มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


เมื่อชาวพุทธส่วนมากแคลงใจเรื่องกรรม





เป็นชาวพุทธถ้าไม่รู้จักกฎแห่งกรรม
ถ้ามีความสงสัยว่า
กฎแห่งกรรมเป็น กฎแห่งธรรมชาติจริงหรือ
แล้วไซร์ จะชื่อว่ารู้ธรรมเป็นไม่มี
ก่อนอื่นเราเคยคิดบ้างไหม ปัญหาพวกนี้ ในฐานะที่บ้างท่านเป็นชาวพุทธ ต้องตอบปัญหาแก่ผู้ถามในศาสนาอื่นที่ปฏิเสธเรื่องกฎแห่งกรรม
ไม่ใช่กฎธรรมชาติ แต่เป็นการบังเอิญบ้างหรือไม่ก็เป็นที่อุบัติเหตุที่มีขึ้นได้ แต่ความจริงแล้วถ้าเราวิเคราะห์กันตรงๆแล้ว
เมื่อได้ศึกษาหาสัจจธรรมและมีเข้าใจแล้ว
ชาวพุทธต้องมีความรู้เรื่องราวเกี่ยวกับ
กฎธรรมชาตินี้


เพราะสภาวะที่เป็นเหตุขึ้นมา ทางหลักพระพุทธศาสนา ต้องมีที่มาคือเหตุและผล การพูดเหนือเหตุผลไม่ใช่หลักธรรมในพระพุทธศาสนา ด้วยเหตุที่ทำให้ผลกรรมเกิดก็ต้องมีการกระทำ
เหตุเพราะทำดีผลคือได้ดี เหตุทำชั่วต้องได้ผลชั่ว ทรงเปรียบว่า บุคคลปลูกพืชเช่นใดต้องได้ผลเช่นนั้น อธิบายอย่างหนึ่ง เรื่องของลักษณะการทำงานของจิต
จิตใจ เป็นธรรมชาติที่เก็บข้อมูลเช่นเดียวกับคอมพิวเตอร์ เก็บข้อมูลทั้งดีและชั่ว เมื่อต้องการดูข้อมูลข้อมูลก็เกิด จิตก็เหมือนกันเมื่อมีเหตุปัจจัยให้ผลที่ทำไว้เกิด
ผลที่เรียกว่าวิบากก็เกิด ตามเหตุปัจจัยนั้น ด้วยเหตุนี้ กฎแห่งกรรมจึงเป็นเรื่องข้อมูลทางธรรมชาติ ของจิต ซึ่งรับและสนองจากผล ตามเหตุและปัจจัยนั่นเอง
ส่วนผลและเหตุมาอย่างไร เรื่องราวในครั้งพุทธกาลที่องค์สมเด็จพระผู้มีพระภาคได้แสดงและชี้ให้เห็นมีหลายเรื่อง จะขอนำมาให้ลองพิจารณาธรรมจาก
พระสูตรนี้
แล้วจะทราบถึง เหตุการกระทำและผลแห่งการกระทำ ให้ผลและตรงกันอย่างไร

โดย ทรงธรรม [17 ก.ย. 2547 , 13:09:47 น.] ( IP = 61.91.156.6 : : 192.168.0.102 ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1


สุภมาณพ ได้ถามพระพุทธองค์ว่า..........
อะไรหนอแล เป็นเหตุเป็นปัจจัยให้พวกมนุษย์
ที่เกิดเป็นมนุษย์อยู่ ปรากฏความเลวและความประณีต คือ มนุษย์ทั้งหลายย่อมปรากฏ
มีอายุสั้น มีอายุยืน มีโรคมาก มีโรคน้อย มีผิวพรรณทราม มีผิวพรรณงาม มีศักดา
น้อย มีศักดามาก มีโภคะน้อย มีโภคะมาก เกิดในสกุลต่ำ เกิดในสกุลสูง ไร้ปัญญา
มีปัญญา ข้าแต่พระโคดมผู้เจริญ อะไรหนอแล เป็นเหตุเป็นปัจจัยให้พวกมนุษย์ที่เกิด
เป็นมนุษย์อยู่ ปรากฏความเลวและความประณีต ?
[๕๘๑] พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ดูกรมาณพ สัตว์ทั้งหลายมีกรรมเป็นของตน
เป็นทายาทแห่งกรรม มีกรรมเป็นกำเนิด มีกรรมเป็นเผ่าพันธ์ มีกรรมเป็นที่พึ่งอาศัย
กรรมย่อมจำแนกสัตว์ให้เลวและประณีตได้



....................................บุคคลบางคนใน
โลกนี้ จะเป็นสตรีก็ตาม บุรุษก็ตาม เป็นผู้มัก
ทำชีวิตสัตว์ให้ตกล่วง เป็นคน เหี้ยมโหด มีมือเปื้อนเลือด หมกมุ่นในการประหัตประหาร ไม่เอ็นดูในเหล่า สัตว์มีชีวิต เขาตายไป จะเข้าถึงอบาย ทุคติ วินิบาต นรก เพราะกรรมนั้น
อันเขาให้พรั่งพร้อม สมาทานไว้อย่างนี้ หากตายไป ไม่เข้าถึงอบาย ทุคติ วินิบาต นรก ถ้ามาเป็นมนุษย์ เกิด ณ ที่ใดๆ ในภายหลัง จะเป็นคนมีอายุสั้น
ดูกรมาณพ ปฏิปทาเป็นไปเพื่อมีอายุสั้นนี้ คือ
เป็นผู้มักทำชีวิตสัตว์ให้ตกล่วง
เป็นคนเหี้ยมโหด มีมือเปื้อนเลือด หมกมุ่นในการประหัตประหาร ไม่เอ็นดูใน
เหล่าสัตว์มีชีวิต {น.๒๘๘}


โดย ทรงธรรม [17 ก.ย. 2547 , 13:21:02 น.] ( IP = 61.91.156.6 : : 192.168.0.102 )


  สลักธรรม 2


จากพระสูตรพอสรุปเรื่องกรรมได้ดังนี้

ปฏิปทาเป็นไปเพื่อมีอายุสั้นนี้ คือ เป็นผู้มักทำชีวิตสัตว์ให้ตกล่วง เป็นคนเหี้ยมโหด มีมือเปื้อนเลือด หมกมุ่นในการประหัตประหาร ไม่เอ็นดูใน
เหล่าสัตว์มีชีวิต {น.๒๘๘}

ปฏิปทา เป็นไปเพื่อมีอายุยืนนี้ คือ ละปาณาติบาตแล้ว เป็นผู้เว้นขาดจากปาณาติบาต วางอาชญา วางศาสตราได้ มีความละอาย ถึงความเอ็นดู อนุเคราะห์ด้วยความเกื้อกูลในสรรพสัตว์และภูตอยู่

ปฏิปทาเป็นไปเพื่อมีโรคมากนี้ คือ เป็นผู้มีปกติเบียดเบียนสัตว์ด้วยฝ่ามือ หรือ ก้อนดิน หรือท่อนไม้ หรือศาสตรา

ปฏิปทาเป็นไปเพื่อมีโรคน้อย คือ
เป็นผู้มีปกติไม่เบียดเบียนสัตว์ด้วยฝ่ามือ หรือก้อนดิน หรือท่อนไม้ หรือศาสตรา {น.๒๘๘}

ปฏิปทาเป็น ไปเพื่อเป็นผู้น่าเลื่อมใสนี้ คือ เป็นคนไม่มักโกรธ ไม่มากด้วยความแค้นเคือง
ถูกเขาว่ามากก็ไม่ขัดใจ ไม่โกรธเคือง ไม่พยาบาท ไม่มาดร้าย ไม่ทำความ โกรธ ความร้าย ความขึ้งเคียดให้ปรากฏ

ปฏิปทาเป็นไปเพื่อมีศักดาน้อย คือ มีใจ
ริษยา ย่อมริษยา มุ่งร้าย ผูกใจอิจฉาในลาภสักการะ ความเคารพ ความนับถือ
การไหว้ และการบูชาของคนอื่น {น.๒๘๙}

ปฏิปทาเป็นไปเพื่อมีศักดามากนี้ คือ มีใจไม่
ริษยา ย่อมไม่ริษยา ไม่มุ่งร้าย ไม่ผูกใจอิจฉาในลาภสักการะ ความเคารพ
ความนับถือ การไหว้ และการบูชาของคนอื่น {น.๒๘๙-๒๙๐}

ปฏิปทาเป็นไปเพื่อมีโภคะน้อยนี้ คือ
ไม่ให้ข้าว น้ำ ผ้า ดอกไม้ ของหอม เครื่องลูบไล้ ที่นอน ที่อาศัย เครื่องตามประทีป แก่สมณะหรือพราหมณ์ {น.๒๙๐}

ปฏิปทาเป็นไปเพื่อมีโภคะมากนี้ คือ ให้ข้าว น้ำ ผ้า ดอกไม้ ของหอม เครื่องลูบไล้ ที่นอน ที่อาศัย เครื่องตามประทีป แก่สมณะหรือพราหมณ์
{น.๒๙๐}






โดย ทรงธรรม [17 ก.ย. 2547 , 13:29:30 น.] ( IP = 61.91.156.6 : : 192.168.0.102 )


  สลักธรรม 3


ปฏิปทาเป็นไปเพื่อเกิดในสกุลต่ำนี้ คือ เป็นคนกระด้าง เย่อหยิ่ง ย่อมไม่ กราบไหว้คนที่ควรไหว้ ไม่ลุกรับคนที่ควรลุกรับ ไม่ให้อาสนะแก่คนที่สมควรแก่
อาสนะ ไม่ให้ทางแก่คนที่สมควรแก่ทาง ไม่สักการะคนที่ควรสักการะ ไม่เคารพ คนที่ควรเคารพ ไม่นับถือคนที่ควรนับถือ ไม่บูชาคนที่ควรบูชา
{น.๒๙๐-๒๙๑}

ปฏิปทาเป็นไปเพื่อเกิดในสกุล
สูงนี้ คือ เป็นคนไม่กระด้าง ไม่เย่อหยิ่ง ย่อมกราบไหว้คนที่ควรไหว้ ลุกรับคน ที่ควรลุกรับ ให้อาสนะแก่คนที่สมควรแก่อาสนะ ให้ทางแก่คนที่สมควรแก่ทาง สักการะคนที่ควรสักการะ เคารพคนที่ควรเคารพ นับถือคนที่ควรนับถือ บูชาคนที่ควร
บูชา {น.๒๙๑}

ปฏิปทาเป็นไปเพื่อมีปัญญา
ทรามนี้ คือ ไม่เป็นผู้เข้าไปหาสมณะหรือพราหมณ์แล้วสอบถามว่า อะไรเป็นกุศล
อะไรเป็นอกุศล อะไรมีโทษ อะไรไม่มีโทษ อะไรควรเสพ อะไรไม่ควรเสพ
อะไรเมื่อทำ ย่อมเป็นไปเพื่อไม่เกื้อกูล เพื่อทุกข์สิ้นกาลนาน หรือว่า อะไรเมื่อ ทำย่อมเป็นไปเพื่อประโยชน์เกื้อกูล เพื่อความสุขสิ้นกาลนาน {น.๒๙๑}

ปฏิปทาเป็นไปเพื่อมีปัญญามากนี้ คือ
เป็นผู้เข้าไปหาสมณะหรือพราหมณ์ แล้วสอบถามว่า อะไรเป็นกุศล อะไรเป็น อกุศล อะไรมีโทษ อะไรไม่มีโทษ อะไรควรเสพ อะไรไม่ควรเสพ อะไร
เมื่อทำ ย่อมเป็นไปเพื่อไม่เกื้อกูล เพื่อทุกข์สิ้นกาลนาน หรือว่า อะไรเมื่อทำ
ยอมเป็นไปเพื่อประโยชน์เกื้อกูล เพื่อความสุขสิ้นกาลนาน {น.๒๙๑-๒๙๒}



โดย ทรงธรรม [17 ก.ย. 2547 , 13:39:17 น.] ( IP = 61.91.156.6 : : 192.168.0.102 )


  สลักธรรม 4


ด้วยประการฉะนี้แล
ปฏิปทาเป็นไปเพื่อมีอายุสั้น ย่อม นำเข้าไปสู่ความเป็นคนมีอายุสั้น
ปฏิปทาเป็นไปเพื่อมีอายุยืน ย่อมนำเข้าไปสู่
ความเป็นคนมีอายุยืน
ปฏิปทาเป็นไปเพื่อมีโรคมาก ย่อมนำเข้าไปสู่ความเป็นคน มีโรคมาก
ปฏิปทาเป็นไปเพื่อมีโรคน้อย ย่อมนำเข้าไปสู่ความเป็นคนมีโรคน้อย
ปฏิปทาเป็นไปเพื่อมีผิวพรรณทราม ย่อมนำเข้าไปสู่ความเป็นคนมีผิวพรรณทราม
ปฏิปทาเป็นไปเพื่อมีผิวพรรณงาม ย่อมนำเข้าไปสู่ความเป็นคนมีผิวพรรณงาม
ปฏิปทาเป็นไปเพื่อมีศักดาน้อย ย่อมนำเข้าไปสู่ความเป็นคนมีศักดาน้อย
ปฏิปทาเป็นไปเพื่อมีศักดามาก ย่อมนำเข้าไปสู่ความเป็นคนมีศักดามาก
ปฏิปทาเป็นไปเพื่อมีโภคะน้อย ย่อมนำเข้าไปสู่ความเป็นคนมีโภคะน้อย
ปฏิปทาเป็นไปเพื่อมีโภคะมาก ย่อมนำเข้าไปสู่ความเป็นคนมีโภคะมาก
ปฏิปทาเป็นไปเพื่อเกิดในสกุลต่ำ ย่อมนำ
เข้าไปสู่ความเป็นคนเกิดในสกุลต่ำ
ปฏิปทาเป็นไปเพื่อเกิดในสกุลสูง ย่อมนำเข้า
ไปสู่ความเป็นคนเกิดในสกุลสูง
ปฏิปทาเป็นไปเพื่อมีปัญญาทราม ย่อมนำเข้าไปสู่
ความเป็นคนมีปัญญาทราม
ปฏิปทาเป็นไปเพื่อมีปัญญามาก ย่อมนำเข้าไปสู่ความ เป็นคนมีปัญญามาก

ดูกรมาณพ สัตว์ทั้งหลาย มีกรรมเป็นของตน
เป็นทายาทแห่งกรรม มีกรรม เป็นกำเนิด
มีกรรมเป็นเผ่าพันธ์ มีกรรมเป็นที่พึ่งอาศัย
กรรมย่อมจำแนกสัตว์ให้ เลวและประณีต


โดย ทรงธรรม [17 ก.ย. 2547 , 13:40:48 น.] ( IP = 61.91.156.6 : : 192.168.0.102 )


  สลักธรรม 5


กรรมช่างจัดสรรและจำแนกสัตว์ทั้งหลายให้แตกต่างกันอย่างวิจิตร

อนุโมทนาค่ะ

โดย พี่ดา [18 ก.ย. 2547 , 20:45:23 น.] ( IP = 203.209.106.202 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org