มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


เสริมสร้างปัญญา...ตอนที่ ๑๒




http://www.thaimisc.com/freewebboard/php/vreply.php?user=dokgaew&topic=6017


เสริมสร้างปัญญา...ตอนที่ ๑๒


การศึกษาเล่าเรียนพระอภิธรรม
เป็นการช่วยเสริมสร้างปัญญา
ช่วยปรับความเห็นให้ถูกต้อง
ช่วยให้รู้จักว่าสิ่งใดควรละ สิ่งใดควรกระทำ
และสิ่งที่ควรกระทำให้เกิดขึ้นบ่อยๆ คือ บุญ หรือกุศลกรรม

โดย พี่ดา [30 ก.ย. 2547 , 16:42:42 น.] ( IP = 61.90.68.13 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1


ซึ่งเมื่อว่าโดยกรรมทวาร : กรรมที่แสดงออกทางทวาร มี ๓ ทวาร คือ
๑. กายทวาร - - กรรมที่เกิดทางกาย ได้แก่ กายสุจริต ๓ คือ
เว้นจากการฆ่าสัตว์ เว้นจากการลักทรัพย์ เว้นจากการประพฤติผิดทางกาม

๒. วจีทวาร - - กรรมที่เกิดทางวาจา ได้แก่ วจีสุจริต ๔
เว้นจากการกล่าวเท็จ เว้นจากการกล่าวส่อเสียด เว้นจากการกล่าวคำหยาบ เว้นจากการกล่าวที่ไม่เป็นประโยชน์

๓. มโนทวาร - - กรรมที่เกิดทางใจ ได้แก่ มโนสุจริต ๓
สังวรเพื่อไม่ให้ความโลภเกิด สังวรเพื่อไม่ให้พยาบาทเกิด มีความเห็นถูกต้อง

รวมเรียกว่า กุศลกรรมบท ๑๐ หรือ สุจริต ๑๐


ยังจำในเรื่องอกุศลกรรมบท ๑๐ ได้ไหมค่ะ อกุศลกรรมบท ๑๐ ก็เป็นกรรมที่แสดงออกทางกายทวาร วจีทวาร และมโนทวารเช่นกัน
จึงเห็นได้ว่าการดูคนดีหรือชั่ว สามารถที่จะดูได้จากการแสดงออกทาง กาย วาจา และใจ
ซึ่งทางใจ จะดูยากที่สุด

ดังสุภาษิตที่ได้ยินบ่อยๆ ว่า จิตมนุษย์นั้นไซร์ ยากแท้หยั่งถึง

โดย พี่ดา [30 ก.ย. 2547 , 16:47:20 น.] ( IP = 61.90.68.13 : : )


  สลักธรรม 2


และเมื่อว่าโดยวัตถุ : ได้แก่บุญกิริยาวัตถุ ๑๐ ความดีที่ควรกระทำ คือ
๑. ทานมัย การให้สิ่งที่เป็นประโยชน์สุขแก่ผู้รับ
ย่อมต้องได้รับอานิสงส์ ดังนี้
๑) เป็นที่มาของทรัพย์สมบัติทั้งหลาย
๒) เป็นที่ตั้งของโภคทรัพย์ทั้งปวง
๓) ผู้ให้ย่อมได้รับความสุข
๔) ผู้ให้ย่อมเป็นที่รักของคนหมู่มาก
๕) ผู้ให้ย่อมผูกไมตรีผู้อื่นไว้ได้
๖) ทำให้เป็นผู้มีเสน่ห์น่านับถือ
๗) ทำให้เป็นที่น่าคบหาของคนดี
๘) ทำให้เข้ากับสังคมอื่นได้คล่องแคล่ว
๙) มีบุคลิกองอาจ สง่าผ่าเผย
๑๐) ทำให้มีชื่อเสียงเกียรติคุณดี
๑๑) ตายแล้วเกิดในสุคติภูมิ
หมายเหตุ : การให้ทานเป็นการช่วยพัฒนาทรัพย์

๒. สีลมัย บุญที่สำเร็จได้ด้วยการรักษาศีล
ย่อมต้องได้รับอานิสงส์ ดังนี้
๑) ทำให้มีความสุขกาย สุขใจ
๒) ทำให้เกิดโภคทรัพย์ได้
๓) ทำให้สามารถใช้สอยทรัพย์นั้นได้เต็มอิ่ม โดยไม่หวาดระแวง
๔) ทำให้ไม่ต้องหวาดระแวงว่าจะมีใครมาทวงทรัพย์คืน
๕) ทำให้เกียรติคุณฟุ้งขจรไป ทำให้ผู้อื่นเกิดความเชื่อถือ
๖) ทำให้ชีวิตนั้นแกล้วกล้าองอาจท่ามกลางชุมชน
๗) ทำให้ไม่เป็นคนหลงลืมสติ
๘) ตายแล้วไปเกิดในสุคตภูมิ
หมายเหตุ : การรักษาศีลเป็นการช่วยพัฒนากายและวาจา

๓. ภาวนามัย บุญที่สำเร็จได้ด้วยการเจริญสมถภาวนา และวิปัสสนาภาวนา
ย่อมต้องได้รับอานิสงส์
๑) มีรูปร่างหน้าตาสวยงาม
๒) มีผิวพรรณผ่องใส
๓) มีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรง
๔) มีความจำดี และกำลังปัญญาว่องไว
๕) เป็นคนใจคอเยือกเย็น
๖) เป็นที่ชื่นชอบของผู้พบเห็น
๗) มีบุคลิกอันน่าศรัทธา
๘) เกิดในตระกูลดี
๙) มีบุคลิกสง่างาม
๑๐) มีมิตรสหายมาก
๑๑) เป็นที่เคารพยำเกรงของคนทั่วไป
๑๒) เป็นที่ชื่นชอบของบัณฑิต
๑๓) สมบูรณ์ด้วยปัจจัย ๔
๑๔) ปราศจากอกุศลทั้งปวง
๑๕) ปลอดภัยจากศาสตราวุธ
๑๖) มีอายุยืน
๑๗) ตายแล้วเกิดในสุคติภูมิ
หมายเหตุ : การเจริญภาวนาเป็นการช่วยพัฒนาจิตใจ

โดย พี่ดา [30 ก.ย. 2547 , 16:50:20 น.] ( IP = 61.90.68.13 : : )


  สลักธรรม 3

๔. อปจายนะ บุญที่สำเร็จได้ด้วยการอ่อนน้อมถ่อมตนต่อผู้ที่ควรเคารพนบนอบ (คุณวุฒิ วัยวุฒิ ชาติวุฒิ) ย่อมต้องได้รับอานิสงส์ ดังนี้

๑) เกิดในตระกูลสูง
๒) มีสุขภาพร่างกายแข็งแรง
๓) มีมิตรสหายดี
๔) ได้รับคำชมเชยอยู่เสมอ
๕) มีความสมบูรณ์ในทรัพย์
๖) ได้พบเห็นแต่สิ่งที่ตนปรารถนา

๕. เวยยาวัจจะ บุญที่สำเร็จได้ด้วยการช่วยเหลือกิจการงานที่ชอบ
ย่อมต้องได้รับอานิสงส์ ดังนี้
๑) มีความเป็นอยู่ดี สุขกายสุขใจ
๒) มีมิตรสหายมาก
๓) มีไหวพริบความจำดี
๔) มีตำแหน่งหน้าที่การงานสูง

๖. ปัตติทานะ บุญที่สำเร็จได้ด้วยการอุทิศส่วนกุศลให้แก่ผู้อื่น (การแผ่เมตตา)
ย่อมต้องได้รับอานิสงส์ ดังนี้
๑) ไม่มีความอดอยาก ยากจน
๒) ไม่มีโรคภัยไข้เจ็บเบียดเบียน
๓) มีบริวารดี
๔) เป็นที่รักของผู้พบเห็น
๕) มีรูปร่างหน้าตาสวยงาม
๖) มีอายุยืน

๗. ปัตตานุโมทนา บุญที่สำเร็จได้ด้วยการอนุโมทนาส่วนบุญ
ย่อมต้องได้รับอานิสงส์ ดังนี้
๑) มีสุขภาพสมบูรณ์
๒) มีฐานะดี
๓) มากไปด้วยลาภสักการะ
๔) พบเห็นแต่สิ่งที่ทำให้เกิดความสบายใจ

๘. ธัมมสวนะ บุญที่สำเร็จได้ด้วยการฟังธรรม
ย่อมต้องได้รับอานิสงส์ ดังนี้
๑) เกิดในตระกูลสูง
๒) มีสติปัญญาดี
๓) มีมิตรสหายดี
๔) มีความเชื่อมั่นในตนเอง

๙. ธัมมเทสนา บูญที่สำเร็จได้ด้วยการแสดงธรรม
ย่อมต้องได้รับอานิสงส์ ดังนี้
๑) ไม่มีกลิ่นปาก
๒) มีฟันขาวเรียบ
๓) บุตรบริวารมีความเชื่อฟัง
๔) มีบุคลิกสง่างาม
๕) มีความจำดี
๖) เป็นที่ไว้วางใจแก่ผู้พบเห็น

โดย พี่ดา [30 ก.ย. 2547 , 16:53:44 น.] ( IP = 61.90.68.13 : : )


  สลักธรรม 4

๑๐. ทิฏฐุชุกรรม บุญที่สำเร็จได้ด้วยการทำความเห็นให้ถูกต้องตรงตามความเป็นจริง
ย่อมต้องได้รับอานิสงส์ ดังนี้

๑) มีปัญญาดี
๒) ไม่อดอยาก
๓) ไม่ยากจน
๔) มีสุขภาพร่างกายสมบูรณ์แข็งแรง
๕) มีบุคลิกสง่างาม
๖) พบเห็นแต่สิ่งที่ทำให้เกิดความสบายใจ
๗) มีฐานะความเป็นอยู่ดี
๘) มีบริวารมาก
๙) มีความเชื่อมั่นในตนเอง ไม่มีชีวิตเนื่องด้วยผู้อื่น


บุญกริยาวัตถุ ๑๐  เมื่อสงเคราะห์ลงในทาน ศีล ภาวนา ได้ดังนี้คือ

ทานมัย   ปัตติทานมัย   ปัตตานุโมทนามัย…………สงเคราะห์ใน ทาน

ศีลมัย   อปจายมัย   เวยยาวัจจมัย …...............สงเคราะห์ใน ศีล

ภาวนามัย   ธัมมสวนมัย   ธัมมเทสนามัย   ทิฏฐุชุกรรม……. สงเคราะห์ใน ภาวนา


อตฺตา   หิ   อตฺตโน  นาโถตนแลเป็นที่พึ่งแห่งตน


วันนี้ขอถามปัญหาง่ายๆ สัก ๒ ข้อค่ะ เพราะเห็นว่าเรื่องของบุญกริยาวัตถุ ๑๐ นั้น แต่ละท่านก็คงจะคุ้นเคยกันดี
คำถามมีอยู่ว่า....

๑. เพราะเหตุใด การอ่อนน้อมถ่อมตนจึงจัดว่าเป็นบุญค่ะ และ

๒. ธรรมอะไรจัดว่าเป็นปฏิปักษ์กับ ทาน (รวมถึงปัตติทานมัย และปัตตานุโมทนามัย ด้วยนะคะ)


ด้วยความปรารถนาดีค่ะ

พี่ดา

โดย พี่ดา [30 ก.ย. 2547 , 17:03:19 น.] ( IP = 61.90.68.13 : : )


  สลักธรรม 5

มาเป็นนักเรียนนะอาจารย์
ยังไงขอกระทำกุศลข้อที่ 7 ก่อนนะคะ คือ
ปัตตานุโมทนา บุญที่สำเร็จได้ด้วยการอนุโมทนาส่วนบุญ ของอาจารย์ดาไง
มาตอบการบ้านดีกว่า
ถามว่า เพราะเหตุใด การอ่อนน้อมถ่อมตนจึงจัดว่าเป็นบุญ
ในความเข้าใจนะทุกครั้งที่อ่อนน้อมกับผู้ที่ควรแก่การเคารพด้วยความจริงใจที่มิได้เสแสร้งนั้น ก็เข้าใจในสภาพจิตใจของตนว่า ในขณะนั้นมิได้แสดงอาการแห่งความโลภ หรือความโกรธอันเดียว ซึ่งแตกต่างกับ สภาพแห่งความโลภ และความโกรธ อย่างสิ้นเชิง สภาพแห่งอารมรณ์ก็มิได้ก้าวล่วงทางกายหรือวาจาอันประกอบด้วยความเห็นผิด นอกจากนั้นแล้ว กิริยาอาการก็ไม่ได้มีความกระด้ง จึงมิได้ประกอบไปด้วยความถือตนแต่ประการใด
การแยกแยะตามสภาพดังกล่าวจึง เห็นว่าเป็นประกอบแห่งจิตที่เป็นกุศล และยังเป็นปัจจัยให้แก่รูปที่เกิดพร้อมกับจิตขณะนั้นเป็นกุศลจิตตชรูปด้วย
สรุปว่า ขณะที่อ่อนน้อม จิตก็เป็นกุศล กายก็มีอาการที่มีกุศลเป็นมูล
ถามว่า ธรรมอะไรจัดว่าเป็นปฏิปักษ์กับ ทาน
ตอบว่า เมื่อทานมีสภาพแห่งการให้ ย่อมตรงกันข้ามกับสภาพแห่งความหวงแหน ดังนั้นสภาพของการหวงแหน นั้น จึงประกอบด้วยความตระหนี่ถี่เหนียว นั่นเอง หรือมีมัจฉริยะค่ะ




โดย น้องอุ๊ [30 ก.ย. 2547 , 18:51:29 น.] ( IP = 203.150.217.114 : : 203.113.39.12 )


  สลักธรรม 6

มาเติมบุญด้วยการอนุโมทนา (ปัตตานุโมทนา) กับพี่ดาค่ะ
และพี่อุ๊ด้วยค่ะ ที่เข้ามาอนุโมทนาและทำการบ้าน

การอ่อนน้อมถ่อมตน เป็นบุญ เพราะกิริยาอาการท่าทางที่แสดงออก มีความสุภาพอ่อนน้อม ไม่กระด้างกระเดื่อง
และจิตใจจะต้องมีความรู้สึกที่อ่อนน้อมด้วย มิใช่แสดงออกแค่ทางกายอย่างเดียว

จัดอยู่ในบุญกิริยาวัตถุ 10 ที่ควรกระทำ
และยังเป็นมงคลชีวิตข้อที่ 23 ด้วย คือ นิวาโต จ (ความสุภาพอ่อนน้อม ถ่อมตน)

มัจฉริยะ เป็นธรรมชาติที่มีความหวนแหน เช่น หวนแหนที่อยู่ สกุล ลาภ วรรณะ ธรรม

จัดว่าเป็นปฏิปักษ์กับทาน (การให้ในสิ่งที่ควรให้)

โดย เซิ่น [30 ก.ย. 2547 , 22:11:30 น.] ( IP = 61.90.103.118 : : )


  สลักธรรม 7

สวัสดีครับพี่ดา วันนี้พี่เณรวิ่งเข้าโรงเรียนแต่เช้าแต่ช้ากว่าคุณเซิ่นอิอิ เลยไม่ทันได้ตอบนะครับเพราะคุณเซิ่นตอบแล้วครับ

พี่เณรก็มีแต่ดีใจและปลื้มใจในกุศลกรรมที่พี่ดาได้ทำนี่ละครับ ดีจังพี่เณรชอบมากเลยกับตารางธรรมะสวยๆนี้จังครับจำง่ายมากแต่พี่ดาซิคงทำยากมากนะครับขออนุโมทนาครับผม

โดย พี่เณร [1 ต.ค. 2547 , 07:17:57 น.] ( IP = 61.90.82.192 : : )


  สลักธรรม 8





โดย น้ำใส [1 ต.ค. 2547 , 14:50:19 น.] ( IP = 202.133.131.182 : : )


  สลักธรรม 9


อนุโมทนากับทุกท่านค่ะ

เฉลยการบ้านนะคะ ซึ่งที่จริงก็ตอบกันถูกทุกท่าน

ถามว่า เพราะเหตุใด การอ่อนน้อมถ่อมตนจึงจัดว่าเป็นบุญ

ก็เพราะว่าการที่จะอ่อนน้อมถ่อมตนให้กับใครได้นั้น
เราต้องขจัดความอวดดื้อถือตัวออกไปก่อน
และคนเรามีมานานุสัยกันทุกคน

และก็กล่าวแล้วว่า บุญ คือการชำระจิตใจให้ใสสะอาดบริสุทธิ์หมดจดจากกิเลส
มานะก็จัดเป็นกิเลสค่ะ
ขจัดมานะออกไปชั่วครู่ก็เกิดบุญแล้วค่ะ

ข้อ ๒ ถามว่า ธรรมอะไรจัดว่าเป็นปฏิปักษ์กับ ทาน

สิ่งแรกที่คิดถึงคือ มัจฉริยะ ความตระหนี่ถี่เหนียว

แต่ยังมีอีกอย่างหนึ่งค่ะที่มักไม่ค่อยคิดถึง อิสสา
อิสสา ก็จัดว่าเป็นปฏิปักษ์กับทานได้เช่นกัน เพราะ
อิสสาคือ การไม่พอใจในความดี หรือสมบัติของผู้อื่น

ดังนั้น เมื่อเกิดความคิดไม่พอใจว่าผู้อื่นจะได้ทรัพย์มาง่ายๆ โดยไม่ต้องทำอะไร ไม่ต้องลงทุนลงแรง จึงไม่ให้ทาน หรือแม้แต่แผ่เมตตา ก็ไม่ให้ค่ะ
อิสสาจึงจัดว่าเป็นปฏิปักษ์กับทานด้วย

โดย พี่ดา [1 ต.ค. 2547 , 21:33:59 น.] ( IP = 61.90.68.69 : : )


  สลักธรรม 10

อิอิ...มาเติมบุญสร้างทุนอีกหนึ่งวัน..แม้ว่าจะมาช้า แต่กำไม่ขาดทุนเท่าใดนัก...อนุโมทนากับทุกท่านนะคะ โดยเฉพาะพี่ดาผู้สร้างสรรค์ผลงานคุณภาพ...สาธุค่ะ

โดย น้องกิ๊ฟ [1 ต.ค. 2547 , 23:06:05 น.] ( IP = 202.183.167.126 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org