| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
ความสัมพันธ์ของจิตในวิถีในชาติหนึ่ง
[ 1 ] [ 2 ]
สลักธรรม 1
วิถีจิตของคนทั่วไป
มีหลายคนที่ยังไม่เข้าใจธรรมชาติของจิตใจอย่างถ่องแท้ โดยเฉพาะไม่มีความรู้เรื่องวิถีจิตเลย กล่าวว่า ฆ่าสัตว์เป็นบาป ส่วนลัทธิอื่นกลับบอกว่าฆ่าสัตว์ไม่บาป จะเห็นว่าการที่เป็นบาปหรือไม่นั้นแล้วแต่ใครจะไปสมมุติขึ้น การไปลักทรัพย์ หลักพุทธศาสนาสอนว่าบาป แต่เราอาจไปสมมุติใหม่ว่าเป็นบุญก็ได้ เป็นต้น
คนที่คิดผิดว่าบุญบาปเป็นเรื่องสมมุติ ผู้นั้นยังไม่ทราบเลยว่า ใครเป็นผู้กำหนด ความคิดที่ว่า บุญบาปเป็นเรื่องสมมุติ ถ้าเขารู้เข้า เขาจะไม่กล่าวบุญบาปเป็นเรื่องสมมุติเลยค่ะ
เนื่องจากมีศาสดาผู้หนึ่งชื่อว่าตัณหา ตั้งลัทธิที่ถูกใจมันคือบุญหรือความดี อะไรที่ไม่ถูกใจมันคือบาปหรือความไม่ดี หมายความว่า ถ้าสิ่งนั้นสนองความต้องการมันได้ ศาสดาตัณหาก็จะประกาศว่า สิ่งนั้นดี
ตัวอย่าง มีคนมายกยอหน่อยว่า คุณเป็นคนดี เป็นคนเฉลียวฉลาด โดยที่คนชมนั้นมีจิตใจเต็มไปด้วยเล่ห์มายา หวังประโยชน์จากคนที่รับคำชม คนที่รับคำชมซึ่งถูกตัณหาครอบงำ ก็จะดีใจ และตัณหาของคนนั้นก็จะแต่งตั้งคนที่มาชมว่าเป็นคนดี
ส่วนอีกคนหนึ่งเป็นคนมีจิตใจดี ต้องการเตือนสติคนที่เห็นผิดเป็นชอบ ให้กลับตัวเป็นคนดี แต่เนื่องด้วยคนที่เห็นผิดนั้นถูกตัณหาครอบงำ!!! เมื่อถูกใครมาติสักหน่อย ย่อมไม่ถูกใจตัณหาใช่ไหมค่ะ มันยังให้คนเห็นผิดนั้นบอกว่าคนที่ตินั้นไม่ดี ทั้งๆ ที่คนมาติ หวังดีต่อคนเห็นผิดนั้น
อีกตัวอย่างหนึ่ง แกงเผ็ดเป็นอาหารโปรดของคนไทย ตัณหาของคนที่ชอบก็จะแต่งตั้งให้แกงเผ็ดนั้นว่ามีรสดี ส่วนฝรั่งที่ไม่ชอบแกงเผ็ด พอมารับประทานก็จะบอกว่าแกงเผ็ดไม่ดีๆ ที่เป็นเช่นนี้เพราะไม่ถูกใจตัณหาของคนฝรั่ง
โดย อ. บุษกร เมธางกูร [19 ต.ค. 2547 , 07:20:18 น.] ( IP = 61.90.23.140 : : )
สลักธรรม 2
ตัวอย่างที่ยกมา ท่านคงจะย่อมเห็นแล้วว่า ตัณหาเป็นศาสดาของความดีความชั่ว ถ้าสิ่งใดที่ถูกใจตัณหา ตัณหาก็บอกว่าดี ถ้าสิ่งใดไม่ถูกใจตัณหา มันก็บอกว่าไม่ดี แต่ละคนมีตัณหา คือ ยินดีติดใจในสิ่งต่างๆ แตกต่างกันออกไป
ดังนั้น คนที่ถูกตัณหาครอบงำ ย่อมบอกว่าสิ่งนี้ดีหรือสิ่งนี้ไม่ดี ไม่เหมือนกัน จะเห็นว่าตัณหาชอบไปสมมุติความดีความชั่ว หรือบุญบาป ตามใจของมัน โดยไม่คำนึงข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร
ยังมีศาสดาอีกองค์หนึ่ง อาศัยปัญญาซึ่งมีสภาพรู้แจ้งเห็นจริง มากำหนดบุญบาปตามความเป็นจริงตามธรรมชาติ ไม่ได้กำหนดตามใจชอบเหมือนตัณหา หมายความว่า
ความรู้สึกนึกคิดใดที่เกิดขึ้นมาแล้ว (เกิดในวิถีจิต นั่นเอง) ให้ผลเป็นทุกข์ ได้รับสิ่งไม่น่ายินดี ไม่น่าปรารถนา ความรู้สึกนึกคิดนั้น เรียกว่า เป็นบาปหรืออกุศล ซึ่งได้แก่ ความรู้สึกนึกคิด ในการฆ่าสัตว์ ลักทรัพย์ ผิดในกาม เป็นต้น
ความรู้สึกนึกคิดใดที่เกิดขึ้นมาแล้ว (เกิดในวิถีจิต นั้นเอง) ให้ผลเป็นสุข ได้รับสิ่งที่น่ายินดี น่าปรารถนา ความรู้สึกนึกคิดนั้น เรียกว่า เป็นบุญหรือกุศล ซึ่งได้แก่ ความรู้สึกนึกคิดในการให้ทาน รักษาศีล เจริญภาวนา อ่านหนังสือธรรม ฟังธรรม เป็นต้น
โดย อ. บุษกร เมธางกูร [19 ต.ค. 2547 , 07:22:26 น.] ( IP = 61.90.23.140 : : )
สลักธรรม 3
สมมุติว่า เกิดมีใครอุตริ สมมุติขึ้นใหม่ว่า ความรู้สึกนึกคิดที่ให้ผลเป็นทุกข์ ได้รับสิ่งที่ไม่น่ายินดี ไม่น่าปรารถนา ซึ่งเดิมเรียกว่าบาปนั้น เรียกใหม่ว่าเป็นบุญ จะได้ไหม? ก็ต้องตอบว่าได้ใช่ไหมค่ะ เพราะใครจะสมมุติอย่างไร ย่อมเป็นสิทธิส่วนบุคคลของเขา
แต่ว่าแม้เขาจะว่า ความรู้สึกนึกคิดที่ให้ผลเป็นทุกข์นั้นเป็นบุญ บุญที่เขาสมมุติใหม่นี้ ดีหรือไม่ บุญนี้ย่อมไม่ดีใช่ไหมค่ะ เพราะถ้าใครบอกว่าดี ผู้นั้นยังไปติดคำสมมุติดั้งเดิมอยู่ เพราะบุญที่เขาสมมุตินั้น มุ่งถึงเป็นความรู้สึกนึกคิดที่ให้ผลเป็นทุกข์
ตัวอย่าง ความรู้สึกนึกคิดที่มีโลภะ โทสะ หรือโมหะ ประกอบอยู่ ความรู้สึกนึกคิดนั้น ให้ผลเป็นทุกข์ ทำให้ได้รับสิ่งที่ไม่น่ายินดี ไม่น่าปรารถนา
ส่วนความรู้สึกนึกคิดที่ให้ผลเป็นสุข ได้รับสิ่งที่น่ายินดี น่าปรารถนา ความรู้สึกนึกคิดนั้น พระพุทธองค์เรียกว่าบุญ แต่ถ้าใครอุตริสมมุติใหม่ว่า เป็นบาป บาปที่คนอุตริสมมุติใหม่นี้ ดีไหม? บาปที่ว่านี้ ย่อมดี ถ้าใครบอกว่าไม่ดี ผู้นั้นยังติดความหมายเดิมอยู่โดย อ. บุษกร เมธางกูร [19 ต.ค. 2547 , 07:24:53 น.] ( IP = 61.90.23.140 : : )
สลักธรรม 4
อุปมาเหมือนกับ ใครมาด่าเราว่า เธอหน้าเหมือนลิงหรือสุนัข ก็จะโกรธขึ้นมาเพราะหาว่ามาดูถูกคน แต่ถ้าเกิดมีการสมมุติกันใหม่ว่า คนหมายถึงสัตว์ ๔ เท้า ใบหูใหญ่ เห่าได้ ส่วนหมาหมายถึงสัตว์ ๒ เท้า เดินตั้งฉากกับพื้น คือได้แก่มนุษย์อย่างเราๆ เกิดมีใครมาด่าคนนั้นว่า ไอ้หน้าคน เรานั้นก็จะโกรธไหมค่ะ ก็โกรธสิ เพราะต้องคิดเจ็บใจหาว่ามาดูถูกตน คิดในใจว่า หน้าเราเหมือนหมาแท้ๆ หาว่าเป็นหน้าคนได้
จะเห็นคำว่า หมาและคน เป็นคำสมมุติ ใครจะสมมุติอย่างไรก็ได้ ข้อสำคัญอยู่ที่ว่า คนที่สมมุตินั้นมุ่งหมายอะไร
สำหรับเรื่องบุญบาป บุคคลที่จะเข้าถึงแก่นแท้ของบุญหรือบาปนั้น มิใช่ยึดอยู่กับคำว่า บุญ หรือบาป ซึ่งเป็นคำสมมุติ แต่ต้องเจาะเข้าไปถึงสภาพความรู้สึกนึกคิดนั้นๆ ว่าให้ผลเป็นสุขหรือเป็นทุกข์
อุปมาเหมือนเวลาพูดถึงคำว่า เย็น กับ ร้อน มิใช่ยึดคำเย็นหรือร้อน ต้องโน้มจิตเข้าไปสภาพเย็นและร้อนจริงๆ ยิ่งได้สัมผัสกับสภาพเย็นหรือร้อนจริงๆ นั้น เป็นการเข้าถึงความเย็นหรือความร้อนจริงๆ เราสามารถสัมผัสกับความเย็นจริงๆได้จากน้ำแข็ง เราสามารถสัมผัสกับความร้อนจริงๆ ได้จากน้ำร้อน
เราสามารถสัมผัสกับสภาพของบุญจริงๆ และบาปจริงๆ ได้จากวิถีจิต นั่นเองโดย อ. บุษกร เมธางกูร [19 ต.ค. 2547 , 07:26:29 น.] ( IP = 61.90.23.140 : : )
สลักธรรม 5
การทำความเข้าใจเรื่องวิถีจิตนี้ ย่อมทำให้เรารู้จักทำใจให้แยบคาย รู้จักให้ฉลาดในกระบวนจิตของตนเองและผู้อื่น และที่สำคัญที่สุดก็คือ ทำให้รู้จักศิลปะการปรุงแต่งวิถีจิตให้เป็นบุญ อันเป็นที่พึ่งที่แท้จริงของชีวิต ละเว้นวิถีจิตที่มีบาป
หรือว่าแม้บางครั้ง วิถีจิตอันมีบาปเกิดขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่พ้น ผู้ที่เข้าใจเรื่องวิถีจิต ก็สามารถระงับหรือบรรเทามิให้เกิดวิถีจิตบาปถึงขนาดเป็นพิษ อันตรายแก่ชีวิตหรือเรียกทางภาษาธรรมว่า วิถีจิตชนิดมีทุจริตกรรม
ด้วยความปรารถนาดีค่ะ
อ.บุษกร เมธางกูร.โดย อ. บุษกร เมธางกูร [19 ต.ค. 2547 , 07:27:59 น.] ( IP = 61.90.23.140 : : )
สลักธรรม 6
สาธุ สาธุ สาธุโดย เณรวัส [19 ต.ค. 2547 , 13:14:21 น.] ( IP = 61.91.156.6 : : 192.168.0.102 )
สลักธรรม 7
วิถีจิต เป็นเรื่องที่ลึกซึ้งมาก ยากที่จะเข้าใจได้ถ่องแท้
แต่นับว่ามีประโยชน์อย่างยิ่ง
กราบขอบพระคุณมากค่ะโดย พี่ดา [19 ต.ค. 2547 , 15:58:41 น.] ( IP = 61.90.68.213 : : )
สลักธรรม 8การเข้าใจเรื่องวิถีจิต ทำให้ใช้ชีวิตได้อย่างมีค่านะคะ..เพราะเราสามารถนำความรู้นั้นมาเลือกกระทำกรรมได้ว่าจะต้องการผลอย่างไร
ขอบพระคุณอาจารย์ค่ะโดย น้องกิ๊ฟ [19 ต.ค. 2547 , 23:42:47 น.] ( IP = 202.129.44.34 : : )
สลักธรรม 9
อ่านแล้ว เห็นความสำคัญของการเรียนเรื่อง วิถีจิต นับเป็นเรื่องที่ละเอียดและลึกซึ้งอย่างยิ่งค่ะ
.
โดยเฉพาะ เรายังติดภาษาที่เป็น สิ่งสมมุติ .
ยังไม่ได้สัมผัสสภาพที่เป็นบาป-บุญ จากวิถีจิตจริงๆ เลย
ทั้ง ๆ ที่เกิดขึ้นแล้ว
![]()
แต่อย่างน้อยๆ ความเข้าใจจากการเรียนเรื่อง วิถีจิต นี้
ก็ทำให้เราชลอสิ่งที่เป็นบาป และหยุดยั้งได้มากกว่าเดิม
![]()
![]()
กราบขอบพระคุณ อาจารย์บุษกร มากค่ะ
โดย วยุรี [20 ต.ค. 2547 , 16:25:47 น.] ( IP = 203.150.217.111 : : 203.113.38.8 )
สลักธรรม 10ขอบพระคุณค่ะสำหรับความรู้เกี่ยวกับ วิถีจิต
ซึ่งเป็นที่น่ามหัศจรรย์ที่ธรรมชาติ
ได้บ่งบอกสภาพการสัมผัสอารมณ์ต่างๆ
ที่ก่อให้เกิดบุญหรือบาปที่แท้จริง
โดยไม่ได้เกิดจากการสมมติของชนเผ่าใด
และน่าเคารพต่อธรรมชาติเหล่านั้นจริงๆ
ที่ยุติธรรมเสมอสำหรับทุกๆคน
โดยปราศจากความลำเอียงโดย น้องอุ๊ [20 ต.ค. 2547 , 17:28:43 น.] ( IP = 203.209.96.76 : : ) [ 1 ] [ 2 ]
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |