มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


นามรู้ .. หรือ..นามรู้สึกค่ะ





อาจารย์ขา..
นามรู้ กับ นามรู้สึกคะ?

เมื่อกระทบกับอารมณ์ภายนอก และอารมณ์ภายใน จะใช้ต่างกันอย่างไรค่ะ

เพราะมีผู้ตั้งปุจฉาว่า รู้ กับ รู้สึก อะไรเกิดก่อนกัน?
เลยทำให้งงเหมือนกัน ..เพราะคิดว่ารู้สึกนี่มันเลยไปถึงว่าเรารู้แล้วว่าเป็นอะไร.. ไม่ทราบถูกหรือแล้ว
อาจารย์กรุณาอธิบายพร้อมตัวอย่างด้วยค่ะ

กราบขอบพระคุณค่ะ
พี่ดา

โดย พี่ดา [12 ก.ย. 2547 , 19:53:39 น.] ( IP = 61.90.12.216 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ
[ 1 ] [ 2 ]


  สลักธรรม 1

สวัสดีฮะพี่ดา ... คำถามของพี่ดาน่าสนใจมากเลยฮะ นี่เณรจิ๋วก็แอบเข้ามาcheckคำตอบหลายทีแล้วเหมือนกัน แต่สงสัยพี่ๆคนอื่นกำลังยุ่งอยู่กับการเตรียมงานท่านอาจารย์บุญมีแน่เลย

ระหว่างรออาจารย์กับพี่ๆมาตอบ เรามาลองคุยกันแบบคนไม่sureทั้งคู่ดีมั้ยฮะ ถ้าถามเณรจิ๋วว่า รู้ กับ รู้สึก อะไรเกิดก่อนกัน เณรจิ๋วขอทายตามประสบการณ์ว่า "รู้สึก" น่าจะเป็นสภาวธรรมที่เกิดขึ้นก่อน "รู้" นะฮะ

เหตุผลก็คือสิ่งที่เป็น target ของ"การรู้สึก"เป็นสภาพปรมัตถ์ที่มีอยู่แล้วในธรรมชาติ เช่น ความเย็น ความร้อน รสชาติ หรือ กลิ่นต่างๆ เพราะฉะนั้น "การรู้สึก"จึงน่าจะเกิดขึ้นได้กับสิ่งมีชีวิตทุกรูปทุกนาม ทั้งเด็กทารก ทั้งผู้ใหญ่ ทั้งสัตว์และมนุษย์ โดยไม่ต้องอาศัยสัญญาหรือความสามารถใดๆใน "การรู้สึก" นั้นๆ

แต่ในขณะเดียวกันสิ่งที่เป็น target ของ "การรู้" หรือสิ่งที่ถูกรู้นั้นไม่ได้เป็นสภาพธรรมที่มีอยู่จริงเป็นอยู่จริง เช่น เรา"รู้สึก"ได้ด้วยการรับรู้ว่า"สภาพความเจ็บ"กำลังเกิดขึ้น แต่เรา"รู้"ได้ทีหลังด้วยการตีเทียบว่า สภาพธรรมที่เกิดขึ้นนั้นกล่าวเป็นคำพูดในภาษาไทยได้ว่า "เจ็บ"

โดย เณรจิ๋ว [12 ก.ย. 2547 , 19:59:32 น.] ( IP = 61.90.12.216 : : )


  สลักธรรม 2

การจะตัดสินว่าสภาพธรรมที่เกิดขึ้นเรียกว่า "เจ็บ"ได้นั้น อย่างแรกต้องอาศัยสัญญา หรือความจำได้หมายรู้ว่าสิ่งนั้นๆ เทียบได้กับอะไรในความทรงจำของเรา เด็กทารกอาจจะรู้สึกได้ในสภาวะของการ "หิว" แต่ไม่สามารถรู้ได้ว่าตัวเองกำลัง "หิว" อย่างที่อาจารย์บุษกรเขียนไว้ในเรื่อง... "ขอเชิญมาทำความเข้าใจ..ในสภาวะธรรมกันเถิดค่ะ.. เมื่อวันที่ 14 พ.ย. 2544 ว่า "...

บางครั้งคำพูดหมายถึงสิ่งที่มีจริง ๆ ซึ่งสามารถจะรู้ได้โดยตรง บางครั้งคำพูดก็แสดงถึงความคิดนึก..."

อาจารย์ยกตัวอย่างไว้ในบทความข้างต้นว่า "...ตัวอย่างเช่น ถ้าสติเกิดระลึกรู้สภาพเย็นที่ปรากฏในขณะนั้น ก็ไม่มีความคิดว่า เท้าของฉันกำลังเย็นหรือเย็นจัดซึ่งไม่ใช่การรู้สภาพธรรมแต่เป็นการคิดเรื่องราว..." จริงๆตัวอย่างนี้อาจจะไม่ค่อยเกี่ยวกับเรื่องนี้เท่าไหร่นะฮะ แต่เณรจิ๋วอ่านแล้วได้ความเข้าใจว่า การที่สติระลึกรู้สึกได้ในสภาพเย็นที่ปรากฎขึ้นในขณะนั้นๆ เป็นสภาวะที่เกิดขึ้นได้ก่อนที่จะมีการตีเทียบลงไปในเรื่องราวว่า เท้าของฉันกำลังเย็นหรื่อเย็นจัด

สุดท้ายที่พี่ดาบอกว่า "รู้สึกนี่มันเลยไปถึงว่าเรารู้แล้วว่าเป็นอะไร" นั้น ตามที่ได้ประสบมา เณรจิ๋วคิดว่านั่นไม่ใช่สภาวะของ"รู้สึก"แล้วละฮะ น่าจะเป็นสภาวะที่นามเข้าไปรู้ในนามรู้สึกอีกที หรือพูดอีกอย่างได้ว่า นามรู้ในสภาวะของนามรู้สึกที่เกิดขึ้นมาก่อนนั่นเอง

ถือเป็นการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันไปก่อนได้คำตอบจริงนะฮะ ถ้ามีประสบการณ์ที่แตกต่างกันอย่างไร ก็อย่าลืมนำมาเล่ากันบ้างนะคร้าบ ...

โดย เณรจิ๋ว [12 ก.ย. 2547 , 20:05:08 น.] ( IP = 61.90.12.216 : : )


  สลักธรรม 3

เล็กก็เข้าใจเช่นเดียวกับเณรจิ๋วเลยค่ะ


โดย เล็ก [12 ก.ย. 2547 , 20:08:09 น.] ( IP = 61.90.12.216 : : )


  สลักธรรม 4

สวัสดีค่ะเณรจิ๋ว

พี่ดาเข้าใจว่าสภาวะที่รู้สึกนั้น ใช่เกิดก่อนแต่เป็นสภาวะที่คนอย่างเราๆ ยังกำหนดไม่ทัน

เพราะเมื่อเรารู้สึก ก็คือเรารู้เลยแล้วว่าเจ็บ ว่าเย็น เป็นต้น ซึ่งเป็นสัญญา เป็นเรารู้แล้ว ตกกระดาน อย่างที่หลวงพ่อเสือเคยสอนไว้

ดังนั้น การที่เณรจิ๋วกล่าวว่านามรู้ในสภาวะะของนามรู้สึกนั้น ก็ถูก และตามความเข้าใจของพี่ดานั้น พี่ว่าการกำหนดนามรู้จึงเป็นการกำหนดที่เป็นปัจจุบันอารมณ์ค่ะ ก็อย่างที่เณรจิ๋วบอกนะค่ะ ว่าเรามาแลกเปลี่ยนความคิดกันแบบคนไม่ sure กัน สนุกดี

ขณะนี้ ก็ได้แต่รอให้ท่านอาจารย์หายเหนื่อยจากการจัดงานแสดงความกตัญญูท่านอาจารย์บุญมีก่อน แล้วก็จะได้รับคำตอบที่ถูกสภาวธรรม

ขอบคุณมากค่ะเณรจิ๋ว

โดย พี่ดา [12 ก.ย. 2547 , 20:13:23 น.] ( IP = 61.90.12.216 : : )


  สลักธรรม 5

เพิ่งมาติดตามเช้านี้นะคะ

พูดถึงกระทู้นี้ก็เพิ่งถามรุ่นพี่มาเหมือนกัน แต่ก็ยังไม่ได้คำตอบที่ชัดเจนนัก ..แต่คิดเช่นเดียวกับเณรจิ๋ว เพราะความรู้สึกเกิดขึ้นแถมจะไม่ต้องใช้สัญญาตีเทียบ เกิดขึ้นก็รู้สึก

แต่การกำหนดนามรู้ ิวิถีเกิดทางมโนทวารมากมาย เกิดขึ้นจากการตีเทียบจากอดีตอารมณ์มามากมาย เวลาที่กำหนด ก็รู้สึกว่ากำหนดหลังกระดานเสมอๆ คือไม่ทันปัจจุบัน

กำหนดถูกแต่กำหนดเยื้องไป เพราะปัญญายังไม่ไวพอ แต่ทำได้แแค่นี้ก็ดีแล้ว 2 ก็ต้องมาจาก 1 ใช่ไหมคะพี่ดา

โดย พี่อุ๊ [12 ก.ย. 2547 , 20:19:43 น.] ( IP = 61.90.12.216 : : )


  สลักธรรม 6


สวัสดีค่ะพี่ดา น้องเล็กและน้องโด่ง กับน้องอุ๊ค่ะ

ที่ได้มีการถามตอบกันว่า เมื่อกระทบกับอารมณ์ภายนอก และอารมณ์ภายใน จะใช้ต่างกันอย่างไรนั้น จะใช้นามรู้หรือนามรู้สึกนั้น ท่านต้องทราบนะค่ะว่า...

การปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานนั้น

มุ่งหมายให้ไปดูอะไรและดูเพื่ออะไร

ถ้าเข้าใจแล้วจะไม่สงสัยเลยค่ะ

เพราะท่านให้ไปดูความรู้สึก เพราะ"ความรู้สึก" เป็นสภาพปรมัตถ์ที่มีอยู่จริง โดยสัตว์ที่ได้รับวิบากเป็นผลจะดีก็ตาม-จะไม่ดีก็ตาม จะปรากฎที่รูปกับนาม เท่านั้น

ผลของวิบากย่อมทำให้ได้รับความรู้สึกปรากฎที่ขันธ์เป็นผลค่ะ ... แต่การที่จะสุขหรือทุกข์นั้นเป็นการรู้เฉพาะตนเท่านั้น

เหตุเพราะการปรุงแต่งและเสพอารมณ์ไม่เหมือนกันและแต่ว่าบุคคลนั้นมีอุปสัยอย่างใด เช่นบางคนชอบความรุนแรง และจะมีความสุข.. เช่นนักมวยไงค่ะ

จะเห็นได้ว่าความรู้ที่จะเป็นอภิฌชาหรือโทมนัสนั้น ..ไม่ได้เป็นสภาพธรรมที่เป็นพระปรมัตถ แต่เป็นสัญญาอันเกิดจากการปรุงแต่งจิตจากอุปนิสสยปัจจัยของตนๆค่ะ จึงจะต้องโยนิโสที่ความรู้สึกค่ะ

โดย อ. บุษกร เมธางกูร [12 ก.ย. 2547 , 20:44:15 น.] ( IP = 61.90.12.216 : : )


  สลักธรรม 7


แต่ก็ไม่ต้องนำไปเป็นความกังวนนะค่ะเพราะเหตุอดีตของแต่ละคนไม่เหมือนกัน

บางคนอาจจะทันปัจจุบันได้เร็วจากการฝึกฝนมามาก... และบางคนก็มีเหตุมาพอสมควร

แต่ต้องอาศัยการสังเกตุอีกหน่อย คงจะสามารถเข้าใจ และทันปัจจุบันได้ไม่ยากหรอกค่ะ

แต่อย่างไรก็ตามควรทราบว่า...
ท่านกำลังเพียรถ่ายถอนอัตตานะค่ะ
ไม่ควรไม่ยึดถือกฎมากจนทำให้เป็นความปรารถนาขึ้นมานะค่ะ

และที่พี่ดาบอกว่า "รู้สึกนี่มันเลยไปถึงว่าเรารู้แล้วว่าเป็นอะไร" นั้น
และเณรจิ๋วตอบว่า เณรจิ๋วคิดว่านั่นไม่ใช่สภาวะของ "รู้สึก" แล้ว น่าจะเป็นสภาวะที่นามเข้าไปรู้ในนามรู้สึกอีกที

หรือพูดอีกอย่างได้ว่า.... นามรู้ในสภาวะของนามรู้สึกที่เกิดขึ้นมาก่อนนั่นเอง นี้ใช้เลยค่ะ เพราะนามเกิดรู้ได้เร็วมากๆเลยและนามก็เกิดต่อๆกันเป็นลำดับได้ค่ะ

ต้องขออนุโมทนากับทุกๆท่านจริงๆนะค่ะ....เพราะเท่ากับว่า ท่านกำลังศึกษาหาปัญญาเพื่อพ้นภัยในวัฎฎะอยู่ค่ะ และขอให้กุศลญาณสัมปยุตนี้ จงเป็นดั่งพาหนะนำท่านออกจากบ่วงแห่งวัฎฎะทุกข์ได้โดยไวนะค่ะ

โดย อ. บุษกร เมธางกูร [12 ก.ย. 2547 , 20:51:42 น.] ( IP = 61.90.12.216 : : )


  สลักธรรม 8

เข้าใจว่าที่มาของ “นามรู้ กับนามรู้สึก” นี้ คงสืบเนื่องมาจากอาจารย์บุษกรป่วยมาก แต่ด้วยความเป็นห่วงลูกศิษย์ ก็สู้อุตส่าห์ออกมา (น่าจะพูดว่าคลานออกมา) ให้ธรรมะโดยเฉพาะเรื่องของการปฏิบัติที่อาจารย์ประสบมาด้วยตนเองว่า ยามเจ็บป่วยการกำหนดบางครั้งยังตกกระดานเลย แล้วพวกเราลูกศิษย์ที่ยังไม่คิดปฏิบัติล่ะ ยามเจ็บป่วยใกล้ตายจะเป็นอย่างไร ….นี่คือความห่วงใยของอาจารย์บุษกรที่มีต่อลูกศิษย์ทุกคน

วันนั้นได้ฟังแล้ว ก็พอเข้าใจว่า การที่เราทุรนทุรายจากการปวดเมื่อยเพราะฤทธิ์ไข้ ขณะนั้นวิถีจิตของเราเกิดขึ้นมากมาย เสพทั้งโทสะชวนะ และโลภะชวนะ (ต้องการให้หาย) ข้อความที่อาจารย์พูดว่าขนาดอาจารย์ปฏิบัติทุกคืน เวลาป่วยไข้ บางครั้งยังต้องตกกระดาน เพราะรู้สึกว่าปวดมาก (นามรู้สึก)

เข้าใจว่าส่วนใหญ่อาจารย์คงจะสามารถกำหนดรู้แค่อาการปวดเมื่อยได้ (นามรู้) ที่เป็นเช่นนี้เพราะความรู้สึกตัว (โคจรสัมปชัญญะ) คือ การใส่ใจที่นาม คือนามเป็นผู้ดูอารมณ์ (การปวดเมื่อย หรือความร้อนจากฤทธิ์ไข้นั้น) โดยไม่มีความรู้สึกที่เข้าไปเล่นด้วย

….ผิดกับพวกเรา ซึ่งถ้าต้องประสบเหตุการณ์กรณีเดียวกับอาจารย์ ก็คงจะกำหนดนามรู้สึก โดยเข้าไปคลุกเคล้ากับอารมณ์ที่ปวดเมื่อยนั้น แล้วรำพันว่ายิ่งกำหนดแล้ว ยิ่งรู้สึกในอาการปวดมากขึ้น อภิชฌา โทมนัสเกิดตลอด เพราะเราแค่ท่อง หรือว่าไปโดยปริยัติ ยังไม่มีอุบายแยบคายที่แยกแยะได้ถูกต้องเช่นอาจารย์

โดย วยุรี [12 ก.ย. 2547 , 21:07:02 น.] ( IP = 61.90.23.187 : : )


  สลักธรรม 9

วันนั้นได้ฟังแล้วเข้าใจว่าอาจารย์สามรถแยกผู้ดูกับผู้ถูกดูออกได้ นั่นคือ นามรู้ว่ากำลังดูอะไรอยู่ จึงไม่ได้ไปรู้สึกกับอาการนั้นๆ แต่ครั้นไปรู้สึกว่าปวด เสมือนพลาดตกกระดานไป อาจารย์จึงได้ออกมาให้ข้อคิดว่า ขนาดอาจารย์บางครั้งยังพลาด แล้วพวกเราล่ะ ถ้าไม่ฝึกหัดเอาไว้ ต่อไปเจ็บป่วยใกล้ตายจะเป็นอย่างไร

ฉะนั้นจะเป็น นามรู้ นามรู้สึก ก็คือภาษาที่สมมุติขึ้น แต่ความเป็นจริงคือปรมัตถ์เป็นอย่างไร ผู้กำหนดเท่านั้นที่จะทราบได้ด้วยตนเอง (ผิดถูกประการใด ขอคำชี้แนะด้วย)
ขอขอบคุณค่ะ


หมายเหตุ: ขอเพิ่มเติมนิดหน่อยว่า โคจรสัมปชัญญะที่พูดถึงนั้นอยู่ในหมวดของสัมปชัญญะ ๔ นั่นเอง

โดย วยุรี [12 ก.ย. 2547 , 21:11:13 น.] ( IP = 61.90.23.187 : : )


  สลักธรรม 10

คราวกระทบพบอารมณ์ปมปัญหา
ความรู้สึกเกิดตามมาใช่หรือไม่
คือสุข-ทุกข์ ไม่ชอบ หรือชอบใจ
เป็นเวทนาเกิดให้รู้สึกกัน

พลันที่ใจไหวตามเวทนา
ชอบ..นำสู่ตัณหาให้ยึดมั่น
หากไม่ชอบ..ก็ค้นหาใหม่เช่นกัน
เพราะใฝ่ฝันจะพอใจในเรื่องกาม

เมื่อผูกติดฤทธิ์รสกามกำซาบ
ไม่กำราบจึงก่อกรรมนำภพสาม
เป็นเหตุในปัจจุบันนำเงื่อนความ
เกิดติดตามต่อไปให้ร้อนรน

ที่กระทำเช่นนี้มีเหตุว่า
อวิชชา-สังขารผสานผล
เป็นต้นเหตุสำคัญอันแยบยล
อำนวยพลกิเลสมารสำราญใจ

ใช้อะไรตัดตอก่อวัฏฏะ?
ต้องเพียรละกิเลสเหตุหมองไหม้
ด้วยความเพียร สติมา ปัญญาไว
เจริญในกรรมฐานการวิปัสสนา

โดย พี่ดอกแก้ว [13 ก.ย. 2547 , 08:21:12 น.] ( IP = 61.90.12.178 : : )
[ 1 ] [ 2 ]

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org