มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


ธรรมอันเป็นเหตุให้มารตามหาไม่พบและวิมุติ





เตสํ สมฺปนฺนสีลานํ อปฺปมาทวิหารินํ
สมฺมทญฺญา วิมุตฺตานํ มาโร มคฺคํ น วินฺทติ


มารย่อมหาไม่พบซึ่งทางของท่านผู้มีศีลสมบูรณ์,
ผู้อยู่ด้วยความไม่ประมาท ผู้หลุดพ้นเพราะรู้ชอบ


พระพุทธภาษิตนี้ ธรรมอันเป็นเหตุให้มารตามหาไม่พบ 3 ประการ คือ

1. ความมีศีลสมบูรณ์

2. การอยู่ด้วยความไม่ประมาท

3. ความหลุดพ้นเพราะรู้ชอบ



ในอุทเทส คือพระบาลีทั้งปวง เมื่อกล่าวถึงความเป็นผู้มีศีลของภิกษุก็จะให้ข้อความว่า "เป็นผู้สำรวมในพระปาฏิโมกข์ (ศีลหลัก) เป็นผู้สมบูรณ์ด้วยอาจาระและโคจร (ศีลส่วนปลีกย่อย หรือสมบัติผู้ดี) มีปกติเห็นภัยในโทษแม้เล็กน้อย คือเห็นการล่วงสิกขาบทแม้เล็กน้อยเป็นสิ่งน่ากลัวแล้วตั้งใจสำรวมอยู่ในสิกขาบทที่พระพุทธเจ้าทรงบัญญัติไว้"

โดย พี่เณร..นำมาฝาก [9 ก.ย. 2547 , 07:49:19 น.] ( IP = 61.90.23.223 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1


อนึ่ง ในอุทเทสอื่นอีกเช่นใน อปริหานิยธรรมสูตร และสารานียธรรมสูตร กล่าวถึงศีลอันบริสุทธิ์ ไม่ขาด ไม่ด่าง ไม่พร้อย วิญญูชนสรรเสริญอันตัณหาและทิฏฐิเข้าไปจับไม่ได้ และเป็นไปเพื่อสมาธิ คือทำให้เกิดสมาธิได้ง่าย

ความเป็นผู้มีศีลดีของภิกษุนั้น เป็นเหตุแห่งความเลื่อมใสของผู้ที่ยังไม่เลื่อมใส ทำผู้เลื่อมใสอยู่แล้วให้เลื่อมใสมั่นคงยิ่งขึ้น ทำปัจจัยที่ทายกถวายให้มีผลมาก เป็นอุบายรักษาพระศาสนาให้ยั่งยืน ทำตนให้พ้นจากการ และเป็นบันไดก้าวขึ้นสู่สวรรค์และนิพพานอันเป็นสถานที่มารไม่สามารถหาให้พบได้



ความไม่ประมาท ได้อธิบายมามากแล้วในอัปปมาทวรรค รวมความว่า การอยู่ด้วยความไม่ประมาทก็คือ อยู่ด้วยการมีสติอยู่ทุกเมื่อทุกอิริยาบถ

ความหลุดพ้นเพราะรู้ชอบ ความรู้ชอบนั้น คือรู้ตามเป็นจริงในสิ่งทั้งปวง ไม่ยอมให้สิ่งใดลวงได้ ตัวอย่างเช่น รู้สิ่งไม่เที่ยงว่าไม่เที่ยง รู้สิ่งอันเป็นทุกข์ว่าเป็นทุกข์ เป็นต้น หากรู้วิปลาสไป เรียกว่ารู้ไม่ชอบ เมื่อรู้ชอบอยู่สม่ำเสมอย่อมหลุดพ้นได้


โดย พี่เณร..นำมาฝาก [9 ก.ย. 2547 , 07:50:28 น.] ( IP = 61.90.23.223 : : )


  สลักธรรม 2


วิมุติ ความหลุดพ้นนั้น ท่านจำแนกไว้ 5 ประการ คือ

1. ตทังควิมุติ พ้นชั่วคราว เช่นจิตเป็นสมาธิชั่วคราว

2. วิขันภนวิมุติ พ้นด้วยอาการข่มไว้ เช่นความพ้นของผู้ได้ฌาน

3. สมุจเฉทวิมุติ พ้นอย่างเด็ดขาด เช่นการพ้นของพระอริยบุคคล

4. ปฏิปัสสัทธิวิมุติ พ้นอย่างสงบระงับ (The Pacifier) เป็นความเป็นอย่างหนึ่ง อันเป็นผลสืบเนื่องมาจากสมุจเฉทวิมุติ ประการที่ 3 เหมือนไฟดับแล้วแต่ขี้เถ้ายังอุ่นอยู่ ส่วนประการที่ 4 นั้นคืออาการที่เป็นเสมือนขี้เถ้าซึ่งเย็นแล้ว

5. นิสสรณวิมุติ พ้นอย่างสลัดออก (The Departure) น่าจะหมายถึง การเสวยผลแห่งความหลุดพ้นไปจนตลอดชีวิต ซึ่งก็เป็นผลของความหลุดพ้นประการที่ 4 นั่นเองสืบช่วงต่อกันลงมา เปรียบให้เห็นอีกอย่างหนึ่ง สมุจเฉทวิมุติเหมือนอาการหายโรคเพราะยาเข้าไปตัด, ปฏิปัสสัทธิวิมุติ เหมือนความเย็นกาย ความสบายของกายเพราะไม่มีโรคใดๆ เบียดเบียน นิสสรณวิมุติ เหมือนการมีความสุขอันยั่งยืน เพราะไม่มีโรคใหม่ใดๆ เข้ามาเบียดเบียนอีก

อนึ่ง นิสสรณวิมุตินั้นน่าจะกินความไปถึงการดับขันธ์ของพระอริยบุคคลชั้นอรหันต์อีกด้วย สลัดออกไปจากความทุกข์ทรมานในโลกนี้ทั้งปวง

โดย พี่เณร..นำมาฝาก [9 ก.ย. 2547 , 07:56:17 น.] ( IP = 61.90.23.223 : : )


  สลักธรรม 3


วิมุติทั้ง 5 ประการนี้ 2 ประการแรกเป็นโลกียะ (mundane) ประการที่หนึ่งคนสามัญทั่วไปก็มีได้ ประการที่ 2 สำหรับท่านผู้ได้ฌาน ส่วน 3 ประการหลังเป็นโลกุตตระ (Supramundane) สำหรับพระอริยบุคคล

วิมุติทั้ง 5 นี้ บางทีเรียกว่า วิเวก (Seclusion) คำอธิบายเหมือนกันผู้ประกอบด้วยคุณสมบัติ 3 ประการดังพรรณนามา มารย่อมหาไม่พบมารนั้น แปลว่า ผู้ล้างผลาญคุณความดี เช่น กิเลสมาร เป็นต้น



ในเรื่องนี้ พระศาสดาทรงปรารภการนิพพานของพระโคธิกะ แล้วมารเที่ยวตามหาวิญญาณของท่าน มีเรื่องย่อดังนี้

โดย พี่เณร..นำมาฝาก [9 ก.ย. 2547 , 07:58:16 น.] ( IP = 61.90.23.223 : : )


  สลักธรรม 4

เรื่องการนิพพานของพระโคธิกะ

สมัยหนึ่ง พระพุทธเจ้าประทับอยู่ที่วัดเวฬุวัน เมืองราชคฤห์ สมัยนั้น พระโคธิกะ ทำความเพียรอยู่ที่ถ้ำกาฬสิลา (หินดำ) ข้างภูเขาอิสิคิลิ ท่านทำความเพียรจนได้เจโตวิมุติ (ความหลุดพ้น) เป็นครั้งคราวเช่น ตทังควิมุติ และวิขัมภนวิมุติ แต่วิมุตินั้นต้องเลื่อนไปเพราะโรคอันเรื้อรังประจำสังขาร บางอย่างของท่าน, ถึงกระนั้นท่านก็พยายามเรื่อยไป บางคราวยังฌานขั้นที่ 2 ที่ 3 ให้เกิดขึ้นแล้วเสื่อมไปอีกถึง 6 ครั้ง พอถึงครั้งที่ 7 ท่านคิดว่า "เราเสื่อมจากฌานถึง 6 ครั้งแล้ว คติของผู้เสื่อมจากฌานเป็นของไม่แน่นอน คราวนี้เราจะทำฌานให้เกิดขึ้นแล้วจักฆ่าตัวตายเพื่อมิให้ฌานเสื่อมไปเสียก่อน" ดังนี้แล้ว นำมีดโกนมาวางไว้บนเตียงเพื่อจะตัดก้านคอ


มารเห็นอาการของพระโคธิกะเช่นนั้นจึงคิดว่า "ภิกษุนี้นำศัสตรามาเพื่อปลงชีวิตของตน ภิกษุเช่นนี้ย่อมหมดอาลัยในชีวิตเธอเริ่มตั้งวิปัสสนาแล้ว อาจบรรลุอรหัตตผลได้ ถ้าเราจักห้ามเธอ เธอก็จะไม่เชื่อเรา อย่ากระนั้นเลย เราจักทูลให้พระศาสดาทรงห้าม" ดังนี้แล้ว ปลอมตนเข้าไปเฝ้าพระศาสดา กราบทูลอย่างนี้ว่า

"ข้าแต่พระองค์ผู้แกล้วกล้า และมีบุญมาก ข้าพระองค์ขอถวายบังคมพระยุคลบาท บัดนี้สาวกของพระองค์ชื่อโคธิกะ กำลังจะฆ่าตัวตาย ขอพระองค์ทรงห้ามเถิด ข้าแต่พระองค์! สาวกนี้ของพระองค์เป็นผู้ยินดีในศาสนา ยังมิได้บรรลุธรรมอะไรเลย จะพึงทำกาละเสียกระไรอยู่ ขอพระองค์ทรงห้ามเถิด"

โดย พี่เณร..นำมาฝาก [9 ก.ย. 2547 , 07:59:08 น.] ( IP = 61.90.23.223 : : )


  สลักธรรม 5

ขณะเดียวกันนั้น พระโคธิกะนำศัสตรามา ทำฌานให้เกิดขึ้นแล้วเจริญวิปัสสนา ท่านได้บรรลุเป็นอรหันต์พร้อมด้วยสิ้นชีวิต พระศาสดาทรงทราบโดยตลอด และทรงทราบว่าผู้มาทูลพระองค์นั้นเป็นมาร จึงตรัสว่า "ปราชญ์ทั้งหลายเป็นอย่างนี้ คือไม่อาลัยในชีวิต โคธิกะ ถอนตัณหาพร้อมทั้งรากขึ้นได้แล้ว ปรินิพพานแล้ว"


พระผู้มีพระภาคมีภิกษุสงฆ์เป็นอันมากแวดล้อม เสด็จไปสู่ที่อยู่ของพระโคธิกะ ขณะนั้นมารเที่ยวแสวงหาวิญญาณของพระโคธิกะอยู่ว่า วิญญาณนั้นไปอยู่ที่ใด เมื่อไม่อาจแสวงหาให้พบได้ จึงแปลงเพศเป็นกุมารน้อยถือพิณสีเหลืองเข้ามาเฝ้าพระศาสดา และทูลถามว่า วิญญาณของพระโคธิกะอยู่ที่ใด


พระศาสดาตรัสตอบว่า

"ภิกษุชื่อโคธิกะ เป็นปราชญ์ มีศีลสมบูรณ์ ยินดีในฌาน มีความเพียรทั้งกลางวันกลางคืน ไม่ไยดีต่อชีวิต ชนะเสนาแห่งมัจจุราชได้แล้ว ไม่มาสู่ภพนี้อีก เธอถอนตัณหาพร้อมทั้งรากได้แล้ว ปรินิพพานแล้ว"

มารได้ยินดังนั้นเสียใจเศร้าโศกหายไปแล้ว

พระศาสดาตรัสว่า "มารผู้ลามกต้องการอะไรด้วยวิญญาณของโคธิกะ คนอย่างมารแม้ตั้งร้อยตั้งพันก็ไม่อาจแสวงหาที่เกิดของกุลบุตรเช่น โคธิกะได้" ดังนี้แล้วตรัสพระคาถาว่า

"เตสํ สมฺปนฺนสีลานํ" เป็นอาทิ มีนัยดังพรรณนามาแล้ว

โดย พี่เณร..นำมาฝาก [9 ก.ย. 2547 , 08:01:59 น.] ( IP = 61.90.23.223 : : )


  สลักธรรม 6


ความเพียรพยายามที่จะพ้นทุกข์ โดยการเจริญวิปัสสนาโดยไม่ไยดีต่อชีวิต เป็นเหตุให้มารตามไม่หาไม่พบอีกเลย

...กราบอนุโมทนาค่ะ...

โดย น้องฟู [9 ก.ย. 2547 , 12:17:19 น.] ( IP = 202.47.247.146 : : 10.1.64.106 )


  สลักธรรม 7

แนวทางแห่งปฏิบัติวิปัสสนานั้น ประเสริฐอย่างยิ่งค่ะ
และไม่ใช่แนวทางแห่งมารแน่นอน อนุโมทนาค่ะ

โดย น้องอุ๊ [9 ก.ย. 2547 , 17:42:44 น.] ( IP = 203.150.217.112 : : 203.113.39.7 )


  สลักธรรม 8

ขอบพระคุณค่ะพี่เณร

โดย น้องกิ๊ฟ [9 ก.ย. 2547 , 20:05:59 น.] ( IP = 202.129.44.34 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org