มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


เสริมสร้างปัญญา...ตอนที่ ๑๑




http://www.thaimisc.com/freewebboard/php/vreply.php?user=dokgaew&topic=5992&page=1


เสริมสร้างปัญญา...ตอนที่ ๑๑



หลักคำสอนอันเป็นหัวใจของพระพุทธศาสนา ก็คือ
  • การละกระทำชั่วทั้งปวง ๑
  • การทำความดีให้ถึงพร้อม ๑ และ
  • การทำจิตใจให้บริสุทธิ์ ๑


    * บาปทั้งปวงในสากลโลกนั้นเป็นไปด้วยอกุศล ๑๒ โดยมี โลภะ โทสะ โมหะ เป็นมูล

    ฉะนั้น จง …..หยุด - วาง - ละ - คลาย - หน่าย - หนี - ออก - จาก

  • โดย พี่ดา [28 ก.ย. 2547 , 17:26:54 น.] ( IP = 61.90.68.25 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ
    [ 1 ] [ 2 ]


      สลักธรรม 1


    ………การทำความดีให้ถึงพร้อม ………

    โดยทั่วไปก็มักจะคิดว่า การทำความดี คือการทำบุญ ….
    การทำบุญ หมายถึงการทำความดีทุกอย่าง ผลที่ได้รับคือความสุขจากการทำความดีนั้นๆ

    แล้วทีนี้ก็มาคิดต่อนะคะว่าจะหมายถึง ความดีของคนประเภทไหน
    เพราะแต่ละคนก็คิดว่าสิ่งที่เขาทำนั้นเป็นความดี
    ซึ่งอาจจะไม่ใช่ความดีในความหมายของพุทธศาสนาก็ได้ เช่น
    บางศาสนา ถือว่าการฆ่าสัตว์เพื่อบูชาผู้ยิ่งใหญ่ในสรวงสวรรค์ เป็นการทำความดี
    หรือในบางประเทศ ไม่ถือว่าการส่ำส่อนทางเพศเป็นสิ่งที่ไม่ดี เป็นต้น


    กุจฺฉิเต ปาปธมฺเม สลยติ กมฺเปติ วิทฺธํเสตีติ = กุสลํ
    ธรรมชาติใดย่อมทำให้หวั่นไหว หรือย่อมทำลายซึ่งบาปธรรม อันบัณฑิตทั้งหลายพึงเกลียด
    ฉะนั้นธรรมชาตินั้น ชื่อว่ากุศล

    อตฺตโน สนฺตานํ ปุนาติ โสเธตีติ = บุญฺญํ
    การกระทำความดีย่อมชำระสันดานของตนให้ขาวสะอาด ฉะนั้น การทำนั้นชื่อว่าบุญ


    ดังนั้นความหมายของการทำบุญ ก็คือการทำความดี ชนิดที่ ทำลายความเห็นแก่ตัว
    และสันดานที่ไม่ดีของตน
    และเพื่อละกิเลส โลภะ(ความโลภ) โทสะ(ความโกรธ) โมหะ(ความหลง) ออกจากตน
    ยังผลให้จิตใจเป็นสุข

    หรือจะกล่าวง่ายๆ ว่า
    เมื่อกล่าว โดยเหตุ… บุญ คือ การทำความดี
    เมื่อกล่าว โดยผล……… บุญ คือ ความสุขที่ได้จากการกระทำดี
    เมื่อกล่าว โดยลักษณะ….. บุญ คือการชำระจิตใจให้ใสสะอาดบริสุทธิ์หมดจดจากกิเลส

    โดย พี่ดา [28 ก.ย. 2547 , 17:31:53 น.] ( IP = 61.90.68.25 : : )


      สลักธรรม 2


    คนเรานั้นตั้งแต่เกิด จิตจะไหลไปทางไหนค่ะ
    ตอบได้ทันทีว่า ส่วนใหญ่จะไหลไปในทางบาปมี โลภะ โทสะ โมหะ พาไป
    เปรียบเหมือนเรือที่ไหลล่องไปตามน้ำ ไหลไปเรื่อยๆ จนลงทะเล ไม่มีการไหลทวนเลย
    ผู้ที่ดิ้นรนไขว่คว้าหาความสุขกันอยู่ทุกวันก็เพราะมีโลภะ โทสะ โมหะ หนุนหลัง
    อยากได้โน่น อยากได้นี่ เมื่อได้รับสิ่งที่ไม่พอใจ ก็ดิ้นรนเพื่อให้ได้มาในสิ่งที่ตนพอใจ อย่างไม่รู้จักจบสิ้น
    ก็ด้วยอำนาจของอนุสัยความโลภ ความโกรธ ความหลง ที่นอนเนื่องอยู่ในขันธสันดานนั่นเอง

    ดังนั้นเมื่อมีความสำนึกรู้สึกตัว ไม่ให้จิตไหลไปตามสายธารที่ต่ำ พยายามทวนกระแสขึ้นมา
    ก็เรียกว่าเกิดบุญ หรือเกิดกุศลขึ้นแล้ว

    บุญแม้เพียงน้อยนิดที่เกิดขึ้นจึงเรียกว่า มหากุศลเพราะ เกิดได้ยาก
    จะต้องทำลายอำนาจสายธารที่ไหล ต้องสลัดความเห็นแก่ตัวออกไปเสียก่อน

    โดย พี่ดา [28 ก.ย. 2547 , 17:37:05 น.] ( IP = 61.90.68.25 : : )


      สลักธรรม 3


    มหากุศลจิต

  • ….เป็นจิตที่ประกอบด้วยโสภณเจตสิก
  • ….เป็นจิตที่ไม่มีโทษ ให้ผลเป็นความสุข
  • ….เป็นบาทเบื้องต้นของ ฌาน มรรค ผล นิพพาน

    กุศลจิตนั้น มี ๒ อย่างคือ
    ๑. กุศลจิตที่ประกอบด้วยปัญญา (ญาณสัมปยุตตจิต)
    ๒. กุศลจิตที่ไม่ได้ประกอบด้วยปัญญา (ญาณวิปปยุตจิต)

    ปัญญา ในที่นี้มิได้หมายถึงปัญญาทางโลก
    ปัญญาทางโลกมักจะพูดหมายถึงคนที่ทำอะไรเก่ง เช่น เรียนหนังสือเก่ง เล่นกีฬาเก่ง ขโมยเก่ง เป็นต้น

    แต่ปัญญาในทางพระพุทธศาสนา คือ ความเห็นถูกต้องตามสภาวะความเป็นจริง ได้แก่
    ๑. กรรมัสกตาปัญญา
    ๒. วิปัสสนาปัญญา

    กรรมัสกตาปัญญา
    เป็นปัญญาที่ที่รู้ว่าสัตว์ทั้งหลายต่างมีกรรมเป็นของๆตน
    รู้ว่าสัตว์ทั้งหลายมีสิทธิเพียงในการกระทำของตนเท่านั้น ซึ่งที่ไม่มีใครสามารถช่วงชิงเอาไปได้
    รู้ว่าทำบุญ ทำบาป แล้วต้องมีการสนองตอบ
    และเมื่อตายแล้ว ก็ต้องเกิดรับผลกรรมที่ได้กระทำไว้
    เกิดมาได้รับความสุข ความทุกข์ ก็เนื่องจากผลของกรรมที่กระทำไว้ในอดีต และปัจจุบันนั่นเอง

    วิปัสสนาปัญญา
    เป็นปัญญาที่รู้ว่าสิ่งทั้งหลายในโลกนี้มีแต่รูปกับนามเท่านั้น
    และรูปกับนามนี้ก็เป็นของไม่เที่ยง เมื่อเกิดขึ้นแล้วก็ย่อมต้องดับไป
    ทนอยู่ในสภาพเดิมไม่ได้ และบังคับบัญชาไม่ได้
    ล้วนเป็นอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา ทั้งสิ้น

  • โดย พี่ดา [28 ก.ย. 2547 , 17:39:03 น.] ( IP = 61.90.68.25 : : )


      สลักธรรม 4


    มหากุศลจิตแต่ละดวง จะประกอบด้วยธรรม ๓ ประการ คือ

  • - เวทนา : มหากุศลจิตเกิดขึ้นพร้อมด้วยความยินดีมาก เป็นโสมนัสเวทนา ( + )
    หรือเกิดขึ้นพร้อมด้วยความยินดีน้อย เป็นอุเบกขาเวทนา ( - )
  • - ญาณ : มหากุศลจิตเกิดขึ้นประกอบด้วยปัญญา (ญาณสัมปยุต) หรือไม่ประกอบด้วยปัญญา (ญาณวิปปยุต)
  • -สังขาร : มหากุศลจิตเกิดขึ้นโดยไม่มีการชักชวน (อสังขาริก) หรือ มีการชักชวน (สสังขาริก)

    ปัญญา…จะเกิดขึ้นเองย่อมเป็นไปไม่ได้
    ปัญญา…จะต้องมาจากการศึกษาเล่าเรียน คิดพิจารณา และเจริญวิปัสสนาเท่านั้น

    เมื่อใดก็ตามที่ทำบุญ ทำกุศล มีการให้ทาน รักษาศีล เจริญภาวนาเป็นต้น
    โดยกระทำตามๆ กันไป หรือทำตามประเพณี โดยไม่ได้คิดพิจารณาถึงเหตุถึงผลที่ถูกต้อง
    เช่นกระทำเพราะได้ยินมาว่าทำบุญมากๆไว้จะดีเอง จะได้ไปเกิดเป็นเทวดา เป็นต้น
    เมื่อนั้น ก็เป็นการทำบุญที่ไม่ได้ประกอบไปด้วยปัญญา (ญาณวิปปยุต)
    กุศลกรรมที่เกิดขึ้น จัดเป็น ทวิเหตุกกุศลกรรม ประกอบด้วย ๒ เหตุ เท่านั้นคือ อโลภเหตุ อโทสเหตุ

    แต่เมื่อใดที่ทำบุญ ทำกุศล มีการให้ทาน รักษาศีล เจริญภาวนาเป็นต้น
    กระทำด้วยคิดพิจารณาถึงเหตุผลด้วยปัญญา เช่นทำกุศลเพื่อเป็นการทำลายซึ่งโลภะ โทสะ โมหะ ทั้งปวง
    กุศลกรรมที่เกิดขึ้นก็ประกอบด้วยปัญญา จัดเป็น ติเหตุกกุศลกรรม ประกอบด้วย๓ เหตุ คือ อโลภเหตุ อโทสเหตุ และอโมหเหตุ

  • โดย พี่ดา [28 ก.ย. 2547 , 17:43:16 น.] ( IP = 61.90.68.25 : : )


      สลักธรรม 5


    แต่อย่างไรก็ตามในการกระทำกุศลอย่างใดอย่างหนึ่ง
    ย่อมต้องประกอบด้วยเจตนาที่เป็นไปในกาลทั้ง ๓ คือ

    ๑. ปุพฺพเจตนา….หมายถึงเจตนาที่เกิดขึ้นก่อนการกระทำ ซึ่งหมายรวมตั้งแต่คิด และเตรียมการต่างๆ
    ๒. มุญฺจเจตนา…หมายถึงเจตนาที่เกิดขึ้นขณะกำลังกระทำ ต้องระวังมิให้มีโลภะ โทสะ เกิดขึ้นปะปน
    ๓. อปรเจตนา…หมายถึงเจตนาที่เกิดขึ้นหลังกระทำไปแล้ว ซึ่งเกิดขึ้นยาก เพราะคนเรามักไม่ค่อยจะระลึกถึง ทำแล้วก็แล้วกันไป

    ดังนั้น อปรเจตนา จึงมีกำลังอำนาจมาก และถือว่ามีความสำคัญมากกว่าปุพพเจตนา และมุญจเจตนา
    ใช้เป็นเกณฑ์การตัดสินว่า กุศลที่เกิดขึ้นนั้นเป็นกุศลชั้นสูง (อุกกัฏฐกุศล) หรือเป็นกุศลชั้นต่ำ (โอมกกุศล)

    ขณะกระทำกุศล (มุญจเจตนา) ประกอบด้วยปัญญา …จัดเป็น ติเหตุกกุศล
    ขณะกระทำกุศล (มุญจเจตนา) ไม่ได้ประกอบด้วยปัญญา …จัดเป็น ทวิเหตุกกุศล

    ถ้าหลังกระทำกุศล (อปรเจตนา) เกิดปีติ...จัดเป็น กุศลชั้นสูง (อุกกัฏฐกะ)
    ถ้าหลังกระทำกุศล (อปรเจตนา) เกิดโทสะเป็นต้น … จัดเป็น กุศลชั้นต่ำ (โอมกะ)

    เมื่อจำแนกกุศลกรรมตามอปรเจตนา
    ไม่ว่าการกระทำกุศลนั้นเป็นติเหตุกกุศลกรรม หรือทวิเหตุกกุศลกรรม ก็ตาม
    กุศลกรรม ก็จะจำแนกย่อยได้เป็น ๔ อย่างคือ
  • …….ติเหตุก อุกกัฏฐกุศลกรรม
  • …….ติเหตุก โอมกกุศลกรรม
  • …….ทวิเหตุก อุกกัฏฐกุศลกรรม
  • …….ทวิเหตุก โอมกกุศลกรรม

  • โดย พี่ดา [28 ก.ย. 2547 , 17:45:07 น.] ( IP = 61.90.68.25 : : )


      สลักธรรม 6


    นอกจากนี้ท่านอรรถกถาจารย์ยังได้จำแนกพิสดารออกไปอีกเป็นโดยจำแนกตาม อปราปรเจตนา

    อปราปราเจตนา คือเจตนาที่เกิดขึ้นหลังจากกระทำกุศลนั้นล่วงไปแล้วนาน เป็นวัน หรือเป็นเดือนเป็นต้น
    กล่าวคือในกุศลกรรม ทั้ง ๔ ประเภทข้างต้นนั้น แต่ละประเภทก็จำแนกออกเป็น ๒ ตามอปราปรเจตนาที่เกิดขึ้นว่า เป็นกุศลชั้นสูง (อุกกัฏฐกุศล) หรือกุศลชั้นต่ำ (โอมกกุศล)

    ถ้าหลังกระทำกุศลล่วงไปนาน (อปราปรเจตนา) ระลึกถึงกุศลนั้นแล้วเกิดปีติ
    ...กุศลนั้นจัดเป็น กุศลชั้นสูง (อุกกัฏฐกะ)
    แต่ถ้าหลังกระทำกุศลไปนาน (อปราปรเจตนา) แล้วระลึกถึงกุศลนั้น กลับเกิดอกุศลจิต เช่นเกิดโทสะเป็นต้น
    … กุศลนั้นก็จัดเป็น กุศลชั้นต่ำ (โอมกะ)
    เช่น เมื่อบริจาคที่ดินถวายวัดไปแล้ว
    ต่อมาภายหลัง ทราบว่าที่ดินผืนนั้นราคาขึ้น
    รู้ลึกถึงก็รู้สึกเสียดาย ว่าไม่น่าบริจาคไปเลย เกิดโทสะ ถ้าขายตอนนี้ก็ได้เงินมากมาย เกิดโลภะ
    เช่นนี้ก็เป็นอกุศลอปราปรเจตนา เกิดเป็นโอมกกุศล

    กุศลกรรมที่เกิดขึ้น เมื่อจำแนกตามอปราปรเจตนาด้วย จึงจำแนกออกได้เป็น ๘ ประการ ดังนี้

  • …….ติเหตุกอุกกัฏฐุกกัฏฐกุศลกรรม
  • …….ติเหตุกอุกกัฏโฐมกกุศลกรรม
  • …….ติเหตุกโอมกุกกัฏฐกุศลกรรม
  • …….ติเหตุกโอมโกมกกุศลกรรม
  • …….ทวิเหตุกอุกกัฏฐุกกัฏฐกุศลกรรม
  • …….ทวิเหตุกอุกกัฏโฐมกกุศลกรรม
  • …….ทวิเหตุกโอมกุกกัฏฐกุศลกรรม
  • …….ทวิเหตุกโอมโกมกกุศลกรรม


    ดังนั้นจะเห็นได้ว่าในการกระทำกุศลใดๆก็ตาม
    กุศลกรรมที่เกิดขึ้นจำแนกออกได้หลายเป็นชนิด
    ขึ้นอยู่กับเจตนาที่เกิดขึ้นในแต่ละขณะ

  • โดย พี่ดา [28 ก.ย. 2547 , 17:48:06 น.] ( IP = 61.90.68.25 : : )


      สลักธรรม 7


    แม้กระทั่งบุคคล ๒ คนทำบุญใส่บาตร
    ด้วยอาหารคาวหวานที่เหมือนกัน จำนวนพระก็เท่ากัน
    อุปกรณ์ต่างๆ เหมือนกันทุกอย่าง

    แต่ว่าผลของกุศลที่บุคคลทั้งสองจะได้รับก็จะไม่เหมือนกัน
    เพราะจิตใจของแต่ละคนไม่เหมือนกัน การคิดก็ไม่เหมือนกัน
    ที่มาของปัจจัยไทยธรรมต่างๆ ก็แตกต่างกัน
    ความเพียรที่ได้มาซึ่งปัจจัยไทยธรรม ก็ต่างกัน เป็นต้น

    บุคคลในโลกนี้จึงแตกต่างกันไปตามอำนาจของกุศลธรรมที่แต่ละคนกระทำไว้

    เมื่อทราบเช่นนี้แล้วก็หวังว่า ต่อไปแต่ละท่านคงมีความประณีตในการกระทำกุศลนะคะ


    ด้วยความปรารถนาดีค่ะ
    พี่ดา

    โดย พี่ดา [28 ก.ย. 2547 , 17:50:00 น.] ( IP = 61.90.68.25 : : )


      สลักธรรม 8

    สวัสดีครับพี่ดา ผมขออนุโมทนาในกุศลศรัทธาด้วยนะครับ
    พร้อมทั้งขอชื่นชมงานที่งามๆด้วยจิตปราณีตนี้อย่างจริงใจครับ อีกทั้งขอขอบคุณมาแทนทุกคนทั่วหน้าที่ได้ติดตามมาครับผม

    โดย ทับตะวัน [29 ก.ย. 2547 , 07:09:01 น.] ( IP = 61.90.12.24 : : )


      สลักธรรม 9


    นิธีนํ ว ปวตฺตารํ
    ยํ ปสฺเส วชฺชทสฺสินํ
    นิคฺคยฺหวาทึ เมธาวึ
    ตาทิสํ ปณฺฑิตํ ภเช
    ตาทิสํ ภชมานสฺส
    เสยฺโย โหติ น ปาปิโย . . . ฯ ๗๖ ฯ



    ถ้าพบนักปราชญ์ ที่คอยว่ากล่าว
    ตักเตือนชี้ข้อบกพร่อง
    เสมือนผู้บอกขุมทรัพย์ให้
    ควรคบหาบัณฑิตเช่นนั้น
    เพราะเมื่อคบหาคนเช่นนั้น
    จะมีแต่ความเจริญไม่มีความเสื่อม




    สาธุ สาธุ สาธุ กับผู้ชี้บอกขุมทรัพย์

    โดย เณรวัส [29 ก.ย. 2547 , 08:44:12 น.] ( IP = 61.91.156.6 : : 192.168.0.113 )


      สลักธรรม 10


    เป็นภาพที่สวยงามมากครับ
    ขออนุโมทนาในกุศลศรัทธาของพี่ดาด้วยครับ


    โดย น้ำใส [29 ก.ย. 2547 , 09:15:06 น.] ( IP = 202.133.131.222 : : )
    [ 1 ] [ 2 ]

    ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
    จาก : *
    Code :
    กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
    อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
    รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
    รายละเอียด :
    Icon Toy
    Special command

    * *
    กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

    คำเตือน
    • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
    • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
    • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

    ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

    [ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

    ลานภาพ

    อบรมวิปัสสนา

    ค้นหา

    ค้นหา-GooGle

    สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org