| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
เสริมสร้างปัญญา...ตอนที่๙
http://www.thaimisc.com/freewebboard/php/vreply.php?user=dokgaew&topic=5954
http://www.thaimisc.com/freewebboard/php/vreply.php?user=dokgaew&topic=5938
เสริมสร้างปัญญา...ตอนที่ ๙
หลักคำสอนอันเป็นหัวใจของพระพุทธศาสนา ก็คือการละกระทำชั่วทั้งปวง ๑ การทำความดีให้ถึงพร้อม ๑ และ การทำจิตใจให้บริสุทธิ์ ๑
อกุศลจิตเป็นจิตที่ก่อให้การทำ การพูด การคิดที่ไม่ดี ก่อให้เกิดการงานที่เป็นบาป ได้แก่อกุศลกรรม
โดย พี่ดา [20 ก.ย. 2547 , 11:56:51 น.] ( IP = 203.150.217.118 : : 203.113.33.12 ) [ 1 ] [ 2 ]
สลักธรรม 1
การเกิดขึ้นของอกุศลกรรมเมื่อว่าโดยจิตตุปปาทะ : การเกิดขึ้นของจิต มี ๑๒ คือ อกุศลจิต ๑๒ ได้แก่ โลภมูลจิต ๘ โทสมูลจิต ๒ โมหมูลจิต ๒ โดย พี่ดา [20 ก.ย. 2547 , 11:59:45 น.] ( IP = 203.150.217.116 : : 203.113.33.12 )
สลักธรรม 2
เมื่อว่าโดยกรรมทวาร : ทางที่เป็นการแสดงออกของเจตนาที่เป็นเหตุให้เกิดกรรม มี ๓ คือ กายทวาร - กายทุจริต ๓ ( ปาณาติบาต อทินนาทาน กาเมสุมิจฉาจาร ) วจีทวาร - วจีทุจริต ๔ ( มุสาวาท ปิสุณวาท สัมผัปปลาปวาท ผรุสวาท ) มโนทวาร - มโนทุจริต ๓ ( อภิชฌา พยาปาท มิจฉาทิฏฐิ ) ![]()
โดย พี่ดา [20 ก.ย. 2547 , 12:02:12 น.] ( IP = 203.150.217.116 : : 203.113.33.12 )
สลักธรรม 3
เมื่อว่าโดยกรรมบท : ทางของการกระทำ คือ อกุศลกรรมบท ๑๐ ได้แก่
ก. อกุศลกายกรรม ๓ ประการ
๑. ปาณาติบาต - การฆ่าสัตว์ โดยมีองค์ประกอบในการตัดสิน ๕ ประการสัตว์นั้นมีชีวิต รู้ว่าสัตว์นั้นมีชีวิต มีจิตคิดจะฆ่า ทำความเพียรเพื่อให้ตาย สัตว์นั้นตายลงเพราะความเพียร
ผลที่จะได้รับในปวัตติกาล ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของการกระทำ ย่อมแตกต่างกันไปตามลักษณะ ดังนี้๑) ร่างกายทุพพลภาพ ๒) รูปไม่งาม ๓) กำลังอ่อนแอ ๔) กำลังเฉื่อยชา กำลังปัญญาไม่ว่องไว ๕) เป็นคนขลาดหวาดกลัว ๖) กล้าฆ่าตนเอง หรือถูกฆ่าได้ ๗) พินาศในบริวาร ๘) มีโรคภัยเบียดเบียน ๙) อายุสั้น โดย พี่ดา [20 ก.ย. 2547 , 12:04:41 น.] ( IP = 203.150.217.111 : : 203.113.33.12 )
สลักธรรม 4
๒. อทินนาทาน - การลักทรัพย์ โดยมีองค์ประกอบในการตัดสิน ๕ ประการสิ่งนั้นมีเจ้าของ รู้ว่าสิ่งนั้นมีเจ้าของ มีจิตคิดจะขโมย มีความพยายามเพื่อให้ได้สิ่งนั้นมา ได้สิ่งนั้นมาไว้ในครอบครอง
ผลที่ได้รับในปวัตติกาล มี ๖ ประการ๑) ด้อยทรัพย์ ๒) ยากจน ๓) อดอยาก ๔) ไม่ได้ในสิ่งที่ตนปรารถนา ๕) พินาศในกิจการค้าและการลงทุน ๖) พินาศเพราะภัยพิบัติต่างๆ
๓. กาเมสุมิจฉาจาร - การล่วงประเวณี โดยมีองค์ประกอบในการตัดสิน ๔ ประการบุคคลนั้นไม่ควรล่วงเกิน มีจิตคิดจะล่วงเกิน มีความพยายามและดำเนินการ ได้ล่วงเกินสมปรารถนา
ผลที่ได้รับในปวัตติกาล มี ๑๑ ประการ๑) มีผู้เกลียดชังมาก ๒) มีผู้คิดปองร้าย ๓) ขันสนทรัพย์ ๔) อดอยาก ยากจน ๕) เกิดเป็นหญิง ๖) เกิดเป็นกระเทย ๗) เกิดเป็นชายในตระกูลต่ำ ๘) ได้รับความอับอายอยู่เสมอ ๙) ร่างกายไม่สมประกอบ ๑๐) มากด้วยความวิตกกังวล ๑๑) พลัดพรากตากผู้ที่ตนรัก โดย พี่ดา [20 ก.ย. 2547 , 12:09:24 น.] ( IP = 203.150.217.111 : : 203.113.33.12 )
สลักธรรม 5
ข. อกุศลวจีกรรม ๔ ประการ
๑. มุสาวาท - การพูดปด โดยพิจารณาจากองค์ประกอบ ๔ ประการเรื่องนั้นไม่จริง มีจิตคิดจะพูดให้ผิดจากความเป็นจริง ได้พูดออกไปแล้ว คนฟังรู้ความ
ผลที่ได้รับในปวัตติกาล มี ๘ ประการ๑) พูดไม่ชัด ๒) ฟันไม่เรียบ ๓) มีกลิ่นปากเหม็นรุนแรง ๔) ไอตัวร้อนจัด หรือมีกลิ่นตัวแรง ๕) ตาไม่อยู่ในระดับปกติ ๖) พูดติดอ่าง ๗) บุคลิกไม่สง่าผ่าเผย ๘) จิตใจรวนเรคล้ายคนวิกลจริต
๒. ปิสุณวาท - การพูดส่อเสียด โดยพิจารณาจากองค์ประกอบ ๔ ประการมีผู้ที่ถูกทำให้แตกแยก มีจิตมุ่งให้แตกแยก มีความเพียรให้แตกแยกกัน คนฟังรู้ความ
ผลที่ได้รับในปวัตติกาล มี ๔ ประการ๑) ชอบตำหนิตนเอง ๒) มักถูกกล่าวหาโดยไม่เป็นจริง ๓) ถูกบัณฑิตติเตียน ๔) แตกกับมิตรสหาย
๓. ผรุสวาท - การพูดคำหยาบ หรือการด่า โดยพิจารณาจากองค์ประกอบ ๓ประการมีความโกรธ มีผู้ถูกด่า มีการกล่าววาจา ด่า แช่งด้วยเจตนา
ผลที่ได้รับในปวัตติกาล มี ๔ ประการ๑) มีกายและวาจาหยาบกระด้าง ๒) พินาศในทรัพย์ ๓) ได้รับฟังแต่เรื่องไม่สบายใจ ๔) ตายด้วยอาการหลงใหล
๔. สัมผัปปลาปวาท - การพูดเพ้อเจ้อ โดยพิจารณาจากองค์ประกอบ ๔ ประการมีเจตนากล่าววาจาที่ไร้สาระ ไม่เป็นประโยชน์ ได้กล่าววาจานั้นออกมา
ผลที่ได้รับในปวัตติกาล มี ๖ ประการ๑) เป็นคนอธรรมวาทบุคคล ๒) ไม่มีผู้เลื่อมใสในคำพูด ๓) เป็นคนไร้อำนาจ ๔) วิกลจริต โดย พี่ดา [20 ก.ย. 2547 , 12:12:18 น.] ( IP = 203.150.217.111 : : 203.113.33.12 )
สลักธรรม 6
ค. อกุศลมโนกรรม ๓ ประการ
๑. อภิชฌา - การเพ่งเล็งอยากได้ของเขา มีองค์ประกอบ ๒ ประการทรัพย์สมบัติของผู้อื่น มีจิตคิดให้เป็นของตน
ผลที่ได้รับในปวัตติกาล มี ๔ ประการ๑) เสื่อมในทรัพย์และคุณงามความดี ๒) เกิดในตระกูลต่ำ ๓) ขัดสนลาภสักการะ ๔) ได้รับคำติเตียนอยู่เสมอ
๒. พยาปาท - การคิดปองร้าย มีองค์ประกอบ ๒ ประการบุคคลอื่น คิดให้มีความเสียหายเกิดขึ้นกับบุคคลนั้น
ผลที่ได้รับในปวัตติกาล มี ๔ ประการ๑) มีรูปกายทราม ๒) มีโรคภัยไข้เจ็บเบียดเบียนอยู่เสมอ ๓) อายุสั้น ๔) ตายด้วยการถูกประหารชีวิต
๓. มิจฉาทิฏฐิ - การมีความเห็นผิดจากความเป็นจริง (มุ่งหมายถึงนิยตมิจฉาทิฏฐิเท่านั้น)
มีองค์ประกอบ ๒ ประการเนื้อความที่ได้ยึดไว้นั้นผิดจากความเป็นจริง มีจิตคิดเห็นว่าเป็นความจริง
ผลที่ได้รับในปวัตติกาล มี ๔ ประการ๑) ห่างไกลต่อรัศมีพระธรรม ๒) เกิดเป็นคนป่า ๓) มีปัญญาทราม ๔) มีฐานะทางจิตใจต่ำ
***การส่งผลของอกุศลกรรมบท ๑๐ ในปฏิสนธิกาลนั้น
ย่อมให้ปฏิสนธิวิญญาณด้วยอุเบกขาสันตีรณอกุศลวิบากจิต
และปฏิสนธิกัมมชรูปในอบายภูมิ ๔ ตามสมควรแก่กรรมนั้นๆโดย พี่ดา [20 ก.ย. 2547 , 12:15:30 น.] ( IP = 203.150.217.111 : : 203.113.33.12 )
สลักธรรม 7![]()
จะเห็นว่าอกุศลจิตเป็นจิตที่ก่อให้เกิดการทำ การพูด การคิดที่ไม่ดี นานับประการ
และสาเหตุที่เร้าให้ความประพฤติไม่ดีเกิดขึ้นได้นั้นต้องมีกำลังแรงพอสมควร เพราะว่า- ไม่มีใครอยากได้รับคำติเตียน - ไม่มีใครต้องการให้ผู้อื่นได้รับความเสียหาย - ไม่มีใครต้องการให้ผู้อื่นได้รับความทุกข์
แต่ด้วยเหตุที่เรามิได้เกิดมาเพียงชาตินี้ชาติเดียวแล้วสิ้นสุด
หากแต่ว่าคนเราเกิดมานับชาติไม่ถ้วน แต่ละครั้งก็สร้างสมกิเลส อกุศลมากมาย
และกองกิเลสก็ถูกซ่อนไว้อยู่ในใจ เป็นอนุสัยกิเลส
ทำให้สัตว์นั้นเกิดความเร่าร้อนตลอดเวลาเมื่อกระทบกับอารมณ์
ใครสร้างสมกิเลสไว้มาก ก็เร่าร้อนมาก
จึงจำเป็นต้องละอกุศลจิตให้ได้เสียก่อนโดย พี่ดา [20 ก.ย. 2547 , 12:18:09 น.] ( IP = 203.150.217.113 : : 203.113.33.12 )
สลักธรรม 8
การละอกุศลจิตจิต กระทำได้ ๓ ลักษณะ คือ
๑. ละได้อย่างชั่วคราว เรียกว่า ตทังคปหาณ
คอยระมัดระวังมิให้อกุศลจิตเกิดขึ้นโลภมูลจิต เป็นจิตที่เกิดจากความโลภ ความอยากได้โน่น อยากได้นี่
.... ก็ต้องอาศัย สันโดษ ยินดีตามได้ ยินดีตามกำลัง ยินดีแต่พอดีโทสมูลจิต เป็นจิตที่เกิดจากอารมณ์ที่ไม่พึงปรารถนา เมื่อเกิดแล้วก็จะประทุษร้ายทั้งตนเองและผู้อื่น
....ก็ต้องอาศัย การเจริญเมตตา หมั่นระลึกพิจารณาว่าตัวเราเกลียดทุกข์ ปรารถนาสุขฉันใด
ผู้อื่นก็เกลียดทุกข์ ปรารถนาสุขฉันนั้น
๒. ละได้โดยอาการข่มเอาไว้ อุปมาเหมือนเอาหินทับหญ้า เรียกว่า วิกขัมถนปหาณ
ต้องการข่มความโลภ (โลภมูลจิต) ความโกรธ (โทสมูลจิต)ไม่ให้เกิดขึ้นนานๆ ก็ต้องอาศัยสมาธิหรือฌาน
๓. ละได้โดยเด็ขาด เรียกว่าสมุจเฉทปหาณ
การจะละโลภมูลจิตโดยเด็ดขาด ต้องใช้ปัญญาขั้น อรหัตตมรรคจิต
การจะละโทสมูลจิตโดยเด็ดขาด ต้องใช้ปัญญาขั้น อนาคามิมรรคจิต
ส่วนโมหมูลจิตนั้น ไม่ได้แสดงโทษออกมาให้ประจักษ์โดยตรง
หากแต่ว่าโมหะเป็นรากเหง้าของอกุศลจิตทั้งปวง
เปรียบเสมือนม่านดำที่ปิดบังสภาพธรรมตามความเป็นจริงไว้
จึงต้องอาศัยแสงสว่างของปัญญาในขั้น อรหัตตมรรคจิต เป็นผู้ละโดยอย่างเดียวเท่านั้น
ส่วนการทำความดีให้ถึงพร้อม จะได้เรียนรู้กันต่อไปในเรื่องกุศลจิตค่ะ
ขอให้ทุกท่านสนุก และเพลิดเพลินกับการเรียนรู้เรื่องอกุศลจิต ด้วยกุศลจิตนะคะ
ด้วยความปรารถนาดี![]()
พี่ดาโดย พี่ดา [20 ก.ย. 2547 , 12:21:01 น.] ( IP = 203.150.217.111 : : 203.113.33.12 )
สลักธรรม 9มาอ่านก่อนกลับบ้านค่ะ อนุโมทนาค่ะ ขอบคุณสำหรับคำตอบในตอนที่ 7ด้วยนะคะ
โดย น้องอุ๊ [20 ก.ย. 2547 , 14:58:41 น.] ( IP = 202.28.179.1 : : unknown )
สลักธรรม 10
มาโรงเรียนครับผม มารับความรู้พร้อมความปรารถนาดีของพี่ดาคนดีนี่แระ พี่ดาครับอ่านแล้วคิดตามไป เราท่านทั้งหลายนั้นโดยเฉลี่ยตกอยู่ในบาปอกุศลกันมากๆเลยนะครับ.. โดยเฉพาะมิจฉาทิฏฐินี้นะครับ น่ากลัวจังเลยพี่เณรพยายามหลีกเลี่ยงสุดฤกษ์ครับ ด้วยการหางานทำเพื่อไม่ให้เกิดมิจฉาทิฏฐิมากมาย ง่ายๆก็คือเรียนพระอภิธรรมนั่นเอง อิอิ ขอบคุณครับและอนุโมทนาครับพี่ดาโดย พี่เณร [20 ก.ย. 2547 , 19:13:50 น.] ( IP = 61.90.82.65 : : ) [ 1 ] [ 2 ]
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |