| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
กฏของกรรม
สลักธรรม 1
เครื่องมือของกรรม หรือเรียกว่า ทวาร คนเรากระทำกรรมได้ 3 ทาง คือ
1. การเคลื่อนไหวใจ หรือ ความคิด เรียกว่า มโนกรรม ใจไม่ได้เป็นเอกัคคตา ไม่ได้เป็นสมาธิแล้ว
2. การเคลื่อนไหวปาก คือ การพูด เรียกว่า วจีกรรม
3. การเคลื่อนไหวกาย คือ การกระทำ เรียกว่า กายกรรม
ตลอดเวลาที่ตื่น เราย่อมกระทำกรรมอยู่เสมอ ไม่เว้นไม่ว่างจากกรรมเลย ถ้าไม่คิดก็พูด ถ้าไม่พูดก็ทำ บางทีก็ทำพร้อมกันทั้งสามทาง
องค์ประกอบของกรรมที่สมบูรณ์ต้ององค์ประกอบ 3 ประการ
1. แรงกระตุ้นใจ เช่น โลภ โกรธ หลง เป็นฝ่ายชั่ว ส่วนฝ่ายดี เช่น จาคะ กรุณา ปัญญา ฝ่ายชั่วเรียกว่ากิเลส ฝ่ายดีเรียกว่าธรรม เมื่อกิเลสหรือคุณธรรมเกิดขึ้น ใจจะมีพลังงานล้นเหลือ พลังงานนี้จะกระตุ้นให้เกิดองค์ประกอบที่ 2 ขึ้นมา คือ เจตนา
2. เจตนา คือ ความมุ่งไป ถ้าไม่มีแรงกระตุ้น เจตนาก็ไม่เกิด ฉะนั้นแรงกระตุ้นมีตลอดเวลา ดี ชั่ว มาก น้อย ก็ทำให้เกิดพฤติกรรมมากน้อย แต่ว่างจากการกระทำไม่มี จิตว่างจึงไม่มี
เช่น เราถูกยุงกัด แต่เราตั้งใจไม่ฆ่าสัตว์ แต่ก็ต้องสะบัดนิดๆ หรือเวลาหิว แต่ยังไม่ถึงเวลากิน เราก็กลืนน้ำลายไปก่อน เจตนาหรือความตั้งใจ เจตนาหรือความจงใจ เจตนาหรือความปักใจ ทำอย่างที่มีแผน มีจุดประสงค์ด้วยเป็นลูกโซ่กัน เมื่อมีความตั้งใจแล้ว ก็ทำให้เกิดองค์ประกอบที่ 3 ขึ้นมา เป็นลูกโซ่คล้องกันเลย ไม่รู้อันไหนมาก่อน
โดย พี่เณร [11 ต.ค. 2547 , 00:09:46 น.] ( IP = 61.90.103.158 : : )
สลักธรรม 2
เปรียบเหมือนเอาหนังสติ๊กมาวงหนึ่ง ถามว่า เริ่มต้นตรงไหน ไม่ทราบ แต่ในความจริงต้องมีที่เริ่มต้นแน่ คือแรงกระตุ้นใจ ทำให้เกิดเจตนา เจตนาทำให้เกิดกรรม หรือเรียกว่าการเคลื่อนไหว กาย วาจา หรือใจ เจตนาเกิดขึ้นแล้วก็ผลักดันให้ไหวกาย ไหววาจา ไหวใจ ตามแรงกระตุ้นกิเลสหรือธรรมนั้น เรื่องนี้เป็นสัพพัญญุตาญาณ เกินที่ตาเราจะเห็น
การศึกษาทำให้เข้าใจกรรมแต่ไม่รู้จักกรรม ไม่รู้จริงเรื่องกรรม เช่น ถ้าขณะนี้ร่างกายไม่สบาย เจ็บป่วย รู้ว่าเป็นผลของการเบียดเบียนสัตว์ไว้
ถามว่า...เป็นผลมาจากกรรมที่ทำไว้เมื่อไหร่ อดีตชาติไหน เราก็ไม่รู้ ซึ่งต่างจากพระพุทธเจ้า เช่น เมื่อตอนที่ทรงกระหายแล้วให้พระอานนท์ไปตักน้ำ มีอุปสรรค พระองค์ทราบทันทีว่าเป็นเพราะท่านเคยไปดึงโคไม่ให้กินน้ำ รู้ได้ก็เพราะสัพพัญญุตญาณอย่างเดียว
เพราะฉะนั้น เรื่องกรรมเกินวิสัยเราที่จะไปรู้อย่างนั้น แต่ไม่ยากสำหรับการเรียนและประพฤติกรรมให้ดี เพราะเราไม่มีทางเห็นหน้าตากรรมได้ หรือเราใส่บาตร รู้ว่าต้องเป็นที่มาของโภคทรัพย์ทั้งปวง รู้ไหมว่าจะให้ผลเราเมื่อไหร่ รู้แต่ว่าอนาคต ตอบแบบนี้กำปั้นทุบดิน แต่พระพุทธเจ้าท่านทราบ เช่น ข่ายพระญาณท่านรู้ว่าสัตว์โลกใดสามารถโปรดได้ พระองค์เห็นกรรมว่าสุกงอมแล้ว เสด็จไปที่ไหนก็มีผู้ได้ดวงตาเห็นธรรม
โดย พี่เณร [11 ต.ค. 2547 , 00:11:36 น.] ( IP = 61.90.103.158 : : )
สลักธรรม 3
ขณะนี้ เรามีความโชคดีเหนือความโชคดี มีเงินเท่าไหร่ก็ซื้อความโชคดีนี้ไม่ได้ มีเงินซื้อความเป็นคนในชาติหน้าไม่ได้ เพราะการเกิดเป็นคนจะต้องมีศีลมีธรรม ความโชคดี 4 อย่าง คือ
1. ได้เกิดเป็นมนุษย์ เป็นได้ยาก
2. ยังมีชีวิตอยู่ในวันนี้
3. อยู่ในพระพุทธศาสนา
4. ได้ฟังธรรมของพระองค์
คุณภาพของกรรม มี 3 อย่าง คือ
1. กุศลกรรม กรรมดี หมายถึงการกระทำ การพูด การคิดที่เกิดจากการกระตุ้นใจ ฝ่ายดี คือคุณธรรม มีความตั้งใจดี กุศลเจตนาก่อให้เกิดผลดีให้แต่ตนเองและผู้อื่น สิ่งที่เกิดขึ้นมาเป็นวิบาก วิบากเป็นผล เสวยผลเป็นเรื่องเล็ก ให้ผลแล้วจบ แต่กรรมเป็นเรื่องใหญ่ เพราะยังมีโอกาสทำกรรมใหม่ๆได้ จะตาบอดหรือหูหนวกก็ตาม แต่อย่าให้ใจเป็นมิจฉาทิฏฐิ
2. อกุศลกรรม กรรมชั่ว หมายถึงการกระทำ การพูด การคิดที่เกิดจากแรงกระตุ้นใจฝ่ายชั่ว คือกิเลส มีความตั้งใจชั่ว อกุศลเจตนาก่อให้เกิดผลชั่วให้แต่ตนเองและผู้อื่น
โดย พี่เณร [11 ต.ค. 2547 , 00:13:13 น.] ( IP = 61.90.103.158 : : )
สลักธรรม 4
3. อพยากตกรรม กรรมกลางๆ ไม่ดี ไม่ชั่ว หมายถึง การกระทำ การพูด การคิด ที่เป็นปกติวิสัยของกาย วาจา ใจ มีแรงกระตุ้นใจกลางๆ ไม่จัดว่าเป็นดีเป็นชั่วได้ มีเจตนากลางๆ ไม่พอที่จะจัดว่าเป็นดีเป็นชั่วได้ มีผลกลางๆ
คือ เป็นเครื่องหล่อเลี้ยงชีวิตให้คงอยู่ กรรมส่วนใหญ่ของมนุษย์เป็นอพยากตกรรม เช่น อาบน้ำ จิตรู้อารมณ์ต่างๆ โดยไม่ยินดีไม่ยินร้ายใดๆ ถ่ายอุจจาระ ปัสสาวะ เป็นต้น
วิปัสสนาทำลายบาปบุญ จึงทำลายสังสารวัฏฏ์ บุญก็ทำให้เกิด บาปก็ทำให้เกิด จิตใจของเราถ้าเป็นกลางตลอดไม่โน้มไปในอภิชฌาและโทมนัส ฉะนั้น อพยากตกรรมนี้ก็จะมีกำลังของมันเป็นกงจักรอีกตัวหนึ่ง ถ้าไปทำงานร่วมกับสติมา สัมปชาโณ อาตาปี คนละฟันเฟือง ต่างคนต่างทำงาน แต่เข้าล็อคกันได้
แต่ต้องเรียนให้รู้ก่อน การกระทำใดๆ สักแต่ว่าทำ ทำเพื่อแก้ทุกข์ เช่น กินข้าวเพื่อแก้ทุกข์ ไม่ได้แก้อยาก จะละอกุศลออกไป ก็เป็นวิวัฏฏะคามินี
.....ต่อพรุ่งนี้นะครับ....โดย พี่เณร [11 ต.ค. 2547 , 00:15:05 น.] ( IP = 61.90.103.158 : : )
สลักธรรม 5ขอบคุณค่ะแล้วจะมาเรียนต่อนะคะพี่เณร
โดย น้องอุ๊ [11 ต.ค. 2547 , 18:45:38 น.] ( IP = 203.150.217.117 : : 203.113.39.11 )
สลักธรรม 6ขอบพระคุณในจิตอันเมตตาของพี่เณรที่กรุณาสร้างสรรค์งานเขียนมาเพื่อให้ประโยชน์แก่พวกเราค่ะ ...ขอบพระคุณที่นำมาให้อ่านนะคะ
โดย น้องกิ๊ฟ [11 ต.ค. 2547 , 21:05:16 น.] ( IP = 203.172.117.68 : : )
สลักธรรม 7
ขอบพระคุณ พี่เณร มากค่ะ
![]()
โดย วยุรี [12 ต.ค. 2547 , 12:47:07 น.] ( IP = 203.150.217.112 : : 203.113.39.6 )
สลักธรรม 8ขอบคุณค่ะอ่านแล้วคลายทุกข์ได้บ้างแต่ยังดีค่ะ
โดย changsim [15 ต.ค. 2547 , 18:58:34 น.] ( IP = 202.183.149.18 : : )
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |