| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
เสริมสร้างปัญญา...ตอนที่ ๑๐
http://www.thaimisc.com/freewebboard/php/vreply.php?user=dokgaew&topic=5971
เสริมสร้างปัญญา...ตอนที่ ๑๐
ความเดิมจากตอนที่ ๘ กล่าวว่า
กามาวจรจิตหมายถึงจิตที่ท่องเที่ยวอยู่ในกามอารมณ์ หรือ กามภูมิ ๑๑ เป็นส่วนมาก
จำแนกเป็น ๓ ประเภทคือ
๑. อกุศลจิต ๑๒ (ทบทวน ไปแล้วในตอนที่ ๘ และ๙)
๒. อเหตุกจิต ๑๘
๓. กามาวจรโสภณจิต ๒๔
ต่อไปเป็นเรื่องอเหตุกจิต ๑๘ นะคะโดย พี่ดา [23 ก.ย. 2547 , 10:26:31 น.] ( IP = 203.150.217.115 : : 203.113.32.10 )
สลักธรรม 11
๒. อเหตุกจิต จะปรากฏเกิดขึ้นได้ต้องอาศัยอุปปัตติเหตุ จึงจะเกิดได้
ซึ่งต่างจากจิตอื่นที่มีสัมปยุตตเหตุคือเหตุ ๖ ประกอบ
และมีได้ตั้งแต่ ๑ เหตุ จนถึง ๓ เหตุโดย พี่ดา [23 ก.ย. 2547 , 11:04:50 น.] ( IP = 203.150.217.118 : : 203.113.32.10 )
สลักธรรม 12
แสดงอุปปัตติเหตุให้เกิดอเหตุกจิต ๑๘ ดวงโดย พี่ดา [23 ก.ย. 2547 , 11:22:32 น.] ( IP = 203.150.217.118 : : 203.113.32.10 )
สลักธรรม 13
๓. เวทนามี ๕ เวทนา แต่ในอเหตุกจิตกลุ่มนี้ เกิดมีได้ถึง ๔ เวทนา
คือ สุขเวทนา ทุกขเวทนา โสมนัสเวทนา อุเบกขาเวทนา
(เว้นโทมนัสเวทนา ที่เกิดได้เฉพาะในโทสมูลจิตเท่านั้น)โดย พี่ดา [23 ก.ย. 2547 , 11:24:26 น.] ( IP = 203.150.217.117 : : 203.113.32.10 )
สลักธรรม 14
๔. ไม่ว่าจะเป็นอารมณ์ที่ดี หรือ อารมณ์ที่ไม่ดี ก็ที่อเหตุกจิตนี่แหละค่ะ ที่ขึ้นมาทำหน้าที่รับรู้หมด
ได้แก่ รูปารมณ์ สัททารมณ์ คันธารมณ์ รสารมณ์ โผฏฐัพพารมณ์ และธรรมารมณ์โดย พี่ดา [23 ก.ย. 2547 , 11:25:21 น.] ( IP = 203.150.217.117 : : 203.113.32.10 )
สลักธรรม 15
๕. วัตถุที่เป็นที่อาศัยของจิตมี ๖ รูป คือปสาทรูป ๕ และหทยรูป ๑
ในกลุ่มอเหตุกจิต ๑๘ ดวงนี้จองอาศัยหมดเลยค่ะ คือจักขุวิญญาณ ๒ ดวง อาศัยเกิดที่ จักขุปสาทรูป โสตวิญญาณ ๒ ดวง อาศัยเกิดที่ โสตปสาทรูป ฆานวิญญาณ ๒ ดวง อาศัยเกิดที่ ฆานปสาทรูป ชิวหาวิญญาณ ๒ ดวง อาศัยเกิดที่ ชิวหาปสาทรูป กายวิญญาณ ๒ ดวง อาศัยเกิดที่ กายปสาท
รวมเป็นทวิปัญจวิญญาณ ๑๐ ดวง อาศัยเกิดที่ ปสาทรูป ๕ส่วนที่เหลืออีก ๘ ดวงคือ สัมปฏิจฉนจิต ๒
สันตีรณจิต ๓ ปัญจทวาราวัชชนจิต ๑
มโนทวาราวัชชนจิต ๑ หสิตุปปาทจิต ๑
อาศัยเกิดที่หทยรูปค่ะโดย พี่ดา [23 ก.ย. 2547 , 11:28:27 น.] ( IP = 203.150.217.117 : : 203.113.32.10 )
สลักธรรม 16
๖. อเหตุกจิต ๑๘ ดวงนี้ มีกิจหรือหน้าที่ครบทั้ง ๑๔ กิจ คือปัญจทวาราวัชชนจิต ๑ ดวง ทำหน้าที่ อาวัชชนกิจ คือพิจารณาอารมณ์ที่มาทางปัญจทวาร จักขุวิญญาณ ๒ ดวง ทำหน้าที่ ทัสสนกิจ คือเห็น โสตวิญญาณ ๒ ดวง ทำหน้าที่ สวนกิจ คือได้ยิน ฆานวิญญาณ ๒ ดวง ทำหน้าที่ ฆายนกิจ คือได้กลิ่น ชิวหาวิญญาณ ๒ ดวง ทำหน้าที่ สายนกิจ คือรู้รส กายวิญญาณ ๒ ดวง ทำหน้าที่ ผุสสนกิจ คือรู้สัมผัสโผฏฐัพพารมณ์ สัมปฏิจฉนจิต ๒ ดวง ทำหน้าที่ รับปัญจารมณ์ อุเบกขาสันตีรณจิต ๒ ดวง ทำหน้าที่ตั้ง ๕ อย่างคือ ..ปฏิสนธิกิจ คือ เกิดในภพชาติใหม่ ..ภวังคจิต คือ รักษาภพชาติ ..จุติกิจ คือ สิ้นจากภพชาติ ..สันตีรณกิจ คือ พิจารณาอารมณ์ หรือไต่สวน ..ตทาลัมพณกิจ คือ หน่วงอารมณ์ที่แรงจากชวนะ โสมนัสสันตีรณจิต ๑ ดวง ทำหน้าที่ ๒ อย่าง คือ ..สันตีรณกิจ คือ พิจารณาอารมณ์ ..ตทาลัมพณกิจ คือ หน่วงอารมณ์ที่แรงจากชวนะ มโนทวาราวัชชนจิต ๑ ดวง ทำหน้าที่ ๒ อย่างคือ ..อาวัชชนกิจ คือพิจารณาอารมณ์ทางมโนทวาร ..โวฏฐัพพนกิจ คือ ตัดสินอารมณ์ทางปัญจทวาร หสิตุปปาทจิต ๑ ดวง ทำหน้าที่ ชวนกิจ คือเสพอารมณ์ที่ทำให้เกิดการยิ้มของพระอรหันต์ โดย พี่ดา [23 ก.ย. 2547 , 11:33:30 น.] ( IP = 203.150.217.111 : : 203.113.32.10 )
สลักธรรม 17
๗. ถ้าจะเรียนรู้เรื่องวิถี ก็อาศัยอเหตุกจิตนี้แหละค่ะ
ยกตัวอย่างโสตทวารวิถี => ตี น ท ป โสต สํ ณ โว ช ช ช ช ช ช ช ต ต ภ
เด็กคนหนึ่งได้ยินเสียงเพื่อนชวนให้ไปยิงนกในวันหยุดที่จะถึงนี้ เด็กตอบตกลงทันที
อธิบายสั้นๆนะคะ....
เมื่อเสียงหรือสัททารมณ์ กระทบกับจิตที่โสตปสาท
ปัญจทวาราวัชชนจิต (ป) เปิดประตูหู สักแต่ว่าเปิดเท่านั้น มิได้ทำอะไร จึงเป็นเพียงกิริยาจิต
ให้โสตวิญญาณ(โสต) ซึ่งเป็นวิบากจิต ออกไปทำงานได้ยิน ซึ่งยังไม่ทราบว่าได้ยินอะไร
สัมปฏิจฉนจิต (สํ) รับเสียงนั้นส่งต่อให้สันตีรณจิต
สันตีรณจิต (ณ) พิจารณาอารมณ์นั้นโดยตีเทียบกับของเก่า เหมือนอัยการพิจารณาสำนวนที่มีข้อมูลทุกอย่างพร้อม
(เด็กคนนี้ตอบตกลงแล้ว ก็ชี้ให้เห็นว่าอดีต ต้องเคยยิงนกตกปลามาอย่างโชกโชน)
ส่งต่อให้โวฏฐัพพนจิต (โว)ตัดสิน
(สัมปฏิจฉนจิต และสันตีรณจิตนี้เป็นวิบากมีซึ่งทั้งที่เป็นผลของกุศลและอกุศล ได้อำนาจหนุนเนื่องมาจากอดีตเหตุ
ว่าจะเป็นตัวไหนที่ขึ้นมาทำงาน กรณีนี้ ก็ต้องเป็นตัวที่เป็นฝ่ายอกุศลใช่ไหมคะ เพราะตอบตกลงไปยิงนก)
โวฏฐัพพนจิต ก็ทำหน้าที่เหมือนผู้พิพากษา แค่ตัดสินเท่านั้น จึงเป็นเพียงกิริยาจิตที่มาช่วยในวิถีเท่านั้น
ชวนะ (ช) ก็ทำหน้าที่เสพอารมณ์นั้น โดยการเป็นบุญ/บาป/ไม่บุญไม่บาป
หากอารมณ์นั้นเป็นอารมณ์ที่แรง ก็จะมีตทาลัมพนจิตขึ้นมาหน่วงอารมณ์นั้นต่ออีก ก่อนที่ภวังคจิตขึ้นมาทำหน้าที่ต่อ
ก็จะเป็นได้ว่า วิถีจิตจะดำเนินไปได้ต้องมีจิตในกลุ่มอเหตุกจิตขึ้นมาทำงานทั้งนั้นโดย พี่ดา [23 ก.ย. 2547 , 11:36:34 น.] ( IP = 203.150.217.113 : : 203.113.32.10 )
สลักธรรม 18ขออภัยนะคะ รูปข้างบนผิดพลาดนิดหน่อยตรงรูป..จักขุวิญญาณ ที่ถูกต้องเป็น โสต นะคะ
๘. ในจิต ๘๙ หรือ ๑๒๑ นั้นจัดแบ่งได้เป็น ๗ ธาตุ คือ
ปัญจวิญญาณธาตุ ๕ มโนธาตุ ๑ และมโนวิญญาณธาตุ ๑
ในอเหตุกจิต ๑๘ ดวงนี้ ก็สามารถจัดรวมได้ครบ ทั้ง ๗ ธาตุเลยค่ะ คือ..จักขุวิญญาณ ๒ ดวง จัดเป็น จักขุวิญญาณธาตุ ..โสตวิญญาณ ๒ ดวง จัดเป็น โสตวิญญาณธาตุ ..ฆานวิญญาณ ๒ ดวง จัดเป็น ฆานวิญญาณธาตุ ..ชิวหาวิญญาณ ๒ ดวง จัดเป็น ชิวหาวิญญาณธาตุ ..กายวิญญาณ ๒ ดวง จัดเป็น กายวิญญาณธาตุ
รวมเป็นปัญจวิญญาณธาตุ ๕..สัมปฏิจฉนจิต ๒ ดวง ปัญจทวาราวัชชนจิต ๑ ดวง
จัดเป็น มโนธาตุ ๑..สันตีรณจิต ๓ ดวง มโนทวาราวัชชนจิต ๑ ดวง และ
หสิตุปปาทจิต ๑ ดวง จัดเป็น มโนวิญญาณธาตุ ๑
มโนธาตุ จะรู้อารมณ์น้อยที่สุด เพราะ..สัมปฏิจฉนจิต ทำหน้าที่เพียงรับปัญจาอารมณ์มาแล้วส่งต่อแท่านั้น ..ปัญจทวาราวัชชนจิต ทำหน้าที่เพียงเปิดประตูตา หู จมูก ลิ้น กหรือ กาย เท่านั้น
ปัญจวิญญาณธาตุ รู้อารมณ์ปานกลาง เพราะ
รับรู้อารมณ์ตรงกับทวารของตนๆ โดยเฉพาะ
มโนวิญญาณธาตุ รู้อารมณ์ได้มากที่สุด เพราะรับรู้อารมณ์ได้ทั้ง ๖ ทวารโดย พี่ดา [23 ก.ย. 2547 , 11:48:21 น.] ( IP = 203.150.217.112 : : 203.113.32.10 )
สลักธรรม 19
๙. อเหตุกจิต สามารถเกิดขึ้นได้ ถึง ๓๐ ภูมิ (เว้นอสัญญสัตตภูมิ เพราะเป็นภูมิที่ไม่มีจิต-เจตสิกค่ะ) ตามสมควรโดย พี่ดา [23 ก.ย. 2547 , 11:51:46 น.] ( IP = 203.150.217.112 : : 203.113.32.10 )
สลักธรรม 20
๑๐. จิตในกลุ่มนี้ อเหตุกจิต (๑ อะ)
..ยังจัดเป็น อโสภณจิต (๑ อะ)
..เป็น อฌานจิต (๑ อะ)
..เป็น อสังขาริกจิต (๑ อะ)และยังมีอีก ๑ อะ ท่านเดาออกไหมค่ะว่าเป็นอะไร ..
เป็นที่น่าภาคภูมิใจของอเหตุกจิต นะค่ะ
ที่เบื้องหลังการยิ้มแบบหสิตะพอเห็นไรฟันของ "พระอรหันต์" นั้น
เกิดจากหสิตุปปาทจิตที่อยู่ในอเหตุกจิตค่ะ
แต่หากท่านกำลังหัวเราะ จิตที่เกิดการหัวเราะของท่านนั้นย่อมเป็นจิตที่มีกำลังมาก
(เสียใจด้วยนะคะ อเหตุกจิตรับไม่ไหวค่ะ)
ยึดอารมณ์ไว้มั่นคง จนเป็นเหตุให้หัวเราะในลักษณะต่างๆ ท่านจึงยิ้มหรือหัวเราะด้วยสเหตุกจิตค่ะ
ซึ่งโดยมากก็เป็นอกุศลเสียด้วย คือหัวเราะด้วยโลภโสมนัส ๔ ดวงโดย พี่ดา [23 ก.ย. 2547 , 11:54:16 น.] ( IP = 203.150.217.112 : : 203.113.32.10 )
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |