มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


เสริมสร้างปัญญา...ตอนที่ ๑๕




http://www.thaimisc.com/freewebboard/php/vreply.php?user=dokgaew&topic=6055


เสริมสร้างปัญญา...ตอนที่ ๑๕


หลังเรียนรู้ว่าอกุศลจิต ๑๒ ทำให้เกิดอกุศลกรรมต่างๆ ทั้งทางกาย วาจา ใจ
และก็ทราบแล้วว่าเราสามารถ
…พัฒนาทรัพย์ ได้ด้วยการทำทาน
…พัฒนากาย วาจา ได้ด้วยศีล
…พัฒนาจิต ได้ด้วยการเจริญภาวนา

สมถกรรมฐาน ก็เป็นการเจริญภาวนาชนิดหนึ่งที่พัฒนาจิตขึ้นจนได้ถึงขั้นอัปปนาสมาธิ
และฌานจิตเกิดขึ้น สามารถข่มนิวรณธรรม ซึ่งเป็นธรรมที่ขัดขวางไม่ให้เข้าถึงฌานได้
แต่เป็นเพียงวิกขัมภนประหาณเท่านั้น
เมื่อจิตพ้นจากฌาน หรือฌานจิตเสื่อม นิวรณ์ก็อาจเกิดขึ้นได้อีก

นิวรณธรรม มี ๕ ได้แก่
๑.กามฉันทนิวรณ์ = ความยินดีติดใจในกามคุณอารมณ์ มีรูป รส กลิ่น เสียง สัมผัสต่างๆ
องค์ธรรม ได้แก่ โลภเจตสิก
๒.พยาปาทนิวรณ์ = ความพยาบาท ปองร้ายหรือผูกโกรธต่างๆ
องค์ธรรม ได้แก่ โทสเจตสิก
๓.ถีนมิทธนิวรณ์ = ความหดหู่ท้อถอยจากอารมณ์ที่เพ่งเพียร
องค์ธรรม ได้แก่ ถีนเจตสิก และมิทธเจตสิก
๔.อุทธัจจกุกกุจจะนิวรณ์ = ความฟุ้งซ่านรำคาญใจ
องค์ธรรม ได้แก่ อุทธัจจเจตสิก และกุกกุจจเจตสิก
๕.วิจิกิจฉานิวรณ์ = ความลังเลสงสัยต่างๆ
องค์ธรรม ได้แก่ วิจิกิจฉาเจตสิก

ก่อนที่จะไปถึงรูปาวจรจิต สิ่งที่ควรทราบอย่างย่อๆ ในเบื้องต้น นอกจากนิวรณธรรมแล้ว ก็คือ
ฌาน แปลว่า ธรรมชาติที่ติดในอารมณ์
  • ฌาน ในที่นี้ หมายถึง ธรรมชาติที่เพ่งอารมณ์ หรือ ธรรมชาติที่แผดเผาธรรมที่เป็นข้าศึก
    มุ่งหมายถึง อารัมณูปนิชฌาน

    อารัมณูปนิชฌาน หมายถึงจิตที่เข้าไปเพ่งอารมณ์ของกรรมฐานอยู่อย่างแนบแน่น

  • โดย พี่ดา [12 ต.ค. 2547 , 21:26:06 น.] ( IP = 61.91.68.191 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ
    [ 1 ] [ 2 ][ 3 ]


      สลักธรรม 1


  • อารมณ์ของสมถกรรมฐาน มีทั้งหมด ๗ ประเภท ๔๐ อย่าง คือ
    ๑. กสิณ ๑๐ ได้แก่
    ภูตกสิณ ๔  คือ ปถวีกสิณ (ดิน) อาโปกสิณ (น้ำ) เตโชกสิณ (ไฟ) วาโยกสิณ (ลม)
    วัณณกสิณ ๔  คือ นิลกสิณ (สีเขียว) ปีตกสิณ (สีเหลือง) โลหิตกสิณ (สีแดง) โอทาตกสิณ (สีขาว)
    อาโลกกสิณ
    อากาสกสิณ


    ๒. อสุภะ ๑๐ ได้แก่
    ศพที่อืดพองขึ้นภายหลังที่ตายแล้ว ๑ หรือ ๒ วัน
    ศพที่มีสีเขียวเป็นพิเศษโดยมีสีแดงและขาวปะปน
    ศพที่น้ำเหลืองและน้ำหนองไหลออกจากเนื้อที่ปริแตก
    ศพที่ถูกฟันขาดออกเป็น ๒ ท่อน
    ศพที่ถูกแร้ง กา สุนัข จิกกัด ยื้อแย่งกระจัดกระจาย
    ศพที่ถูกทิ้งเรี่ยรายไว้ มี มือ เท้า ศีรษะ อยู่คนละทาง
    ศพที่ถูกฟันด้วยมีด ถูกแทงด้วยหอก เป็นริ้วรอย
    ศพที่มีโลหิตหลั่งไหลออกจากส่วนต่างๆของร่างกาย
    ศพที่มีหนอนไชไหลออกมา
    ศพที่มีแต่กระดูกเหลืออยู่

  • โดย พี่ดา [12 ต.ค. 2547 , 21:28:02 น.] ( IP = 61.91.68.191 : : )


      สลักธรรม 2

    ๓. อนุสสติ ๑๐ ได้แก่

    พุทธานุสสติ  การระลึกถึงพระพุทธคุณ
    ธัมมาานุสสติ  การระลึกถึงพระธรรมคุณ
    สังฆานุสสติ   การระลึกถึงพระสังฆคุณ
    สีลานุสสติ  การระลึกถึงความบริสุทธิ์ของศีลที่รักษาไว้โดยปราศจากโทษ
    จาคานุสสติ  การระลึกถึงการบริจาคทานของตน ที่เป็นไปโดยบริสุทธิ์ ไม่มีการโอ้อวด
    เทวตานุสสติ  การระลึกถึงกุศลกรรมของตน โดยเปรียบเทียบกับเทวดา และพรหมทั้งหลายที่เป็นผู้บริบูรณ์ด้วยธรรมอันดีงาม มี ศรัทธา สติ หิริ โอตตัปปะ พาหุสัจจะ วิริยะ ปัญญา
    อุปสมานุสสติ   การระลึกถึงคุณของพระนิพพานที่มีสภาพสันติสุข สงบจากกิเลส และขันธ์ ๕
    การเจริญอุปสมานุสสติกรรมฐานให้สำเร็จสมบูรณ์ได้ จึงได้แก่ พระอริยบุคคลเท่านั้น

    มรณานุสสติ  การระลึกถึงความตายที่ตนจะต้องประสบแล้วเกิดสังเวชสลดใจอยู่เนืองๆ
    กายคตาสติ   การระลึกถึงโกฏฐาส ๓๒ ได้แก่กองส่วนต่างๆ ของร่างกายที่เป็นไปใน ๓๒ หมวด
    อานาปานัสสติ  การระลึกอยู่ในลมหายใจเข้าออก

    โดย พี่ดา [12 ต.ค. 2547 , 21:29:43 น.] ( IP = 61.91.68.191 : : )


      สลักธรรม 3

    ๔. อัปปมัญญา ๔ แผ่ทั่วไปให้แก่สัตว์ทั้งหลายโดยไม่มีจำกัดบุคคล และสถานที่ ได้แก่

    เมตตา  ความปรารถนาดีรักใคร่ต่อสัตว์ทั้งหลาย
    มีปิยมนาปสัตวบัญญัติ เป็นอารมณ์

    กรุณา   ความปรารถนาอยากให้สัตว์ทั้งหลายที่ได้รับความทุกข์ ลำบาก พ้นจากความทุกข์ลำบากนั้น
    มีทุกขิตสัตวบัญญัติ เป็นอารมณ์

    มุทิตา  ความรื่นเริงบันเทิงใจ ยินดีในความสุขของสัตว์ทั้งหลาย
    มีสุขิตสัตวบัญญัติ เป็นอารมณ์

    อุเปกขา  ความวางเฉยต่อสัตว์ทั้งหลาย โดยไม่น้อมไปในความปรารถนาดี ในการบำบัดทุกข์ หรือในการชื่นชมยินดีในความสุขของสัตว์
    มีมัชฌัตตสัตวบัญญัติเป็นอารมณ์



    ๕. อาหาเรปฏิกูลสัญญา ๑ พิจารณาถึงอาหารจนเกิดความรู้สึกยึดโดยความเป็นของน่าเกลียด


    ๖. จตุธาตุววัตถาน ๑ พิจารณา ธาตุทั้ง ๔ ที่ปรากฏในร่างกาย จนกระทั่งเห็นเป็นเพียงกองแห่งธาตุ


    ๗. อรูปกรรมฐาน ๔ ได้แก่
    กสิณุคฆาฏิมากาสบัญญัติ
    อากาสานัญจายตนฌาน
    นัตถิภาวบัญญัติ
    อากิญจัญญายตนฌาน

    โดย พี่ดา [12 ต.ค. 2547 , 21:31:08 น.] ( IP = 61.91.68.191 : : )


      สลักธรรม 4


  • องค์แห่งฌาน
    ซึ่งได้แก่ เจตสิก ๕ ประเภท ในบรรดาเจตสิกธรรมทั้งหมด ๓๕ ประเภทที่เกิดขึ้นพร้อมกับฌานจิต
    และปรากฏเด่นชัด
    โดยทำหน้าที่ข่มนิวรณธรรมทั้ง ๕ ได้แก่
    ๑. วิตกเจตสิก ยกจิตขึ้นสู่อารมณ์ ในการทำฌานนั้น
    สามารถข่ม ถีนมิทธนิวรณ์
    ๒. วิจารเจตสิก ประคองจิตให้ตั้งมั่นอยู่ในอารมณ์ที่เพ่ง
    สามารถข่ม วิจิกิจฉานิวรณ์
    ๓. ปีติเจตสิก ความปลาบปลื้มยินดี
    สามารถข่ม พยาปาทนิวรณ์
    ๔. สุข (เวทนาเจตสิก) ความสุขใจที่เกิดขึ้นได้แก่โสมนัสเวทนา
    สามารถข่ม อุทธัจจกุกกุจจนิวรณ์
    ๕. เอกัคคตาเจตสิก การที่จิตตั้งอยู่ในอารมณ์ที่เพ่งอันเดียว หรือจิตมีสมาธิ
    สามารถข่ม กามฉันทนิวรณ์


  • สมาธิ มี ๓ ระดับ

    ๑. ขณิกสมาธิ จิตที่ตั้งมั่นอยู่ในอารมณ์ได้ชั่วขณะหนึ่ง
    ๒. อุปจารสมาธิ จิตที่ตั้งมั่นอยู่ในอารมณ์ใกล้จะได้ฌาน
    ๓. อัปปนาสมาธิ จิตที่ตั้งมั่นแนบแน่นอยู่ในอารมณ์ที่กำหนด ข่มกิเลสไว้ได้ และเกิดฌานจิต

  • โดย พี่ดา [12 ต.ค. 2547 , 21:33:44 น.] ( IP = 61.91.68.191 : : )


      สลักธรรม 5


    รูปาวจรจิต
    แยกศัพท์ ได้ เป็น รูป + อวจร + จิต
    หมายถึงจิตที่ท่องเที่ยวเกิดอยู่ในรูปภูมิ

  • เมื่อกล่าวโดยประเภทแห่งฌาน มี ๕ ประการ คือ
    …ปฐมฌาน ทุติยฌาน ตติยฌาน จตุตถฌาน ปัญจมฌาน
  • เมื่อจำแนกโดยชาติเภทนัย ได้ เป็น
    …รูปาวจรกุศลจิต ๕ รูปาวจรวิบาก ๕ และรูปาวจรกิริยา ๕

  • ประเภทแห่งฌานนี้ถ้าจำแนกตามประเภทบุคคล คือ ติกขบุคคล ผู้รู้เร็ว และมันทบุคคล ผู้รู้ช้า
    การละองค์ฌานจะต่างกันเล็กน้อย กล่าวคือ

    -- มันทบุคคล
    ผู้รู้ช้า มิอาจจะเห็นโทษของวิตก และวิจารทั้งสองในเวลาเดียวกันได้
    จะละองค์ฌาน ได้เพียงฌานละหนึ่งองค์ฌานเท่านั้น
    จึงจำแนกองค์ฌานออกเป็น ๕ ประเภท คือ ปฐมฌาน ถึง ปัญจมฌานเรียกว่า ปัญจกนัย
    ซึ่งตรงตามสภาวะตามนัยแห่งพระอภิธรรม ดังนี้
    ปฐมฌาน ประกอบด้วยองค์ฌาน ๕ คือ วิตก  วิจาร   ปีติ   สุข   เอกัคคตา
    ทุติยฌาน ประกอบด้วยองค์ฌาน ๔ คือ ...... วิจาร   ปีติ  สุข   เอกัคคตา
    ตติยฌาน ประกอบด้วยองค์ฌาน ๓ คือ .............. ปีติ   สุข  เอกัคคตา
    จตุตถฌาน ประกอบด้วยองค์ฌาน ๒ คือ ................... สุข   เอกัคคตา
    ปัญจมฌาน ประกอบด้วยองค์ฌาน ๒ คือ .................. อุเบกขา  เอกัคคตา

  • โดย พี่ดา [12 ต.ค. 2547 , 21:35:34 น.] ( IP = 61.91.68.191 : : )


      สลักธรรม 6

    (รูปประกอบของ ปัญจกนัย ข้างบนค่ะ)

    -- ติกขบุคคล ผู้รู้เร็ว
    สามารถใคร่ครวญเห็นโทษของวิตก และวิจารทั้งสองพร้อมกัน
    จะละองค์ฌาน ทั้งวิตก และวิจาร ได้ทีเดียวพร้อมกัน ในทุติยฌาน
    จึงจำแนกองค์ฌานออกเป็น ๔ ประเภท คือ ปฐมฌาน ถึง จตุตถฌานเรียกว่า จตุกนัย
    ซึ่งตรงตามนัยแห่งพระสูตร ดังนี้
    ปฐมฌาน ประกอบด้วยองค์ฌาน ๕ คือ วิตก   วิจาร   ปีติ  สุข  เอกัคคตา
    ทุติยฌาน ประกอบด้วยองค์ฌาน ๓ คือ ............... ปีติ  สุข  เอกัคคตา
    ตติยฌาน ประกอบด้วยองค์ฌาน ๒ คือ ..................... สุข   เอกัคคตา
    จตุตถฌาน ประกอบด้วยองค์ฌาน ๒ คือ ................... อุเบกขา   เอกัคคตา

    โดย พี่ดา [12 ต.ค. 2547 , 21:40:01 น.] ( IP = 61.91.68.191 : : )


      สลักธรรม 7


    การเรียกชื่อ
    จะเรียกชื่อจิตตามองค์ฌาน นะคะ แล้วลงท้ายว่าเป็นกุศล วิปาก หรือกิริยา ด้วยคำว่า กุสลจิตฺตํ หรือ วิปากจิตฺตํ หรือ กฺริยจิตฺตํ ตามลำดับ ดังนี้

  • ดวงที่๑. ปฐมฌาน
    วิตกฺก
    วิจารปีติ สุเขกคฺคตาสหิตํ ปฐมฺชฌาน กุสลจิตฺตํ / วิปากจิตฺตํ  / กฺริยาจิตฺตํ

  • ดวงที่๒. ทุติยฌาน…….วิจารปีติ
    สุเข
    กคฺคตาสหิตํ ทุติยชฺฌาน กุสลจิตฺตํ / วิปากจิตฺตํ  / กฺริยาจิตฺตํ

  • โดย พี่ดา [12 ต.ค. 2547 , 21:50:04 น.] ( IP = 61.91.68.191 : : )


      สลักธรรม 8

  • ดวงที่๓. ตติยฌาน…….……ปีติ สุเขกคฺคตาสหิตํ ตติยชฺฌาน กุสลจิตฺตํ  / วิปากจิตฺตํ  / กฺริยาจิตฺตํ

  • ดวงที่๔. จตุตถฌาน……….…. สุเขกคฺคตาสหิตํ จตุตฺถชฺฌาน กุสลจิตฺตํ / วิปากจิตฺตํ  / กฺริยาจิตฺตํ

  • ดวงที่๕. ปัญจมฌาน………….
    อุเปกฺเข
    กคฺคตาสหิตํ ปญฺจมชฺฌาน กุสลจิตฺตํ / วิปากจิตฺตํ  / กฺริยาจิตฺตํ

  • โดย พี่ดา [12 ต.ค. 2547 , 21:52:52 น.] ( IP = 61.91.68.191 : : )


      สลักธรรม 9

    ในกรรมฐาน ๔๐ นั้น อารมณ์ที่เป็นเครื่องเพ่งให้ได้ถึงรูปฌาน มี ๒๖ คือ

    กสิณ ๑๐
    อสุภะ๑๐
    กายคตาสติ ๑
    อานาปานัสสติ ๑
    อัปปมัญญา ๔ (เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา)

    โดย พี่ดา [12 ต.ค. 2547 , 22:01:52 น.] ( IP = 61.91.68.191 : : )


      สลักธรรม 10


    รูปาวจรกุศลจิต เป็นเหตุให้รูปาวจรวิปากจิตปรากฏเกิดขึ้น ตรงกัน ดวงต่อดวง
    และให้ปฏิสนธิในรูปภูมิต่างๆ ดังนี้

  • ปฐมฌานกุศล ให้ผลเป็น ปฐมฌานวิบาก …… ปฏิสนธิใน ปฐมฌานภูมิ ๓
  • ทุติยฌานกุศล ให้ผลเป็น ทุติยฌานวิบาก …… ปฏิสนธิใน ทุติยฌานภูมิ ๓
  • ตติยฌานกุศล ให้ผลเป็น ตติยฌานวิบาก …… ปฏิสนธิใน ทุติยฌานภูมิ ๓
  • จตุตถฌานกุศล ให้ผลเป็น จตุตถฌานวิบาก ……ปฏิสนธิใน ตติยฌานภูมิ ๓
  • ปัญจมฌานกุศล ให้ผลเป็น ปัญจมฌานวิบาก ……ปฏิสนธิใน จตุตถฌานภูมิ ๗

    ทุติยฌานวิบาก และ ตติยฌานวิบาก ให้ผล ปฏิสนธิใน ทุติยฌานภูมิเดียว
    เพราะว่า สภาพของวิตก และวิจาร องค์ฌานทั้งสองใกล้ชิดกันมาก จึงให้ผลปฏิสนธิในภูมิเดียวกัน
    เพียงแต่ผลที่จะได้รับในปวัตติกาล คือความสุข ความสบาย ความเยือกเย็นใจ จะยิ่งหย่อนกว่ากันบ้าง

  • โดย พี่ดา [12 ต.ค. 2547 , 22:03:52 น.] ( IP = 61.91.68.191 : : )
    [ 1 ] [ 2 ][ 3 ]

    ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
    จาก : *
    Code :
    กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
    อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
    รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
    รายละเอียด :
    Icon Toy
    Special command

    * *
    กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

    คำเตือน
    • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
    • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
    • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

    ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

    [ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

    ลานภาพ

    อบรมวิปัสสนา

    ค้นหา

    ค้นหา-GooGle

    สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org