค. 2547 , 18:19:01 น.] ( IP = 202.129.44.34 : : )


  สลักธรรม 3



แล้วพระองค์จึงสั่งกับม้าแก้วว่า
ดูก่อนม้าแก้วผู้เจริญ
ท่านจงไปยังท่าสินธพนที แล้วพาม้าแก้วทั้งหลายมาให้แก่เรา
ม้าแก้วนั้นก็เหาะไปในอากาศ ถึงริมฝั่งสินธพนที แล้วพาม้าแก้วมาถวายฯ

แล้วพระองค์จึงตรัสสั่งนางแก้วพระราชมเหสีนั้นว่า
ภทฺเท ดูก่อนเจ้าผู้มีพักตร์อันเจริญ
เจ้าจงไปยังแว่นแคว้นอุดรกุรุทวีป
พานางแก้วทั้งหลายมาให้แก่เราฯ
ขณะนั้นนางแก้วผู้เป็นพระราชมเหสีก็เหาะไปยังอุดรกุรุทวีป
พาเอานางแก้วทั้งหลายประมาณ ๘ หมื่นมาถวายฯ

แล้วพระองค์จึงตรัสสั่งแก้วมณีโชติว่า
ดูก่อนแก้วมณีโชติผู้เจริญ
ท่านจงไปยังเขาวิบุลบรรพต นำเอาแก้วมณีมาให้แก่เราฯ
อันว่าแก้วมณีโชติก็เลื่อนลอยไปยังเขาวิบุลบรรพต
พาเอาแก้วมณีทั้งหลายประมาณ ๘ หมื่นดวงมาถวายฯ

แล้วพระองค์ตรัสสั่งปรินายกขุนพลแก้วของพระองค์ว่า
ดูก่อนปรินายกแก้วผู้เจริญ
ท่านจงไปยังอุดรกุรุทวีป และอมรโคยานทวีป และบุพพวิเทหทวีปทั้ง ๓
ถอดเอาดวงแก้วในยอดเขากัมพูฉัตรมาให้แก่เราฯ
ฝ่ายขุนพลแก้วผู้เป็นปรินายกรับพระราชโองการแล้ว ก็เหาะไปยังทวีปทั้ง ๓
จึงถอดเอาดวงแก้วมณีที่ยอดเศวตฉัตร
แห่งมหากษัตริย์ผู้เสวยศิริราชสมบัติในทวีปทั้ง ๓ มาถวายฯ

โดย พี่เณร... [26 ส.ค. 2547 , 18:19:49 น.] ( IP = 202.129.44.34 : : )


  สลักธรรม 4



แล้วพระองค์ก็ตรัสสั่งคฤหบดีแก้วผู้เป็นขุนคลังว่า
ดูก่อนคฤหบดีแก้ว
ท่านจงไปในโสฬสมหานครใหญ่ทั้ง ๑๖ เมืองนั้น
นำเอาดวงแก้วมณีมาให้แก่เราฯ
คฤหบดีแก้วก็เหาะไปในโสฬสมหานคร

ครั้นถึงแล้วได้ทัศนาการเห็นสมเด็จพระพุทธกุกกุสนธสัมมาสัมพุทธเจ้า
เสด็จยับยั้งอยู่ในพระวิหารในกาลนั้น
คฤหบดีแก้วก็มิได้รู้จักซึ่งสมเด็จพระกุกกุสนธเจ้า
ว่าเป็นองค์พระสัมมาสัมพุทโธ
จึงเข้าไปยังสำนักกุกกุสนธเจ้าแล้วถามว่า
มณว ดูก่อนมาณพผู้เจริญ ตัวท่านนี้มีนามชื่อไร
จึงมีรูปโฉมงามบริสุทธิ์เป็นอันดีฯ

ครั้งนั้นสมเด็จพระผู้ทรงพระภาคเจ้า จึงมีพระพุทธฎีกาตรัสว่า
ดูก่อนคฤหบดีแก้ว เราหรือมีนามชื่อว่าพระศาสดาจารย์

คฤหบดีจึงถามอีกว่าฯ
ดูก่อนมาณพผู้เจริญท่านมีนามชื่อว่าศาสดาจารย์ด้วยเหตุเป็นดังฤาฯ
จึงทรงพระมหากรุณาตรัสว่า ดูก่อนคฤหบดีแก้ว
เราชื่อพระศาสดาจารย์นั้นเพราะเหตุประกอบไปด้วยอาจริยคุณ ๓๑ ประการฯ

คฤหบดีจึงถามว่า คุณ ๓๑ ประการแห่งท่านปรากฏเป็นประการใด
จึงได้ชื่อว่าอาจริยคุณฯ
สมเด็จพระกุกกุสนธเจ้าจึงตรัสว่า ดูก่อนคฤหบดีแก้ว
คุณเป็นอาทิคือ อิติปิ โส ภควา นี่แหละเป็นคุณแห่งเรา
ปรากฏกิตติศัพท์ไปทั่วโลก จึงมีนามว่า พระศาสดา จริยคุณทั้ง ๓๑ ประการฯ

โดย พี่เณร... [26 ส.ค. 2547 , 18:20:37 น.] ( IP = 202.129.44.34 : : )


  สลักธรรม 5



เมื่อคฤหบดีแก้วได้สดับพระพุทธวจนะดังนั้น
จึงจารึกเอาพระ อิติปิ โส ภควา เป็นอาทิ
ลงไว้ในแผ่นทองเป็นตัวอักษรเสร็จแล้ว
จึงถามพระผู้ทรงพระภาคเจ้าว่า ดูก่อนมาณพผู้เจริญ
ท่านรู้คุณวิเศษมีประมาณเท่านี้แลหรือ
หรือว่าคุณวิเศษอย่างอื่นยังมีอยู่เป็นประการใดฯ

จึงมีพระพุทธฎีกาตรัสว่าดูก่อนคฤหบดีแก้ว
อันว่าคุณวิเศษอย่างอื่นแห่งเรามีอยู่เป็นอันมากฯ
คฤหบดีแก้วก็ให้พระกุกกุสันธเจ้าแสดงต่อไปฯ
สมเด็จพระพุทธเจ้าจึงตรัสพระสัทธรรมเทศนา
ทรงแสดงซึ่งคุณในกายคตาสติกัมมัฏฐาน
บอกอาการ ๓๒ มี เกศา โลมา เป็นอาทิ ให้แก่คฤหบดีแก้ว

คฤหบดีแก้วก็จารึกพระรูปพระโฉมของสมเด็จพระกุกกุสนธเจ้าอันงาม
พร้อมด้วยทวัตติงสมหาบุรุษลักษณะเป็นอันดีลงในแผ่นทอง
แล้วจึงกำหนดพระองค์สูงประมาณ ๖๐ ศอก ลงในแผ่นทองทั้ง ๒ เสร็จแล้ว

คฤหบดีแก้วก็เหาะนิวัตตนากลับมายังสำนักสมเด็จพระบรมจักรมหาปนาท
ถวายซึ่งแผ่นพระสุวรรณบัตร ให้ทอดพระเนตรพระรูปพระโฉม
ของสมเด็จพระกุกกุสนธเจ้า กับทั้งตัวอักษรที่จารึกพระพุทธคุณมานั้นฯ

โดย พี่เณร... [26 ส.ค. 2547 , 18:21:58 น.] ( IP = 202.129.44.34 : : )


  สลักธรรม 6



ฝ่ายสมเด็จพระบรมจักรมหาปนาททอดพระเนตรพระอักษร
ซึ่งจารึกพระพุทธคุณในแผ่นพระสุวรรณบัตรนั้นฯ
ทรงอ่านแล้วก็มิได้ทรงรู้จักว่าเป็นพระพุทธคุณ
จึงตรัสถามพราหมณ์ปุโรหิตว่า
ดูก่อนท่านอาจารย์ อันว่าอักษรที่คฤหบดีจารึกมานั้น
จะเป็นพระพุทธคุณจริงแลหรือประการใด

ฝ่ายว่าพราหมณ์ปุรหิตนั้น
เป็นผู้ทรงคุณวิชชาไสยศาสตร์ จึงกราบทูลว่า
มหาราชข้าแต่พระองค์ผู้ประเสริฐ
อันว่าอักษรนี้เป็นคุณอันวิเศษแน่แล้ว เป็นยอดคุณทั้งปวงสิ้น
ก็คุณวิเศษอย่างอื่นๆนั้นจะได้ยิ่งขึ้นไปกว่านี้หาบ่มิได้
อักษรนี้เป็นพระพุทธคุณเที่ยงแล้ว

สมเด็จพระบรมจักรมหาปนาทได้ทรงฟังพราหมณ์ปุโรหิตกราบทูลดังนั้น
ก็ทรงพระโสมนัส ปิติ ปลาบปลื้มพระทัย สลบลงกับที่ฯ

ครั้นพระองค์ฟื้นสมประดีแล้ว ตรัสถามพราหมณ์ปุโรหิตว่า
ดูก่อนท่านอาจารย์ เราได้ฟังว่า
คุณวิเศษนี้เป็นพระพุทธคุณจริงดังนั้นหรือประการใด

ปุโรหิตก็กราบทูลว่า ข้าแต่พระองค์ผู้ประเสริฐ
อันว่าคุณวิเศษนี้ พระองค์อย่าได้สงสัยในพระกมลหฤทัยเลย
เป็นพระพุทธคุณของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเที่ยงแท้แล้ว

โดย พี่เณร... [26 ส.ค. 2547 , 18:24:30 น.] ( IP = 202.129.44.34 : : )


  สลักธรรม 7



ครั้นได้ทรงสดับฟังพราหมณ์ปุโรหิตกราบทูลซ้ำอีกดังนั้น พระองค์ทรงปิติ
ปลื้มพระทัย สลบลงอีกครั้งหนึ่งเป็นคำรบ ๒ แล้วพระองค์ก็ฟื้นขึ้น
จึงตรัสถามปุโรหิตอีกว่ารูปภาพที่คฤหบดีแก้ววาดเขียนมานี้
เป็นอย่างพระพุทธรูปจริงหรือประการใด

ปุโรหิตก็กราบทูลว่าพระรูปพระโฉมที่คฤหบดีแก้ววาดเขียนมานี้ คือ
พระรูปพระโฉมของสมเด็จพระพุทธเจ้าเที่ยงแท้ พระองค์อย่าได้สงสัยเลยฯ
สมเด็จพระบรมจักรมหาปนาทได้ทรงฟังว่าเป็นพระพุทธรูปของสมเด็จพระพุทธเจ้าจริงแน่
ก็สลบสิ้นสติสมปฤดีไปอีกครั้งหนึ่งเป็นคำรบ ๓ ฯ

ครั้นได้พระสติขึ้นมา จึงตรัสแก่คฤหบดีแก้วว่า
บัดนี้เราได้ฟังประพฤติเหตุแห่งสมเด็จพระพุทธเจ้าอันเป็นดวงแก้วหาค่ามิได้
เพราะเหตุตัวของท่านอันเราใช้ไป
เครื่องสักการบูชาสิ่งอื่นหาควรจะกระทำสักการบูชาแก่ท่านไม่
ด้วยท่านมีความชอบครั้งนี้แก่เราเป็นที่สุด
เราจะยกสมบัติจักรพรรดิอันยิ่งในมนุษย์โลกนี้
กระทำสักการบูชาแก่ตัวท่าน


ตรัสประภาษสรรเสริญคฤหบดีแก้วดังนี้แล้ว
จึงอภิเษกคฤหบดีแก้วให้เสวยศิริราชสมบัติจักรวรรดิยศ
ยกให้เป็นบำเหน็จความชอบแก่คฤหบดีแก้ว
ในครั้งนั้นคฤหบดีแก้วก็ตั้งอยู่ในศิริราชสมบัติบรมจักร
เสวยอิสริยยศสมบัติสืบต่อไปฯ

โดย พี่เณร... [26 ส.ค. 2547 , 18:25:27 น.] ( IP = 202.129.44.34 : : )


  สลักธรรม 8



ส่วนสมเด็จพระบรมจักรมหาปนาทนั้นแต่พระองค์เดียว
ก็เสด็จบทจรไต่เต้าไปตามมรรคาหนทางโดยทิศาภาค
ในที่สถิตแห่งสมเด็จพระบรมครูกุกกุสนธเจ้านั้นฯ
ก็ทรงประทับนั่งอาศัยอยู่ใต้ต้นไทรนั้นพอหายเหนื่อยเป็นอันดีแล้ว
ก็ยกอัญชลีประนมถวายนมัสการลงด้วยเบญจางคประดิษฐ์
อันได้สดับว่าสมเด็จพระพุทธเจ้าอยู่ตรงนี้
ทรงกระทำอธิษฐานปรารถนาว่า

ข้าแต่พระองค์ผู้ทรงพระภาคเป็นอันงาม
ความปิติโสมนัสแห่งข้าพระพุทธเจ้าบังเกิดมีในพระองค์แล้ว
ด้วยเดชะความสัตยืนี้ขอให้เครื่องอัฏฐบริขาร ๘ ประการ
อันเป็นทรัพย์มรดกแห่งพระภิกษุสงฆ์
จงเลื่อนลอยมายังสำนักแห่งข้าพระพุทธเจ้า


ครั้งนั้นสมเด็จพระกุกกุสนธสัพพัญญู
ทรงทราบวาระน้ำจิตแห่งบรมจักรมหาปนาท
ปรารถนาจะบรรพชาบวชในพระพุทธศาสนา
จึงมีพระพุทธฎีกาตรัสว่า
ดูก่อนอัฏฐบริขาร ๘ ประการ
บัดนี้บุคคลมีชื่อโน้น ปรารถนาจะทรงบรรพชา
ท่านจงไปยังสำนักแห่งบุคคลผู้นั้นเถิดฯ


ขณะนั้นเครื่องอัฏฐบริขารทั้ง ๘ ประการ
ก็ลอยมาตกลงตรงพระพักตร์
แห่งสมเด็จพระเจ้ามหาปนาทด้วยพุทธานุภาพฯ

โดย พี่เณร... [26 ส.ค. 2547 , 18:26:28 น.] ( IP = 202.129.44.34 : : )


  สลักธรรม 9



ครั้นสมเด็จพระบรมจักรมหาปนาท
ทรงเห็นเครื่องอัฏฐบริขาร ๘ ประการพร้อมแล้ว
ด้วยพระเดชานุภาพแห่งสมเด็จพระพุทธเจ้าเป็นอัศจรรย์ยิ่งนัก
ก็ทรงยกเครื่องอัฏฐบริขารขึ้นทูนเหนือพระเศียรเกล้
าแล้วออกพระวาจาว่า

ดูก่อนอัฏฐบริขาร ๘ ประการผู้เจริญ
เราอาศัยซึ่งท่านจักใคร่ออกจากสังสารทุกข์
ตรัสเท่านั้นแล้วก็เปลื้องเครื่องราชอาภรณ์
ของพระองค์ออกจากพระสรีรกาย
ทรงสบง จีวร สังฆาฏิ คาดกายพันมั่นคง
ทรงบรรพชาเป็นพระภิกษุภาวะเสร็จแล้ว
จึงเอาพระมงกุฎแก้ววางลงในฝ่าพระหัตถ์ตรัสว่า


ดูก่อนมงกุฏแก้ว
ท่านจงไปยังสำนักแห่งสมเด็จพระพุทธเจ้า
กราบทูลแจ้งประพฤติเหตุข่าวศาสน์แก่พระองค์ว่า

บัดนี้พระเจ้ามหาปนาทบรมจักร
เสียสละศิริราชสมบัติออกทรงบรรพชาในพระพุทธศาสนาแล้ว
มีความปรารถนาเพื่อจะมายังสำนักสมเด็จพระทศพลญาณ
ท่านจงไปกราบทูลศาสน์แด่องค์สมเด็จพระพุทธองค์ด้วยประการดังนี้ฯ

พระองค์ทรงพระอธิษฐานฉะนี้แล้ว
มงกุฏแก้วก็ลอยเลื่อนไปในอากาศเวหา
ประดุจว่าพระยาสุวรรณราชหงส์ลงยังสำนักแห่งสมเด็จพระพุทธเจ้า
ตั้งอยู่แทบฝ่าพระบาท กราบทูลประพฤติเหตุดังนั้นแก่สมเด็จพระกุกกุสนธ
ประดุจดังว่ามีจิตวิญญาณ
สมเด็จพระบรมโลกุตตมาจารย์ก็มีพระพุทธฎีการับว่าสาธุฯ

โดย พี่เณร... [26 ส.ค. 2547 , 18:26:53 น.] ( IP = 202.129.44.34 : : )


  สลักธรรม 10




ลำดับนั้นพระยามหาปนาทซึ่งทรงเพศเป็นภิกษุ
ก็เที่ยวโคจรบิณฑบาตไปตามบ้าน ได้อาหารพอเป็นยาปนมัตต์
บริโภคสำเร็จแล้วก็เจริญพระกัมมัฏฐานอยู่ในที่อันสมควร
พิจารณาซึ่งพระพุทธคุณมีพระ อิติปิ โส ภควา เป็นอาทิ
และพระกายคตาสติกัมมัฏฐาน มีเกศาเป็นต้น เจริญไปด้วยความอุตสาหะดังนั้น
ยังโลกียฌานให้บังเกิดขึ้นในขณะนั้น
แล้วเหาะไปโดยอากาศเวหาถึงสำนักสมเด็จพระพุทธเจ้า

ได้ทัศนาการพระรูปพระโฉมของสมเด็จพระกุกกุสนธ
อันประดับไปด้วยพระทวัตติงสมหาบุรุษลักษณะ
และพระอสีตยานุพยัญชนลักษณะ งามบริบูรณ์พร้อมทุกประการ
ก็บังเกิดความปิติเต็มตื้นซาบทั่วสรรพางค์
ตลอดสิ้นสกลกายก็สลบลงในที่นั้น

สมเด็จพระภควันตบพิตรเจ้า
ก็ทรงเอาอุทกวารีมาประพรมลงเหนือพระอุระ ก็ฟื้นสมปฤดีขึ้นมา
แล้วถวายนมัสการกราบลงด้วยเบญจางคประดิษฐ์แทบพระบาท
กราบทูลอาราธนาให้สมเด็จพระพุทธองค์ทรงประทานพระสัทธรรมเทศนาฯ

ครั้งนั้นสมเด็จพระกุกกุสนธบรมทศพลญาณ ก็ทรงประทานพระสัทธรรมเทศนาว่า
ดูก่อนภิกษุ ท่านจงพิจารณาซึ่งสภาวธรรมที่จะนำตนไปสู่พระนิพพานเถิด

มีพระพุทธบรรหารตรัสดังนี้
ฝ่ายพระเจ้ามหาปนาทบรมพุทธางกูรได้ทรงสดับกระแสพระพุทธฎีกาตรัสเป็นนัย
ดังนั้นพระองค์ก็มีปิติซาบซ่านทั่วสกลกาย
จึงทรงพระอธิษฐานเด็ดพระเศียรเกล้าด้วยเล็บของพระองค์
ทรงกระทำสักการบูชาแทบพระบาทมูลแห่งพระผู้มีพระภาคเจ้า

โดย พี่เณร... [26 ส.ค. 2547 , 18:27:14 น.] ( IP = 202.129.44.34 : : )
[ 1 ] [ 2 ]

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org